สิงคโปร์ ประเทศเล็กๆที่มีขนาดพื้นที่พอๆกับจังหวัดภูเก็ต แต่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ไปเที่ยวมาหลายรอบแล้วก็ยังเที่ยวได้ไม่ครบสักที เป็นประเทศที่อยากแนะนำสำหรับคนที่กำลังวางแผนจะไปท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นครั้งแรก เพราะเดินทางง่าย สะดวก และปลอดภัยมาก รับประกันว่าจะต้องได้รับความประทับใจกลับมาอย่างแน่นอน หากยังนึกไม่ออกว่าจะไปเที่ยวที่ไหนและทำกิจกรรมอะไรดี วันนี้เรามี 10 ประสบการณ์ที่ต้องทำเมื่อไปเที่ยวสิงคโปร์มาฝาก เพื่อเป็นทางเลือกในการออกไปสร้างประสบการณ์และความทรงจำดีดีร่วมกันกับเพื่อนร่วมทริปคนพิเศษของคุณ

 

จองตั๋วเครื่องบินไปสิงคโปร์ กับTraveloka

 

1. ปลอมตัวเป็นมินเนี่ยนเที่ยวยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ (Universal Studio)

ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ (Universal Studio) สวนสนุกในธีมภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย เป็นจุดหมายอันดับต้นๆที่ทุกคนควรไปเยือนเมื่อมาเที่ยวสิงคโปร์ ตั้งอยู่บนเกาะเซ็นโตซ่า (Sentosa) ภายในสวนสนุกแบ่งออกเป็น 7 โซน ประกอบด้วย Hollywood, New York, Sci-Fi City, Ancient Egypt, The Lost World, Far Far Away และ Madagascar

 

สำหรับพระเอกของที่นี่ เราขอยกให้กับเจ้ามินเนี่ยนตัวสีเหลืองน่ารัก ตัวแทนของความสนุกสนานร่าเริง เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของสวนสนุกจึงขอปลอมตัวเป็นมินเนี่ยนหนึ่งวันในธีมเสื้อสีเหลืองกางเกงสียีนต์ หาซื้อเสื้อได้ที่ร้าน Uniqlo แต่ถ้าหากไม่มีก็สามารถมาหาซื้อเสื้อธีมมินเนี่ยนได้ที่ร้านขายของฝากด้านในสวนสนุกได้เช่นกัน

 

ตั๋วค่าเข้าแบบ One Day เล่นได้ทุกเครื่องเล่น ราคา S$ 75 หรือประมาณ 1,800 บาท แต่ถ้าจองผ่าน Traveloka ลดเหลือเพียง 1,650 บาท และยังสามารถใช้โค้ดส่วนลดเพื่อลดเพิ่มได้อีกด้วย เมื่อยืนยันการจองเรียบร้อยแล้วสามารถใช้บาร์โค้ดที่ได้รับสแกนเข้าประตูสวนสนุกได้เลย โดยไม่ต้องไปต่อแถวออกตั๋วอีกรอบ

การเดินทาง : นั่ง MRT มาลงสถานี Harbourfront จากนั้นจึงเลือกวิธีการเดินทางข้ามไปยังเกาะเซ็นโตซ่า ดังนี้
1. Sentosa Express รถไฟฟ้าแบบโมโนเรล ใช้เวลาประมาณ 8 นาที ค่าโดยสาร S$ 4 (ประมาณ 90 บาท)
2. Singapore Cable Car กระเช้าลอยฟ้าข้ามทะเลไปยังเกาะ ใช้เวลาประมาณ 12 นาที ค่าโดยสาร S$ 35 (ประมาณ 800 บาท)
3. Sentosa Boardway ทางเดินเท้าข้ามไปยังเกาะ ระยะทางประมาณ 700 เมตร ค่าผ่านทาง S$ 1 (ประมาณ 22 บาท)
4. Grab Taxi หรือ Grab Car

 

2. เดินชอปปิ้งและถ่ายรูปในตรอกชิคๆ (Haji Lane​)

ฮาจิเลน (Haji Lane) ตรอกเล็กๆท่ามกลางตึกแถวสไตล์ชิโนโปรตุกีสที่ถูกตัดแปลงมาเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขายของที่ระลึก เสื้อผ้า กระเป๋า และรองเท้าแบบชิคๆ ตกแต่งฝาผนังของตึกด้วยกราฟฟิตี้เท่ๆ ที่นักชอปสายฮิปเตอร์ต้องห้ามพลาด ชอปไปถ่ายรูปไปเพลิดเพลินมากแต่โปรดระวังเงินในกระเป๋าของท่านจะหมดไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัว

การเดินทาง : นั่ง MRT มาลงที่สถานี Bugis ทางออก B

 

3. ผจญภัยในโลกแห่งศิลปะวิทยาศาสตร์​ (Future World​)

Future World โลกแห่งอนาคตที่ผสมผสานกันระหว่างศิลปะและวิทยาศาสต์ได้อย่างลงตัว ตั้งอยู่ภายในตึก ArtScience Museum ริมอ่าวมาริน่า อยู่ติดกับ Marina Bay Sands ด้านในจัดแสดงนิทรรศการศิลปะวิทยาศาสตร์ที่สามารถโต้ตอบกับผู้เข้าชมได้เสมือนกับมีเวทมนต์ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แบ่งออกเป็น 5 โซน ได้แก่ Nature, Town, Sanctuary, Park and Space

โซน Nature เป็นสวนดอกไม้หลากหลายสีสันสวยงาม ผีเสื้อนับร้อยบินไปมา มีน้ำตกไหลลงมาจากเพดานกลายเป็นลำธารไหลผ่านกลางห้อง หากเอาตัวเข้าไปยืนขวาง กระแสน้ำจะไหลหลบตัวเราไปด้านข้างได้ด้วยนะ

โซน Town เป็นเมืองแห่งจินตนาการที่ผู้เข้าชมทุกคนสามารถร่วมกันสร้างขึ้นมาได้ โดยการวาดภาพและระบายสีที่ต้องการลงบนกระดาษที่จัดเตรียมไว้ให้ จากนั้นนำกระดาษไปสแกนที่เครื่อง รูปภาพของเราก็จะไปปรากฎบนหน้าจอแอลอีดีขนาดใหญ่และสามารถเคลื่อนไหวได้

โซน Sanctuary ออกจากความวุ่นวายของเมืองเข้าสู่ดินแดนมหัศจรรย์ดิจิตอลที่งดงาม เมืองแห่งความสงบสุขที่ถือว่าเป็นโอเอซิสในใจกลางของ Future World

โซน Park สวนแห่งการเล่นและเรียนรู้สำหรับทุกเพศทุกวัย

และโซนสุดท้าย Space พาตัวเองเดินทางทะลุผ่านใจกลางของจักรวาลดิจิตอลที่ยิ่งใหญ่ตระการตา สัมผัสกับความสวยงามของคริสตัลนับแสนดวงที่เปลี่ยนสีไปมาตามจังหวะของเสียงดนตรี

ค่าตั๋วเข้าชม : ผู้ใหญ่ S$ 18 (ประมาณ 400 บาท)
เด็ก (อายุ 2-12 ปี) / นักเรียน / ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) / ผู้ดูแลผู้พิการ S$ 13 (ประมาณ 300 บาท)

รอบการเปิดให้เข้าชม : 10.00 น. / 11.30 น. / 13.00 น. / 14.30 น. / 16.00 น. / 17.30 น.

การเดินทาง : นั่ง MRT มาลงที่สถานี Bayfront ทางออก B

 

4. วิ่งเล่นบนผืนผ้าใบดิจิตอล (Digital Light Canvas​)

Digital Light Canvas ตั้งอยู่ภายในห้าง The Shoppes at Marina Bay Sands ชั้น B2 ผืนผ้าใบดิจิตอลขนาดใหญ่บริเวณตรงกลางโถง แสดงการเคลื่อนไหวของฝูงปลากำลังแหวกว่ายอยู่ในมหาสมุทร สลับกับทุ่งดอกไม้สีสันสดใสที่กำลังเบ่งบาน สามารถโต้ตอบกับการเคลื่อนไหวของผู้เข้าชมที่วิ่งเล่นไปมาอย่างสนุกสนาน

ค่าตั๋วเข้าชม : S$ 5 (ประมาณ 115 บาท) / เข้าชมฟรี สำหรับเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี และผู้ที่มีตั๋วเข้าชม Future World
เวลาเปิด-ปิด : อา – พฤ : 11.30 น. – 21.00 น. / ศ, ส : 11.00 น. – 22.00 น.

