มัณฑะเลย์ จุดหมายปลายทางที่ฉันไม่รู้จัก แต่กลับหลงรักเมื่อได้ไปเยือน

เรื่องมีอยู่ว่า เราได้ไลน์ไปหาพี่สาว ชวนไปสิงค์โปร์กันตอนวันหยุด 3 วัน

แต่พี่ขอเปลี่ยนไปที่ที่ไม่เคยไปได้มั้ย และแล้วชื่อเมือง “มัณฑะเลย์” ก็ถูกเลือกมาเป็นจุดหมายปลายทางของเราในครั้งนี้

…..หลังจากโชคชะตากำลังจะพาเราไปพบกับสถานที่ที่เราไม่รู้จัก ก่อนจะไปเราก็ต้องหาตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก ให้เรียบร้อยก่อน

ตั๋วเครื่องบิน

การเดินทางรอบนี้เราใช้บริการของสายการบิน Air Asia บินตรงจากดอนเมืองไปมัณฑะเลย์ได้เลย สะดวก ประหยัดเวลา และราคาไม่แพง เช็คได้ที่ Traveloka เลยจ้า

ที่พัก

และในส่วนของที่พักเราก็ได้จอง [email protected] Hostel ผ่าน Traveloka ราคาประมาณ 312 บาทต่อคนต่อคืน เรานอนเป็นห้องรวมหญิง 8 เตียง สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีอาหารเช้าให้ด้วย และที่สำคัญพนักงานบริการดีเว่อร์ ประทับใจมากให้เต็ม 10 ไปเลย หรือใครอยากลองหาที่พักอื่นๆ ในมัณฑะเลย์ก็ดูได้ที่นี่เลย >> https://www.traveloka.com/th-th/hotel/myanmar/city/mandalay-30004475

ส่วนในเรื่องของการแลกเงินแนะนำให้แลกเป็น US จากไทยแลกเป็นแบงค์ 100$ ได้เรทดีสุด แล้วค่อยเอาไปแลกเป็น Kyat ที่พม่าค่ะ สามารถแลกได้ที่สนามบินเลย

สุดท้ายเรื่องสำคัญที่ลืมไม่ได้ เรื่องอินเตอร์เน็ต เราใช้บริการซิมการ์ดของ ooredoo ค่าซิม 1,500 kyat + package net 2GB/month 3,000 Kyat รวมเป็น 4,500 Kyat (ซื้อได้ที่สนามบินเช่นกันค่ะ)

การเดินทางในมัณฑะเลย์

จากสนามบินไปที่พัก นั่งบัส 4,000 Kyat ต่อคนส่งถึงหน้าที่พักสบายหายห่วง

ตอนเที่ยวก็เหมาแท็กซี่

ครึ่งวันอยู่ที่ 30,000 Kyat เต็มวันอยู่ที่ 35,000 Kyat ให้ที่พักติดต่อให้ได้เลยค่ะ

แท็กซี่เค้าจะมีโปรแกรมมาให้เราอยู่แล้ว ส่วนใหญ่มักจะตรงกับโปรแกรมที่เราคิดมา เป็นแหล่งท่องเที่ยวฮิตๆ ที่นักท่องเที่ยวจะไปกัน ถือว่าสะดวกสบายใช้ได้เลย

ขากลับจากที่พักไปสนามบินเราเลือกเหมาแท็กซี่กลับแทน ราคา 12,000 Kyat ไม่ต้องรอนาน ให้ที่โรงแรมนัดแนะเวลาให้สะดวกสบายถึงทันเวลาแน่นอน

วันแรก

ไปถึงมัณฑะเลย์ประมาณเที่ยง เข้าที่พัก กินข้าวกลางวัน ได้เริ่มเที่ยวเกือบสี่โมงเย็น เลยได้ลดค่าแท็กซี่จาก 30,000 Kyat เหลือ 20,000 Kyat

