สวัสดีค้าาา…วันนี้เราจะพาไปเที่ยวเวียดนาม เราว่าถ้าในเรื่องธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยว เวียดนามเป็นประเทศที่ควรค่าแก่การมาเที่ยวมาก เวียดนามมีหลากหลายสถานที่ๆ น่าสนใจ และมาครั้งเดียวก็คงไม่พอเลยต้องแบ่งสัดส่วนการเที่ยวกันไปนะคะ

สำหรับเรา ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มาเวียดนามเส้นทางที่เลือกมาเที่ยวครั้งนี้ บอกเลยว่าไม่ธรรมดา เพราะเราจะพาไปเที่ยว ดานัง โดยตั้งอยู่ที่เวียดนามกลาง เราจะพาไปเที่ยวแลนด์มาร์กสำคัญที่ตอนนี้ฮิตมากกกกนั่นก็คือ Bana Hills

เราเปิดเฟส เปิดอินตราแกรม เปิดทวิตเตอร์ ก็มีแต่คนมาเช็คอินที่นี่เห็นภาพแล้วอยากจะวาร์ปตามไปเดี๋ยวนั้น ตอนดูในรูปว่าสวยมากแล้วนะแต่พอมาจริงๆ คือโครตสวย สวยกว่า อลังการกว่า ที่เราเห็นในภาพเยอะมาก และเพิ่มความฟินด้วยการเข้าพักบน Bana Hills กับ โรงแรม Mercure Banahills French Village ที่บรรยากาศฝรั่งเศ้สสสสส ฝรั่งเศสมากกกกกเหมือนอยู่ฝรั่งเศสจริงๆ แต่ราคาเริ่มต้น 2,000 บาทเท่านั้นนอนที่นี่หนึ่งคืน ตื่นเช้าถ่ายภาพเพลินๆ มีรูปลงเฟส ลงโซเชี่ยลมีเดียได้ทั้งปีแน่นอน

สนใจจองที่พัก Mercure Banahills French Village กับ Traveloka คลิกตรงนี้

สำหรับการจองที่พักและตั๋วเครื่องบิน เราใช้บริการจอง ผ่าน Traveloka เพราะสะดวกสบาย เค้ามีทั้ง App บนมือถือ และ website สะดวกตอนไหนก็จองตอนนั้น เวลาจองก็ง่าย มีโปรเด็ดๆ มีโค้ดส่วนลดมากมาย จองล่วงหน้านานๆ ราคายิ่งถูกสุดๆ มีทั้งตั๋วเครื่องบิน และที่พัก ขอบอกว่ายิ่งจองผ่าน App ราคาก็ยิ่งถูกไปอีก อย่างครั้งนี้เราจองตั๋วเครื่องบินก่อน ซึ่งระบบจะคำนวณผลลัพท์ออกมาให้โดยเราจะได้ราคาทุกสายการบินออกมาหมดเลย แล้วเราก็ค่อยๆ จำกัดการค้นหา และเลือกในแบบที่เราต้องการเช่นอยากบินเวลาไหน ราคาที่ไหนเวิร์คสุด จากนั้นก็ทำการจองและเตรียมชำระเงิน ช่องทางการชำระเงินก็มีมากมายทั้ง 7-Eleven, Credit Card, Counter Payment, ATM, Internet Banking เพียงแค่นี้ก็รอรับตั๋วเครื่องบิน หรือ E-ticket ส่งเข้าทาง email และสามารถนำไปใช้เช็คอินได้แล้ว เดินทางสะดวกสบายและใกล้เพียงไม่กี่อึดใจ

สามารถจองที่พักในเวียดนามกับ Traveloka ที่ ลิงค์นี้

จองตั๋วเครื่องบินไปเวียดนามกับ Traveloka ที่ลิงค์นี้

เอาหล่ะ อย่ารอช้าเพราะเราพร้อมที่จะพาทุกคนไปแล้วกันแล้วในรีวิวนี้

ดานัง ฉันรักเธอ พร้อมแล้วไปชมกันเล้ยยยยยยย

เมื่อมาถึง สนามบินนานาชาติ Da Nang International Airport แล้วก็ออกมาด้านนอกได้เลย  บาน่าฮิลล์ห่างจากสนามบินประมาณ 22 กิโล การเดินทางสู่ Bana Hills ก็มีด้วยกันหลากหลายวิธีค่ะ