การเดินทาง : นั่ง MRT มาลงที่สถานี Bayfront ทางออก B

 

5. ขี่สกู๊ตเตอร์เที่ยวรอบอ่าวมารีน่า (Marina Bay)

การขี่สกู๊ตเตอร์เที่ยวรอบอ่าวมารีน่าเป็นกิจกรรมที่อยากแนะนำมากๆ เพราะเป็นการเที่ยวชมบรรยากาศรอบๆอ่าวที่มีขนาดใหญ่ โดยไม่ต้องเดินให้เหนื่อย ช่วยประหยัดแรงและเวลาในการเที่ยวได้เยอะมาก แถมยังได้เจอมุมถ่ายรูปสวยๆ ใหม่ๆ อีกหลายมุม โดยเฉพาะมุมที่อยู่ในรูปด้านล่างนี้ เป็นมุมจากสวนสาธารณะ Gardens By The Bay East ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ Marina Barrage และ Gardens by the Bay แนะนำให้มาช่วงประมาณหลัง 4 โมงเย็น แสงกำลังสวย บรรยากาศดีมากๆ

สกู๊ตเตอร์สามารถหาเช่าได้จากบริเวณหน้าห้าง Marina Bay Sands (ตึกรูปเรือ) มีให้เลือกหลายยี่ห้อ พวกเราใช้บริการของ Neuron โดยโหลดแอพพลิเคชั่นบนมือถือ ลงทะเบียนชำระด้วยบัตรเครดิต จากนั้นแอพจะแสดงตำแหน่งของสกู๊ตเตอร์ที่ว่างอยู่และพร้อมใช้งาน เลือกคันที่ต้องการแล้วสแกนคิวอาร์โค๊ดที่อยู่บนสกู๊ตเตอร์เพื่อเริ่มใช้งาน ค่าบริการเริ่มต้น S$ 1 และ S$ 0.12/นาที ระหว่างทางสามารถจอดแล้วล๊อคไว้ชั่วคราวได้ คนอื่นจะไม่สามารถใช้ต่อได้จนกว่าเราจะคืน โดยจะต้องนำมาคืนบริเวณเขตที่กำหนดซึ่งสามารถดูได้จากแอพพลิเคชั่น และที่สำคัญหนึ่งคันสามารถขี่ได้สองคน สะดวกและสนุกมากๆ

 

6. นั่งเล่นรับลมบนดาดฟ้าเขื่อนมาริน่า (Marina Barrage)

Marina Barrage เขื่อนกั้นน้ำของอ่าวมาริน่าที่ไม่ได้มีประโยชน์แค่กั้นน้ำ แต่ยังเป็นสถานที่พบปะสังสรรค์และปิกนิคของคนสิงคโปร์และนักท่องเที่ยวซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากบริเวณดาดฟ้าของเขื่อนออกแบบให้เป็นลานโล่งกว้าง มีสนามหญ้าสีเขียวสบายตา สามารถมองเห็นวิวรอบเขื่อนจากมุมสูงได้แบบ 360 องศา ทิศตะวันออกเป็นวิวทะเล ส่วนทิศตะวันตกเป็นวิวตึกสูงทันสมัย Gardens by the Bay และ Singapore Flyer ช่วงหลัง 4 โมงเย็นจนถึงพระอาทิตย์ตกดินบรรยากาศดีมากๆ

การเดินทาง : นั่ง MRT มาลงที่สถานี Bayfront ทางออก B จากนั้นเลือกระหว่างเดินกับเช่าสกู๊ตเตอร์หรือจักรยานมายังเขื่อน ระยะทางประมาณ 1.6 กม.

 

7. ชมการแสดงแสงสีเสียงใต้ต้นไม้ยักษ์ (Supertree Grove)

หลังจากเต็มอิ่มกับบรรยากาศบนดาดฟ้าของเขื่อน Marina Barrage มาต่อกันที่ Supertree Grove ต้นไม้ยักษ์ที่ตั้งอยู่ภายในสวนของ Gardens by the Bay เพื่อชมการแสดงแสงสีเสียงที่น่าตื่นตาตื่นใจ ราวกับว่าต้นไม้เหล่านี้มีชีวิตและกำลังกระโดดโลดเต้นไปตามจังหวะของเสียงดนตรี

เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน วันละ 2 รอบ เวลา 19.45 น. และ 20.45 น. แนะนำให้มาก่อนเวลาสัก 30 นาที เพื่อจะได้เลือกที่นั่งชมในมุมที่ถูกใจ

 

8. ชมบรรยากาศยามค่ำคืนรอบอ่าวมารีน่า (Marina Bay)

