Say Hi “MALDIVES”

ก่อนจะไปเที่ยวที่ไหนเราควรรู้จักพื้นเพของบ้านเขาก่อน ถึงแม้สมัยเรียนจะไม่ชอบวิชาสังคมศาสตร์ แต่พอขยันเที่ยวทำให้รู้ว่าสังคมศาสตร์สนุกกว่าที่คิด ประเทศมัลดีฟส์ ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ละแวกประเทศอินเดียกับ       ประเทศศรีลังกา ผู้คนส่วนใหญ่จึงสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ มีเมืองหลวงคือ มาเล่ (Male) ที่นี่เป็นเมืองแห่งเกาะ เขาเรียกเกาะเหล่านั้นว่า Atoll สนามบินอยู่เกาะหนึ่ง เมืองหลวงอยู่เกาะหนึ่ง โรงแรมอยู่เกาะหนึ่ง เรือจึงเป็นพาหนะสำคัญในการเดินทาง

หลายคนมักบ่นว่าเที่ยวมัลดีฟส์ค่าเรือแพงกว่าค่าเครื่องบินอีก เราก็ว่าจริงตามนั้น เพราะถ้าไม่มีคนแชร์ค่าเหมาเรือ Speed Boat รับ-ส่งระหว่างโรงแรมกับสนามบินเขาคิดตั้ง 200 USD แม่เจ้า 6,000 กว่าบาท แต่เรื่องนั้นเราไม่แคร์ ใครจะนั่ง Seaplane หรือ Speed Boat ก็นั่งไป เพราะทริปนี้ฉันจะใช้บริการเรือสาธารณะจ้า ชีวิต Low-cost ก็อย่างนี้ (ฮ่า ฮ่า) มีหลายคนเคยถามว่าทำไมเที่ยวมัลดีฟส์ถึงต้องนั่ง Seaplane เราดูในแผนที่โลกอาจจะเห็นมัลดีฟส์เป็นเพียงจุดเล็ก ๆ แต่ที่จริงแล้ว มัลดีฟส์มีหมู่เกาะกระจายอยู่ 1,000 กว่าเกาะ บางเกาะอยู่ไกลมากต้องใช้เวลานั่งเรือหลายชั่วโมง ทางโรงแรมจึงต้องมี Seaplane ไว้รับ-ส่งนักท่องเที่ยว ซึ่งเรื่องราคาเป็นเรื่องที่คนรวยจ่ายได้เมื่อเทียบกับบริการระดับ First Class ส่วนที่มักได้ยินมาตลอดเรื่องอาหารการกินที่คนบอกว่าแพงแม้กระทั่งน้ำเปล่า สำหรับเราราคาพอรับได้นะ ก็ราคาคล้ายเที่ยวทะเลใต้บ้านเรา แพ็คเกจดำน้ำต่าง ๆ ไม่ได้แพงมากเกินไป เรียกว่ากำลังดีในงบอันจำกัดของเรา

และอีกหนึ่งสิ่งที่ควรรู้ก่อนไปมัลดีฟส์ ที่นี่เป็นประเทศมุสลิม ดังนั้นการท่องเที่ยวต้องคำนึงถึงธรรมเนียมปฏิบัติด้วย ดังนั้นหากเราพักบนเกาะท้องถิ่นจะไม่สามารถใส่ชุดบิกินี่เดินไปมาได้ แต่เขาจะจัดเป็นโซน Bikini Beach ไว้เป็นสัดส่วน อาหารก็จะเน้นอาหารทะเล ห้ามนำเนื้อหมูเข้าโดยเด็ดขาด

รีวิวนี้เราตั้งใจเขียนเพื่อให้คนที่มีเงินน้อย แต่ฝันไกลอยากเที่ยวมัลดีฟส์ สามารถตามรอยได้จริง ขจัดปัญหาเงินน้อยและเรื่องเที่ยวเองไปยากออก สร้าง “All Inclusive” จากการเที่ยวเองแบบโคตรสนุก เปลี่ยนบรรยากาศจากการนั่ง Speed Boat มานั่งเรือท้องถิ่นโต้ลมแบบโคตรชิว หันหลังให้ Water Villa แล้วมานอนบนเกาะท้องถิ่นซึมซับวิถีชีวิตชาวเกาะแบบโคตร real และทำทุกกิจกรรมในราคาโคตรประหยัด

