The Planners ของเจ้าหมีหมู ได้ร่วมมือกับ Traveloka ในการเดินทาง โดยตารางการเที่ยวในครั้งนี้ เป็นดังนี้

Day 1 :: กรุงเทพฯ – เกาะสมุย – Fisherman’s Village

Day 2 :: One Day Trip – หมู่เกาะอ่างทอง – วัดพระใหญ่

Day 3 :: One Day Trip – นั่งเรือชมรอบเกาะ

Day 4 :: One Day Trip – เกาะเต่า เกาะนางยวน

Day 5 :: เกาะสมุย – กรุงเทพฯ

Day 1 :: กรุงเทพฯ – เกาะสมุย – Fisherman’s Village
เช้าตรู่เราเดินทางโดยนกเหล็กของสายการบิน Air Asia โดยซื้อแพคเกจควบทั้ง ตั๋วเครื่องบิน+รถบัส+เรือข้ามฟาก ทำให้เราเดินทางจาก กรุงเทพฯ ถึงเกาะสมุยโดยที่ไม่ยุ่งยากมากนัก

เมื่อเดินทางข้ามมาถึงเกาะสมุย ก็ยังมีบริการรถตู้ไปส่งถึงโรงแรมในราคาคนละ 200 บาท เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทาง (แนะนำว่าให้ซื้อไปเลยครับ เพราะค่าเดินทางบนเกาะสมุยค่อนข้างโหดเอาการเลยทีเดียว)

น่าเสียดายที่ครึ่งบ่ายวันแรกของเราต้องหมดไปในโรงแรม เหตุผลเป็นเพราะว่ามีมรสุมเข้าเกาะพอดี ทำให้ไม่สามารถออกไปไหนได้ ซึ่งกว่าพายุจะสงบก็ปาเข้าไปเกือบ 6 โมงเย็นแล้ว ทั้งๆที่จริงๆแพลนเดิม เรากะจะไปเที่ยวทั้ง “หินตา หินยาย” และ “น้ำตกหน้าเมือง” ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของเกาะสมุย ก็เลยได้โอกาสไปสอบถามจากรีเซ็ปชั่นโรงแรมว่า ถ้าเย็นๆค่ำๆแบบนี้ มีที่ไหนน่าไปเที่ยวเดินเล่นบ้าง เจ้าถิ่นจึงแนะนำว่า ให้ไปที่ตลาดคนเดิน ไปหาของกินที่นั่นได้สบาย เพราะมีของกินเยอะมากๆ ชื่อของมันคือ “หมู่บ้านชาวประมง” หรือ “Fisherman’s Village”

ซึ่งเจ้า Fisherman’s Village นี้ตั้งอยู่บน ถนนหาดบ่อผุด เป็นตลาดคนเดินที่มีขนาดใหญ่มาก กว่าจะเดินทั้งดูของ และเสาะหาของกินก็ปาไปเป็นชั่วโมงได้ ลองมาดูภาพบรรยากาศที่เก็บมากันครับ

หากดูเผินๆ ตลาดคนเดินแห่งนี้อาจคล้ายกับ Hua Hin Night Market แต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก และมีของขายเยอะเช่นกัน

นอกจากพ่อค้าแม่ค้าชาวไทยแล้ว เรายังเจอคู่รัก สามีภรรยา ชาวฝรั่งเศส มายืนขายขนมหวานกันอย่างน่ารัก เลยได้โอกาสสอบถามมาว่าเขาทั้งคู่เกษียณแล้ว เลยมาใช้ชีวิตอยู่ที่เกาะสมุยแห่งนี้ เขารักเมืองไทย รักรอยยิ้มของคนไทย รักความเป็นมิตร (แหม่ มันน่าชื่นใจจริงๆนะครับ)

สุดท้ายของวันแรก ก่อนกลับไปพักผ่อนเก็บแรงเพื่อไปสู้ศึกกับมหาสมุทรในวันรุ่งขึ้น ก็ได้แวะไปชิมอาหารเลิศรสที่ร้านอาหารขึ้นชื่อของเกาะสมุย “มิตรสมุย”

 

Day 2 :: One Day Trip – หมู่เกาะอ่างทอง – วัดพระใหญ่

วันที่สอง เราออกเดินทางโดยเลือกทริป “หมู่เกาะอ่างทอง” ซึ่งบริการหลักๆของการไปซื้อทัวร์ เขาจะมีรถตู้บริการมารับถึงที่พักเราเลย

เมื่อมาถึงสถานที่ลงเรือ เราก็ต้องต่อแถวลงทะเบียน เพื่อรับแท็กติดข้อมือ แยกเส้นทางการเดินทางครับ หลังจากนั้นเขาก็จะมีอาหารเช้าบริการ แต่อาจจะเป็นอาหารง่ายๆ เช่น กาแฟ ขนมปัง เพื่อให้เราอยู่ท้องก่อนออกเรือ (หากใครเป็นสายเมาเรือ แนะนำอย่าบริโภคเยอะ ไม่งั้นคุณอาจได้ให้อาหารปลาระหว่างทาง ><!!)