อ่าวมารีน่า (Marina Bay) สถานที่ท่องเที่ยวที่ทุกคนต้องมาเมื่อได้มาเยือนสิงคโปร์ เป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์เลยก็ว่าได้ และยังเป็นที่ตั้งของ Merlion หรือสิงโตพ้นน้ำ มาสคอตของประเทศสิงคโปร์ที่นักท่องเที่ยวต้องแวะเวียนมาถ่ายรูปเก็บภาพเป็นที่ระลึกกันอย่างไม่ขาดสาย

สามารถมาเดินเที่ยวชมบรรยากาศรอบอ่าวมาริน่าได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ช่วงก่อนพระอาทิตย์จะตกดินจนถึงกลางคืนจะดีที่สุด เพราะอากาศไม่ร้อน และจะได้ชมสถาปัตยกรรมรอบอ่าวที่พร้อมใจกันประดับไฟอย่างสวยงาม โรแมนติกมากๆ เหมาะกับการพาแฟนมาเดท

นอกจากนี้ในทุกๆวันจะมีการแสดงชุด Wonder Full Light & Water Spectacular การแสดงแสงสีเสียงบนน้ำสุดอลังการ บริเวณหน้าห้าง The Shoppes at Marina Bay Sands เปิดให้ชมฟรีทุกวัน รอบการแสดง อา-พฤ : 20.00 น. / 21.30 น. และ ศ, ส : 20.00 น. / 21.30 น. / 23.00 น.

 

9. เดินลอดอุโมงค์ต้นไม้ (Fort Canning Park)

Fort Canning Park สวนสาธารณะขนาดใหญ่สไตล์อังกฤษ ตั้งอยู่บนเนินเขาที่ถูกโอบล้อมด้วยตึกน้อยใหญ่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มีจุดเด่นอยู่ที่อุโมงค์ทางเดินเชื่อมระหว่างสวนสาธารณะกับถนนด้านนอก โดยที่ปลายอุโมงค์ฝั่งสวนสาธารณะจะมีบันไดหินวนเป็นครึ่งวงกลมขึ้นไปด้านบน ปากปล่องของอุโมงค์ถูกปกคลุมด้วยไม้เลื้อยและต้นไม้ขนาดใหญ่ เมื่อถ่ายจากมุมด้านล่างย้อนขึ้นไปก็จะได้มุมภาพเท่ๆไปอวดเพื่อนอย่างในรูป

การเดินทาง : นั่ง MRT มาลงที่สถานี Dhoby Ghaut ออกทางออก B แล้วเลี้ยวซ้ายมาทางวงเวียน เดินตรงผ่านวงเวียนไปยังป้ายรถเมล์ จากนั้นข้ามถนนมาอีกฝั่งแล้วเลี้ยวซ้าย เดินตรงไปเรื่อยๆจะเจอกันปากทางเข้าอุโมงค์ ถ้าอ่านแล้วงงคลิก https://bit.ly/2X31BXv

 

10. ชมแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของสนามบินสิงคโปร์ (Jewel Changi Airport)

ปิดท้ายด้วย Jewel Changi Airport แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของสนามบินสิงคโปร์ ตัวอาคารด้านนอกมีการดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นทรงกลมรูปโดมกระจกใสเสมือนเม็ดอัญมณี ตรงกลางของโดมเป็นหลุมขนาดใหญ่ที่มีน้ำไหลมารวมกันกลายเป็นน้ำตกที่ยิ่งใหญ่อลังการ ภายในออกแบบเป็นสวนสาธารณะที่หนาแน่นไปด้วยพันธุ์ไม้น้อยใหญ่นานาชนิด ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ท่ามกลางป่าในธรรมชาติจริงๆ มีร้านค้าร้านอาหารให้เลือกชอปเลือกทานกว่า 280 ร้าน มีพื้นที่ให้นั่งเล่นพักผ่อน และมีกิจกรรมต่างๆให้ทำอีกมากมายระหว่างรอขึ้นเครื่องหรือต่อเครื่อง สามารถใช้เวลาอยู่ที่นี่กันได้ทั้งวันเลยทีเดียว

และทั้งหมดนี้ก็คือ 10 ประสบการณ์ที่อยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองทำเมื่อมีโอกาสได้ไปเที่ยวประเทศสิงคโปร์ เพื่อเป็นทางเลือกในการออกไปสร้างประสบการณ์และความทรงจำดีดีร่วมกันกับเพื่อนร่วมทริปคนพิเศษของคุณ

คิ้วหนา & ตากลม
LOVE IS A JOURNEY | เพราะความรัก คือการเดินทาง…
ติดตามการเดินทางของพวกเราเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.facebook.com/LoveIsAJourneyThailand