วันนี้เราเน้นเที่ยวในเมืองมัณฑะเลย์มีทั้งพระราชวังมัณฑะเลย์ มาแล้วเราต้องไปเยี่ยมชมกันสักหน่อย หลังจากนั้นไปตามวัดที่อยู่บริเวณรอบๆ วัง และไปจบที่ Mandalay Hill เก็บภาพก่อนแสงสุดท้ายจะหมดลง

วันนี้ถึงจะได้เที่ยวในเวลาอันจำกัด แต่ก็ประทับใจในวัฒนธรรมของคนพม่า เดินไปทางไหนจะเห็นผู้ชายนุ่งโสร่งกัน คุณลุงแท็กซี่ก็นุ่งโสร่ง ส่วนผู้หญิงใส่ผ้าถุง ทาหน้าด้วยทานาคา เห็นแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ แทบจะไม่เห็นใครใส่เสื้อแขนกุด กางเกงขาสั้นเลย ดูๆ ไปมันก็น่ารักไปอีกแบบนะคะ
สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ถ้าเป็นวัดจะต้องถอดรองเท้าตั้งแต่หน้าวัดแล้วเดินเท้าเปล่าเข้าไปเลยนะคะ บางวัดก็มีตู้ให้ใส่ บางวัดก็ไม่มี ถ้าใครกลัวหายพกถุงใส่รองเท้ามาด้วยก็ได้ค่ะ

วันนี้จบวันไปอย่างรวดเร็ว ก่อนกลับคุณลุงพามาแวะร้านสะดวกซื้อหาของกินสำหรับค่ำคืนนี้กันก่อน

และเมื่อถึงที่พักนัดแนะสำหรับวันพรุ่งนี้ไว้เรียบร้อย ติดใจคุณลุงขอใช้บริการต่อเลยละกัน

วันที่สอง

วันนี้เราจะเที่ยวเมืองรอบๆ มัณฑะเลย์กันค่ะ นั่งรถข้ามแม่น้ำไปเมือง Sagaing แล้วต่อด้วยนั่งเรือข้ามฟากไปขึ้นรถม้าชมเมืองที่เมือง Inwa สุดท้ายไปจบด้วยการชมพระอาทิตย์ตกดินที่สะพานไม้สักอูเบ็ง เมือง Amarapura

คุณลุงมารับเราตามเวลานัดหมาย ก่อนจะไปเมือง Sagaing คุณลุงพาไปชมวิธีผลิตแผ่นทองคำเปลวที่ King Galon Gold leaf workshop

จากนั้นพาไปวัดไม้แห่งหนึ่ง แล้วไปต่อที่ประเพณีตักบาตรที่วัด Mahagandayon ซึ่งเป็นวิทยาลัยสงฆ์ที่ใหญ่ที่สุดในพม่า ตอน 10 โมงเช้าจะมีพระกว่า 1,200 รูปมาเรียงแถวบิณฑบาตเป็นภาพที่สวยงามมากจริงๆ แถมเรายังโชคดีได้มีโอกาสสนธนากับพระรูปหนึ่ง ทำให้ได้เรื่องฉุกคิดขึ้นมาเมื่อพระถามเราว่าที่ประเทศไทยมีพระสงฆ์ทั้งหมดกี่รูปแล้วเรากลับตอบไม่ได้ ท่านเลยแอบเตือนใจ เรามานิดหน่อยว่าเราเป็นชาวพุทธและเมืองไทยเองก็เป็นเมืองพุทธ นี่เป็นสิ่งที่เราไม่ควรจะละเลยนะ

หลังจากได้สนธนาธรรมกันไปเล็กน้อยเราก็ต้องขอตัวลาเพื่อไปยังสถานที่ถัดไป

ลุงพาเราข้ามไปเมือง Sagaing แล้วก็พาเราแวะเยี่ยมชมวัดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

จนมาถึงสถานที่สุดท้ายก่อนไปรับประทานอาหารกลางวัน เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ต้องมาเลยทีเดียว