เส้นทางการเดินทาง  (4 วัน 3 คืน)

 เรามีเวลา 4 วัน 3 คืน จะใช้เวลาในมัลดีฟส์อย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด คนมักพูดว่าไปมัลดีฟส์ไม่ได้พัก Water Villa นี่ไปไม่ถึง แต่รู้หรือไม่สำหรับคนงบน้อย แม้เราไปนอนไม่ได้แต่เราไปเที่ยวได้นะ โดยสามารถซื้อแพ็คเกจ Day Visit เที่ยวรีสอร์ทในฝัน ไปใช้ชีวิตกินแบบ Unlimited อาบแดด ว่ายน้ำ รวมถึงถ่ายรูปเล่นในมุมต่าง ๆ ได้ ดังนั้นการเดินทางครั้งนี้เราจึงตั้งใจไว้คือ หนึ่งวันสำหรับใช้ชีวิตใน Luxury Resort และหนึ่งวันสำหรับการท่องโลกใต้ทะเล โดยแพ็คเกจทั้งหมดเราสามารถหาซื้อได้บนเกาะที่พักได้เลย

DAY 1  :  กรุงเทพฯ – Velana International Airport (4 Hrs) – นอนเกาะ Maafushi

DAY 2  :  Day Visit in Adaaran Prestige Vadoo Maldives – นอนเกาะ Maafushi

DAY 3  :  Snorkeling Banana Reef / Turtle Reef / Watching Dolphin / Sand Bank / Fishing – นอนเกาะ Maafushi

DAY 4  :  Maafushi – Velana International Airport – กรุงเทพฯ

สิ่งที่ควรรู้ : เรือสาธารณะที่เดินทางจาก Male ไปยัง เกาะ Maafushi มีแค่วันละ 1 เที่ยวเท่านั้น โดยเที่ยวออกจาก Male เวลา 15.00 น. และเที่ยวออกจากเกาะ Maafushi เวลา 07.30 น. และเรือหยุดวิ่งทุกวันศุกร์

การจองตั๋วเครื่องบินและที่พัก

สำหรับทริปนี้เราเลือกเดินทางจากกรุงเทพฯ กับสายการบิน Air Asia บินตรงใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง โดยจองตั๋วและที่พักผ่าน Traveloka Mobile App ซึ่งต้องสมัครเป็นสมาชิกก่อนด้วยวิธีง่ายมากกับการ Log In เชื่อมต่อกับ Facebook สำหรับใครที่เดินทางบ่อยแนะนำเลย

การจองตั๋วผ่าน Traveloka ดีอย่างไร ? สำหรับเราแล้วช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้มากทีเดียว ถามต่อว่าประหยัดอย่างไร ? คำตอบคือ เวลาเราค้นหาตั๋วเครื่องบินและที่พักพร้อมโปรโมชั่นต่าง ๆ เมื่อเราใช้บริการผ่าน Traveloka Mobile App สำหรับการจองตั๋วเครื่องบิน เพียงกรอกข้อมูลเส้นทางและวันที่ต้องการเดินทาง ระบบจะประมวลผล โดยเราสามารถเลือกระดับราคาให้โชว์จากราคาน้อยไปราคามากได้ด้วย เราจะเห็นตั๋วเครื่องบินจากสายการบินต่าง ๆ ไล่เรียงกันตามระดับราคาให้เราได้เลือกเสร็จสรรพ ทำให้ได้ตั๋วเครื่องบินในราคาที่เราพึงพอใจในเวลาเพียงนิดเดียว

เช็คราคาตั๋วเครื่องบินไปมัลดิฟส์ เปรียบเทียบโปรโมชั่นทุกสายการบินได้ที่ Traveloka คลิกที่นี่

สำหรับการจองที่พักก็เช่นกัน แค่เรากรอกข้อมูลเมืองปลายทางและวันที่ต้องการเข้าพัก ระบบก็จะโชว์ที่พักพร้อมราคาเรียงตามคุณสมบัติที่เราต้องการ พร้อมอธิบายรายละเอียดประกอบการตัดสินใจได้ครบถ้วน และที่สุดของความพีค แม้เราจะได้ตั๋วและที่พักในราคาโปรโมชั่นแล้ว Traveloka ยังขยันแจก Code ส่วนลดเพิ่มอีก เรียกได้ว่าลดแล้วลดอีก ไม่มีอะไรจะคุ้มไปกว่านี้แล้ว

