ใครยังไม่เคยไปยกมือขึ้น!! ครั้งแรกในชีวิตเลยที่ไปไทเป ไต้หวัน ตื่นเต้นแบบสุด หลักๆแล้วก็ทำทุกอย่างเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไปแหละ แต่เจนจะพาไปหามุมถ่ายรูปสวยๆสำหรับสาวๆที่ อยากไปถ่ายรูปโดยเฉพาะ แต่มุมมันมีจำกัดเพราะประเทศนี่คนเยอะ ยั่วเยี้ยเวอร์วังมาก มาค่ะ เรามาจัดท่าจัดมุมให้สวยชิคได้ไม่ยากเลยนะ ตามมาๆ

DAY 1

กราบสายการบิน LION AIR ที่พาเราบินมาถึงไทเปอย่างสวยงามนะครัช  ถึงไทเป 8 โมง ต้องหาทางเข้าเมืองให้ได้ก่อน ตรงนี้ใครสะดวกแบบรถไฟก็ตามสบาย แต่เราเป็นสายรักความสบาย เพราะฉะนั้นเลือกแท็กซี่โลดดดดด เข้าเมืองในราคาประมาณ 1000 บาทนะจ๊ะ

เนื่องจากเจนพักในย่าน XIMEN ก็เลยมา CHECK IN ที่โรงแรม INHOUSE HOTEL โรงแรม 4 ดาว ราคาไม่แพง ใหม่สะอาดสะดวกของกินล้อมรอบ จองผ่าน www.traveloka.com/th-th นะคะ และวันแรกเราออกไปเดิน ย่านซีเหมินติง (Ximending, 西門町) เป็นย่านช้อปปิ้งของวัยรุ่นที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของไต้หวัน ถ้าให้พูดง่ายๆก็คือสยามสแควร์บ้านเรา หรือฮาราจุกุญี่ปุ่น อะไรแบบนี้ ซึ่งโรงแรมเราอยู่ตรงกลางย่านนี้เลย วันแรกก็จะเดินเล่นอยู่แถวบ้านนี่แหละเป็นการเก็บแรง ตรงนี้คนเยอะมากจริงๆ เสื้อผ้าแบรนด์ต่างก็เหมือนที่มีในเมืองไทย ส่วนมากที่ฮิตน่าจะเป็น Sport brand ที่เดินไปทางไหนก็เจอ เช่น Nike Adidas under armour และร้านเครื่องสำอางอันนี้บอกเลยว่าแบรนด์ที่ต้องจัดคือ DR.Wuu เพราะที่นี่คือฮิตมาก

ส่วนมุมที่เราว่าถ่ายรูปสวยก็คือตรงสี่แยก สถานีรถไฟฟ้า XIMEN ประตู 1 ตรงนี้ปังสุด มุมกว้างเห็น ถนน เมือง ท้องฟ้า ครบเลย แถมไม่มีคนมากวนใจทั้งนี้ต้องกราบกล้องที่เอาใช้ในทริปนี้ด้วย CANON EOS M50 ปรับ Preset ในกล้อง ถ่ายปุ๊ปจบหลังกล้องปั๊บ ไม่ต้องมาแต่งให้เมื่อย

แล้วสิ่งที่พลาดไม่ได้เลยเมื่อมาถึงไต้หวันก็คือชานมไข่มุก ซึ่งทั้งทริปเราลองมาหลายยี่ห้องหลายร้านมาก ขอโหวตตรงนี้เลยว่าชอบร้านนี้มาสุด ชานม 50 อร่อยจริงอร่อยจัง แล้วไข่มุกเป็นแบบไซส์มินิน่ารัก เวลาสั่งให้พูดกับพนักงานว่า “เจินจูหน่ายฉา เสี่ยวเจินจู” ก็จะได้ออกมาเป็นชานมหน้าตาแบบนี้