นั่นก็คือ Sin Oo Panya shin pagoda เป็นวัดที่อยู่บนเขาและมีจุดชมวิวที่เห็นเมือง Sagaing จากมุมสูง ภาพที่เห็นเมืองที่มีเจดีย์สีทองล้อมรอบด้วยต้นไม้สีเขียวมันสวยงามจริงๆ

ไหว้พระ ชมวิวกันจนหนำใจ ได้เวลาไปกินอาหารกลางวันกัน คุณลุงพาเรามากินร้านอาหารอินเดีย ชื่อร้าน Himalaya Vegetarian Restaurant จัดว่าดีเลยทีเดียว ลุงแนะนำแกงกะหรี่มันฝรั่ง อร่อย ชอบมาก

มีอาหารลงท้องเรียบร้อย พร้อมลุยภาคบ่ายกันต่อ

ตอนบ่ายเราจะนั่งเรือข้ามไปเมือง Inwa แล้วต่อด้วยการนั่งรถม้าชมเมือง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

รถม้าจะพาเราไปยังจุดท่องเที่ยวต่างๆ

Bargaya Monastery เป็นวัดไม้อีกที่หนึ่ง

Yadana Hsemee pagoda

Nanmyin watch tower

และที่สุดท้ายคือ The Maha Aung Mye Bom San Monastery

โดยส่วนตัวเราชอบเมือง Inwa มาก มันให้กลิ่นอายความบ้านๆ ย้อนยุคดี แต่ให้มาตอนกลางคืนก็ไม่เอานะ อาจจะหลอนไปนิด

เที่ยวชมเมืองจนครบ นั่งเรือกลับไปที่ท่าเรือเดิม ออกเดินทางไปยังสถานที่สุดท้ายกัน

สถานที่สุดท้ายนี่เรียกได้ว่าเป็นทั้งไฮไลท์ของวันและไฮไลท์ของทริปเลยก็ว่าได้

นั่นก็คือ U bein bridge ซึ่งเป็นสะพานไม้สัก สร้างพาดผ่านทะเลสาบตองตะมาน มีความยาวถึง 1.2 กม.
และวันนี้เราจะไปดูพระอาทิตย์ตกดินกันที่นี่

ถ้าใครอยากชมวิวจากบนสะพานก็เดินไปเรื่อยๆ ได้เลย สะพานไม่มีที่กั้นและคนก็เยอะมาก ระวังจะพลาดตกสะพานกันด้วยนะจ๊ะ

ส่วนใครอยากได้รูปสะพานมาครอบครองเยี่ยงเรา ก็ลงเรือไปถ่ายรูปกลางน้ำเลยจ้า ค่าเรือ 15,000 Kyat (แต่ถ้าให้ลุงติดต่อให้ จะได้ราคา 10,000 Kyat)

ได้ชมทะเลสาบ ชมวิวสะพานพร้อมแสงสุดท้ายที่ค่อยๆ ลาลับขอบฟ้า สวยจนอยากจะหยุดเวลาเอาไว้ตรงนั้น มีความสุขทั้งภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าและภาพที่ได้เก็บกลับมาฝากเพื่อนๆ

รู้สึกเปรมสุดล่ะ บรรลุเป้าหมาย ได้ทั้งแสงเย็น ได้ทั้งสะพาน เดินยิ้มแฉ่งมาขึ้นรถด้วยความเบิกบาน

หมดภารกิจวันนี้ ลุงพามาส่งถึงที่พักพร้อมแนะนำให้ไปหาอะไรกินที่ Night market ซึ่งอยู่ถัดจากที่พักเราไปประมาณสองแยก เป็นอาหารท้องถิ่นราคาแสนถูก