เช็คราคาโรงแรมและที่พักในมัลดีฟส์ ค้นหาโปรโมชั่นและโค้ดส่วนลดได้ที่ Traveloka คลิกที่นี่

 

สำหรับการเดินทางไปมัลดีฟส์นั้นไม่ต้องใช้วีซ่า โดยหนังสือเดินทางต้องมีอายุใช้งานที่เหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน สามารถท่องเที่ยวได้ 30 วัน ปัจจุบันมีสายการบินจากประเทศไทยบินตรง 2 สายการบิน ต้องบอกว่าเวลาดีมากทั้งคู่เลย การเลือกที่นั่งบนเครื่องบิน มีหลายคนอยากรู้ว่าจะนั่งตรงไหนถึงจะเห็นความสวยงามของ Atoll มุมสูง สำหรับ Air Asia นั้น Flight ขาไป ควรนั่งฝั่งซ้ายที่นั่ง A และเลี่ยงที่นั่งประมาณช่วง A16 – A21 เนื่องจากอาจติดปีกเครื่องบิน เราจะเห็น Atoll ที่สวยงามมากก่อนเครื่องลงสู่ Velana International Airport ส่วน Flight ขากลับ ควรนั่งฝั่งขวาที่นั่ง F แต่ขากลับจะไม่ค่อยเห็นเนื่องจากเครื่องทะยานขึ้นเหนือเมฆอย่างรวดเร็ว

สายการบิน Air Asia มีบริการ 1 เที่ยวบิน/วัน ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 09.30 น. ออกจากมัลดีฟส์ เวลา 12.30 น.

สายการบิน Bangkok Airways มีบริการ 1 เที่ยวบิน/วัน ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 09.20 น. ออกจากมัลดีฟส์ เวลา 12.45 น.

การแลกเงิน 

(32 THB = 1 USD = 15 MVR)

ประเทศมัลดีฟส์ ใช้สกุลเงิน MVR (RUFIYAA) ธนบัตรประเทศนี้สวย ควรแลกเก็บไว้เป็นที่ระลึก ในประเทศไทยไม่มีสถานที่แลกเงินสกุล MVR เราต้องแลกเป็นเงินสกุลดอลล่าร์ (USD) แล้วค่อยนำเงินดอลล่าร์บางส่วน แลกเป็น MVR เมื่อเดินทางถึงมัลดีฟส์ ซึ่งที่สนามบิน Velana มีเคาน์เตอร์แลกเงินตั้งอยู่ เดินออกจากประตูทางออกสนามบินแล้วเลี้ยวซ้าย โดยกำหนดยอดขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 10 USD ซึ่งถ้าถือเงินดอลล่าร์ตลอดทริปก็มิเป็นปัญหา เพราะทุกสถานที่ในมัลดีฟส์รับเงินดอลล่าร์ อาจจะคิด Rate สูงกว่าค่าเงินท้องถิ่นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ข้อควรระวังจากประสบการณ์ตรงของเรา ตามสถานที่เล็ก ๆ  เช่น จ่ายค่าเรือสาธารณะ จ่ายค่า Taxi หรือค่ายกของต่าง ๆ เค้าจะรับเงินดอลล่าร์ที่เป็นธนบัตรใหม่เท่านั้น เค้าจะไม่รับธนบัตรเก่าหรือมีรอยฉีกขาด แต่ถ้าระดับโรงแรมไม่ค่อยเจอปัญหาเรื่องนี้

 

4 Days 3 Night

“Dreams come true”

DAY 1

 เวลา 10.10 น. เราเริ่มต้นออกเดินทางสู่ประเทศมัลดีฟส์ โดยเที่ยวบิน FD 177 ใช้เวลาบิน 4 ชั่วโมง โดยเวลาที่มัลดีฟส์จะช้ากว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง เราเดินทางถึง Velana International Airport เวลา 11.50 น. เมื่อออกจากประตูสนามบินเลี้ยวขวาเพื่อเปลี่ยน SIM Card เครือข่าย Dhiraagu แบบ 3 GB 7 Days ราคา 16 USD ต่อจากนั้นเดินกลับมาทางซ้ายเพื่อแลกเงิน แล้วเดินต่อไปยังท่าเรือเพื่อข้ามจาก Airport (เกาะ Hulhule) ไปยัง Male ค่าเรือคนละ 1 USD เรือข้ามฟาก ออกตลอดเวลาเมื่อคนเต็ม ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีก็จะถึงท่าเรือฝั่ง Male

