การเดินทางของพวกเราในครั้งนี้เริ่มมาจากการที่พวกเราได้รับเชิญให้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในแคมเปนShade of Asia by Traveloka X Canon X Thai Lion Air โดยโจทย์ที่ Boring Boardroom ได้รับ คือ การถ่ายทอดการท่องเที่ยวในย่างกุ้งออกมาโดยผ่านโทนสีน้ำตาลด้วยกล้อง Canon EOS M50 ตัวใหม่ที่มาในคอนเซปถ่ายสวย รูปเป๊ะ จบในครั้งเดียว

สำหรับแรงบันดาลใจของพวกเราในการที่จะทำให้ย่างกุ้ง ไม่ใช่ย่างกุ้งที่ทุกคนเคยรู้จักอีกต่อไปเกิดขึ้นจากเวลาเราบอกใครว่าจะไปย่างกุ้ง คำถามแรกที่ได้รับกลับมามักจะเป็นคำถามที่ว่า “จะไปไหว้พระหรอ”ทริปนี้เราจึงเลือกที่จะตัดความเป็นทัวร์แสวงบุญออก แล้วเลือกไปใช้ชีวิตช้าๆ เดินลัดเลาะตามตัวเมืองเก่า แวะร้านอาหาร เดินเข้าออกคาเฟ่ เพื่อจะถ่ายทอดประสบการณ์ที่แปลกและแตกต่างให้ทุกคนได้เห็นว่า…ย่างกุ้งเป็นเมืองที่ไม่ได้มีแต่วัด แต่ยังมีอะไรอีกมากที่จะทำให้ทุกคนหลงรักในเสน่ห์ของเมืองนี้

 

Our journey begin with an invitation from “Shade of Asia by Traveloka X Canon X Thai Lion Air” campaign. We, as Boring Boardroom, get a chance to portray Yangon tourism experience via photographs with the “shade of brown” theme. And of course, the camera used for this trip has to be the newest Canon EOS M50 with the concept of “perfect shot can be done with this camera”.

Our inspiration to show Yangon in a different perception begin when people ask us, “Which temple are you going to visit there” after our friends know we are visiting Yangon. So, for extraordinary experience, we decide to skip that religious part and take all time to hangout around old town, explore cool restaurants and cafés instead. We will show you the new “Yangon.” It’s not the city full of temples. Instead, this city is full of hidden gems waiting for you to explore.

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนการออกเดินทาง

  1. หากคุณไปวัดในเมียนมาร์ คุณต้องถอดรองเท้า เราขอแนะนำให้คุณพกรองเท้าแตะราคาถูกๆไปด้วย หรือถ้าคุณจ้างรถแบบเราก็ถอดรองเท้าเอาไว้บนรถเลยก็ได้
  2. ทิชชู่เปียกเราขอให้คุณพกเอาไว้ติดตัวยามอยู่ในเมียนมาร์ เพราะเราว่ามันมีประโยชน์มากๆ พกไว้ไม่เสียหลายเลยและ
  3. เมียนมาร์ไม่ต้องใช้วีซ่าในการเข้า แค่ซื้อตั๋ว จองที่พัก แพ๊คกระเป๋า ก็พร้อมออกเดินทางได้เลย
  4. หากคุณมาเที่ยวช่วงมรสุม บอกเลยว่าฝนในย่างกุ้งเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ เพราะพร้อมที่จะแดดออกแล้วฝนตกใน 5 นาที แล้วก็กลับมาแดดออกใหม่ในอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา
  5. ร่มและหมวก เป็นสิ่งที่ควรพกไว้ติดตัวอยู่ตลอดเวลาเพราะแดดที่นี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

 

Important things to know before your journey begins!

  1. If you visit any temples in Myanmar, please be aware that it’s a norm to take off your shoes. So, we recommend you to bring a cheap pair of flip-flops or if you rent a car like us, you can always leave them in the car.
  2. Wet tissue will be very useful. You’re gonna thank us for this.
  3. Since visa is not required to visit Myanmar, all you need are ticket, accommodation, and your luggage!
  4. If you visit Myanmar during Monsoon season, the weather can be unpredictable. Please be aware of unexpected rainfall
  5. You must carry umbrella and hat all day because Myanmar’s Sun is kinda a real deal.

