มันอาจช้าไปบ้างแต่เพราะอภินิหารกงยูแท้ๆ เลยอยากมาเที่ยวให้ได้ ต้องบอกก่อนว่า เป็นคนที่ไม่ได้คลั่งเกาหลีใต้เท่าไร แต่เพราะเราเพิ่งได้โอกาสดู Train to Busan หลังจากออกโรงหนังมาแล้วเป็นปียังอดหลงเสน่ห์โอปป้ากงยูไม่ได้เลย

หลงแค่ไหนคิดดูเอง นี่เป็นการไปเที่ยวเกาหลีครั้งแรกก็ขอไปเที่ยวปูซานก่อนเลย เปิดแอปพลิเคชั่น Traveloka หาตั๋วเครื่องบินไปเกาหลีและหาที่พักเกาหลีเลยทีเดียว เราจองตั๋วเครื่องบิน ไปลงอินชอนที่โซล ก่อนเพราะอยากได้อารมณ์ Train to Busan ตามรอยภาพยนตร์จริงจังมาก ลงเครื่องที่โซลครั้งแรกก็จะตื่นเต้นหน่อยๆ เพราะก่อนมาอ่านกระทู้เยอะมาก ก็กลัวอยู่เรื่องเดียวที่เค้ากลัวๆ กันนั้นแหละ ไม่ผ่าน ตม ไง

แต่ก่อนเครื่องลง แอร์โฮสเตสเดินมาชวนคุย “มาเที่ยวเหรอคะ” เลยบอกไปว่า “ค่ะ มาครั้งแรก ไม่รู้จะผ่าน ตม ไหม” แอร์บอกว่า “พี่ผ่านอยู่แล้ว ตม เค้ารู้อย่างพี่มาเที่ยวแน่ๆ คนที่ไม่ผ่าน เค้ามองปราดเดียวก็รู้ พี่ไม่ต้องห่วง” เราเลยใจชื้นขึ้นมา พอถึง ตม ก็ง่ายอย่างที่แอร์ว่าจริงๆ ไม่ต้องกลัวนะทุกคน ถ้ามาเที่ยวจริงๆ สบายใจได้เลยค่ะ

ชี้เป้าตั๋วเครื่องบินไปเกาหลีราคาถูกจองกับ Traveloka

ลงเครื่องที่สนามบินอินชอน เราก็ต่อ KTX ไปปูซานเลย ไม่ต้องเข้าไปโซล ตั๋วรถไฟจองออนไลน์มาเรียบร้อย หาซื้อขนมของกินติดมือก่อนขึ้นรถแล้ว นั่งชมวิวเพลินๆ ความรู้สึกแรกที่เห็นรถไฟ นี่คิดถึง ญี่ปุ่นจริงๆ เหมือนกันมาก ทั้งระบบการจัดการความทันสมัย ส่วนตัวชอบห้องน้ำในรถไฟมาก ช่างกว้างขวางเสียจริงๆ

นั่งรถไฟมาปูซานใช้เวลาเดินทางประมาณ 3ชั่วโมง พอถึง Busan Station ก็ลงแล้วเดินไปที่พักได้เลยประมาณ 10นาที เน้นใกล้ๆ สถานีปูซาน จะได้เดินทางสะดวก เราเลือกที่พักย่าน Jungang -Darro ชื่อ K Guesthouse Premium Busan 1 ที่จองมาจาก Traveloka ห้องเล็กๆ แต่ไม่อึดอัด ราคาดีงามประหยัดมาก แค่ 2 พันนิดๆ

