ไปเที่ยวกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย มาก็หลายครั้ง แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยียนที่ KL Tower สักครั้ง! ครั้งนี้ก็จัดไป..ไปเที่ยวแบบ (หวาด) เสียวที่ KL Tower กันหน่อย 

ก่อนจะขึ้นไปสัมผัสความเสียวข้างบน เรามาทำความรู้จักกับ KL Tower หอคอยกัวลาลัมเปอร์ หรือ หอคอยเคแอล กันก่อนดีกว่าเนอะ ที่นี่คือหอคอยที่สูงที่สุดในกัวลาลัมเปอร์ สูงกว่าตึดแฝดอีก แถมยังติดอันดับที่ 7  ของหอคอยที่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย! แค่สรรพคุณคร่าวๆของ KL Tower ก็เล่นเอาคนกลัวความสูงอย่างเราหวั่นๆ เหมือนกัน แต่ไหนๆ ก็ไปกัวลาลัมเปอร์ทั้งที รอบนี้ต้องใจเด็ด ขึ้นหอคอยนี้ให้ได้! เลยจัดไปแบบ Full Option เลยจ๊ะแม่ จองตั๋วไปก่อนเลย เหตุที่จองไปก่อน เอาตรงๆ เลยคือ “ราคาถูกกว่าซื้อที่นู่นค่ะ” แถมมี code ส่วนลดด้วย ไม่รีรอ เปิดแอป Traveloka อย่างด่วน เห็นโปรโมทตัว Xperience บ่อยๆ อยู่ น่าจองเหมือนกันแหะ แรกๆ ก็แอบหวั่นๆ นะคะ ว่าจะยุ่งยากไหม สรุปคือง่ายมากกกกก คือง่ายจริงๆ 

เริ่มแรก เข้าแอป Traveloka ปุ๊บ จะเห็นเจ้าตัว Xperience เด่นชัดเลย (ในกรอบสีแดง) กดเข้าไปเลยจ๊ะ

หลังจากกดเข้าไปแล้ว สามารถ Search หาสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องการได้เลยในช่องค้นหา เมื่อเจอสถานที่ที่ต้องการแล้ว ก็กดซื้อโลด!

หลังจากทำการชำระเงินเรียบร้อยแล้วนั้น รอแป๊บเดียว จะได้รับเมลยืนยันการชำระเงินจาก Traveloka และ E-Ticket สำหรับการเข้าสถานที่ท่องเที่ยว ส่วนของเราจองตั๋ว KL Tower แบบ Full Option ไป อย่างที่บอกว่าจัดเต็มเนอะ เลยเลือกแพ็คเกจ Sky Deck + Sky Box + Observation Deck หวาดเสียวกันจุกๆ ไปเลยค่ะงานนี้

และนี่คือหน้าตาของ E-Ticket การนำไปใช้งานก็แสนจะสะดวก จะปริ้นท์ไปเผื่อด้วยก็ได้ หรือจะโชว์ E-Ticket จากมือถือก็ได้ค่ะ เห็นมะ..บอกแล้วว่าง่าย!

ถึงเวลาแล้วค่ะ..เราไปลุยกัน! ทริปนี้เราไปทั้งหมด 5 วัน กะว่าจะเก็บสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่ยังไม่เคยไป และหนึ่งในนั้นก็คือ KL Tower นั่นเอง จริงๆ เราเลือกไป KL Tower  ในวันที่ 2 ของการเดินทาง แต่พอไปถึงดันงดบริการ เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ฝนเพิ่งหยุดตกไป และดูท่าแล้วอาจตกอีกได้ นี่ก็กังวล เพราะใน E-Ticket แจ้งไว้ว่าให้ไปตามวันที่ระบุไว้เท่านั้น (วันเราเลือกเองตั้งแต่ตอนซื้อ) แต่หมดกังวล! เค้าให้มาใหม่พรุ่งนี้ได้ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลยว่าเมื่อวานงดบริการ เราก็สบายใจ ค่อยกลับมาใหม่พรุ่งนี้อีกที ขอบอกไว้นิดนึง ที่นี่หากสภาพอากาศไม่เป็นใจ เค้าจะงดให้บริการนะคะ เนื่องจากด้านบนเปิดโล่ง ขึ้นไปนี่เปียกโชกแน่ๆ อีกอย่างที่อยากแนะนำคือควรไปก่อนเที่ยงนะคะ คนจะไม่ค่อยเยอะ ถ่ายรูปง่ายและสวย แถมรอคิวไม่นานด้วย

