คงมีหลายคนที่ทำงานหนักมากและอยากจะพักผ่อนด้วยการออกไปเที่ยวต่างจังหวัด แต่ด้วยเวลาที่มีอยู่จำกัดอาจทำให้เราไม่ได้มีตัวเลือกที่มากนัก วันนี้ผม “ปิ๊ง” จาก DestinationFoody จะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวเกาะที่ทะเลสวยน้ำใส หาดทรายขาว และไม่ไกลจากกรุงเทพฯ 1 ในตัวเลือกในใจของผมก็คือ “เกาะเสม็ด” ครับ  การมาเที่ยวเสม็ดรอบนี้เป็นทริปครอบครัว ขับรถตุเลงๆ กันไปเฮฮาปาจิงโกะ บอกเลยว่าการเดินทางไปเสม็ดเป็นอะไรที่ง่ายมาก ไม่ต้องนั่งรถจนรากงอกให้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว อีกอย่างคือเสม็ดยังคงมีความเป็นธรรมชาติที่สวยงามอยู่ แต่ก็มีสีสันปนมาให้ดูไม่น่าเบื่อจนเกินไป สำหรับสายปาร์ตี้กลัวเหงามาที่นี่ก็ไม่มีผิดหวังเพราะมีผับบาร์มาให้เลือกอยู่หลายร้านริมหาด หรือถ้าเป็นสายรักสงบไม่ชอบสุงสิงกับใคร ที่เกาะเสม็ดก็มีหาดที่สงบเงียบให้คุณเลือกอีกเช่นกัน อะไรจะเพอร์เฟ็คขนาดนี้ครับ ช่างเป็นเกาะที่ลงตัวจริงๆ

Credit: www.atsiam.com

การเดินทาง

เราสามารถเดินทางได้อย่างง่ายดายเพราะว่าทางกรุงเทพฯ ไปเกาะเสม็ดค่อนข้างดี ถนนลาดยางมะตอยอย่างดีไม่เป็นหลุมเป็นบ่อเท่าไหร่ ในเรื่องของตัวเลือกการเดินทาง ผมขอแนะนำ 3 วิธีครับ

1.ขับรถส่วนตัวไป

ไปทาง มอร์เตอร์เวย์-พัทยา พอถึงแยกให้ไปทาง ระนอง-แกลง ไม่ต้องเลี้ยวเข้าเมือง ให้ขับตรงไปผ่านวัดตะพง ขับเลียบชายหาดไปถึงบ้านเพ แท่นแท้น…ใช้เวลาประมาณ 2.30 – 3 ชม.ก็ถึงระยองฮิแล้ว

2.ไปรถขนส่งหมอชิด

ไปขึ้นที่ขนส่งหมอชิด มีรถออกทุกๆ 1 ชม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม.

3.รถตู้หมอชิต

ขึ้นที่หมอชิต ราคาประมาณ 200-500 บาท ต่อคน จะลงท่าไหนบอกคนขับได้เลย การเดินทางประมาณ 3 ชม โดยประมาณ

เกือบลืมบอกไปเที่ยวเสม็ดรอบนี้ผมไป 3 วัน 2 คืนครับ พอดีว่าตรงกับวัดหยุดพอดี แต่ถ้าใครเวลาน้อย 2 วัน 1 คืนก็กำลังดีครับสำหรับทริปเกาะเสม็ดแต่อาจเก็บการดำน้ำได้ไม่หมดนะครับ

Day 1: ผมขับรถออกจากบ้าน 6 โมง เพราะว่ากลัวรถติดครับ แต่ที่ไหนได้ อย่างโล่งครับผม อะไรจะดีเกินคาด พอรถแล่นออกถนนใหญ่แปลกใจมากที่รถไม่ติด แค่ 2 ชม.ก็จอดเทียบท่าหน้าตลาดสินค้าครบวงจร เทศบาลบ้านเพแล้ว เร็วไปไหนร้านค้าเพิ่งทยอยเปิดกันเอง ด้วยความหิวข้าวอย่างถึงที่สุด ทำให้ความสามารถในการหาของกินของเรานั้นทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เหลียวไปมองเห็นร้านต้มเลือดหมูทันที ดูครึกครื้นดีและอยู่ตรงข้ามตลาดเท่านั้น เราก็ลากขังขาลอันอดโซข้ามถนน 4 เลนส์ไปเลยครับ ร้านเป็นร้านบ้านๆ แต่ดูสะอาดสะอ้านดี จัดไป ต้มเลือดหมู 3 ชาม ข้าว 6 ถ้วยตามจำนวนคนในครอบครัว ต้มเลือดหมูชามละ 45 บาท ข้าวสวยถ้วยละ 5 บาท