  1. นั่งรถแท็กซี่ ต้องระวังให้ดีนะคะ หรือไม่ก็เรียก Grab ไปเลยเพื่อความชัวร์ และราคาต้องไม่เกิน 450,000 ดองนะ
  2. เช่ารถขับ
  3. เราจองโรงแรม Mercure Banahills French Village

ซึ่งตั้งอยู่บน Banahills เป็นโรงแรมแห่งเดียวเลยค่ะ ราคาห้องพักแค่ 2000 ต้นๆ เค้าก็จะมีบริการรับรับส่งสนามบิน มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมราคาอาจจะสูงหน่อย แต่สะดวกสบาย และไม่โดนโกงแน่นอนรถตู้ที่มารับเราค่ะ เค้าจะรอเราพร้อมถือป้ายชื่อ หน้าประตูทางออกสนามบินให้เราถามรายละเอียดและตรวจสอบให้ชัดเจนแล้วค่อยเดินตามเค้าออกมาที่รถนะคะ

นั่งรถมาไม่นานเค้าก็พาเรามาส่ง ณ จุดหมาย แต่ตรงนี้ยังไม่ใช่ บานาฮิล นะตัวเธอ การขึ้นมาเที่ยวบนบานาฮิลทำได้สองแบบคือ

  1. One day trip

One day trip ในที่นี้ก็จะหมายถึงการเที่ยวไปเช้าเย็นกลับ รถจะมาส่งอีกที่นึง ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายในการขึ้นไปด้านบน ผู้ใหญ่คนละ 650,000 VND เด็กความสูง 100 เซ็นต์ –130 เซ็นต์ คนละ 550,000 VND

เด็กความสูงต่ำกว่า 100 เซ็นต์ ฟรี ราคานี้รวมค่ากระเช้าไฟฟ้า ค่าข้าสวนสนุก Fantasy Park และเล่นเครื่องเล่นได้ฟรี

(ส่วนใหญ่ฟรี มีบางส่วนที่เสียเงินเพิ่ม ที่เสียเงินเพิ่มจะมีพวกหยอดเหรียญและเกมส์ตู้ต่างๆ )

สามารถนั่งกระเช้าที่ Gare Morin ไปเที่ยวสวนดอกไม้ LE JARDIN D’AMOUR

และชมโรงไวน์ DEBAY WINE CELLAR ฟรี

  1. มาพักที่โรงแรม 1 คืน ที่โรงแรม Mercure Danang French Village Bana Hills

ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายในการขึ้นกระเช้าไปด้านบน ผู้ใหญ่คนละ 400,000 VND เด็กความสูง 100 เซ็นต์ –130 เซ็นต์ คนละ 350,000 VND

ราคานี้รวมค่ากระเช้าไฟฟ้า ค่าข้าสวนสนุก Fantasy Park และเล่นเครื่องเล่นได้ฟรี

(ส่วนใหญ่ฟรี มีบางส่วนที่เสียเงินเพิ่ม ที่เสียเงินเพิ่มจะมีพวกหยอดเหรียญและเกมส์ตู้ต่างๆ )

สามารถนั่งกระเช้าที่ Gare Morin ไปเที่ยวสวนดอกไม้ LE JARDIN D’AMOUR

และชมโรงไวน์ DEBAY WINE CELLAR ฟรี ซึ่งถ้าใครพักโซนโรงแรม รถเค้าส่งมาส่งตรงนี้ ให้เรากดลิฟท์มาด้านบน ก็จะเจอกับล็อบบี้แบบนี้ให้เราเดินเข้าไปเช็คอินได้เลยค่ะ

หลังจากเซ็นต์เอกสารเรียบร้อยแล้ว ต่อมาเราจะต้องจ่ายค่ากระเช้าเพื่อขึ้นไปบนโรงแรม ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายในการขึ้นกระเช้าไปด้านบน ผู้ใหญ่คนละ 400,000 VND และเด็กความสูง 1 M-1.30 M คนละ 350,000 VND ยังไงก็ต้องจ่ายนะคะ เพราะค่ากระเช้าไม่รวมกับค่าโรงแรมค่ะ และข้อมูลท่องเที่ยว เทศกาลต่างๆบน Ba Na Hills ได้ที่ http://banahills.sunworld.vn/en/