การเดินทางไป KL Tower เราตั้งต้นที่ย่าน Bukit Bintang เนื่องจากพักแถวนี้ ใช้วิธีที่สะดวกสุดคือ เรียกแท็กซี่ค่ะ ค่ารถก็ไม่แพง เพียง 10 ริงกิตเท่านั้น หารกันกับเพื่อนยิ่งคุ้ม! หรือหากใครอยากชิวๆ นั่งรถไฟก็ได้นะคะ สามารถนั่งรถไฟไปลงที่สถานี Dang Wangi และนั่งแท็กซี่ต่อก็ได้ค่ะ 

พอไปถึงที่ KL Tower แล้วนั้น สิ่งแรกที่เราต้องทำคือเปลี่ยน E-Ticket เป็นตั๋วจริงค่ะ เพราะต้องใช้ตั๋วสแกนด้านบนด้วย สามารถเปลี่ยนตั๋วได้ที่เคาน์เตอร์ด้านหน้าเลย จะมีเขียนคำว่า Online ที่เคาน์เตอร์ค่ะ 

ได้ตั๋วมาแล้วก็ลุยยยยย ต่อแถวขึ้น KL Tower โลด!

การต่อแถวจะมี 2 แถวนะคะ ถ้าใครซื้อ Full Option แบบเรา ให้เดินไปต่อแถวฝั่งซ้ายได้เลย รอไม่นาน ประมาณ 5 นาทีก็ได้ขึ้นแล้ว ถามว่าทำไมต้องรอ ขึ้นเลยไม่ได้เหรอ? ตอบตรงนี้ว่าคนค่อนข้างเยอะ จะมีเจ้าหน้าที่คอยจัดการให้ ซึ่งเราว่ามันดีนะ ไม่วุ่นวาย ไม่ต้องแย่งกันขึ้นลิฟท์

ลิฟท์พาเราทะยานขึ้นไปข้างบนด้วยความเร็ว ชั่วอึดใจนึงมากๆ มีความหูอื้อเบาๆเลยจ๊ะ5555 พอออกจากลิฟท์แล้ว ให้เดินไปทางซ้าย จะเจอเจ้าหน้าที่ตรวจตั๋ว และให้บัตรคิวสำหรับถ่ายรูปใน Sky Box ใครมาเป็นกลุ่ม ใช้บัตรคิวเดียวกันได้เลยค่ะ ที่นี่จะมี Sky Box 2 จุดนะคะ จุดที่เราว่าสวยสุดคือ Sky Box 1 เพราะจะได้เห็นวิวตึกแฝดด้วย แต่ถ้าใครอยากถ่ายให้ครบ หลังจากถ่ายที่ Sky Box 1 เสร็จแล้ว สามารถไปถ่ายที่ Sky Box 2 ต่อได้นะคะ 

ระหว่างรอคิว เราไปชมวิวเมืองกัวลาลัมเปอร์แบบพาโนรามากัน! อย่างที่เราบอกไปตอนต้น ช่วงที่เราไปฝนตก ตกทุกวันเลย ท้องฟ้าเลยเมฆเยอะนิดนึง แต่มองด้วยตาเปล่าคือสวยไม่เบา ข้อดีของการไม่มีแดดคือมองวิวแล้วไม่แสบตา5555 แถมข้างบนลมเย็นมากกกก อากาศดีสุดๆ 

ถ่ายวนไปค่ะคุณพี่..จะถ่ายรูปคู่วิวที ต้องอาศัยสกิลไวยิ่ง กดถ่ายรัวๆไปเลยค่ะ ถ้าเผลอเมื่อไหร่ จะได้เป็นรูปหมู่มาทันที!5555

และแล้วก็ถึงเวลาของเรา! ถึงคิวแล้วจ้า หากถึงคิวแล้วรีบเดินไปเลยนะคะ เค้าจะเรียกแค่ 2 ครั้งเท่านั้น ถ้าเราไม่โผล่ ข้ามจ๊ะ ต่อคิวกันใหม่อีก

