“น่าน” เป็นจังหวัดที่ผมอยากไปเที่ยวมาก เพราะอยากลองไปใช้ชีวิตแบบเนิบๆ อย่างเคยได้ยินมา อยู่กรุงเทพฯ มันเหนื่อย อยากพักร่าง พักสมองบ้าง และเมื่อได้ไปแล้วก็ชิลจริงๆ แต่ไม่ได้เนิบอะไรขนาดนั้น โดยรวมแล้วได้พักสมอง พักร่างแบบที่ตั้งใจไว้ การเที่ยวน่านในครั้งนี้ยอมรับเลยว่าไม่ค่อยได้วางแผนอะไรเพราะมาเพียง 2 วัน หลักๆ คืออยากไหว้พระครับจะสิ้นปีแล้วขอไหว้พระเอาฤกษ์เอาชัยกันหน่อย แล้วที่น่านก็ขึ้นชื่อเรื่องจังหวัดที่มีวัดเยอะเดินเพียงไม่กี่ก้าวก็เจอวัดอีกแล้ว

ทริปน่านครั้งนี้ผมจองตั๋วเครื่องบินไปน่านล่วงหน้าไว้ตั้งแต่ต้นปี เพราะเห็นโค้ดส่วนลดของ Traveloka นี้แหละทำให้มือลั่น ใจสั่นจองตั๋วเครื่องบินไปน่านแบบปุ๊บปั๊บกันเลย ซึ่งการเดินทางไปเที่ยวน่านครั้งนี้ผมเดินทางด้วยสายการบินนกแอร์ครับ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ถึงที่หมายเร็วกว่าเวลาที่แจ้งไว้ด้วยประมาณ 10 นาที

ผมถึงน่านประมาณ 10.30 น. ครับ ก็ตรงเข้าสู่ที่พักก่อนเลย เที่ยวน่านครั้งนี้ผิดคลาดนิดหน่อย คิดว่าอากาศจะเย็นๆ แต่แดดแรงร้อนเอาเรื่องเหมือนกันครับไม่ธรรมดาเลย ตั้งใจไว้ว่าช่วงบ่ายจะออกไปตะลุยในอำเภอเมืองร้อนแค่ไหนเราก็จะไปครับ

ร้อนๆ แบบนี้แน่นอนว่าที่แรกที่ผมขอตามไปเช็คอินคงหนีไม่พ้นร้านกาแฟชื่อดังที่เมืองน่านอย่าง “ภูพยัคฆ์” เรื่องบรรยากาศของร้านดีสมชื่อเขาเลยครับ มีที่นั่งให้เลือกหลากหลายมุมทั้งด้านนอกด้านใน แต่ผมได้แค่แวะมาชื่นชมความสวยงามของร้านซื้อกาแฟสักแก้วแล้วก็ต้องจากไป เพราะในร้านเต็มไปด้วยผู้คน ที่นั่งหวังว่าจะได้นั่งชิลๆ เนิบๆ ก็ไม่มีเหลือไว้ให้ผมสักตัวเดียวเลย ปล.ราคากาแฟที่นี่ไม่ถูกไม่แพงราคากลางๆ ผมซื้อคาปูชิโน่ปั่น ราคา 50 บาท

ขยับไปอีกนิดฝั่งตรงข้ามเดินได้ไม่ไกลจากร้านภูพยัคฆ์ก็จะเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่านซึ่งก่อนหน้านี้ได้ผิดปรับปรุงเพิ่งจะเปิดให้เข้าชมฟรีเมื่อเร็วๆ นี้เองรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมาก ด้านในจะมี 2 ชั้น เต็มไปด้วยเรื่องราวความเป็นมาของเมืองน่านตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ซึ่งได้ถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ผมใช้เวลาอยู่ที่นี่สักพักใหญ่เพราะบรรยากาศรอบๆ ที่นี่ร่มรื่นมากหลังจากแดดร่มลงมาหน่อยก็ทำการเดินไปไหว้พระที่วัดใกล้เคียงบริเวณนี้คือ วัดพระธาตุช้างคำวิหาร วัดภูมินทร์ วัดมิ่งเมือง  ใช้เวลาไม่นานก็สามารถไหว้พระได้ครบถ้วน