จุดเด่นของ “ย่างกุ้ง” ที่ไม่เหมือนใคร

  1. คนเมียนมาร์มีความน่ารัก อัธยาศัยดีมากๆ และที่สำคัญพูดภาษาอังกฤษได้ดีมากจนน่าตกใจ
  2. จักรยานยังเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป ตามถนนหนทางในย่างกุ้ง
  3. ความคลาสสิกของเมืองเก่าที่ยังมีชีวิตในโลกปัจจุบัน
  4. ย่างกุ้งยังมีอะไรมากกว่าวัด ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงาม หรือสถานที่สำหรับคนรุ่นใหม่อย่างคาเฟ่ที่สามารถผสมผสานไปกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของเมียนมาร์ได้อย่างลงตัว
  5. ที่ย่างกุ้งเมนู Pork Neck หรือ คอหมูย่าง ในร้านอาหารมักจะอร่อย ไม่รู้ทำไมแต่อร่อยจริงๆนะ เราอยากขอให้คุณลอง ถ้าร้านที่คุณลองไม่อร่อย เราขอเสนอร้าน “Kafe In Town” เดินถัดมาไม่ไกลจากร้าน Rangoon Tea Houseรับรองไม่ผิดหวัง

 

What makes Yangon standout for us

  1. Burmese are very friendly and they also speak good English.
  2. Bicycle is a common vehicle in Yangon.
  3. Yangon serves as a time machine for us to experience the history in today’s world.
  4. Beyond Buddhist temples, Yangon has many beautiful architectures and modern cafés. A perfect blend of Burmese tradition and western-influenced modernity can be seen along the streets of Yangon.
  5. Pork Neck or Koh Moo Yang is a popular dish here in Yangon and you can hardly be disappointed by any restaurants. Why? Because it’s so yummy everywhere, honestly! Our favorite is at “Kafe In Town,” a restaurant that is only a few steps away from Rangoon Tea House. You will be amazed!

การเดินทางของพวกเราเริ่มขึ้นในเช้าวันที่ 20/07 แหกขี้ตาตื่นเช้ามาสนามบินกันตั้งแต่ตี 5ครึ่ง ทั้งๆที่ ไฟลท์ 8:20น. เพราะกลัวในความหนาแน่นของสนามบินดอนเมือง แต่เราใช้เวลาต่อคิวเพียง15 นาที ก็ได้เช็คอินเป็นที่เรียบร้อย โหลดกระเป๋าเสร็จสรรพ จนต้องขอชม Thai Lion Air สำหรับความรวดเร็วจริงๆ หลังจากนั้นก็ถึงเวลาบินลัดฟ้าสู่ย่างกุ้งด้วยสายการบินคุณภาพอย่าง Thai Lion Air ที่เบาะหนังกว้างขวางนั่งหลับได้สบายๆ ด้วยเวลาเพียง ชั่วโมงเศษๆก็ถึงแล้ว

 

Our trip begin in the early morning of July 20th. Arrive at the airport at 5.30 am as we are afraid of crowed Don Mueng airport though our flight is not until 8.20 am. Thanks to Thai Lion Air for their efficient, checked-in and luggage drop-off only takes 15 minute. With wide and comfortable seats provided by Thai Lion Air, it’s time to sit back, relax, and get ready for the adventure in Yangon. The flight takes around 2 hours, and here we are, Yangon.

