สวัสดีครับ ผม “ปิ๊ง” จาก DestinationFoody รอบนี้ผมถูกทิ้งให้ติดเกาะคนเดียว…เที่ยวคนเดียว 2 วันเพราะพี่สาวตัวดีของผมนี้แหละครับตัวต้นเหตุ ชวนมาแล้วก็ทิ้งผมไว้กลางทาง…ยังดีครับที่ 2 วันแรกพี่ผมยังคิดเป็นห่วงเป็นใยน้องชายบ้างก็เลยเที่ยวเป็นเพื่อนก่อนทิ้งกัน

รอบนี้ผมกับพี่นั่งเครื่องบินแยกกันมาครับ ผมจองตั๋วเครื่องบินไปสิงคโปร์เองผ่านทางแอปทราเวลโลก้า ผนใช้แอปนี้เป็นประจำอยู่แล้วเพราะว่าสะดวก แล้วก็ใช้งาน และราคาตั๋วเครื่องบินส่วนใหญ่จะถูกกว่าแอปอื่นเท่าที่ผมเคยเทียบดูครับ ฉะนั้น ใครสนใจจะจองตั๋วเครื่องบินมาเที่ยวสิงคโปร์เหมือนผมล่ะก็ ก็สามารถกดคลิกเข้าไปจองกันได้เลยครับกับ Traveloka

ผมมาโดยสายการบิน Jet Star ครับ สายการบิน Low cost ราคาประหยัด ส่วนพี่สาวตัวดีของผมนั่งการบินไทย สายการบินประจำชาติของไทย ผมนี่แอบอิจฉาเล็กน้อย อ่อ…ที่แยกกันมาไม่ใช่เพราะอะไร คือพี่ผมบินมาประชุมกับบริษัทครับ ส่วนผมบินมาเอง ตังตัวเองล้วนๆ คิดแล้วก็ก้มหน้าทำงานวนไปครับ…

อันนี้คืออาหารบนเครื่องที่พี่สาวส่งมายั่วของการบินไทย…คือ…ส่งมาทำไม หิว!

พอผมถึงสนามบินชางงี ที่สิงคโปร์ สิ่งแรกที่ตามหาคือ Wifi ฟรีครับ จะได้ Contact พี่สาวผมได้ เพราะว่านัดกันว่าให้เจอที่ทางออกบริเวณหยดน้ำเต้นระบำ เราสามารถหา Wifi ฟรีได้ 2 จุด ครับคือบริเวณ information ก่อนลงบันไดไปยังตม.ขาเข้า และอีกจุดคือ Infomation ด้านนอกประตูออก จะอยู่ใกล้จุดที่ขายบัตรและซิมการ์ดครับ

บอกตามตรงว่าผมค่อนข้างตื่นเต้นครับ เพราะว่าผมไม่เคยเที่ยวต่างประเทศคนเดียวเลย และครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ผมมาสิงคโปร์เองคนเดียว ส่วนพี่ผมเจ๊แกไปไหนมาไหนคนเดียวบ่อยจนชิน ไม่ต้องห่วงเอาตัวรอดสบาย

ในที่สุดผมก็ติดต่อกับพี่ผมได้แล้วก็เจอเรียบร้อย จากนั้นเราก็เดินไปขึ้นรถ MRT เพื่อไปเจอกับเพื่อนต่างชาติชาวฝรั่งเศสของพี่สาวผม และเพื่อนพี่ผมคนนี้แหละครับจะเป็น Local Guide ให้เราทั้ง 2 คนในวันนี้ (เพื่อนพี่ผมทำงานที่สิงคโปร์มา 2 ปีแล้วก็เลยนับได้ว่าเป็น Local ได้)

วันที่ 1

เราขึ้น MRT ไปลงสถานี Eunos เพราะว่าเพื่อนพี่ผมอยู่ที่นั่นครับ แถวนั้นเป็นชุมชน มีคอนโดและอพาร์ทเม้นท์ราคาไม่แพง ใกล้ของกิน ไม่ไกลจากสวนสาธารณะริมทะเล ซึ่งชาวต่างชาติที่ทำงานที่สิงคโปร์ก็พักที่นี่กันเยอะครับ เพราะจากนี่เข้าไปย่านออฟฟิศไม่ไกลมาก แค่ 20-30 นาทีก็ถึงแล้ว บริเวณนี้จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่มองหาห้องพักเวลามาทำงานที่สิงคโปร์