หลังจากกินอาหารเช้า เข้าห้องน้ำ ทางทีมงานก็จะเรียกคิวตามลำดับเรือที่จะออก ซึ่งระหว่างนั้น เราสามารถเดินเล่นถ่ายรูปที่ริมหาดได้

โดยการเดินทางของเรา เราเลือกเป็นการนั่งสปีดโบ๊ท เพื่อประหยัดเวลาของทริป

​Trip หมู่เกาะอ่างทอง (เกาะว่าว – ทะเลใน – หมู่เกาะอ่างทอง – อาหารกลางวัน – พายคายัค)

นี่คือหน้าตาผู้ร่วมชะตากรรมกับเราในทริปนี้ โดยมีไกด์สุดหล่อ พี่จอนนี่ คอยบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ ตลอดการเดินทาง

จากท่าเรือเราใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ ก็มาถึงจุดดำน้ำจุดแรกของเราที่ “เกาะว่าว”

น่าเสียดายที่เมื่อวานมีฝนตกหนัก แม้วันนี้ฟ้าจะใส แต่ภายใต้ผิวน้ำ นั้นค่อนข้างขุ่นมัวเล็กน้อยครับ แต่ก็ยังถือว่าเป็นบริเวณที่รักษาแนวปะการังได้สวยงาม มีปลาให้เห็นตลอดการดำ

ปล. ในการดำน้ำตรงบริเวณเกาะว่าว แนะนำให้ตีขาอย่างระมัดระวัง เราอาจแหวกว่ายไปโดนพวง หอยเม่น เข้าก็เป็นได้ เพราะตรงนี้ถือว่าเยอะจนเหมือนว่าอยู่กันเป็นชุมชน เป็นหมู่บ้านเลยทีเดียว = =

  

ปะการังสวยงาม แต่เสียดายน้ำขุ่นไปหน่อย หลังจบการดำน้ำที่เกาะว่าว พี่จอนนี่ก็พาเราล่องเรือไปสู่จุดท่องเที่ยงที่สองของวันนั่นก็คือ “ทะเลใน”

เมื่อเดินทางมาถึงทะเลใน เราจะมีเวลาที่นี่ประมาณ 45 นาที เพื่อเล่นทะเลรอบๆ หรือสามารถเลือกเดินขึ้นไปบนจุดชมวิวเพื่อดูทะเลในได้

ขยายความ ทะเลใน เป็นทะเลแอ่งเล็กๆ คล้ายทะเลสาบ ที่ อยู่บนภูเขา……. ใช่ครับ มันอยู่บนภูเขาจริงๆ เหมือนปากปล่องภูเขาไฟ แต่มีทะเลอยู่ = = พี่จอนนี่อธิบายว่า เป็นการแทรกตัวของน้ำทะเลขึ้นไปตามร่องหินของภูเขา จึงทำให้มีทะเลขังอยู่ด้านบนสุดของภูเขา จึงทำเป็นจุดชมวิว อาจจะไม่เห็นภาพ ตามไปดูกันครับ

ซึ่งการเดินทางขึ้นไปจุดชมวิวนั้น ใช้เวลาในการเดินขึ้น 15 นาที ลงอีก 15 นาที ทำให้การเดินขึ้นลง และเผื่อเวลาถ่ายรูปกับชมความงามนิดหน่อย ก็จะหมดเวลาสำหรับจุดนี้พอดี

 

หลังจากหมดเวลาที่ทะเลใน ก็ได้เวลาเดินทางต่อไปรับประทานอาหารกลางวันกัน (ณ จุดๆนี้ หมีบอกเลย หิวโฮกมากครัช เราใช้พลังงานในการดำน้ำ และเดินขึ้นเขาไปค่อนข้างเยอะ จึงได้เวลาไปซัดโฮกกัน) โดยอาหารเสิร์ฟแบบบุฟเฟ่ต์ ซึ่งบรรเทาความกระเพาะครากได้เป็นอย่างดี

