สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เราจะมารีวิวทริปล่าสุดที่ผ่านมาของเรากับประเทศเวียดนามกัน

เรื่องมีอยู่ว่าหลังจากเรากับน้องได้ไปขึ้นดอยม่อนจองมานั้นก็รู้สึกว่าเราไปเที่ยวกันแบบสองศรีพี่น้องนี่มันก็สนุกดี เราสองคนเลยแพลน (แบบโนแพลน) ที่จะเดินทางด้วยกันอีกครั้ง เป้าหมายของเราในครั้งนี้คือไปต่างประเทศกันไปเลยจ้า หาข้อมูลต่างๆ ว่าจะไปประเทศไหนดีที่ใกล้! ไม่ต้องมีวีซ่า! และที่สำคัญไม่แพง!

อ่านนั่นอ่านนี่มาหลายแห่ง ในที่สุดก็มาลงตัวที่นี่เลยจ้า ‘ประเทศเวียดนาม’ แม้จะได้ยินชื่อเสียงเรียงนามมาตลอดในฐานะประเทศเพื่อนบ้านของไทย แต่เราก็ไม่รู้เลยว่าจะเที่ยวส่วนไหนของประเทศนี้ดี หลักๆ ก็จะมีอยู่ 2 เมืองที่มีเที่ยวบินมาลง คือ โฮจิมินห์ และฮานอย แนะนำว่าแล้วแต่ความชอบของแต่ละคนเลย เพราะน่าสนใจด้วยกันทั้งคู่ ส่วนตัวเราด้วยความชอบภูเขา อยากไปดูธรรมชาติและนาขั้นบันได เลยตัดสินใจไปลงเครื่องที่ฮานอย เพื่อจะขึ้นเหนือไปเที่ยวซาปากันต่อจ้า

วิธีการจองตั๋วไปนั้นก็ง่ายมากเว่อร์ แนะนำทุกคนกด See First เพจ Traveloka ไว้เลย รับรองกิเลสในการเดินทางจะพุ่งมาก เพราะนางมีตั๋วราคาดีๆ ขึ้นมาตลอดจ้า อย่างครั้งนี้เราก็ได้ราคาตั๋วเครื่องบินไปกลับถูกมาก แถมมีโค้ดลดราคาก็ประหยัดไปอีก ทำให้เดี๋ยวนี้การจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศไม่ยากอย่างที่คิดแล้วเด้อ ป่ะ! ไปเที่ยวเวียดนามกันเถอะ

เช็คราคาตั๋วเครื่องบินไปโฮจิมินห์ ค้นหาโค้ดส่วนลดและโปรโมชั่นต่างๆ ที่ Traveloka คลิกที่นี่

ในการเดินทางของเราครั้งนี้ หลักๆ คือมี 3 เมือง ฮานอย ซาปา ฮอยอัน 6 วัน 5 คืนไปเลย ความจัดทริปมันก็จะงงๆ หน่อย เพราะเที่ยวไปแพลนไป ในครั้งนี้เราเลยขอเล่าแค่ส่วนของฮานอย-ซาปา แล้วกันนะคะ ไม่อย่างนั้นรีวิวเราจะยาวแบบเล่าสามวันก็คงไม่จบแน่ๆ

“♪♪…ฉันมาทำอะไรที่นี่… ♪♪”

ในที่สุดก็มาถึงแล้วจ้า เมื่อเครื่องบินมาถึงสนามบินนอยไบ ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ไม่นาน แต่ที่นานคือเครื่องลงจอดไม่ได้ เพราะพายุเข้า โอ้ยยย พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก เหมือนหนีฝนจากกรุงเทพฯ เพื่อมาเจอพายุที่เวียดนาม เพลงก็ดังขึ้นมาในหัวว่า

หลังจากเครื่องลงจอดได้ เอากระเป๋าเรียบร้อย เราก็ไปซื้อซิมโทรศัพท์ของเวียดนามเลยจ้า เพราะชีวิตขาเที่ยวมันขาดเน็ตไม่ได้ ไม่งั้นเราจะหลง การเข้าเมืองแนะนำให้ขึ้นบัสนะคะ เพราะเราอ่านเรื่องวีรกรรมความโกงของแท็กซี่เวียดนามมาเยอะ และที่สำคัญนั่งบัสไปแค่ประมาณ 30 บาทเอง ออกจากสนามบินแล้วเลี้ยวซ้ายตรงไปเลยค่า เราเลือกลงที่ป้าย Old Quarter ซึ่งเป็นย่านเมืองเก่า เพราะเราต้องไปตามหารถทัวร์ไปซาปานั่นเอง แต่ลงจากบัสแล้วฝนก็ยังไม่หยุดตก เดินเปียกปอนกลางสายฝนอย่างทุลักทุเล พอเจอเอเจนซี่ที่แรกก็วิ่งเข้าใส่เลยทันที ในที่สุดเราก็ได้ทัวร์ไปซาปาด้วยรถบัสนอน 2 วัน 1 คืน ในราคาคนละ 20 ดอลล่าร์ ซึ่งเราอ่านมาก่อนละว่าราคาจะประมาณนี้ คิดว่าโอเคกับราคาแล้วแหละก็ตัดสินใจเอาเลย นัดแนะกับเอเจนซี่จะมาขึ้นรถตอน 6 โมงเย็น ระหว่างนี้เราเลยมีเวลาว่างเที่ยวรอบๆ ย่านเมืองเก่านิดหน่อย นิดหน่อยจริงๆ ค่ะ เพราะฝนตก โอ้ยยย ตกเก่งงงง