ได้บัตรมาแล้วก็พร้อมลุยค่าาา

ไฮไลท์อีกอย่างของการมาเที่ยวบานาฮิลก็คือการมานั่ง กระเช้าไฟฟ้าหรือ Cable car

Cable Car ของที่นี่ ที่ได้รับการบันทึกสถิติโลกโดยกินเนสส์

เอาไว้ถึง 4 หมวดความเป็นที่สุดเลยนะคะ

  1. กระเช้าไฟฟ้าประเภทไม่มีการหยุดแวะ (แบบเคเบิลเดี่ยว)

ระยะทางยาวที่สุดในโลก 5,801 เมตร

  1. กระเช้าไฟฟ้าประเภทไม่มีการหยุดแวะ (แบบเคเบิลเดี่ยว)

ระยะจากฐานสู่ยอดสูงที่สุดในโลก 1,368 เมตร

  1. กระเช้าไฟฟ้าที่สายเคเบิลยาวที่สุดในโลก 11,587 เมตร
  2. ระเช้าไฟฟ้าที่สายเคเบิลหนักที่สุดในโลก 141.24 ตัน

เป็นการขึ้นกระเช้าที่น่าตื่นเต้นมากกกกก

ด้านบนกระเช้าอากาศจะถ่ายเทน้อย อาจจะมีเวียนหัวแนะนำให้พกยาดมมาด้วย ระหว่างทางที่ขึ้นกระเช้าสวยงามมากก เราเป็นคนกลัวความสูงนะแต่วิวแบบนี้ลืมความกลัวไปเลยระหว่างทางขึ้นก็ผ่านน้ำตก นั่งกระเช้าทะลุเมฆขึ้นไปเรื่อยๆ

ขอเล่าประวัติของ บานาฮิลให้ฟังกันแบบคร่าวๆ ก่อนนะคะ บานาฮิลล์ เป็นเมืองตากอากาศชื่อดังของเวียดนามตอนกลางมานานกว่าร้อยปี ตั้งแต่สมัยที่เวียดนามยังเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสตอนที่เวียดนามอยู่ในอาณานิคมของฝรั่งเศส ทหารมีแนวคิดริเริ่มที่จะสร้างสถานที่พักผ่อนบนเขาจึงค้นพบหาและพบภูเขาอันสวยงามแห่งนี้

ที่นี่อากาศเย็นสบายตลอดปี โดยรวมสิบองศากว่าๆ นิดๆบรรยากาศดี วิวสวย สามารถมองเห็นวิวเมืองดานังได้ทั้งเมืองทหารฝรั่งเศสเห็นดีงามจึงตกลงปลงใจสร้างบ้านพักตากอากาศบนภูเขาบานาฮิลแห่งนี้ เค้าจึงเริ่มมีการพัฒนาตัดถนนขึ้นสู่ยอดเขา เพื่อก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างทั้งหลาย

เนื่องจากขณะนั้นเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1ชาวฝรั่งเศสไม่สามารถเดินทางกลับประเทศตนเองได้ จึงสร้างวิลล่า โรงแรม รีสอร์ต และสาธารณูปโภคที่ทันสมัย จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในสมัยนั้นพอทหารฝรั่งเศสพ่ายแพ้สงคราม และถอนตัวออกจากเวียดนาม ชาวท้องถิ่นเวียดนามที่เคยทำงานตามรีสอร์ตและโรงแรมบนเขา

ต่างอพยพกลับภูมิลำเนาทำให้เมืองท่องเที่ยวแห่งนี้ถูกทิ้งร้างไปอย่างน่าเสียดายหลังจากนั้น ผ่านไปหลายสิบปี เวียดนามเฟื่องฟูมากขึ้น จึงกลับมาสร้างบานาฮิลล์ อีกครั้ง และยิ่งใหญ่กว่าเดิมากเดิมมีถนนขึ้นเขาเส้นเล็กๆ ใช้เวลาเดินทางราวๆ ชั่วโมง ก็เปลี่ยนเป็น สร้างกระเช้าไฟฟ้าซึ่งใช้เวลาจากตีนเขาสู่ยอดเขาเพียง 15 นาที Bà Nà Hills Cable Car  สร้างขึ้นตามมาตราฐานยุโรป