โปรแกรมสำหรับ หมู่เกาะอ่างทอง ให้เวลารวมข้าวกลางวัน 1ชั่วโมง 45 นาที ซึ่งบริเวณอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง (ที่ที่เรากินข้าวกลางวันกัน) มีจุดชมวิวอีกหนึ่งแห่งชื่อว่า “เขาวัวตาหลับ” ซึ่งสำหรับหมีหมู ต้องเลือกว่าจะเดินขึ้นไปชมวิว หรือจะไปพายคายัค เพราะเวลาไม่เพียงพอที่จะทำทั้งสองกิจกรรม (น่าเสียดายมากๆ T^T) เราเลยเลือกไปพายเรือคายัคกันครับ

การพายคายัคของทริปก็จะเป็นการพายวนรอบเกาะ โดยให้พายเกาะกลุ่มกันไป พอพายคล่องระดับหนึ่ง เขาก็จะปล่อยให้เราพายชมธรรมชาติ และกลับไปถึงเรือก่อนเวลาเรือออก

 

พอเราจบการพายคายัค ก็จะถือว่าเป็นการสิ้นสุดสำหรับทริปหมู่เกาะอ่างทองครับ

เมื่อเราสองคนกลับถึงฝั่ง ก็กลับไปพักผ่อน อาบน้ำอาบท่าที่โรงแรม ก่อนออกไปตะลอนทัวร์สายธรรมที่ “วัดพระใหญ่” ที่มีอายุกว่าครึ่งทศวรรต เพื่อสักการะพระใหญ่แห่งเกาะสมุย

สำหรับอาหารเย็นค่ำคืนนี้ ก็ได้สอบถามจากชาวบ้านแถววัดพระใหญ่มา เขาแนะนำเลยว่า ถ้ามาทางใต้ ต้องกินอาหารใต้ ให้ไปที่ร้าน “ข้าวหอม” รับรองไม่ผิดหวัง

ได้ยินถึงขนาดนี้ สายกินอย่างหมีหมู มีเหรอจะพลาด ลุยยยยยยยย

ซึ่งร้านข้าวหอมไม่ทำเราผิดหวังจริงๆครับ บอกเลยใครมาถึงเกาะสมุยต้องไปโดนสักครั้ง อร่อยจริงๆ

 

Day 3 :: One Day Trip – นั่งเรือชมรอบเกาะ

ช่วงเช้ารถตู้ประจำทริปก็จะมารับเราเพื่อไปส่งที่ท่าเรือบางรัก ก่อนจะขึ้นเรือใหญ่เพื่อชมรอบเกาะ

​Trip นั่งเรือชมรอบเกาะ  (รอบเกาะ – เกาะ4 เกาะ5 – เกาะแตน – อาหารกลางวัน – ดำน้ำตื้น)

ส่วนใหญ่คนที่เดินทางขึ้นเรือชมรอบเกาะมักจะเป็น ชาวต่างชาติ (จริงๆทั้งลำ มีเราสองคนเนี่ยแหละครับ ไทยแลนด์แต๊ๆ)

โดยวันที่เราเดินทางกับทริปนี้ เป็นวันที่ฟ้าใส สวยมากๆ ทำให้เก็บภาพบรรยากาศที่สวยงามตลอดทั้ง ทริปมาได้ โดยหลังจากนั่งเรือเลาะรอบเกาะมาได้ครึ่งหนึ่ง เราก็จะผ่านเกาะ4 เกาะ5 ซึ่งตอนแรกก็สงสัยว่าทำไมชื่อเป็นแบบนี้ จึงได้ทราบข้อมูลจริงว่า เป็นหมู่เกาะที่มีทั้งหมด 5 เกาะ เป็นเขตสัมปทาน สำหรับเลี้ยงนกนางแอ่น เพื่อเก็บรังเอาไปทำ รังนก ให้เราบริโภคกันนี่เอง

จากนั้น ทางทีมงานก็จะพาทุกคนลงเรือเล็ก เพื่อเดินทางไปขึ้นหาดของเกาะแตน โดยเกาะนี้เป็นเกาะที่มีประชากรอาศัยอยู่ แต่มีเพียง 30 คนเท่านั้น!!! โดยส่วนมากเป็นชาวบ้านท้องถิ่น ที่ยังไม่ได้อพยพออกไปจากเกาะ

พอขึ้นถึงหาด สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าบอกเลยว่า มันสวยงามมาก หาดทรายขาว ฟ้าสีสวย น้ำทะเลหลากสี เสียดายอย่างเดียวตรงที่เกาะนี้มีประชากรอยู่น้อย จึงอาจขาดทรัพยากรในการช่วยกันรักษาความสะอาดจากธรรมชาติ นั่นคือพวกเศษ กิ่งไม้ ใบหญ้า ที่หล่นร่วงตามหาด มิฉะนั้นจะเป็นหาดที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่ง