หลังจากที่พวกเราได้มาถึงสนามบินย่างกุ้งก็ตามขั้นตอนที่นักเที่ยวทั้งหลายย่อมรู้ดี ตั้งแต่ ผ่านตม รอรับกระเป๋า และหาคนขับรถที่เราได้ทำการบุ๊คเอาไว้ตั้งแต่ที่ไทย สำหรับราคาก็เกือบๆ 2000 บาทต่อวัน (รวมค่าคนขับและน้ำมันเอาไว้เรียบร้อย) ซึ่งบอกได้เลยว่าเราโคตรโชคดี เพราะพอออกจากสนามบินปุ๊ป ฝนตกหนักจ้า!ทำให้ทริปตอนแรกที่เราวางแผนกันเอาไว้ พัง! แต่ในเมื่อเรามาถึงย่างกุ้งกันแล้วจะกลัวได้ยังไง

 

After landing and all the immigration process at Yangon International Airport, we meet up with our driver who is waiting for us at the exit. Car rental (advance booking) here is around 2,000 Baht per day (driver and gas included). Unfortunately, the rain starts pouring the minute our car leave the airport. So there are some changes in plan, but that doesn’t stop us from being adventures.

 

ใช้เวลาอยู่ร่วมๆ 2 ชั่วโมงจากสนามบินถึงตัวเมืองย่างกุ้ง อาหารเช้ามื้อแรกในย่างกุ้งของเรา เราเลือกร้าน “Rangoon Tea House”ซึ่งก็ถือว่าควบรวมทั้งเช้าทั้งเที่ยงไปในตัว ขอบอกเลยว่าร้านนี้ดีงามมาก ถ้าใครมาย่างกุ้งแล้วไม่ได้มาร้านนี้ถือว่าพลาด โดยเฉพาะชาเย็นในแบบพม่า ที่มีมาให้เลือกถึง 16 แบบ!!! นี่พูดจริงๆว่ามีชาให้เลือกถึง 16 แบบ ซึ่งความต่างของแต่ละแบบก็คือ ปริมาณของ ชา นมข้นหวาน นมสด รวมไปถึงน้ำ ที่แตกต่างกันออกไปนั้นเอง แต่ถ้าใครกลัวว่าจะสั่งยากก็อย่าไปกลัว เพราะว่าเค้ามีรูปให้ดูเป็น infographic สวยๆเข้าใจง่าย รับรองไม่ผิดหวัง เอาเป็นว่ามาลองเถอะ ร้านนี้เหมาะแก่การเชคอินมากๆ เลยแหละ

 

It takes approximately 2 hours from the airport to city center. We choose “Rangoon Tea House” for our first meal in Yangon. Honestly, this restaurant is strongly recommended as it offers up to 16 styles of Myanmar Ice Tea – different in proportion/combination of tea, sweetened condensed milk, milk, and sugar. If you’re afraid that it too complex, don’t be worry because they have an infographic to illustrate for you as well. So, don’t miss to check-in here!

อิ่มกันแล้วก็ได้เวลาไปที่อื่นกันต่อ แต่เนื่องจากฝนที่ยังคงตกหนัก เราจึงเลือกที่จะเข้าไปเช็คอินที่โรงแรมกันก่อน สำหรับทริปนี้เราก็ได้จองที่พักผ่านแอพอย่าง Traveloka ที่จองง่าย ราคาชัดไม่ต้องมีบวกเพิ่มตอนหลัง แถมยังมี Code ส่วนลดมาให้เราใช้กันอีกด้วย (รหัสส่วนลดโรงแรม “STAYBRDROOM” ส่วนลดสำหรับจองโรงแรมจะเป็นในไทยหรือต่างประเทศก็ได้ ลดเลย 15% ลดสูงสุดถึง 350 บาท) และที่พักของเราคราวนี้คือ Sule Shangri-La Yangon สำหรับใครที่จะมาเที่ยวเอง บอกเลยว่าที่พักดีงาม แถมเป็นโลเคชั่นที่ดีมากๆ อยู่ใจกลางเมืองเก่าของย่างกุ้งเลยหล่ะ และนอกจากนั้นขอแอบกระซิบเบาๆว่า ถ้าคุณจองห้องพักที่สามารถเข้าไปใช้Executive Lounge ได้ด้วยแล้วนั้น ที่ชั้น 21 ของโรงแรมคุณสามารถขึ้นไปนั่งจิบชา ทานขนม แล้วนั่งมองวิวเจดีย์ชเวดากองได้จากโรงแรมเลยหล่ะ