หลังจากนั้นเราโบก Taxi ต่อไปยัง Public Ferry to Maafushi ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็เดินทางถึงท่าเรือ จัดการซื้อตั๋วเตรียมขึ้นเรือกัน โดยเรือจะออกจากท่าเวลา 15.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง ก็จะเดินทางถึงเกาะ Maafushi

เวลา 17.00 น. เราเดินทางถึงเกาะ Maafushi และเข้า Check In ที่ Kuredhi Beach Inn จองผ่าน Traveloka ได้ราคาโปรโมชั่นพอดี โรงแรมดูดีเลยทีเดียว อยู่ใกล้ท่าเรือ ห้องกว้างขวาง และสะอาดมาก หลังจากนั้นก็เก็บสัมภาระและลงไปจองแพ็คเกจท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่เจ้าหน้าที่โรงแรม และพากันออกเดินเที่ยวรอบเกาะ Maafushi

Maafushi เป็นเกาะที่มีชุมชนท้องถิ่นมัลดีฟส์ตั้งอยู่ เป็นอีกหนึ่งเกาะที่ได้รับความนิยมมากจากนักท่องเที่ยว เนื่องจากมีโรงแรมที่พักราคาประหยัดตั้งอยู่มากมาย มีกิจกรรมชายหาดสนุกหลากหลาย และยังได้เห็นวิถีชุมชนชาวเกาะ

และอย่างที่บอกว่าที่นี่เป็นชุมชนชาวมุสลิม บนเกาะ Maafushi จึงได้กันพื้นที่เป็นโซน Bikini Beach สำหรับให้นักท่องเที่ยวสามารถใส่ชุดบิกินี่และนอนอาบแดดได้

DAY 2

“Adaaran Prestige Vadoo Resort” ก็กลัวเขาจะหาว่ามาไม่ถึงมัลดีฟส์ ยังไงก็ต้องไปสัมผัสความเป็น Luxury และ Water Villa สักหน่อย เราจึงเลือกซื้อแพ็คเกจ Day Visit ของที่นี่ ในราคา 80 USD และค่าเรือ Speed Boat รับ-ส่ง ราคา 25 USD

แพ็คเกจดังกล่าวเริ่มตั้งแต่ 08.00 – 18.00 น. รวม Sunbeds , Towels , Buffet Lunch & Unlimited Drink all day including Alcohol , Shark Feeding

และอย่างที่รู้กันว่า Day Visit จำกัดพื้นที่โซน Water Villa เป็นส่วนตัวสำหรับลูกค้าของรีสอร์ท ซึ่งเป็นความโชคดีของพวกเรา เนื่องจากมีทีมงานของรีสอร์ทเข้ามาสอบถามว่าเราสนใจจะไปดูห้องพักไหม OK !! อย่างไม่ต้องเสียเวลาคิด

DAY 3

 วันนี้เรามาภายใต้ Concept “Adventure in Indian Ocean” เราจะไปชมความสวยงามของท้องทะเลมัลดีฟส์กัน โดยเราเลือกแพ็คเกจ ราคา 25 USD ตั้งแต่เวลา 09.30 – 17.00 น. แพ็คเกจดังกล่าวรวม Snorkeling Banana Reef / Turtle Reef / Watching Dolphin / Sand Bank / Fishing เรียกว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

Banana Reef  หมู่เกาะที่มีแนวปะการังสวยระดับโลก แนวปะการังที่นี่มีหลากสีสัน และตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้นกับฝูงปลาหลากสี ที่ว่ายล้อมรอบตัวเราให้ความรู้สึกเป็น Ariel ใน The Little Mermaid ยังไงยังงั้น

Turtle Reef  เต่าทะเลควรได้รับตำแหน่งพระเอกของทริป ในโซนนี้เรียกได้ว่ามา Snorkeling ตามหาเต่าทะเลกัน ดำผุดดำว่าย ในที่สุดก็เจอ ทุกคนพากันกรูเข้ามาห้อมล้อมแบบใกล้ชิด