วันที่สาม

วันนี้เรามีโปรแกรมแค่ช่วงเช้ามืด คือไปวัด Mahamuni pagoda ไปชมพิธีล้างหน้าพระมหามัยมุนี ไปถึงตอนประมาณตีสี่ มีทั้งชาวพม่าและนักท่องเที่ยวมานั่งรอกันเต็มไปหมด พิธีนี้จะมีเป็นประจำทุกวันเวลาประมาณตีสี่ ซึ่งพระมหามัยมุนีถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของประเทศพม่า พิธีนี้จึงถือว่าเป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์และทำให้เห็นถึงความศรัทธาของชาวพม่า ถึงแม้ต้องตื่นแต่เช้าตรู่แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าที่ครั้งหนึ่งได้มาร่วมพิธีและร่วมสักการะพระมหามัยมุนี

หลังจากชมพิธีศักดิ์สิทธิ์กันไปแล้ว คุณลุงพาเรากลับมาส่งที่พักตอนหกโมงเช้า

กลับไปงีบหลับต่ออีกนิดหน่อย ตื่นมากินข้าวเช้า เช็คเอ้าท์ ให้ที่ รร. โทรนัดแท็กซี่ให้แล้วก็ออกไปซื้อของฝากกลับบ้านกัน

ร้านของฝากกิ๊บเก๋ไม่เหมือนใครที่อยากจะแนะนำคือ ร้าน Yangoods ซื้อของฝากเรียบร้อยแวะมาทานอาหารพม่ากันต่อที่ร้าน Unique Mandalay ก่อนกลับเลยขอลองชิม Mohinga ซะหน่อย คล้ายๆ ขนมจีนบ้านเรา อร่อยดี แถมร้านนี้ พนักงานดี ราคาอาหารไม่แพงอีกด้วย

อิ่มท้องกันไปเรียบร้อยกลับที่พัก เดินทางไปสนามบินกลับกรุงเทพกันเป็นอันจบทริป

ก่อนมาไม่เคยคิดว่าจะมาพม่า เพราะคิดว่าลำบาก น่ากลัวสารพัด แต่พอได้มาสัมผัสกลับรู้สึกว่าเป็นเมืองที่น่ารัก ผู้คนน่ารักมาก ทุกคนพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเรา จนทำให้เราคิดว่าบางทีชีวิตเราไม่ได้ต้องการความสบายที่มากมาย แต่เราต้องการคนที่จิตใจดีอยู่ล้อมรอบเรามากกว่า แค่นี้เราก็มีความสุขแล้ว

สุดท้ายต้องขอขอบคุณคุณลุงที่ทำให้ทริปนี้ราบรื่นไปด้วยดี ดูแลเราตลอดสามวัน จนทำให้เรารู้สึกเหมือนมีญาติผู้ใหญ่พาเที่ยว และถ้ามีโอกาสอยากให้ทุกคนเปิดใจและออกเดินทางไปยังที่ที่เราไม่รู้จักดู แล้วคุณจะรู้ว่าโลกนี้มีสิ่งมหัศจรรย์รอให้เราไปสัมผัสอีกเต็มไปหมด

จองตั๋วบินตรง กรุงเทพฯ – มัณฑะเลย์ ที่ Traveloka คลิก!

 

จองที่พักราคาไม่แพงในมัณฑะเลย์ ที่ Traveloka คลิก!

 

ขอแนะนำตัวกันซะหน่อยนะคะ

เราชื่อ ตาว หญิงไทย วัยกรุบกริบ
รักการเดินทางและการถ่ายรูปเป็นชีวิตจิตใจ
ว่างไม่ได้ต้องหาที่เที่ยวอยู่ตลอดเวลา
คิดว่าโลกใบนี้ยังมีอะไรอีกหลายอย่างรอคอยให้เราไปพบเจอ
พอได้ออกไปสัมผัสสิ่งที่เราไม่คุ้นเคยยังที่ต่างๆ
ก็อยากจะมาแบ่งปันเรื่องราวดีๆให้เพื่อนๆได้สนุกไปด้วยกัน

 

 

อันนี้เพจเราเอง https://www.facebook.com/chimolol/
แวะเข้ามาคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้ หรือใครอยากจะปรึกษาเรื่องเที่ยวก็ยินดีค่ะ