ดยบริษัทที่มีชื่อเสียงจากออสเตรเลีย เครื่องมือและเครื่องจักรนำเข้าจากยุโรป แต่ละเคเบิ้ลจะบรรทุกผู้โดยสารได้ 10 คน และภายในหนึ่งชั่วโมงสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 1,500 คนนั่งกระเช้ามาเรื่อยๆ เราก็จะเริ่มเห็นยอดปราสาทลิบๆ แว้บแรกที่อิ้มเห็น รู้สึกเหมือนเป็นเมืองในนิยาย ตำนานในวัยเด็ก และนิทานที่เคยได้ยิน เจ้าหญิงที่อยู่บนปราสาท มันย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำโอ้ยยยยย นี่มัน เมืองในจิตนาการชัดๆ และแล้วเราก็นั่งกระเช้าทะลุเมฆหมอกมาถึงที่นี่

Ba-na-hills (ตะโกนเป็นเสียงมิสแกรนด์)

มาถึงแล้วเราก็จะต้องเข้าไปเช็คอินที่ล็อบบี้หลักอีกครั้งเพื่อทำการรับกุญแจห้องนะคะ Mercure Danang French Village Bana Hills เค้าจะแบ่งออกเป็นหลากหลายโซนมาก ทั้ง ที่พัก ร้านอาหาร สวนสนุก Fantasy Park สวนดอกไม้ Le Jardin d’ Amour , โรงไวน์ Debay Wine Cellar, The Linh Ung Pagoda ,และจุดยอดฮิต Golden Bridge สะพานลอยฟ้า ในอุ้งมือยักษ์ แลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อมิถุนายนที่ผ่านมานี่เอง จะบอกว่าที่กล่าวมาทั้งหมด ราคาที่พักรวมทุกอย่างที่กล่าวมา

ห้องเริ่มต้นเพียงแค่ 2000 ++ เท่านั้น ราคาห้องพักสองคน รวมอาหารเช้า หารกันคนละพันนิดๆ คุ้มมากกกกก ในส่วนของห้องพักที่ Mercure Danang French Village Bana Hills เค้าก็จะแบ่งเป็นอาคารๆ หลักอยู่ 7 หลัง

1.อาคาร Hotel De Paris อาคารนี้เป็นอาคารหลัก ล็อบบี้จะอยู่ที่ตึกนี้ มีห้องพัก No. 2101-2408

2 . อาคาร Hotel De Lyon มีห้องพัก No. 3101-3212

3 . อาคาร Hotel De Toulouse มีห้องพัก No. 4101-4416

4 . อาคาร Hotel De Nice มีห้องพัก No. 5201-5522

5 . อาคาร Hotel De Strasbourg  มีห้องพัก No. 7101-7408

6 . อาคาร Hotel De Bordeaux มีห้องพัก No. 6101-6517

7 . อาคาร Hotel De Marseille มีห้องพัก No. 8101-8606

ส่วนห้องพักก็มีถึง 11 Roomtype ด้วยกัน

  1. STANDARD KING
  2. STANDARD TWIN
  3. SUPERIOR KING
  4. SUPERIOR TWIN
  5. DELUXE KING
  6. DELUXE TWIN
  7. EXECUTIVE SUITE
  8. FAMILY SUITE
  9. FAMILY BUNKS
  10. FAMILY SUPERIOR
  11. FAMILY DELUXE

ซึ่งเราพักใน Room type STANDARD KING อาคาร Hotel De Marseille ห่างจากอาคารหลักนิดเดียวเท่านั้น

เวลาเช็กอินจะอยู่ที่ 14.00 น และเช็กเอาท์ 11.00 น มาชมห้องพักเลยแล้วกัน

ภายในห้องพักค่ะ ราคาสองพันต้นๆ คือถือว่าถูกมาก

วิวจากหน้าต่างห้องพักค่ะ เปิดมาถึงกับว้าวเลยทีเดียวน่าเสียดายที่ห้องนี้ไม่มีระเบียงนะคะ ถ้ามีระเบียงจะฟินกว่านี้มากกก