แล้วถ้าใครได้มาไต้หวันช่วง WEEKEND แบบนี้ สิ่งที่พลาดไม่ได้เลยก็คือการออกไปท่องราตรี เพราะผับบาร์ที่นี่เค้าก็เด็ดมาก ร้านแรกที่จะชวนไปในคืนแรกเป็นการนั่งชิล ยืนจิบไวน์สวยๆแบบยังไม่ต้องใช้แรงเยอะมาก ชื่อร้าน KOR ซึ่งบอกเลยว่าเป็นบาร์ระดับ 5 ดาว ไฮโซหรูหราหมาเห่า คนก็เช่นกัน แต่เพลงก็โยกไม่ได้มากเซงตรงนี้ ส่วนมากสาวๆก็จะมักมานั่งจับจองพื้นที่หน้าบาร์ ผู้ชายก็มีกะเปิดโต๊ะ VIP (ราคาเปิดโต๊ะ 30000-100000 บาท) ด้านบนมองลงมาส่องสาวๆ แล้วก็เดินลงมาชวนไปนั่งดื่มที่โต๊ะ สาวๆที่อยากเจอหนุ่มไต้หวั่นหน้าคมๆเป๊ะๆเหมือนออกมาจากซีรี่เชิญทางนี้!! บอกก่อนเลยว่าร้านนี้ยังไม่ค่อยมีต่างชาติมาถึงเท่าไหร่ เป็นลายแทงจากคน Local ล้วนๆ จ้า


DAY2
สื่งที่ควรมากินมากมาก คือตลาดปลา เป็ตลาดที่ดูไม่ตลาดอะ อย่างก็คือสดจิงจัง สามารถเลือกกินได้ทุกอย่าง หรือเดินเข้าไปสั่งเค้าได้เลยว่าเราอยากกินอะไร เค้าก็มีเซทจัดมาให้

อันนี้เราสั่งแบบเซท ซึ่งราคาประมาณ 1800 บาท รวมทุกอย่างที่เป็นของดีมาอยู่ในเซทเดียว โคตรเจ๋ง

ตอนเดินออกมาจากตลาดปลาผ่านลานจอดรถนาง เลยเดินเข้าไปถ่ายรูปสักหน่อย

ทานจนอิ่มแล้วเราไปต่อที่ Chiang Kai-Shek Memorial Hall อนุสรณ์สถานเจียงไคเชก เป็นแลนมาร์คสำคัญที่ต้องมาของไทเป ซึ่งแน่นอนว่าคนมหาศาลรวมไปถึงการทัวลงต่างๆ แต่ยังไงมาถึงไทเปแล้วก็ต้องมาไง ไม่งั้นมาไม่ถึง ทีนี้ลำบากตรงจะถ่ายรูปยังดีให้สวยในเมื่อคนเยอะขนาดนี้ ร้องไห้!!

ซึ่งตรงนี้เป็นด้านหน้า ที่นี่เป็นอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบจีน และหลังคาแปดเหลี่ยมสีน้ำเงินมันช่างพอดีกับคอสตูมเราอะไรเช่นนี้ กราบท่านเจียงไคเชค


เดินเข้ามาข้างในฝูงนักท่องเที่ยวต่างแย่งกันถ่ายรูปเยอะมาก เราทำอะไรมากไม่ได้งัดกล้องเสยขึ้นฟ้าเลยจ้า แล้วซูมหน้าแล้วครอปคนออกให้หมดจบเรื่อง

อีกมุมนึงที่เราว่าดีคือหลังประตูทางเข้าเดินเข้ามาไกลๆเลย ละปักหลักตรงนั้นเลยจ้า มุมดีมาก ถ่ายมุมเสยจะได้แบบถ่ายข้างบน ถ้าถ่ายมุมกดจะได้แบบภาพข้างล่าง


อีกอย่างที่เจอเยอะมากคือน้องหมา เหมือนคนที่นี่ชอบมาน้องมาเดินเล่นที่นี่กัน เพราะเจอหมาเกือบครบทุกพันธุ์ละเนี่ย แต่ชอบน้องชิบะตัวนี้มากเป็นมิตรเวอร์ เล่นกล้องตลอดเว กิ้ว!!!