 

After we finish our meal, we decide to check-in at our hotel first. For this trip, we booked the hotel through Traveloka application. It was so convenient without any mysterious charge that would surprise you later. Apart from that, Traveloka also provide discount code for hotel as well (use this code “STAYBRDROOM” for a hotel discount up to 15% off with the maximum of 350 Bath)  For this trip, we choose the Sule Shagri-La Yangon. Locating Yangon old quarter, this hotel is a perfect catch. A word of advice from us, if you book the room with exclusive lounge privilege, you can enjoy tea and snacks on the 21st floor with the exclusive view of Shwedagon pagoda.

ถึงเวลาออกเดินทางกันต่อหลังจากเก็บของพักเหนื่อยจากการเดินทางที่โรงแรมกันมาสักพัก และก็เห็นว่ามันเป็นเวลาบ่ายกว่าๆ แต่ฝนก็ยังคงตกหนักอยู่ เราเลยคิดกันว่าไปหาHigh Tea นั่งเล่นกันดีกว่า สำหรับร้านนี้เป็นร้านบรรยากาศดีๆ อยู่ริมทะเลสาบชื่อร้านว่า “Le Planteur”ซึ่งต้องนั่งรถออกมานอกตัวเมืองเก่าสักหน่อย โดยสำหรับ High Tea เซตนึงนั้นก็จะอยู่ที่หัวละประมาณ28,xxx จ๊าด คุณก็จะได้รับชุดชา น้ำผลไม้ และขนมที่มีตั้งแต่แบเกอรี่อย่าง แซนวิช ครัวซอง โดนัท ส่วนของหวานที่เสริฟมาก็มีทั้ง เค้ก ช๊อคโกแลต มาการอง ซึ่งเอาจริงๆ เราว่าราคาก็ไม่ได้แรงกว่าที่ไทยสักเท่าไหร่ แต่บรรยากาศที่นี่ไม่ธรรมดา เพราะเป็นบ้านเก่าที่เอามารีโนเวทใหม่ได้อย่างสวยงามและลงตัวมากๆ ยิ่งถ้าเป็นสายถ่ายรูปไม่ต้องกลัวเลย มาที่นี่ได้รูปดีแน่นอน ถ้าไม่เชื่อเราก็ขอให้ภาพเล่าเรื่องให้แทนละกัน

 

It’s now time to continue the journey after little break at the hotel. As the rain continue to pour in the afternoon, we decide to stay in and enjoy High tea at “Le Planteur.” Le Planteur is a café located along the lake. It’s a bit far from downtown. For 28,xxx Kyat High tea set, you get juice, snacks such as bakery, sandwich, Croissant and donut. For sweet menu served in this set including cake, chocolate ,and macron. In fact, the price is not that different from Thailand. However, the atmosphere is pretty special since this restaurant is set in a renovated old colonial house. If you love taking photos, don’t miss this place.

 

หลังจากทานเสร็จเรียบร้อยเรามาแวะกันที่ Yangon’s State Fine Art School กันสักหน่อย เพราะเราเห็นแล้วว่าสถาปัตกรรมตึกคือดีงาม มีความผสมผสานระหว่างเอเชียกับยุโรปได้น่าประทับใจเลยทีเดียว ระหว่างเดินทางฝนก็ยังคงตกตลอดเวลา แต่โชคดีที่เราเช่ารถแบบเหมาวันไว้ตลอดทริปจึงทำให้การเดินทางเป็นเรื่องง่ายสำหรับที่นี่ เป็นอีกหนึ่งข้อแนะนำเลยทีเดียว ลงรถมาถึงโรงเรียน ก็พบกับบรรยากาศแสนเงียบ จนเราก็ไม่รู้ว่าวันนี้มีทำการสอนอยู่รึเปล่า เราจึงเดินสำรวจพื้นที่รอบๆพร้อมกับเก็บภาพสถาปัตกรรมมาฝากกันสักหน่อยที่นี่ถือเป็นที่สุดท้ายก่อนจบวันแรกแบบเปื่อยๆเปียกๆของเรา

 

After High tea, our next destination is “Yangon’s State Fine Art School”. We heard that there was a magnificent architecture that blending the Asian and European style, so it might be an interesting place to visit. However, the rain still falling all day. Fortunately, it’s quiet easy for us to travel here since we have a car for our trip. Eventually, we reach the school, but it so pretty silent which makes us wonder that whether students have class or not. We decide to wander around the school and take photos of these beautiful architectures before ending of our trip on this soggy day.