สเต็ปแรก วางกระเป๋าและถอดรองเท้า ห้ามนำสิ่งของและห้ามใส่รองเท้าเข้าไปใน Sky Box ขอเตือนตรงนี้..หากใครกลิ่นเท้ารุนแรง แนะนำว่าใส่รองเท้าแตะไป คือปลอดภัยกับผู้คนรอบข้างสุด เราก็เช่นกัน ลากรองเท้าแตะไปเลยจ๊ะ สงสารเพื่อนร่วมโลก5555 

สเต็ปที่สอง ควรคิดท่าถ่ายรูปไว้ล่วงหน้าเลย มีเวลาให้ถ่ายรูปไม่นาน ประมาณ 10 นาทีได้ค่ะ สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ กดถ่ายเป็นวิดีโอและถ่ายรูปภาพนิ่งไปในตัว ส่วนตัวเราเองนั้น รบกวนเปลี่ยนท่าทางโดยไว ทำท่าอะไรก็ได้แล้วแต่ใจนึก มันจะมีรูปที่ดีที่สุดเอง55555 หากใครคิดท่าถ่ายรูปไม่ออก มองไปที่พนักงานเลยค่ะ เค้าน่ารักมากกก จะช่วยเราคิดท่าเอง และมีบริการถ่ายภาพให้ด้วยนะคะ แต่ต้องเสียค่าบริการ ใครอยากได้ไว้เป็นที่ระลึก ก็สามารถใช้บริการได้

เมื่อถ่ายรูปเสร็จแล้ว เดินไปทางขวา ทะลุ Sky Café ไปยัง Sky Box 2 ได้เลยค่ะ ส่วนที่ Sky Café นั้น ห้ามมานักพักตากแอร์เฉยๆนะจ๊ะ ต้องสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มด้วย

และแล้วเราก็เดินทะลุมาถึง Sky Box 2 แต่บอกตรงๆว่าเราไม่ได้ถ่าย เราว่าวิวตรง Sky Box 1 สวยกว่า สังเกตุความแตกต่างง่ายๆ Sky Box 1 สีชมพู ส่วน Sky Box 2 สีฟ้า

แต่สิ่งที่ดึงดูดใจเรามากๆในส่วนของ Sky Box 2 นั้นก็คือ กำแพง! สีสันสวยสดงดงามมากกกก ลายก็น่ารัก จัดไปค่ะ…ถ่ายรูปอีก!

หลังจากถ่ายรูปในชั้น Sky Deck + Sky Box จุใจแล้ว สามารถลงไปที่ Observation ได้ต่อนะคะ มันจะเป็นแบบกล้องส่องทางไกลให้มองวิวเมืองด้วย แต่ขอย้ำอีกทีว่า Sky Deck ชั้นนี้สวยกว่า

หลังจากดื่มด่ำกับบรรยากาศที่ KL Tower เรียบร้อยแล้วนั้น เราเวลายังมีเหลืออยู่ ขอพาไปเที่ยวต่อที่ BATU CAVES จ้า การเดินทางก็ไม่ยาก เราเรียกแท็กซี่จาก KL Tower ไปยังรถไฟฟ้าสถานี Dang Wangi เพื่อไปตรง KL Sentral และขึ้นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน KTM นั่งยาวลง BATU CAVES ได้เลย

ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 30 นาที รถไฟฟ้าไป-กลับ BATU CAVES จะออกทุก 1 ชั่วโมงนะคะ เพราะฉะนั้น กะเวลากันดีๆด้วยน้าา จากสถานทีรถไฟฟ้าเข้าไปตรง BATU CAVES ใกล้มากๆ เดินประมาณ 3 นาทีก็ถึงเลย

BATU CAVES ถ้ำบาตู วัดฮินดูที่น่าไปเยี่ยมชม บันไดหลากสีสันสดใสถือว่าเป็นไฮไลท์ที่นี่เลยก็ว่าได้ นักท่องเที่ยวแวะถ่ายรูปกันก่อนจะเดินขึ้นไปเพียบ! 