วัดพระธาตุช้างคำวิหาร

วัดภูมินทร์

วัดมิ่งเมือง (ที่ประดิษฐานของศาลหลักเมือง)

ถัดไปอีกใครไหวก็ปั่นจักรยานไปได้ ถ้าไม่ไหวก็ใช้บริการรถสองแถวเหอะ หากปั่นไปร่างกายไม่พร้อมจะเสียบรรยากาศการเที่ยวเปล่าๆ สำหรับ วัดพระบรมธาตุแช่แห้ง เป็นวัดศูนย์กลางเมืองน่าน อีกทั้งยังเป็นพระธาตุประจำปีเถาะอีกด้วย หากใครที่เกิดปีเถาะผมว่า ควรมาสักการะเพียงครั้งนึงก็น่าจะเป็นสิริมงคลกับชีวิตมากๆ แล้วครับ

หลังจากตามไหว้พระมาสักพักใหญ่ก็ถึงเวลาให้อาหารกันแล้ว ท้องก็จะร้องหน่อยๆ เนื่องจากช่วงบ่ายผมกินกาแฟไปเพียงแก้วเดียวเท่านั้น บอกตรงๆ ว่าลืมหิวไปเลยมัวแต่เพลิดเพลินเมืองน่านอยู่

ส่วนอาหารมื้อแรกสำหรับวันนี้ผมฝากท้องไว้ที่ก๋วยเตี๋ยวชื่อดังอย่าง “เตี๋ยวไร้เทียมทาน” มาน่านแล้วไม่แวะกินเหมือนมาถึงอะไรประมาณนั้น รสชาติก็สมคำร่ำรือ เมนูยอดฮิตคือ “หมี่เหลืองยำรวม” รสชาติกลมกล่อมแทบไม่ต้องปรุงเพิ่มเลย ส่วนมะนาวที่เตรียมไว้ให้จะบีบหรือไม่บีบก็ได้ไม่ค่อยมีผลเท่าไรเพราะใหญ่อย่างเดียวน้ำไม่ค่อยมี โดยรวมเมนูนี้เหมาะสมที่เป็นเมนูยอดฮิตซี่โครงเปื่อยมาก ลูกชิ้นอร่อย หมูปรุงรสนุ่มดีเรียกได้ว่านัวทุกคำเลยครับ เมนูนี้ราคา 60 บาท อิ่มท้องพอดี

หลังจากเคลียร์จบมื้อนี้แล้วก็เย็นพอดีประมาณ 5 โมง หน้าวัดภูมินทร์พ่อค้าแม่ค้ากำลังตั้งร้านขายของกันอย่างครึกครื้นเนื่องจากวันนี้เป็นวันเสาร์มีถนนคนเดินพอดี ผมเลยปล่อยเวลาช่วงเย็นทั้งหมดให้กับถนนแห่งนี้พร้อมนั่งกินข้าวแบบขันโตกสไตล์ชาวเหนือชิลๆ พร้อมลมโกรกเย็นๆ กำลังดี

ทริปน่านครั้งนี้ถึงแม้จะมีเวลาแค่ 2 วัน แต่ก็เต็มไปด้วยความประทับใจครับ คิดว่าต้องหาเวลามาอีกแน่ๆ และจะให้เวลากับน่านมากกว่านี้ ส่วนเรื่องที่พักน่านก็ไม่ต้องกังวล สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าจะพักไหนสามารถเข้าไปดูที่พักน่านกับ Traveloka ได้เลย

 

ยังไงก็ฝากติดตามกันด้วยนะครับ พูดคุยและแชร์ประสบการณ์ท่องเที่ยวกับผมได้ที่ลิ้งค์นี้ >> https://www.facebook.com/thejourneymoments/ และ https://thejourneymoment.com/

แล้วพบกันใหม่เมื่อ Traveloka ต้องการ