โดยเราจะแวะพักเพื่อกินข้าวกลางวันกันที่นี่ ก่อนจะเดินทางไปดำน้ำกัน (หากใครไม่ได้ชื่นชอบการดำน้ำ สามารถชิวรอบนเกาะ จนกว่าจะถึงเวลากลับ เพื่อไปชมอีกครึ่งเกาะได้ครับ)

แต่เราสองคนสายลุยอยู่แล้ว เลยเลือกไปดำน้ำอย่างไม่ลังเล

………….. แต่เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจนได้ คือพายุฝนที่เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว เข้ามาในบริเวณเกาะแตน ซึ่งทำให้จุดที่เราไปดำน้ำนั้น ไม่สามารถลงไปดำได้ เนื่องจากมีโขดหินค่อนข้างเยอะ หากลมกรรโชกแรง อาจทำให้เกิดอันตรายต่อนักท่องเที่ยวได้ การดำน้ำของเราในวันนี้จึงต้องถูกระงับไปอย่างสิ้นเชิง

แม้จะเป็นเรื่องน่าเสียดายที่วันนี้เราไม่ได้ดำน้ำกัน แต่อย่างหนึ่งที่ทำให้หมีหมูได้รู้จริงๆคือ ธรรมชาติ แม้จะสวยงาม แต่ก็ซ่อนความน่ากลัวและคาดเดาได้ยากไว้ นั่นคือเหตุผลหลักที่ว่าทำไมเราจึงควรเคารพธรรมชาติ

แต่ไม่เป็นไรครับ กลับไปพักผ่อนก็ได้ เพราะพรุ่งนี้เรามี ศึกหนัก รออยู่กับการดำน้ำ 2 จุดด้วยกัน

 

Day 4 :: One Day Trip – เกาะเต่า เกาะนางยวน

Trip เกาะเต่า เกาะนางยวน  (ดำน้ำตื้นเกาะเต่า – อาหารกลางวัน – เกาะนางยวน)

จากท่าขึ้นเรือประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง เราก็จะเดินทางมาถึงบริเวณจุดดำน้ำที่ 1 นั่นคือ “เกาะเต่า” นั่นเองครับ โดยไกด์ประจำวันของเรา ได้แนะนำสถานที่บริเวณที่มีปลาเป็นจำนวนมาก พี่เขาบอกว่ามากเป็นพันๆตัว (ตอนแรกนึกว่าทีวีไดเร็ค อะไรมันจะออกมาให้เห็นเยอะขนาดนั้น) และสำหรับหมีอย่างผม บอกเลยว่า จุดดำน้ำจุดนี้เป็นจุดที่มีความสมบูรณ์ของแนวปะการัง และปลาเยอะมาก ทั้งวันที่ไปน้ำยังใส เหมาะแก่การดำ โดยทริปนี้ให้เราดำได้จุใจ 1 ชั่วโมง กันไปเลย (แต่เจ้าหมู ชอบที่เกาะนางยวนมากกว่าครับ ชิ) เรามาดูความสวยงามภายใต้ผืนน้ำของเกาะเต่ากัน

 

จากแนวปะการังที่สมบูรณ์ ทำให้เราได้พบเจอสัตว์น้ำอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก…… มากขนาดไหน ภาพต่อไปบอกได้ถึงสิ่งที่ไกด์บอกเราไว้ครับ

 

!!!!! อื้อหือ !!!!! ครั้งแรกที่ดำไปเห็นไกลๆ นึกว่าเป็นโขดหินใหญ่ๆ จนพี่ไกด์โชว์ดำลงไปแหวกให้เราเห็นถึงภาพน่าตื่นตาตื่นใจ เป็นฝูงปลานับพันๆตัวเกาะกลุ่มกันอยู่ เป็นภาพที่ไม่เคยคิดว่าการเที่ยวทะเลครั้งนี้จะได้เห็นจริงๆ

หลังจากดำน้ำที่เกาะเต่าจนหนำใจ เราก็หิว หิว แล้วก็หิว!!! ไกด์จึงพาทั้งคณะเราเดินทางไปขึ้นฝั่งกินข้าวกันที่อีกด้านของเกาะเต่าครับ ซึ่งอาหารทริปนี้มีลักษณะเป็น บุฟเฟ่ต์ แบบทริปหมู่เกาะอ่างทอง แต่อร่อยมากกกก หรือเพราะเราเหนื่อยกันก็ไม่ทราบได้ 5555555+