มาถึงโรงแรมก็เย็นแล้วเลยไปหาข้าวเย็นกินกัน ไปย่าน Nampo-dong ก่อนเลยค่ะ ย่านฮิตของปูซาน อากาศดีมาก ช่วง ตค- พย น่าจะกำลังดี ไม่หนาวเกินไป Nampo-dong บรรยากาศคงคล้ายๆ ถนน Myeongdong ที่โซล แต่ไม่แน่นเท่า เดินสบายๆ หนุ่มเกาหลีดีงามอย่าางเขาพูดกัน มองเพลินตาจริงๆ มีทุกร้านเครื่องสำอางค์ ร้านการ์ตูนคาแรคเตอร์เกาหลียอดฮิตต่างๆ หรือแม้แต่รองเท้ารุ่นที่หายากเย็น ในเมืองไทยราคาบวกหลักหมื่น ก็หาได้ง่ายมาก มีแทบทุกร้านเลย

เราเลือกกินข้าวเย็นแบบคนเกาหลีค่ะ คนเกาหลี ทอดไก่อร่อยมาก แทบทุกร้านมีไก่ทอดและส่วนมากอร่อยแทบทุกร้าน และกินไก่ทอดกับเบียร์กันค่ะ

หลังท้องอิ่มก็เดินเพลินจนเมื่อยลืมเหนื่อยจากการเดินทางกันเลยทีเดียว ตั้งใจว่าไม่ดึก ถึงห้องพักก็5ทุ่มเลย นี่แหละที่เขาว่าเวลามาเที่ยว เวลาเดินไวมากจริงค่ะ ยิ่งมาช่วงเริ่มอากาศเย็นแล้ว พอสี่โมงนี่มึดแล้ว คอนเฟิร์ม ^_^

วันรุ่งขึ้นตื่นแต่เช้าเลยค่ะวันนี้ ไฮไลต์ที่นำพาเรามาปูซานนอกเหนือจากตามกงยูมา ก็คือที่นี่เลยค่ะ Busan Gamcheon Culture Village

บ้างว่าที่นี่ คือ Santorini of Korea บ้างก็ว่าที่นี่ คือ Machu Picchu of Busan บ้างก็เรียก Lego Village

ที่จริงแล้ว ‘Gamcheon Culture Village’ ตั้งอยู่ในเขตของหมู่บ้านแทกุกโด (Taegeukdo) ที่อยู่บนเนินเขาไม่ไกลจากอ่าวปูซาน สมัยก่อนผู้คนมาจากหลายๆที่ต่างพากันอพยพลี้ภัยมาอยู่รวมกันที่นี้ ภายหลังต่อมาผู้อพยพเริ่มมีการตั้งรกรากสร้างบ้านเรือนพักอาศัยบริเวณไหล่เขาจนในที่สุด กลายเป็นชุมชนแออัด ทำให้บ้านเรือนทรุดโทรมแออัดลงไปมาก แต่ต้องขอชมเชยความคิดสร้างสรรค์ของ “การท่องเที่ยวเกาหลี” เมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา ที่ริเริ่มโปรเจคปรับปรุงภูมิทัศเพื่อการท่องเที่ยวให้กับชุมชนแห่งนี้ ใครจะเชื่อ จากแหล่งชุมชนแออัดเสื่อมโทรมจึงกลายเป็น “Unseen in Pusan” ในปัจจุบัน ในขณะที่ปูซานกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ดังสโลแกนที่ว่า ‘Dynamic Busan’  แต่หมู่บ้านแทกุกโดกลับได้รับการพิจารณาให้คงความดั้งเดิมไว้ และในเดือนตุลาคม 2010 เมืองปูซานได้ประกาศให้หมู่บ้านแทกุกโด เป็นหมู่บ้าน ‘Art and Culture Village’ โดยได้เปลี่ยนบ้านที่รกร้างว่างเปล่าร่วม 300 หลัง ให้เป็นห้องแสดงงานศิลปะต่างๆมากมาย รวมถึง ร้านกาแฟ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ จนในที่สุด Gamcheon Culture Village ได้รับรางวัล ‘UN-HABITAT Asian Townscape Award’ จากองค์การสหประชาชาติ และรางวัล ‘Culture Excellence Award’ จากกระทรวงวัฒนธรรม การกีฬาและการท่องเที่ยว ของประเทศเกาหลีใต้ ในปี 2012 จึงทำให้ได้รับความสนใจมากมาย ทั้งจากสื่อมวลชนและผู้ผลิตภาพยนตร์ท้องถิ่น ซึ่งส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ ที่นี่ยังเป็นที่อยู่อาศัยจริงของชาวแทกุกโด  ดังนั้น ในขณะเดินเที่ยว จึงควรรักษาความสงบ ระวังไม่ส่งเสียงรบกวนชาวบ้านด้วย