เพื่อไม่ให้เสียเวลา และ ผมเองก็หิวมากกกกกกก เราก็ไปหาของกินกันครับ ร้านแรกที่เราจะไปเป็นร้านอาหารเวียดนามอยู่ไม่ไกลจากสถานี MRT Eunos เท่าไหร่ เป็นร้านอาหารเวียดนามชื่อ Long Phung ครับ ราคาก็รับได้ ประมาณ 7 SG ต่อชาม ไม่เลวร้าย ชามเฝอใหญ่อยู่ อิ่มพอสมควร และนอกจากนี้ ผมว่าถ้ามาเที่ยวสิงคโปร์ให้พกขวดน้ำติดตัวไว้ เพราะว่าราคาน้ำขวดที่นี่ค่อนข้างแพง อีกอย่างคือ เค้ามีจุดให้เติมน้ำฟรีหลายจุด เราก็เซฟค่าน้ำไปได้เยอะพอสมควร

พอเราทานกันเสร็จเราก็วางแผนกันว่าจะไปไหนกันดี เราอยากจะเที่ยวแบบ Local อันนี้พี่สาวผมรีเควสเพื่อนไว้ เพื่อนพี่ผมก็จัดให้ครับ เค้าให้ผมถีบจักรยานคร๊าบบบบ!! ไอ้ตอนแรกเราก็ชิวๆไม่ได้คิดอะไร แบกกระเป๋ากล้องถีบจักรยานชิวๆไปก็ดี จะบอกว่าที่สิงคโปร์ เค้ามีแอปจักรยานให้ยิงที่จักรยาน จากนั้นตัวล๊อคจักรยานมันก็จะปลดล๊อคเอง คือโคตรเท่ สะดวก แล้วก็ถูกมาก ประมาณชม.ละ 50 บาทเองครับตีเป็นเงินไทย เราถีบไปประมาณ 10 นาที เพื่อนพี่ผมก็แวะจอดที่ร้านเช่าจักรยานเสือภูเขาครับ…เพราะว่าจะต้องปั่นต่อไปอีก

เราปั่นจากแถว Eunos ไปจนถึง สวนสาธารณะริมทะเลซึ่งเชื่อมไปยัง Marina Garden หายซ่าเลยครับ ตอนนั้นช่วงล่างของผมนี่…แทบจะไร้ความรู้สึก รู้สึกอย่างเดียวคือความเจ็บปวดครับ… คือรู้สึกเหมือนเป็นปลาหมึกแดดเดียวโดนแดดเผาจนแทบจะเปลี่ยนสัญชาติเป็นแอฟริกัน…เพราะปั่นตอนบ่าย 3 แดดอย่างแรง

จากนั้น เราไปหยุดพักกันแถว Marina Garden แล้วก็เก็บภาพพระอาทิตย์ตกเย็นแถวนั้นครับ แล้วก็นับว่าเป็นความโชคดีของผมคือ วันที่ไปตรงกับวันซ้อมวันชาติของสิงคโปร์ มีเครื่องบินเจ็ท เครื่องบินไอพ่น เรือรบ เรือบิน เจ็ทสกี ออกมาโชว์แบบเต็มสตรีม ผมนี่ฟินเลยครับ หายเหนื่อย…(มีคลิปในเพจ DestinationFoody ครับ ตามเข้าไปชมกันได้)

หลังจากที่เราดื่มด่ำกับบรรยากาศ ความหายนะก็กลับมาอีกครั้ง เมื่อพี่สาวผมบอกว่า “เราต้องปั่นจักรยานไปคืนที่ร้านเดิม จอดทิ้งแบบจักรยานที่ยิงผ่านแอพมือถือไม่ได้” ครับ…น้ำตาผมก็เอ่อออกมาด้วยความซาบซึ้งกันเลยทีเดียว… T T… โอ้ย…… ฆ่าผมที!!! บ่นยังไงก็ต้องปั่นไปคืนเค้าอยู่ดีครับ ก็ก้มหน้าก้มตาปั่นไป… เราถีบไปกลับประมาณ 1.20 ชม ครับ (ผมอาจจะดูสำออย แต่มันเหนื่อยจริงๆ ครับ เพราะว่าขาไปเหมือนปั่นขึ้นเนินครับ เหนื่อยจริง พอถึงร้านจักรยาน ผมนี่แทบเขวี้ยงจักรยานเลยครับ หมดแรง และหิวมาก รีบเดินดุ่มๆไปยังศูนย์อาหารใกล้ๆ แถวนั้น