วันที่สองกลางเมืองย่างกุ้ง วันนี้เป็นวันที่เรียกได้ว่าตื่นสายกันพอสมควร กับบรรยากาศที่ฟ้าฝนก็ยังไม่เป็นใจกับเราอยู่ดี เราเลยเลือกที่จะไปกินอาหารเช้ากันที่ “Yangon Restaurant”ซึ่งในวันเสาร์-อาทิตย์ทางร้านจะมีบริการ Brunch สำหรับมนุษย์ตื่นสายแบบพวกเราด้วย ร้านนี้เป็นร้านสไตล์โมเดิร์นและอาหารที่เสริฟเป็นส่วนใหญ่ก็เป็นอาหารฝรั่ง ส่วนรสชาติก็ถือว่าปานกลางไม่ได้โดดเด่นอะไร เอาว่าถ้าอยากมานั่งมองสวนชมวิวระหว่างมื้อก็ถือว่าโอเค

 

Second day in Yangon, we wake up quiet late with a bad weather. We decide to have brunch at “Yangon Restaurant,” a perfect place for sleepyheads like us. However, brunch service is only available during the weekend, so please be aware before coming here. This is a modern style restaurant, and most menus are western style as well. Food here is average, if you ask me. But if you need to have a brunch while relaxing in a garden, this restaurant is for you!

จากร้านอาหารเราก็เลือกที่จะให้คนขับรถเอาเรามาปล่อยไว้ที่กลางเมือง จากฝนที่ซาลงมาบ้างแต่ก็ยังต้องลุ้นอยู่ว่าจะตกมาอีกเมื่อไหร่ ก็ถึงเวลาที่เราจะลองเสี่ยงเดินเตร่ๆ ชมบรรยากาศของเมืองย่างกุ้งตามที่เราได้คิดเอาไว้ เริ่มต้นจาก สถานีรถไฟกลางอย่าง “Yangon Central Railway Station”สถานีร่วมสมัยคลาสสิกที่ยังคงใช้งานมาถึงปัจจุบัน หลังจากใช้เวลาอยู่ในสถานีรถไฟสักพัก มองชีวิตผู้คนผ่านทั้งสองตาและเลนส์กล้องก็ทำให้ได้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนที่ดำเนินไปอย่างช้าๆไม่เร่งรีบถึงแม้จะเป็นเมืองที่ดูวุ่นวายอย่างย่างกุ้งเองก็ตาม

 

Then we ask our driver to drop us off at the downtown after the rain has stopped, and hope that it won’t be raining again. It’s time to walk around and chill out in this city as planned. We start from “Yangon Central Railway Station”- a combination of classic and traditional railway station that still in operation. After watching people’s routine through our eyes and camera lenses, we observe that people here are laid back which is quite a contrast to the overall ambiance of Yangon.

 

จากสถานีรถไฟเราก็เดินเอื่อยๆตามถนนหนทางต่างๆในเมืองที่การจราจรแสนจะวุ่นวาย สภาพตึกรามบ้านช่องที่มีกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมแบบอังกฤษ แต่ก็ยังถูกใช้งานในปัจจุบันมีให้เห็นอยู่บ้างเรียงรายตามสองข้างทาง เดินมาได้สักพักฟ้าฝนก็เล่นตลกกับเราอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มาเป็นพายุกันเลยทีเดียว เราเลยตกลงกันว่าจะจบทริปของวันด้วยการไปทานอาหารเย็นที่เร็วกว่าเดิม

 

From the train station, we walk down the roads through a busy traffic. Most of architectures in this area are influenced by the colonial era. In fact, many buildings along both side of these roads are still in uses nowadays. And again, rain continues to fall. Actually no, it’s a storm. So, that’s it for today. Time for early dinner.