หลังจากเดินชมหมู่บ้านบนเชิงเขา ลดหลั่นกันสารพัดสีสัน ที่นอกจากจุดชมวิวที่กดชัตเตอร์รัวๆแล้ว เราก็ต้องเดินลัดเลาะขึ้นๆลงๆ ตามหา เจ้าชายน้อย และ street art ที่ซ่อนอยู่ตามจุดต่างๆของหมู่บ้านนี้ อากาศดีๆ เดินลืมจนได้เหงื่อเหมือนกัน คนไม่ค่อยออกกำลังกาย อาจจะต้องพักบ่อยหน่อย และควรแวะขอ information และแผนที่ก่อนมาจะดีไม่น้อย เพราะเราหลงแล้ว จึงอยากเตือนทุกท่าน ^_^

ก่อนกลับเลยต้องแวะนั่งพักร้านกาแฟเก๋ๆ และแวะชิมแทบทุกอย่าง ที่เดินผ่านเลยเรา หลังจากใช้เวลาที่นี่กันพอสมควร ออกมาก็บ่ายแก่ๆแล้ว เลยไปเดินตามหา ข้าวต้มหมูปูซาน เมนูเด็ด ที่เขารีวิวกันนักหนาในเวบต่างๆ ว่าต้องไม่พลาด “วังทเวจีกุกบับ” Wang Dwaeji Gukbap | ข้าวต้มหมูปูซาน สถานี Haeundae station, ทางออก 1 เดินตรงไปจนแยกที่ 2 เลี้ยวซ้าย เดิน150เมตร ร้านอยู่ขวามือ (หน้าร้านเป็นป้ายไฟเหลืองๆ)หลังจาก เดินวนไปวนมา ในที่สุดก็เจอจนได้ เพราะความหิวแท้ๆ ระหว่างรอ ถ่ายรูปอย่างอื่นเล่นรอ  แต่ดันลืมถ่ายตอนข้าวต้มมา คอนเฟิร์มว่าอร่อยมาก หลังจากอิ่มแล้ว เป้าหมายต่อไปคือ หาดควังอัลลี  (Gwangalli Beach) ที่เปิดกูเกิลดูเดินไปไม่เท่าไหร่ แต่พอไปถึงหาดก็มืดสนิทแล้ว แถมมีก่อสร้างอะไรเป็นระยะ เลยได้แต่รูปพระจันทร์ในความมืดของทะเลเกาหลีมาฝากค่ะ

ฝากปูซานครั้งแรกไว้ด้วยนะคะ หวังว่าปูซานจะกลับมาปลุกไฟเกาหลีในตัวนักเดินทางทั้งหลายอีกครั้งนะคะ หลายคนคงเที่ยงโซลจนพรุนแล้ว ถ้ามีโอกาส แวะมาเที่ยวปูซานกันนะคะ เรามาครั้งแรกยังติดใจเลย เพราะมือไวไปหน่อย ตอนจองไม่คิดเลยไม่จุใจวันน้อย แต่ไม่เป็นไร เราจะกลับมาใหม่นะปูซาน Traveloka ช่วยเราได้ทุกเรื่องตั๋ว และโรงแรม พรุ่งนี้ต้องนั่ง KTX แต่เช้ากลับไปโซลแล้ว ไปก่อนนะ จนกว่าเราจะพบกันใหม่