ก่อนจะหมดวันเราจะไม่หลับกันง่ายๆวันเสาร์แบบนี้เราจะพลาดการท่องราตรีไม่ได้อีกคราวนี้จะพากันไปลากยาวที่ผับอันดับต้นๆของไทเ เต้นให้ยับไม่เมาไม่กลับบ้านแต่เสียดายว่าเราไม่มีภาพเยอะเพราะเค้าไม่ให้เราเอากล้องเข้าไปเสียใจมาก แต่อยากจะมาเล่าความประทับใจ ผับนี้ชื่อ CHESS ระดับ 5 ดาวเช่นเดิมเพิ่มเติมคือต่างชาติเสียค่าเข้า 1000+ เข้าไปแล้วแด๊นยับมากเพลงเป็นแนวฮิปฮอป คนก็ดีม๊ากกกกกกเช่นเดิม ส่วนเราก็ยืนจับจองหน้าบาร์เต้นตั้งแต่ 5 ทุ่มยันตี 5 ไม่หยุดเลยสักแอะ เที่ยว Chess วันเดียวเหมือนได้เที่ยวเดโม่ 3 วันติด ตอนผับเลิกเดินออกมากินไส้กรอกข้าวข้างถนนอร่อยเวอร์ ต้องยกมือไหว้ลุงคนขายเลยอะ

DAY 3
แลนด์มาร์คที่สำคัญที่สุดพลาดไม่ได้เลยคือตึก TAIPEI 101 ตึกที่สูงอันดับ 2 ของโลก(ตอนนี้ไม่รู้มีใครโค่นไปยัง) เป็นจุดชมวิวเมืองไทเปด้วยนั่นเอง แต่เรามาถึงนี้จะถ่ายแค่วิวอย่างเดียวคนไม่เจ๋งเท่าถ่ายตัวเองกับตึก เราลงมาถ่ายที่ริมถนนซะเลยก็ได้อยู่นะ เห็นตึกเต็มๆเลย ส่วนในตึกก็จะเป็นห้างสรรพสินค้ามีแบรนด์เนมให้ช๊อปเยอะมาก ส่วนชั้น 5 จะเป็นที่ขายตั๋วให้เราขึ้นไปชมวิวที่ชั้น 89 โดยขึ้นลิฟที่นี่เจ๋งมากใช้เวลาแค่ 1 นาที ก็ถึงชั้น 89 ไวเกิ๊นนนนนน

สุดท้ายสิ่งที่ต้องกินแบบถ้าไม่ได้กินต้องเสียใจมากคือร้าน YEN อยู่ที่โรงแรม W TAIPEI เชฟที่นี่เป็นระดับมิชลินจากฮ่องกงชื่อ Dicky Wu ถ้ามาช่วง lunch จะเป็น DIM SUM แต่ถ้ามาช่วงเย็นหลัง 6 โมงเย็นจะเป็นเมนูแบบ a la carte ซึ่งเรามาหลัง 6 โมง แต่ให้โรงแรมจองร้านให้โดยต้องจองเป็ดด้วยถ้าเราจะทานเป็ดนะ


ความดีงามของที่นี่คือการได้ทานอาหารพร้อมกับได้ชมวิวเมืองไทเปไปด้วย ฟินมากกกกก


สิ่งที่เราสั่งมาคืออร่อยทั้งหมดดดดด กรีดร้องใครมาทานที่นี่ห้ามพลาดเด็ดขาด
1. Jellyfish tossed in cucumber, minced garlic, ginger
2. Kurobuta pork belly
3. YEN roast duck (Advance reservation)
4. Rice Noodle with Clam and Luffa in Superior Braised Lobster Stock
5. Lemongrass crystal jelly with aloe vera, lime sorbet
6. Custard Bun with Egg Yolk


และนี่ก็คือวิวเมืองไทเปจากชั้น 31 ของโรงแรม W Taipei ค่ะ ก็คือสวยงามมากจริงๆ วิวดี อาหารดี ฟินขั้นสุดเลย

ก่อนปิดการรีวิวสำหรับทริปนี้จะขาดสปอนเซอร์ใจดีไม่ได้เลย ถ้าไม่มี Traveloka ใครคิดจะจองตั๋วเครื่องบินและที่พักอย่าลืมคิดถึงนาง และ Canon สำหรับกล้อง EOS M50 โดยทั้งทริปนี้ใช้กล้องนี้ถ่ายทั้งหมดนะคะ สุดท้ายขอบคุณ LION AIR ที่พาเราเดินทางไปและกลับอย่างสวัสดิภาพค่ะ กราบงามที่อก 3 ที