หลังจากกินข้าวกลางวันกันแล้ว เราก็ไปขึ้นฝั่งที่เกาะนางยวน โดยที่นี่ไกด์ให้อิสระเต็มที่ จนกว่าจะถึงเวลากลับเข้าฝั่ง โดยที่เกาะนางยวนนี้เราสามารถเลือกได้ทั้งเดินขึ้นเขาไปที่จุดชมวิว และดำน้ำตื้นในบริเวณฝั่งตรงข้ามกับที่ลงเรือ ซึ่งพอมาถึงเกาะนางยวนนี้ ก็จะเห็นภาพน้ำที่ใสมาก มากจริงๆครับ และบริเวณที่เราลงเรือ น้ำไม่สามารถดำได้ เพราะอยู่ใกล้บริเวณที่จอดเรือ และมีโขดหินค่อนข้างเยอะ

เมื่อหมีหมู ปรึกษากันเป็นที่เรียบร้อย เราก็จะเดินขึ้นเขาไปที่จุดชมวิวก่อนที่คนจะเยอะ เพราะเรือเรามาถึงเป็นลำแรกๆ และหลังจากนั้นเราค่อยลงมาดำน้ำเล่นกัน ลุยยยยยย

จริงๆการเดินขึ้นจุดชมวิวนั้นใช้เวลาไม่มากครับ แต่ยอดสุดของจุดชมวิวมีพื้นที่จำกัด ทำให้หากคนที่จะขึ้นไปถึงก่อนยังไม่ทยอยลงมา หรือยังถ่ายรูปไม่เสร็จ คนที่มาถึงลำดับถัดๆไปก็ต้องยืนรอจนกว่าด้านบนจะมีที่ว่าง

จำนวนคนบนจุดชมวิว ก็เยอะอย่างที่เห็นนั่นแหละครับท่านผู้ชม แต่หมีหมูก็รอจนได้ขึ้นไปถ่ายเก็บบรรยากาศแสนสวยงามจนได้

บรรยากาศข้างบน ทำให้มองเห็นบริเวณเกาะนางยวนอย่างชัดเจน ซึ่งถือว่าพลาดมากถ้ามาถึงแล้วไม่ได้ขึ้นมาที่จุดชมวิวแห่งนี้

 

เซลฟี่สักนิด ก่อนจะลงไปดำน้ำ ซึ่งจุดดำน้ำที่เกาะนางยวน เป็นจุดที่เจ้าหมูชอบมากที่สุด เนื่องจากน้ำที่นี่ใสมาก (เช่นภาพที่โพสไปก่อนหน้า) แต่ข้อควรระวังคือ แนวปะการังที่ตายแล้วของที่เกาะนางยวนนั้นเยอะมาก บวกกับน้ำที่ไม่ลึก ทำให้เราอาจโดนปะการังบาดได้แทบจะตลอดเวลาการดำน้ำเลยทีเดียว

โดยทริปของวันนี้จบลงด้วยความประทับใจไม่รู้ลืมจริงๆครับ ^^

 

Day 5 :: เกาะสมุย – กรุงเทพฯ

 

สำหรับวันสุดท้ายนี้ เนื่องจากเจ้าหมูมีภารกิจกลับไปทำงาน เราเลยออกกันตั้งแต่เช้ามืด บอกเลยว่าแท็กซี่จากโรงแรมไปท่าเรือนั้นแพงมาก 700 บาทไทยไปเลยจ้า หากใครจะไปไหนมาไหน ลองวางแผนกันดีๆ หรือเช่าเป็นรถจักรยานยนต์ จะสามารถประหยัดไปได้เยอะเลยทีเดียวครับ

สุดท้ายนี้ หากเพื่อนๆคนไหนเดินทางไปเที่ยวเกาะสมุย และมีเวลาน้อย ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกไป One Day Trip กับรูทไหน เราสองคนขอแนะนำ เต่ายวนหรือเกาะเต่า เกาะนางยวน ครับ เพราะเป็นทริปหนึ่งวันที่คุ้มค่า เหมาะแก่การเที่ยวทะเลที่สุด

สมุย หากใครไม่เคยไปต้องลองไปดูสักครั้ง อย่าเพียงฟังหรือดูผ่านภาพถ่าย ออกไปสัมผัสธรรมชาติด้วยตัวเอง แล้วคุณจะรู้ว่าโลกมีอะไรรอคุณอยู่มากกว่าที่คุณคิด^^

จองที่พักในสมุยกับ Traveloka ได้ที่นี่

เขียนและถ่ายภาพโดย

หมีหมู

The Planners เที่ยวนอกแพลน

https://web.facebook.com/theplannersbytsst/

จากกิจกรรม ค้นหา Blogger สายเที่ยว