อยากไปเที่ยวไต้หวัน แต่ไม่รู้จะพักย่านไหน เราจะบอกให้ว่า ย่านซีเหมินติงนี่แหละตอบโจทย์ไลฟสไตล์คนไทยที่ไปเที่ยวไต้หวันที่สุด เพราะย่านนี้เต็มไปด้วยความสะดวกทุกสิ่งอย่าง ทั้งเรื่องกิน อาหารแบบร้านชื่อดัง หรือรถเข็นโลคอลเดินกินตลอดทาง หรือสายแฟชั่นก็ฟินเพราะมีแบรนด์สปอร์ตเพียบ รองเท้าราคาถูกก็เยอะ ทั้ง อดิดาส ไนกี้ โอนิซึกะ หรือแม้แต่ร้านชานมไข่มุกก็มีเพียบเดินไปกินไปชีวิตดี๊ดี

ย่านซีเหมินติง ที่พักโรงแรมเยอะนะ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาเราไปเที่ยวไต้หวันมา 5 วันก็พักย่านซีเหมินติง เพราะเดินทางสะดวกมีสถานีรถไฟใต้ดินถึงเลย และอย่างที่บอกแหละอาหารกินก็หาง่ายที่พักล้อมรอบด้วย อาหารและแหล่งเที่ยวแล้วทำไมเราจะไม่พักย่านนี้หละ 5 วันเราพัก 2 โรงแรมเพราะอยากลองหลายๆ บรรยากาศซึ่งทั้ง 2 ที่นี่ก็ไม่ไกลกันมากเพราะไม่อยากขนของไกลๆ ซึ่งการจองที่พักไต้หวันก็สะดวกสบายเราก็จองกับ Traveloka แอปพลิเคชั่นจองตั๋วเครื่องบินและที่พักหนึ่งเดียวในใจเรา จองง่าย จ่ายสะดวกแถมมีโค้ดส่วนลด ตอนเราจองก็ได้ลดที่พักไต้หวันนะ มีโค้ดที่พักต่างประเทศพอดีลดไปประมาณเกือบ 500 บาท เยอะอยู่นะชื่นใจมากๆ กับโค้ดส่วนลดนี้

จองที่พักไต้หวัน ย่านซีเหมินติง กับ Traveloka

เช็คโปรโมชั่นส่วนลดกับ Traveloka

โปรโมชั่นโรงแรม

Rose Boutique Hotel

2 คืนแรกที่ไต้หวัน เราพักที่ Rose Boutique Hotel ที่นี่ราคาเริ่มต้นประมาณ 2,600 บาท ตอนที่เราไปพักซึ่งราคาอาจปรับเปลี่ยนไปตามช่วงเวลานะ อยู่ในซีเหมินเลย แต่ไม่ได้อยู่ตรงกลางนะ จะขยับออกมาบริเวณนอกๆ หน่อยจะได้ไม่เสียงดังของดนตรีจากตลาดกลางคืนซีเหมินติง โรงแรมที่ไต้หวันส่วนมากเช็คอินได้ประมาณบ่าย 3 แต่ถ้ามีห้องว่างเขาก็จะให้เราเข้าพักแต่ส่วนมากไม่ค่อยได้ก่อนเที่ยงหรอก เพราะเวลาเช็คเอาท์ก็อยู่ที่ 12.00 น. นั่นแหละ

เรามาถึงโรงแรมประมาณ 11 โมงเพราะมาไฟล์เช้า (เวลาของไต้หวันจะเร็วกว่าเราประมาณ 1 ชั่วโมงนะ) ก็เข้าโรงแรมก่อนฝากของกระเป๋าอะไรไว้ก่อน จากนั้นก็ออกไปหาอะไรกิน ซึ่งหากหันหน้าเข้าโรงแรมฝั่งขวามือข้างๆ ที่พักมีร้านเครื่องในพะโล้เปิดอยู่ซึ่งคิดว่าต้องเป็นร้านชื่อดังแน่ๆ เลยลองกินดูรสชาติไม่ต่างจากพะโล้บ้านเราเท่าไร แต่รสชาติจะอ่อนกว่ากินเปล่าๆ ว่าอ่อนแล้วยิ่งกินกับข้าวกลายเป็นจืดเลย แต่โดยรวมคือดีนะใครมาพักที่นี่อย่าลืมแวะกินได้เลย