พออิ่มหนำสำราญสบายใจแล้วก็ดิ่งไปที่ท่าเรือนวลทิพย์ ถามว่าทำไมต้องท่านี่ เพราะว่ามีที่จอดรถ เรือโอเคไม่แน่นเกิน แต่ก็ยังไม่เคยขึ้นท่าอื่น เพราะว่าเพื่อนแนะนำมาแต่ท่านี้ ใครขึ้นท่าอื่นมาบอกด้วยว่าเป็นยังไง ที่ท่านวลทิพย์ค่าเรือโดยสารไป-กลับราคา 100 บาทไปลงหน้าด่าน ลงหน้าด่านจะเจอนางยักษ์ยืนตอนรับอยู่ที่ท่าเรือ เสียค่าผ่านทาง 20 บาทเป็นค่าบำรุงเกาะ

ใครที่ชอบดำน้ำ สามารถเช็คราคาทริปดำน้ำได้ที่ท่าเรือ รอบนี้เราซื้อทริปที่ท่าเรือนวลทิพย์ในราคา 600 บาทต่อคน พาไปดำน้ำ 5 เกาะ แนะนำให้เลือกให้ดีเพราะบางเจ้าอุปกรณ์ดำน้ำไม่ดีเลย แว่นน้ำทะลัก อุปกรณ์ค่อนข้างเก่า เช่นเจ้านี้เป็นต้น แต่เรือค่อนข้างดี ขับดี ถ้าจะให้ดีอยากแนะนำให้เอาอุปกรณ์ดำน้ำมาเองครับจะได้ไม่หงุดหงิดเวลาดำน้ำแล้วน้ำทะลักเข้ามาในแว่นเรา

รอบนี้เราเลือกที่จะมาพักที่หาดวงเดือน โรงแรม ลาลูน บีช รีสอร์ท เกาะเสม็ด ซึ่งเราจองผ่านแอปฯทราเวลโลก้า (Traveloka)  โดยส่วนตัวผมเป็นคนเที่ยวบ่อยแล้วผมก็ชอบเช็คราคาโรงแรมและตั๋วเครื่องบินเป็นประจำนับว่าเป็นงานอดิเรกของผมไปแล้ว แอปที่ตอบโจทย์ผมที่สุดในเรื่องของการใช้งานก็คือแอปของทราเวลโลก้านี่แหละครับ อีกอย่างนึงที่ผมตัดสินใจจองผ่านทราเวลโลก้าก็เพราะว่าเค้ามีโปรโมชั่นออกมาดึงดูดทาสมาเก็ตติ้งแบบผมครับ ฮ่าๆๆ หากสนใจจองที่พักก็สามารเข้าไปเช็คราคาและจองที่พักได้ที่ ลิงก์นี้

ผมเข้าเช็คอินบ่าย 2 เนื่องจากมาถึงก่อนก็เลยหาอะไรทานรองท้องสักนิดข้างๆ โรงแรม ด้านข้างมีร้านนั่งชิวๆเป็นแคร่ไม้ไผ่นั่งมีเบาะให้นอนยาวบนแคร่ สบายใจอากาศดี ลมตีหน้าเคลิ้มแทบหลับ เจ้าของร้านบอกว่าเมนูซิกเนเจอร์ของที่ร้านคือพิซซ่า แต่เราอินดี้สั่งส้มตำ เพราะว่าเค้าก็ขายอาหารไทยเหมือนกัน ราคาตามภาพประกอบ

พอทานเสร็จก็ถึงเวลาเช็คอินพอดิบพอดี ห้องถือว่าสะอาดสะอ้านดี แอร์เย็น ผ้าเช็ดตัวหอมดี ไม่มีลิฟต์ แต่ๆๆโรงแรมนี้มีพนักงานแบกของให้ ไม่มีลิฟต์ก็ขึ้นบันไดเอา ไม่เหนื่อยมากเพราะยังวัยรุ่นอยู่ครับฮี่ๆๆ

วันแรกเรายังไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรมากนอกจากเดินชิวริมหาด สูดอากาศให้เต็มปอด เดินชิวไปชิวมา แล้วก็ไปเช่าเรือคายักมาพายเล่น ค่าเช่า 300 บาทต่อชม. เพิ่งมารู้ทีหลังว่าที่โรงแรมเราเองก็มีแค่ 200 บาท รู้สึกเขางอกเล็กน้อยแต่ก็ช่างมันครับ เพราะเราได้ความสนุกมาเต็มเปี่ยม

ผมกับพี่สาวพายเรือคายังข้ามไปดูอีก 2 หาดที่อยู่ด้านข้างของหาดวงเดือน จากนั้นก็ลงเล่นน้ำทะเลชิวๆ ทะเลช่วงปีใหม่ใสมาก ปลาตัวเล็กตัวน้อยว่ายวนเต็มขาเลย ทำกิจกรรมจะเหนื่อยสักพักก็ถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว เราก็เดินออกมาจากห้องพัก สักพักได้กลิ่นอาหารโชยขึ้นมา พอเราก้มลงไปเท่านั้นก็เจอร้านอาหารบ้านๆอยู่ร้านนึง เป็นร้านนั่งออกสไตล์อาหารตามสั่ง แต่ขอบอกว่าอร่อยมาก สดและคุณภาพดีมาก ราคาเป็นกันเอง เจ้าของร้านน่ารัก ใจดี แต่ถ้าไปเป็นทีมใหญ่ แนะนำว่าให้โทรไปสั่งก่อนเพราะว่าแม่ครัวมีกันแค่ 2 คน สไตล์ครอบครัว ถ้าอาหารมาช้าจะได้ไม่หงุดหงิด เพราะว่าเราสั่งไว้ก่อนแล้วจะได้รอไม่นาน พอกินเสร็จก็แยกย้ายนอนให้เต็มที่ เพราะพรุ่งนี้เหนื่อยแน่นอน

Day 2: วันไฮไลท์ของเรา เริ่มต้นวันด้วยอาหารเช้าโรงแรม ถือว่าโอเค อินเตอร์เนชั่นแนลบุฟเฟ่แบบทั่วๆ ไป พอทานเสร็จก็เดินสำรวจตามหาดไปเรื่อยเปื่อย เพราะว่าเรือนัดมารับตอน 11.00 น. เป็นสปี๊ดโบ๊ท ความสนุกของวันนี้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นครับ

อาหารเช้าโรงแรมรสชาติใช้ได้เลยครับ

จุดแรกที่เรือพาไปก็คือ เกาะทะลุ ซึ่งเรือจะจอดให้ดูประมาณ 5 นาที

จากนั้นเราไปต่อกันที่เกาะที่ 2 เกาะนี้เป็นเกาะที่น้ำใสและปลาเยอะมากๆ ทำท่าโร่หล่นไปชิ้นเดียว….อย่างที่เห็นตามภาพ ทางทัวร์ดำน้ำให้เวลาบนเกาะนี้ 1 ชม.

ขอบอกว่าปลาอย่างเยอะ ว่ายเต็มไปหมด สีสันสวยงาม ใครที่เหนื่อยจากการดำน้ำสามารถเช่าเก้าอี้ชายหาดมานั่งชิวตากลมริมหาดก็ได้สบายดี เพียง 20 บาทต่อตัวเท่านั้น

ประมาณบ่ายโมงทางทัวร์ก็จัดอาหารเที่ยงให้คนละชุดเป็นข้าวผัด กับ ไก่บาบีคิวคนละไม้ พอยาไส้ รสชาติธรรมดา ไม่ได้ประทับใจอะไรมากเท่าไหร่ พอทานข้าวเสร็จเจ้าหน้าที่ก็เรียกลูกทัวร์ทั้งไทยและต่างชาติมารวมกันเพื่อจะพาขึ้นไปที่จุดชมวิว การเดินทางขึ้นเขานับว่าค่อยข้างอันตรายนิดนึงเพราะว่ามีแค่เชือกให้จับ บางจุดไม่มีเชือก ไม่แนะนำให้ผู้สูงอายุขึ้นไป เพราะว่าทางขึ้นลงค่อนข้างลาดชัน แต่ถ้าผู้สูงอายุนั้นยังสุขภาพดี หัวใจยัง18 ก็ตามแต่ผู้สูงอายุจะศรัทธาครับ