ถ้ำจะมี 2 ส่วน ส่วนเเรกเราเข้าเองได้ ไม่มีค่าใช้จ่าย และส่วนด้านใน ไม่สามารถเข้าเองได้ มีค่าบริการและต้องจ้างไกด์นำทาง 

ส่วนด้านข้างไม่ควรพลาด! ถ่ายรูปสวยนะคะ สีสันสดใสมากๆ

ว่าบุญว่าบาป ความสะดวกเหนือสิ่งอื่นได้ ใครมีเวลาเหลือ สามารถซื้อเป็นแพ็คเกจได้นะคะ มีพาไปหลายที่เลย รวมถึงถ้ำบาตูด้วย ง่ายๆ เลยที่เจ้าเดิม เข้าแอป Traveloka เลยจ้า และกดเข้าไปดูตรง Xperieence มีให้เลือกหลายแพ็คเกจมากๆ ขอยกตัวอย่างแพ็คเกจ Kuala Lumpur Countryside and Batu Caves Tour สามาถเลือกได้ว่าจะไปช่วงเช้าหรือบ่าย รถก็มารับที่โรงแรม แถมได้ไปโรงงานทำผ้าบาติคด้วย เริ่ด! ราคาสบายกระเป๋าไปอีก 300 บาท / คน ค่ะคุณณณณ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

และที่สุดท้ายที่เราจะพาไป นั่นก็คือ ตึกแฝด Twin Tower หรือชื่อเต็มๆว่า Petronas Twin Towers นั่งเอง การเดินทางไม่ยากเช่นเคย รถไฟฟ้าไปถึงหมด นั่งกลับมาที่ KL Sentral ที่เดิม และนั่ง LRT สายสีชมพูต่อ ไปลงที่สถานี KLCC 

ตึกแฝดมี 2 วิว ยามเย็นและกลางคืน ส่วนตัวเราชอบกลางคืนมากกว่า ถ่ายออกมาเล่นไฟสวยมาก หากใครอยากเก็บทั้ง 2 วิวก็ได้นะคะ ไปถึงสักประมาณ 18:00 น. ก็ได้ค่ะ ก็จะได้วิวยามเย็นด้วย

ข้อควรระวัง:   ด้านหน้าตุกแฝดจะมีเหล่าบรรดาพ่อค้ามากมายขายเลนส์ ใครใคร่อยากซื้อจัดไป เพื่อนเราใจอ่อนมาแล้ว โดนไป 60 ริงกิต 400 กว่าบาท แม่เจ้า! แพงกว่ามาบุญครองเด้อออ เค้าจะทำทีมายื่นให้ลองใช้ฟรี ถ่ายรูปให้ และจบลงด้วยการซื้อขาย หากใครไม่อยากได้ ไม่ต้องสนใจ ทำเป็นไม่ได้ยินไปเลยจ้า แต่อาจจะรำคาญนิดนึง เพราะนางขายกันเก่งมากจริงๆ 5555

วิวตึกแฝดยามเย็น

ปิดจบทริปวันนี้ไปกับวิวตึกแฝดตอนกลางคืนค่ะ  และตรงห้าง Suria KLCC จะมีการแสดงน้ำพุแสง สี เสียงด้วยนะคะ ช่วงหัวค่ำ สวยงามไม่เบา

ส่วนใครอยากขึ้นไปด้านบนตึกแฝด อีกแล้วค่ะ..ความสะดวกมาเยือน! จองที่แอปเดิมได้เลย Traveloka คือมีให้เลือกตั๋วหลายที่มากๆ แถมโปรก็มีแน่นจุกๆ เผลอๆบางทีใช้ส่วนลดแล้ว ราคาถูกกว่าไปซื้อหน้างานอีกนะคะ

**********************************************************************************

ฝากติดตามเรื่องราวท่องเที่ยวสไตล์เรา ในแบบฉบับของ Fairytraveller ด้วยนะคะ เราจะรวมที่เที่ยวเก๋ๆ ที่พักสวยๆ รวมถึงร้านอาหารและคาเฟ่ชิคๆ มากให้ทุกคนค่ะ

Facebook: https://www.facebook.com /fairytraveller/

Instagram: https://www.instagram.com /fairyfoodiee/