ขยับมาทางซ้ายอีกนิดจะมีร้านซาลาเปาข้างๆ โรงแรม ตอนแรกก็ว่าจะเดินผ่านไป เพราะว่าอิ่มมากมาจากร้านข้างๆ แต่ว่าความหอมของซาลาเปาทำให้เราอดใจไม่ได้เลย ลองซื้อหมั่นโถวน้ำตาลลองชิมดูหน่อย หืมไม่ผิดหวังและเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้วที่ได้กิน มันอร่อยและเนื้อแป้งนวลนุ่มเหนียวหนึบมาก ลูกใหญ่นะราคาประมาณ 20 บาท (ถ้าเราจำไม่ผิด)

จากนั้นก็ไปเดินเล่นที่ซีเหมินสักพักใหญ่เลย ตลาดซีเหมินคือคนมาเดินเล่นตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่ๆ เลยนะ นักเรียน นักศึกษาเยอะมาก ที่เยอะไม่แพ้กันคือคนไทย มาเที่ยวย่านนี้เหมือนมาเที่ยวสยามแถวบ้านเพราะคนไทยเต็มไปหมดเลย ><

ประมาณ 4 โมงเราก็เข้ามาเช็คอินที่โรงแรม พนักงานน่ารักมากพูดภาษาอังกฤษไม่คล่องมากแต่พยายามทำความเข้าใจและช่วยเหลือเรามากๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นการถามาทางที่เที่ยว หรือร้านอาหารย่านนั้นถามเขาได้แนะนำร้านอร่อยๆ ด้วย

ที่ Rose Boutique Hotel เป็นที่พักเล็กๆ ด้านหน้าเหมือนเป็นห้องแถวหนึ่งห้อง แต่พอเข้าไปด้านในก็ไม่ได้เล็กอะไรมาก บริเวณล็อบบี้ มีพื้นที่ให้ได้นั่งพักผ่อนตามอัธยาศัย มีอินเตอร์เน็ตให้ใช้บริการ ชา-กาแฟ น้ำดื่มฟรี มีมุมให้อ่านหนังสือด้วย อยากยืดเส้นยืดสายก็ลงมานั่งเล่นบริเวณนี้ได้

ที่นี่มีห้องพักไม่มากแต่ละชั้นมีประมาณ 4-5 ห้อง และมี 5 ชั้น ห้องพักขนาดกระทัดรัดไซส์มินิตามสไตล์ไต้หวัน เข้าไปก็เจอเตียง มีตู้เย็น ตู้เซฟให้ มินิบาร์ฟรี น้ำดื่มให้วันละ 2 ขวด มีหน้าต่างบานเล็กๆ ซึ่งเปิดเลื่อนได้เล็กน้อย มีมุมโต๊ะนั่งทำงานด้วยนะ โดยรวมแล้วห้องพักเขาก็สะอาดและถึงแม้จะไม่มีหน้าต่างให้เปิดกว้างๆ ให้ระบายแต่ห้องพักก็ไม่อับ

 

ในส่วนของห้องน้ำกว้างอยู่นะ แบ่งเป็นสองโซน โซนแห้งกับโซนอาบน้ำ ผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำก็ครบถ้วนเลย หมวกคลุมอาบน้ำ ที่โกนหนวดคุณผู้ชาย หมวกอาบน้ำ แปรงที่มาพร้อมยาสีฟัน เป็นที่พักไต้หวันที่ค่อนข้างครบถ้วน แต่ว่าห้องพักไม่ค่อยเก็บเสียงเท่าไรพูดคุยกันเบาๆ ด้วยนะ

จองที่พัก Rose Boutique Hotel กับ Traveloka

Inhouse Hotel Heritage

มาต่อกันที่ Inhouse Hotel Heritage เราพักที่นี่คืนที่ 3และ4 ซึ่งไม่ไกลจากที่ Rose Boutique Hotel ขยับมาอีกแยกนึงก็เจอแล้ว สำหรับ Inhouse Hotel Heritage จะใกล้ซีเหมินเข้ามาหน่อย และเป็นที่พักใหญ่ขึ้นมาหน่อยจากที่เดิม ที่โรงแรมนี้ก็เช่นกันเช็คอินได้ประมาณบ่าย 3 โมง ซึ่งพอเราเช็คเอาท์จากที่ Rose Boutique Hotel ช่วงเที่ยง ก็ไปฝากกระเป๋าไว้ที่ Inhouse Hotel Heritage แล้วก็ออกไปเที่ยวหาข้าวกินเช่นเคย ซึ่งละแวกนี้เดินไปทางไหนก็เจอของกิน ไม่ต้องห่วงว่าจะหิวกินไม่อิ่มถ้าได้อยู่ย่านซีเหมิน