Watching Dolphin เป็นโซนทะเลที่มีปลาโลมาเยอะมากจริง ๆ ปลาโลมาทุกตัวต่างพากันแหวกว่ายต้านน้ำ กระโดดตีลังกาท้าสายตานักท่องเที่ยว

Sand Bank เป็นพื้นที่เนินทรายเล็ก ๆ โผล่พ้นน้ำทะเล เป็นสถานที่ปิกนิกที่คนมักมานอนอาบแดด ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ และทำไมต้อง Sand Bank ที่มัลดีฟส์ ก็เพราะหาดทรายขาวมาก ทรายละเอียดมาก และน้ำใสมาก สุดยอดความ Perfect

Fishing ปิดท้ายโปรแกรมด้วยกิจกรรมตกปลา โดยปลาที่เราตกได้ทางโรงแรมจะนำกลับไปทำอาหารเย็นให้กิน เราได้ปลากลับเข้าฝั่งประมาณ 10 กว่าตัว โดยฝีมือคนอื่นหมดเลย (ฮ่า ฮ่า) “no fish no dinner no share” คือประโยคที่คนบนเรือแซวเราตลอดเวลา

DAY 4

เวลา 07.30 น. เราเดินทางออกจากเกาะ Maafushi ด้วยเรือท้องถิ่น สิ่งที่อยากบอกคือ คนที่นี่ตรงต่อเวลามากนะ เรานัดคนหิ้วกระเป๋าของโรงแรม 07.00 น. นาฬิกาชี้เลข 7 ปุ๊บได้ยินเสียงเคาะประตูปั๊บ และสำคัญที่สุดมีชาวเมืองและคนของโรงแรมมาโบกมือส่งพวกเราจนเรือลับสายตา นี่สินะผลลัพธ์ของการเดินทาง

“ทุกการเดินทางให้ความสุข ทุกการเดินทางให้ประสบการณ์ ทุกการเดินทางก่อเกิดมุมมองใหม่ให้เราพบเจอ และทุกการเดินทางสร้างมิตรภาพ มิตรภาพที่เราไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่จะได้กลับมาเจอกันอีก แต่ทุกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ จะคงอยู่ในใจเราเสมอ ”

กระบวนการในขากลับนั้น เราก็ย้อนขั้นตอนตามขามาทุกประการ คือพอเรือเทียบท่าที่ Male แล้ว เราก็ต่อ Taxi ไปยังท่าเรือ Ferry to Airport และต่อเรือข้ามไปยังสนามบิน หลังจากนั้นก็ได้เวลาเดินทางกลับในเวลา 12.30 น.

สรุปค่าใช้จ่าย

เดินทาง 2 คน ค่าเงิน 31.5 THB / 1 USD งบเฉลี่ยคนละ 15,000 บาท

ค่าตั๋วเครื่องบิน Air Asia ไป – กลับ ราคา 6,500 บาท

ค่าที่พักบนเกาะ Maafushi + Breakfast จำนวน 3 คืน คืนละ 1,400 บาท เฉลี่ยคนละ 2,100 บาท

ค่าแพ็คเกจ Day Visit in Adaaran Prestige Vadoo Maldives ราคา 80 USD = 2,520 บาท

ค่าเรือ Speed Boat สำหรับ Day Visit คนละ 25 USD = 790 บาท

ค่าแพ็จเกจ Snorkeling / Sand Bank / Watching Dolphin / Fishing ราคา 25 USD = 790 บาท

ค่าเรือสาธารณะจาก Airport – Male ราคา 1 USD (ไป-กลับ) = 63 บาท

ค่าเรือสาธารณะจาก Public Ferry – เกาะ Maafushi ราคา 2 USD (ไป-กลับ) = 126 บาท

ค่า Taxi รับ – ส่ง จากท่าเรือ Male ไป ท่าเรือ Public Ferry ราคาเที่ยวละ 1 USD (ไป-กลับ) = 63 บาท

ค่า SIM โทรศัพท์ 1 เครื่อง 16 USD = 500 บาท

ค่าอาหารและเบ็ดเตล็ด คนละ 1,500 บาท