สำหรับร้านอาหารเย็นนี้วันนี้ เราเลือกที่จะมาลองร้านอาหารญี่ปุ่น(อ่านไม่ผิดหรอกครับ ร้านอาหารญี่ปุ่นจริงๆ) ดูจากภายนอกร้านแล้วคงจิตนาการไม่ออกเลยว่าเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นยังไง แต่เชื่อเถอะในเมนูเนี่ยญี่ปุ่นล้วนๆ รสชาติอาหารก็กลางๆ ไม่ได้โดดเด่นอะไร เรียกได้ว่าทานได้ไม่เสียหาย ถือว่าเป็นการจบวันแบบเปียกๆของเราอีกวันหนึ่งที่ร้าน “Gekko”

 

For our dinner today, we choose a Japanese restaurant (Yes, that right! a Japanese restaurant) Even though the façade of the building does not look anywhere near Japanese, foods on this menu are real Japanese. Foods here are quite neutral, not outstanding. Well, let’s us end our soggy trip (again) today at here “Gekko” restaurant.

วันที่สามแพลนวันนี้ของเราถูกเปลี่ยนเล็กน้อยเนื่องจากความรู้สึกที่ว่า มาย่างกุ้งก็ควรจะต้องไปเห็นถึงความยิ่งใหญ่ของเจดีย์ชเวดากองกันสักหน่อย เราจึงให้คนขับรถพาเราไปส่งที่เจดีย์ชเวดากองซึ่งถือว่าเป้นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของเมียนมาร์ ทั้งยังเป็นสถานที่สำคัญแหล่งรวมความศรัทธาในพุทธศาสนาของชาวเมียนมาร์ที่ร่วมกันสร้างสิ่งนี้ขึ้นมา พอมาแล้วก็ไม่ได้ทำให้เราผิดหวังกับความสวยงามและระบบการจัดการที่มีความเป็นระเบียบ แต่ถ้าใครคิดจะมาเราขอแนะนำให้ท่านใส่รองเท้าแตะ และพกร่มเอาไว้ด้วย เพราะแดดแรงใช่ย่อยอยู่พอสมควรเลยหล่ะ

 

The third day in Yangon is slightly different from our plan. Since we are already here in Yangon, why not visit the great Shwedagon pagoda. This place is told to be one of an important place for all Burmese faith in Buddhism. We are not disappointed to visit here. This place is stunning and well organized for tourists. Our recommendation for everyone who want to visit this place is… please bring your cheapest flip-flops, and bring an umbrella with you because there has a strong sunshine.

ถัดจากเจดีย์เรามาแวะเดินเล่นกันแถวๆ ตลาด“Bogyoke Au ng San Market”ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่รวบรวมทั้งของฝาก อัญมณี หยก รวมไปถึงผ้าพื้นเมืองต่างๆใครมาก็ต้องมีของติดไม้ติดมือกลับไปไม่มากก็น้อยกันเลยทีเดียว เสียดายที่เราเองก็มัวแต่ใช้เวลาไปกับการเลือกของฝากจนไม่ได้เก็บภาพตลาดนี้มาฝากกัน แต่เชื่อเราเถอะ ถ้าคุณลองมาแวะที่นี่ดูสักครั้งแล้วคุณจะเพลินเหมือนเรา…

และสถานที่สุดท้ายของวันนี้เราได้รับคำแนะนำมาว่ามีร้านอาหารเปิดใหม่อย่าง“White Swan Bakery Restaurant”เราก็เลยไม่พลาดที่จะแวะมาลองกันสักหน่อย ในวันที่เราไปยังขึ้นป้ายว่าเป็น Soft opening อยู่เลย แต่ก็มีลูกค้าเข้ามาหนาแน่นพอสมควรจนต้องรอคิวกันก่อนเข้าไปในร้าน ด้วยบรรยากาศโล่งๆ กับสีโทนสบายตาทำให้เรารู้สึกสดชื่นขึ้นจากการเดินมาทั้งวัน ร้านนี้อาหารที่เสริฟส่วนใหญ่เป็นอาหารฝรั่ง หรือถ้าอยากมานั่งจิบชา ทานเค้กก็มีบริการด้วยเช่นกัน แล้วเราก็จบวันของเราไปด้วยความอิ่มจากอาหารที่ร้านนี้นี่เอง