เรากลับมาเช็คอินที่ Inhouse Hotel Heritage เกือบ 5 โมงเย็นเพราะเดินเล่นเพลินไปหน่อย ที่นี่ด้านหน้าก็ไม่ต่างจากที่เดิม ด้านหน้าเป็นห้องแถวเล็กๆ แต่ด้านในคือสวยคนละโลกกับด้านนอก เช็คอินปุบก็ขึ้นห้องได้ปับ แต่แอบสงสัยอย่างนึงทั้ง 2 ที่พักเลยไม่มีคนพาเอากระเป๋าไปเก็บที่ห้องนะ เมื่อได้คีย์การ์ดแล้วต้องลากกระเป๋าขึ้นไปเอง ในส่วนของพนักงานก็ให้บริการดีมาก ภาษาอังกฤษปั๊วมาก อ้อลืมบอกห้องพักที่นี่ราคาค่อนข้างสูงประมาณ 3,500 บาท ราคานี้มาพร้อมกับอาหารเช้าด้วย แต่เมื่อเทียบกับที่แรกที่เราพักเพิ่มอีกหนึ่งพันบาทก็ถือว่าพอใจอยู่นะ

บรรยากาศที่พัก สวยไหมละ ใครสายถ่ายรูปเช็คอินมาพักที่นี่เหอะ คุ้มค่าแล้วโรงแรมก็กลิ่นหอมด้วยนะคุณ

ที่นี่มีห้องพักเยอะอยู่และมีหลายชั้นกว่า เราได้พักชั้น 8 ห้องพักกว้างแต่ก็ไม่เก็บเสียงเหมือนกัน เสียงทีวิห้องข้างๆ ดังมาถึงห้องเราเลย ห้องพักที่นี่เป็นสไตล์โมเดิร์น ตกแต่งสวย ที่นอนไม่ใหญ่มากแต่นอนสองคนได้แบบไม่อึดอัดอะไร สำคัญคือที่นอนแน่นนอนแล้วไม่ปวดหลังเลย หมอนก็นุ่มแบบหัวถึงหมอนปุบดูดวิญญาณเราให้หลับลงไหลไปเลยจ้า

มินิบาร์ในตู้เย็นฟรีหมดเลย แต่ไม่มีการเติมนะ หมดแล้วหมดเลยไม่ว่าจะอยู่กี่คืนก็ตาม ชา-กาแฟเครื่องต้มน้ำร้อนมีให้ด้วย

เราชอบห้องน้ำของที่นี่นะ ห้องน้ำกว้างพอๆ กับห้องนอนเลย แบ่งเป็นโซนแห้งกับโซนเปียก มีกระจกกั้นไว้ เคาน์เตอร์กระจกไซส์ใหญ่ ผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำ ครีมอาบน้ำ ยาสระผม โลชั่น คือดี มีอ่างน้ำ มีชาวเวอร์ให้ น้ำพุ่งแรงเดินเล่นมาเพลียๆ ได้นอนแช่น้ำอุ่นในอ่างคือฟินที่สุดเลย

ตอนเช้าอย่าลืมตื่นมากินอาหารเช้าด้วยนะ ห้องอาหารอยู่ที่ชั้น 2 ไลน์อาหารมีไม่มาก แต่ก็มีครบถ้วน ทั้งแบบอาหารโลคอลสไตล์ไต้หวัน หรือสไตล์อเมริกันก็มี นม ครอนเฟล็ก สลัด น้ำผลไม้ ขนมปัง แยม ข้าวต้มมีทุกอย่าง กินอิ่มเช้าแล้วก็ออกเดินทางไปเที่ยวต่อได้เลย

 

จองที่พัก Inhouse Hotel Heritage กับ Traveloka

ติดตามที่เที่ยว ที่กิน ที่พัก กันต่อได้ที่ The Journey Moment