อันนี้เป็นรูปจุดชมวิว สวยงามดี แต่แดดก็จัดดี จัดว่าแรงดีเช่นกัน แต่เราทนได้ เพื่อให้ได้ภาพสวยๆ มา

หลังจากนั้นเราก็ขึ้นเรือไปต่อกันที่ “เกาะมะขาม” เกาะอันนี้จะไม่มีหาด ถ้าเป็นช่วงน้ำลงเป็นมีหาดเล็กๆ เดินเชื่อมระหว่างเกาะได้ แต่ช่วงที่ไปเป็นช่วงน้ำขึ้นสูง เพราะฉะนั้นกู๊ดบาย ก็ดำน้ำกันไปค่ะ ในจะ Freedive ก็ตรงนี้กันได้เลย แต่ก็ระวังหอยเม่นกันนิดนึง ว่างไปใกล้ๆเขาจะมีถ้ำเล็กๆ ก็ไม่ได้มีอะไร ถ้าจะถ่ายรูป มาถ่ายข้างนอกจะดีกว่า บริเวณนี้ปลาเยอะพอสมควร ปลาน้อยใหญ่มากมาย มองๆไปก็ทำให้เราหิวได้เหมือนกัน

เรามาต่อกันที่ “เกาะกรวย” เป็นเกาะที่แวะมาให้พักกันนิดนึง มีหาดแต่หินค่อนข้างเยอะ ส่วนใหญ่คนจะมานั่งพักบนเกาะเพราะว่าเหนื่อยจากการดำน้ำ บนเกาะมีมาม่าขาย พอปะทังความหิวไปได้นิดนหน่อย เรานั่งพักกันอยู่ประมาณ 30 นาที เราก็ขึ้นเรือกกันไปยังเกาะสุดท้าย

เกาะสุดท้ายแล้ว แต่จำชื่อไม่ได้ เราอยู่บนเกาะนี้ประมาณ 20 นาที แต่หาดไม่ค่อยขาวเท่าไหร่สู้บนเกาะไม่ได้ ไว้เดินชมวิวถ่ายรูปมากกว่า

ปล.เดินไปเจอเรือไอติม…ยิ่งกว่าสวรรค์ แต่ราคาก็ตามความพยายามของคนขายเลย โดยรวมแล้วก็ถือว่าพอใช้ได้สำหรับทริปดำน้ำรอบนี้ ยกเว้นอุปกรณ์ดำน้ำซื้อเก่ามาก เลยทุลักทุเลในการใช้งานพอสมควร จบทริปดำน้ำขึ้นฝั่งหน้าโรงแรมอย่างสวัสดิภาพ จบทริปวันที่ 2

Day 3: หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยจากการดำน้ำมาเมื่อวาน วันนี้ก็ขอพักแบบชิวๆกันหน่อย เป็นแวะตามหาดบนเกาะเสม็ดแทน วันนี้เราแวะวัน 2 อ่าวคืออ่าวไผ่ และ อ่าวพร้าว เพราะว่าคนขับรถ 2 แถวแนะนำมาว่า 2 อ่าวนี้หาดสวยและสงบดี เราก็เชื่อคนง่ายครับ เค้าพูดเราก็ทำตามที่เค้าบอกคือไป 2 อ่าวนี้

มาดูกันอ่าวแรกอ่าวไผ่ อ่าวไผ่มีหาดทราบขาวลากยาว น้ำใส เป็นหาดที่สงบจริงๆ คือไม่ค่อยเห็นมีร้านอาหารอะไรเลย จะเห็นก็มีแต่โรงแรม มาต่อกันที่อ่านที่ 2 คืออ่าวพร้าว ได้ขึ้นชื่อว่าโรงแรมแพงๆจะมาอยู่กันที่อ่าวนี้ เป็นหาดยาวมีต้นมะพร้าวขึ้นเรียบหาด ดูสวยงาม มีโขดหินไฮโซๆให้ถ่ายรูปอยู่ใกล้ๆป้ายอ่าวพร้าว หาดนี้ต่างชาติเยอะมากนอนอาบแดดกันเรียงราย ถ้าใครชอบความสงบขอแนะนำ 2 อ่าวนี้ แต่ถ้าชอบความครึกครื่นหน่อย อ่าววงเดือนก็ตอบโจทย์ได้ดี

ขอจบการรีวิวเพียงเท่านี้ ทริปหน้าเราจะไปไหนกันนั้น อย่าลืมติดตามกันครับผม