ตอนแรกกะว่าจะเดินเล่น แต่ฝนเจ้ากรรมดันตกมาซะอย่างนั้นก็เลยเลือกไปทำสปา สปาที่นี่ราคาไม่แรงค่ะ การนวดก็พอใช้ได้ แต่ถ้าเทียบกับบ้านเรา บ้านเราจะดีกว่า 

ระหว่างนั่งรอ ได้ยินเสียงฝนหยุดตก เลยวิ่งออกไปนอกระเบียงสปา และภาพที่เห็นคือวิวนี้ สวยมากหยิบกล้องมาถ่ายแทบไม่ทัน

ถ่ายไม่ถึง 5 นาที โอ้ยยยหมอกเต็มไปหมด

ได้เวลาทำสปาพอดีแพ็คเกจของเราเป็น Body massage 1 ชั่วโมง ราคา 600,000 VNDขอตัวรีแลกซ์ ก่อนนะค๊าาา

ทำสปาเสร็จก็ราวๆ ทุ่มกว่าๆ พอดี ออกมาฟ้าก็มืดอย่างที่เห็น แต่บรรยากาศดีมากกก คนน้อย เหลือแต่แขกที่เข้าพัก เพราะนักท่องเที่ยวที่มา one day trip ได้กลับไปหมดแล้วจ้า พื้นที่นี้จะเป็นของเรา ฮ่าๆๆๆๆ อากาศเย็นลงมากๆ บรรยากาศมีความสลัวๆ หมอกลงจางๆ มากับแฟนคือดีมากโรแมนติกที่สุด

สำหรับมื้อค่ำ เราทานอาหารที่ เป็นบุฟเฟ่ต์ห้องอาหาร ของโรงแรมเมอเคียว La Crique & Café Postal คนละประมาณ 250000 VND เป็นบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ มีอาหารทะเล เนื้อย่าง อาหารเวียดนาม ขนม ต่างๆ ทานตั้งแต่ 6 โมงยัน 3 ทุ่มไปเลย ยาวไป

ทานอาหารเสร็จแล้วเราก็ขึ้นห้องพักผ่อนค่ะ เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า ^^ เช้าวันที่ 2 เรารีบตื่นตั้งแต่ตีห้า อาบน้ำแต่งตัวสวยๆ

เพื่อลงมาถ่ายรูปด้านล่าง ข้อดีของการพักที่โรงแรม Mercure Danang French Village Bana Hills

ก็คือบรรยากาศดี และยามเช้าจะไร้ซึ่งผู้คน เหมาะกับการถ่ายรูปเป็นอย่างมาก

เดี๋ยวเราจะพาไปจุดชมวิวด้านบน ซึ่งจะมองเห็น บานาฮิลแบบทั้งเมืองกันเลย มาถึงจุดชมวิวคือแบบ สวยมากกกคนที่นี่เล่าให้ฟังว่า บางฤดูก็จะเป็นหมอกทั้งหมดจะเห็นเพียงตัวเมืองเหมือนลอยอยู่บนก้อนเมฆ เหมือนเมืองในฝันเลยค่ะ

ลงมาถ่ายรูปด้านล่างกันต่อ

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของรูปนะคะ เอามาให้ดูแค่นี้กลัวจะเบื่อและอยากอ้วกใส่เรากันก่อน 55555 ต่อมาอิ้มจะพาไป Fantasy Park ไปต่อแถวเล่น Alpine Coaster เป็นรถไฟเหาะแบบเล็กๆ และสักแปดโมงครึ่งจะเริ่มมีคนเที่ยว one day trip ขึ้นมาจากด้านล่างประชากรจะเริ่มหนาแน่น แนะนำให้มาเล่นแต่เช้าเพราะคนต่อแถวเยอะมากค่ะ

เวลาเล่นก็เล่นได้ 1-2 คนนะคะ เป็นรถไฟที่บังคับด้วยมือ จะเร็วจะช้าอยู่ที่มือเราล้วนๆ และการมาเล่นรถไฟ ห้ามใช้กล้องโกโปร และกล้องถ่ายภาพทุกชนิด เพราะมันมีความอันตราย และอีกอย่างเค้าจะมีกล้องบันทึกภาพ ถ่ายให้เราเสร็จสรรพ และจำหน่ายให้เราหลังเล่นเสร็จ ในราคา 60,000 VND แนะนำให้ซื้อเพราะมุมภาพสวย และสามารถโหลดเป็นไฟล์ Jpeg ได้