พอทานเสร็จเราก็ไปเอาของที่ห้อง Say Goodbye เพื่อนพี่ แล้วก็รีบตรงดิ่งไปยังโรงแรมเลยครับ เราพักที่โรงแรม Bay Hotel อยู่ใกล้ MRT HarbourFront และ Sentosa แต่เราจะไม่ไปเที่ยว Sentosa ครับ เพราะว่าเราเคยไปกันมาแล้ว คืนนี้ผมหลับอย่างสบายแทบไม่รู่สึกตัวเลยครับเพราะเหนื่อยจัด

จองโรงแรม Bay Hotel Singapore กับ Traveloka ที่นี่!

วันที่ 2

เช้าวันถัดมาเราวางแผนไปเที่ยวที่ Cloud Forest เพราะว่าอากาศวันนั้นร้อนมาก และ เราก็ไม่อยากเดินห้างเพราะที่ไทยก็มี เราเคยมาสิงคโปร์หลายครั้งแต่ก็ยังไม่เคยไปเที่ยว Cloud Forest สักครั้ง ครั้งนี้ก็เป็นโอกาศที่ดีที่ได้มา

ส่วนการเดินทางจากโรงแรมของเรา เรานั่ง MRT มาลงที่สถานี Bay Front จากนั้นเราก็ต้องเดินตามป้ายบอกทางค่ะ เดินสักพักก็จะถึง Marina Bay ซึ่งมันค่อนข้างกว้าง และวันนั้นเราก็ขี้เกียจเดือนมาก เราก็เลยซื้อตั๋วขึ้นรถกอล์ฟครับ ตกประมาณคนละ 5 SGD ก็โอครับ เพราะถ้าเดินบอกคำเดียวว่าลาก่อนครับ

ค่าเข้า Cloud Forest อยู่ที่ 20 SGD สำหรับผู้ใหญ่ครับ ประมาณ 500 บาทไทย ส่วนเด็กอยู่ที่ 18 SGD ราคา ราคาพอรับได้ นานๆมาทีครับ ภายใยก็มีต้นไม่ดอกไม้เยอะแยะมากมาย และก็ ไฮไลท์ของที่นี่ก็คือน้ำตกที่สูงมากๆ แต่โดยส่วนตัวผมชอบธรรมชาติครับ เพราะฉะนั้น Man Made ก็ยังสู้ธรรมชาติจริงๆไม่ได้อยู่ดี คือมันถูกสร้างมา และจัดวางเป็นอย่างดี โดยรวมถือว่าโอเคครับสำหรับสิ่งที่มนุษย์สร้างมา

จากนั้นเราก็กลับไปที่ห้าง Marina Bay ครับไปตั้งหลักก่อนเพราะว่าหิว เลยเดินหา Food Court แถวๆนั้น อาหารเฉยๆ ไม่ได้ปลื้มมากเท่าไหร่ ปริมาณน้อยเมื่อเทียบกับราคาที่เราต้องจ่ายไป

พอเสร็จ เราก็นั่ง MRT ไปลงที่ Bras Basha เพื่อไปที่ National Museum of Singapore ครับ ไหนๆ มาประเทศเค้าแล้ว ผมก็อยากทราบวัฒนธรรมและประวัติของประเทศเค้าบ้างครับ ภายในมาหลายโซนหลายห้อง

แล้วเราก็นั่งรถเมย์ไปลงแถวๆ Parkview Square ครับ ตึกนี้เป็นตึกที่สร้างใหม่โดยเศรษฐีชาวสิงคโปร์ท่านนึงครับ จำชื่อไม่ได้ โดยได้แรงบันดาลใจมาจาก Batman ตึกนี้ชื่อ Parkview Square แต่มีชื่อเล่นว่า Gotham Building ภายในมีดีไซน์แบบ Art Deco ซึ่งเท่มากครับ ใช้สีดำผสมทอง ดูหรูหรามาก ขนอกจากนี้ยังมีบาร์ให้นั่งชิวๆอีกด้วย แต่ราคาคงไม่ค่อยเท่เท่าไหร่ แต่ถ้าอยากควงสาวมานั่งเท่ๆ ผมขอแนะนำครับ

ถัดจากตึกนี้มาไม่ไกลเราก็ไปต่อที่ Haji Lane สถานที่โปรดปรานสำหรับฮิปสเตอร์แบบเรา ถ้าใครชอบสถานที่แนว Street Art เราขอแนะนำที่นี่ นอกจากจะมี Street Art สวยๆแล้วยังมีร้านนั่งชิว และ ร้านอาหารน่านั่งอีกหลายร้าน และที่สำคัญยังมีมัสยิทสวยๆอีกด้วย