 

Next is the “Bogyoke Aung San Market,” a perfect place for souvenirs as such gemstones, Jades, or even traditional clothes. Unfortunately, that we don’t have any picture of this place because we’re too focused on picking souvenirs as well. Trust us, this market will not disappoint you!

For the last place, we are recommended to try this new interesting restaurant called “White Swan Bakery Restaurant”. So, we have to check it out! On that day, though “Soft Opening” sign, the restaurant is already crowded. With a breezy atmosphere and relaxing color tone, being here makes us feel so refreshed after a long day. Most menus are in western style, or if you prefer to chill out with tea and cake, this place will be a good choice as well. Finally, we end our day with big happy tummy before heading back to hotel. Highly recommend this restaurant.

วันสุดท้ายในย่างกุ้ง… วันนี้เราเลือกที่จะพาเข้าไปในสถานที่ unseen แห่งหนึ่งของย่างกุ้ง นั่นก็คือ “The Secretariat” หรืออาคารรัฐสภาเก่าของเมียนมาร์ก่อนที่จะย้ายเมืองหลวงไปที่กรุงเนปิดอ อันที่จริงแล้วอาคารนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงซ่อมแซม แต่ถ้าจองทัวร์มาล่วงหน้าก็สามารถเข้าไปเยี่ยมชมข้างในได้ ซึ่งราคาเข้าชมก็อยู่ที่ 6 เหรียญดอลล่าสหรัฐ หรือราวๆ 8,000 จ๊าดนั้นเอง (สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.asiatoursmyanmar.com) หลังจากที่เข้ามาก็ไม่ผิดหวัง เพราะสวยมากจริงๆ เดินเพลินๆ มองสถาปัตยกรรมพร้อมฟังเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมียนมาร์ก็คุ้มแล้ว ถือว่าเป็นอาคารที่ยังคงความคลาสสิกที่คนชอบงานสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลต้องปลื้มมากแน่ๆ ซึ่งก็จะมีการแบ่งช่วงเวลาการเข้าชมเป็นช่วงๆทำให้การเดินหรือจะหยุดถ่ายรูปไม่อึดอัดแต่อย่างใด ยิ่งถ้าใครอยากสัมผัสประสบการณ์แบบที่ไม่เหมือนใครในย่างกุ้ง เราขอแนะนำให้คุณลองเข้ามาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง

 

Last day for us in Yangon, we decide to visit one of the unseen place in Yangon which is “The Secretariat” or the building of an old Myanmar congress before it moved to the new capital, Naypyidaw. Actually, this building is under renovation. However, it’s still possible to go inside if you book a tour in advance. Entry fee for this site including a tour guide to escort you around the area is 6 USD or about 8,000 kyat. For more information please visit www.asiatoursmyanmar.com. We can say that this place will not disappoint you. You can spend an afternoon walking around this place and learning about the history of Yangon. This classic colonial building is perfect for those who love history and architecture. They have divided time for visitor into many slot, so there won’t be too crowded. If you love a unique experience in Yangon, we recommend you to visit here yourself.