และไม่ควรมีสัมภาระ กระเป๋า หรือ อะไรก็ตาม คือเค้าไม่รับฝากจ้า หิ้วกระเป๋าไปก็ต้องสะพายลงไปด้วย ลำบากแท้ และเวลาถ่ายภาพออกมาจะเป็นแบบนี้ อันนี้เป็นภาพที่เค้าถ่ายจากกล้องมาให้เรานะ ราคาใบละ 60,000 VND ดูหน้าเราสิ เหมือนเจ๊กตื่นไฟโดยแท้ 55555

หลังจากเล่น Alpine Coaster เสร็จแล้ว ก็มาเติมพลังด้วยการทานอาหารเช้าก่อนค่า เค้ามีไลน์บุฟเฟ่ต์เปิดถึง 10 โมง อาหารก็มีมากมาย ลองเลือกทานกันดูค่ะแต่คุณภาพอาหารอาจจะไม่เวิร์คเท่าที่บ้านเรา

ทานเสร็จก็เดินเที่ยวต่อ มุมนี้เป็นระเบียงจากห้อง Deluxe ซึ่งแขกเช็คเอาท์ออกพอดี เราจึงเข้าไปขอถ่ายภาพว่ากันว่าห้องนี้ต้องจองล่วงหน้า สองถึงสามเดือนเชียวนะคะ

จากนั้นก็ได้เวลาเข้ามาตะลุย Fantasy Parkสวนสนุกในร่ม ซื้อเราสามารถเล่นเครื่องเล่นได้ฟรีจะมีที่ไม่ฟรี ก็คือ พวกตู้เกมส์หยอดต่างๆ เราว่าจองห้องมานี่คุ้มราคามากพูดเลย เล่นวนไปค่ะ

เล่นได้พักใหญ่ก็ออกมาข้างนอก ผู้คนมหาศาล แต่ก็ได้บรรยากาศคึกคักมาแทนที่

เดี๋ยวเราจะนั่งกระเช้าลงไปอีกทีนึงซึ่งเป็นไฮไลท์ที่ต้องห้ามพลาดนั่นก็คือ Golden Bridge สะพานลอยฟ้า ในอุ้งมือยักษ์เพิ่งเปิดให้ชมเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี่เอง จริงๆ ควรมาแต่เช้านะ เพราะว่าคนจะน้อยถ่ายรูปสวย การนั่งกระเช้าลงไปข้างล่างก็ไม่มีค่าใช้จ่ายนะคะ นั่งฟรีเช่นเคย

วิวจากกระเช้ามองกลับไปที่บานาฮิล สวยมากกกกกกกกกก

แล้วก็มาถึง Golden Bridge สะพานลอยฟ้า ในอุ้งมือยักษ์

มุมแบบนี้ต้องถ่ายโกโปรนะถึงจะเกร๋

 

 

 

Golden Bridge เปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2561 ให้นักท่องเที่ยวได้เดินทอดน่อง สัมผัสความสวยงาม และดื่มด่ำกับธรรมชาติรอบตัวแบบฉ่ำปอด ถ้าอากาศดีๆ เราจะเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมากกก 

แล้วก็ได้เวลาที่เราต้องเดินทางกลับค่ะน่าเสียดาย จะบอกว่าอิ้มยังเดินไม่ครบทุกจุดเลย ไหนจะสระว่ายน้ำของโรงแรม, สวนดอกไม้ Le Jardin D’Amour, องค์หลวงพ่อโต ,โรงบ่มไวน์ ฮือออออออ เดี๋ยวต้องมาซ่อมใหม่อีกแน่นอนโดยรวมเราประทับใจมาก ที่นี่สวยมาก สวยกว่าที่คิดไว้มากแล้วด้านบนก็มีอะไรให้ทำเยอะ กิจกรรมแน่น อยู่บนนี้ไม่มีเบื่อเลย แถมอากาศดีมาก สวยมาก เราจะมาเที่ยวใหม่อีกแน่นอน

รักเธอนะ บานาฮิล