พอกินอิ่มเราก็เดินต่อครับไปที่วัดเขี้ยวแก้ว ซึ่งอยู่ไม่ไกลมาก เรามาตอนช่วงสายๆเพราะว่าเราจะได้เห็นวัดเปิดไฟครับ ซึ่งพอถ่ายรูปขึ้นมาแล้วสวยงามมาก

อ่อ แล้วถ้าเราเดินมาอีกนิดครับ เราจะเจอ Street Art เท่ๆ อีกจุด ซึ่งเพื่อนบอกว่ากำแพงนี้เค้าเพิ่งทาสีและวาดใหม่ก่อนหน้าที่เราจะมาไม่กีวัน แอบดีใจที่มาถูกวัน ขอถ่ายรูปสักทีก่อนกลับห้อง

วันที่ 3

เช้าวันถัดมา เช้านี้ผมโดนพี่สาวทิ้งให้เที่ยวคนเดียวครับ โหดร้ายมาก… ไปกันไม่บอกกล่าว… ทำไงได้ฮะ เราก็ต้องไปเอง และวันนี้เป็นวันที่ผมต้องเที่ยวต่างประเทศเองคนเดียวในชีวิตเป็นครั้งแรก แม่เจ้าโว้ย! ก่อนออกจากห้องโดนพี่สาวด่า 1 ทีอย่างเจ็บปวดว่า…. “ถ้าแกเที่ยวสิงคโปร์แล้วหลง แกก็ไม่ต้องไปเที่ยวประเทศไหนอีกแล้ว!” ครับ…สั้นๆ แต่ได้ใจความตามนั้น ซึ่งมันก็จริงตามที่พี่ผมบอก เพราะว่าสิงคโปร์เป็นประเทศที่เที่ยวเองโคตรง่าย ถ้าหลงก็แย่แล้ว ทุกอย่าง So well organized มากๆ

เราเริ่มต้น Solo ความมั่วกันเลยครับ ผมไปตั้งต้นที่ Marina Bay เพราะว่ามีที่เที่ยวที่ผมพอจะรู้จักอยู่ และที่สำคัญ ผมอยากไปถ่ายรูปใน Museum of Science เพราะว่าเค้ามีจัดงานแสดงแสงสีอยู่ และที่ผมมาสิงคโปร์ก็เพื่อจุดประสงค์นี้ครับ เก็บไปหลายภาพ แต่มาคนเดียว….ถ่ายรูปเองก็แอบลำบากนิดนึง แต่ไม่เป็นไร ทุกอย่างไม่เกินความสามารถของเรา

หลังจากนั้นเราก็เดินหามุมสวยๆไว้เก็บภาพ ตามหัวข้อที่เราตั้งไว้คือ โนแพลน แต่ต้องได้โลเคชั่นในการถ่ายรูปครับ ก็เดินเก็บภาพมาเรื่อยๆ ทั้งวัน จนเย็น พอค่ำๆ เราก็กลับห้อง

วันที่ 4

เช้าวันสุดท้าย ผมก็ออกไปเดินเล่นนิดหน่อยที่ Botanical Garden ครึ่งวันครับ สำหรับผม ผมว่าที่นี่เฉยๆนะ ไม่ได้มีอะไรพิเศษ เหมาะสำหรับคนที่อยากมาออกกำลังกายระยะทางนานๆมากกว่า ซึ่ง…มันเป็นอะไรที่เดินเหนื่อยมาก ได้เหงื่อจริงๆ ครับ จากนั้นผมก็แวะ Check-out ที่โรงแรม ก่อนที่เราจะต้องขึ้นเครื่องกลับครับ Say Goodbye to Singapore!!!

ยังไงอย่าลืมติดตามผลงานของผมผ่านทาง DestinationFoody นะครับ ไว้เราเจอกันในทริปถัดไป

นอกจากรูปสวยๆ ที่ผมเก็บมาฝากแฟนๆ ของ Traveloka แล้ว สำหรับใครที่อยากเห็นรูปภาพเพิ่มเติม ก็สามารถไปติดตามเพจของผมได้นะครับที่ https://www.facebook.com/destinationfoody/ แล้วมาพบกับรีวิวต่อๆ ไปได้อีกที่นี่ครับ