     

และมื้อสุดท้ายก่อนที่จะกลับกรุงเทพ เราก็ขอมาแวะชิมอาหารว้ากันที่ร้าน “Root” บอกแล้วว่าพวกเรายังคงคอนเซปกันจนวันสุดท้าย ใช้ชีวิตช้าๆแวะร้านอาหารเดินเข้าออกคาเฟ่5555ถ้าใครสงสัยว่า “ว้า” คืออะไร ว้าเป็นชนเผ่าพื้นเมืองชนเผ่าหนึ่งของเมียนมาร์ อาหารว้าจะมีรสจัดกว่าอาหารพื้นเมืองอื่นๆ อย่างกุ้งผัดพริก มันฝรั่งทอดกับกระเทียม ถั่วแขกผัดกระเทียม ปลาย่าง รวมถึงข้าวที่เหมือนข้าวต้มก็ไม่เชิงจะเหมือนริซอสโต้ก็ไม่ใช่เรียกว่า “Moik” ซึ่งมีรสชาติแปลกๆ แต่ก็จัดว่ารสอร่อยอยู่เหมือนกัน ถือว่าเป็นอาหารที่ควรค่าแก่การลองดูสักครั้ง

 

Before taking off to Thailand, we decide to try a Wah food at “Root Café”. You may be curious of what is “Wah”. Wah is one of many tribes in Myanmar, Their foods have strong taste than other kind of food in Myanmar such as Stir Fried Shrimp with chili, Fried Potato with Garlic, Fried String Bean with Garlic, Grill Fish, and rice menu which quite same as Thai rice soup or Risotto name “Moik.” It’s has a strange taste, but still yummy. You should definitely try it.

การเดินทางในย่างกุ้งของพวกเราในครั้งนี้อาจสิ้นสุดลง แต่เราอยากบอกว่าหลายครั้งที่คนไทยมองย่างกุ้งเหมือนเมืองโบราณ ล้าสมัย ถ้าใครจะมาก็คงหนีไม่พ้นมาทัวร์ไหว้พระแน่ๆ แต่ครั้งนี้เราได้พาคุณออกไปเจอย่างกุ้งในมุมมองที่แปลกและแตกต่างออกไป เราอยากให้คุณได้เห็นตัวอย่างในการสร้างประสบการณ์การเดินทางของเราเอง มากกว่าประสบการณ์ที่ใครๆเขาว่ากัน เพราะเราเชื่อว่าการเดินทางของแต่ละคนย่อมแตกต่างแม้ในเส้นทางเดียวกัน…แล้วคุณจะมีความคิดเหมือนพวกเราว่าย่างกุ้งยังคงมีมนต์เสน่ห์อีกมากที่รอเรามาค้นพบ

 

Though our adventure in Yangon may have ended, we want to inspire you to seek out for new experiences and live it up to the fullness. We do believe that every journey will bring about different experiences even though we take the same route. Yangon will no longer be that city known for it’s tradition and Buddhist temples. Go out! Explore! and you will find that Yangon still has a lot of charm waiting for you to discover!

สำหรับการถ่ายภาพของเราในทริปนี้นั้น เราใช้กล้อง Canon EOS M50 พร้อมด้วยLens

Kit 15-45 mm. ที่มาพร้อมกับตัวเครื่อง โดยหลักๆ นั้นเราใช้โหมด P พร้อมตั้งค่าโปรแกรม Picture Style ดังนี้ Sharpness Strength 0, Sharpness Fineness +2, Sharpness Threshold +2, Contrast -2, Saturation -4, Color Tone +1 หลังจากนั้นเราจึงใช้โปรแกรม Creative Assistปรับแต่งโทนสีของภาพอีกหน่อยตามนี้เลย Brightness +2, Contrast -2, Saturation -4, Color Tone 1 +6, Color Tone 2 +4, Monochrome off แค่นี้ก็ได้ภาพสวยสมใจตาม concept รูปสวยฟังก์ชั่นครบ จบในตัวเดียว

 

Last but not least, for our photos during this trip were taken using Canon EOS M50 that comes with Kit Lens 15-45 mm. Basically, we use the P mode with Picture Style program that set to this:  Sharpness Strength 0, Sharpness Fineness +2, Sharpness Threshold +2, Contrast -2, Saturation -4, Color Tone +1. After that, we use Creative Assist to adjust the tone and color of the picture with this: Brightness +2, Contrast -2, Saturation -4, Color Tone 1 +6, Color Tone 2 +4, Monochrome off. And that’s! You will get the right photo as the concept of “perfectly shot can be done in the camera”.