บรรยากาศ ณ ทะเลสาบคืนดาบ ซึ่งเป็นทะเลสาบที่มีประวัติศาสตร์ตำนานและเรื่องเล่ามากมาย ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเลย มาถึงแล้วต้องถ่ายรูปซะหน่อยเป็นที่ระลึก

ก่อนเดินทางไปซาปาเราเปลี่ยนชุดให้พร้อมนอนที่สุดและรีบขึ้นไปจองที่นั่ง เพราะเราต้องได้ที่นอนข้างบนเท่านั้น ถ้าไม่อยากเหม็น teen ต้องเลือกที่นั่งข้างบนนะฮะ รถบัสนอนนี่เป็นอะไรที่เก๋ดีนะ เหมือนเป็น signature ในการเที่ยวของประเทศเขา ใครไปเวียดนามต้องลองนั่งดูสักครั้ง

เริ่มต้นจากโบสถ์ใจกลางเมืองซาปา เป็นแลนด์มาร์กอีกแห่งของเมืองซาปา ตั้งอยู่ใกล้กับจัตุรัสกลางเมือง ลองไปนั่งชิลๆ สังเกตวิถีชีวิตของชาวซาปาก็จะพบว่าผู้คนที่นี่เขาชอบออกกำลังกายด้วยการเดาะลูกขนไก่กับวอลเล่ย์บอล เป็นลานกลางเมืองให้สำหรับชาวบ้านทุกคนมาทำกิจกรรมต่างๆมาถึงซาปาในตอนเช้าพอดี ลงรถปุ๊บเราก็เรียกแท็กซี่เพื่อจะไปยังโรงแรมที่เราจองไว้ตั้งแต่เมื่อวาน กว่าจะได้ไป ต่อราคากับแท็กซี่กันเหนื่อยหน่อย พอมาถึงโรงแรมปุ๊บก็ได้เวลาอาบน้ำแต่งตัวเตรียมพร้อมไปเที่ยวรอบๆ ซาปากัน การมาเที่ยวซาปาอย่าลืมเช่ามอเตอร์ไซค์นะคะ เพราะแต่ละจุดท่องเที่ยวค่อนข้างไกลกัน เราเองก็เช่ามอเตอร์ไซค์จากโรงแรมที่เราพักเลย สะดวกดี คิดเป็นเงินไทยตกวันละประมาณ 200 บาท ซึ่งทางโรงแรมที่เราพักก็มีแผนที่สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญให้เราด้วย แต่ความผีคือลืมไว้ในห้อง แต่ไม่ต้องห่วง เรา research กันมาแล้วว่าจะไปไหนบ้าง กด google map พร้อมซิ่งกันไปเลย

เริ่มต้นจากโบสถ์ใจกลางเมืองซาปา เป็นแลนด์มาร์กอีกแห่งของเมืองซาปา ตั้งอยู่ใกล้กับจัตุรัสกลางเมือง ลองไปนั่งชิลๆ สังเกตวิถีชีวิตของชาวซาปาก็จะพบว่าผู้คนที่นี่เขาชอบออกกำลังกายด้วยการเดาะลูกขนไก่กับวอลเล่ย์บอล เป็นลานกลางเมืองให้สำหรับชาวบ้านทุกคนมาทำกิจกรรมต่างๆ

เก็บภาพจากโบสถ์แล้วเราก็จะไปต่อที่ทะเลสาบกลางเมืองซาปา ที่จะมองเห็นตัวตึกอาคารต่างๆ ที่สร้างตามสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก ยุคที่ฝรั่งเศสยึดครองเวียดนาม มีภูเขาล้อมรอบ สวยงามตามท้องเรื่อง

วิวหลังจากฝนตกหมอกก็จะโอบล้อมทั้งเมือง สวยมาก

เพลิดเพลินอยู่ริมทะเลสาบกันสักพักเราก็เดินทางไปหมู่บ้าน Cat Cat ระหว่างทางไปนั้นก็มีชาวเขานำสินค้าพืชผลทางการเกษตรและสมุนไพรมาขายข้างทางด้วย

หมูปิ้งอร่อยมาก พูดเลยว่าอร่อยที่สุดในอาหารที่ได้กินทุกวันในเวียดนามเลย ซอสพริกทีเด็ดมาก

อันนี้เนื้อควายแดดเดียวก็มีขายนะจ๊ะ ใครอยากลองชิมก็ซื้อได้

มาถึงยังหมู่บ้าน Cat Cat (อ่านว่า กั๊ตกั๊ต) แล้ว ที่นี่เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งในซาปา ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวม้งดำ โดยก่อนเข้าหมู่บ้านก็จะเสียค่าธรรมเนียมเข้าชมนิดหน่อย ราคาประมาณ 50 บาท ไม่แพงเลย คุ้มมาก เพราะในหมู่บ้านสวยมาก สวยจริงๆ เดินเล่นดูวิถีชีวิตในชุมชน สูดอากาศดีๆ ก็ฟินแล้ว

มีมุมสวนในหมู่บ้านที่จัดให้นักท่องเที่ยวไปถ่ายรูปกันด้วย สวยมากอีกแล้ว

ปลูกต้นไม้บนหลังคา น่ารักดี

เหลือบไปเห็นบ้านนกบนหลังคาด้วย น่ารักเชียว

นอกจากจะมีวิวสวยๆ ตลอดเส้นทางเดินภายในหมู่บ้านก็จะมีชาวบ้านขายของที่ระลึก จำพวกผ้าทอ ชุดประจำเผ่า กำไล สร้อยคอ ของที่ระลึกต่างๆ ใครชอบสินค้าพื้นเมืองก็สามารถเลือกซื้อกันได้จ้า

เมื่อเราเดินมาเรื่อยๆ ถึงข้างในหมู่บ้านก็จะมีน้ำตก ตรงนี้ก็เป็นอีกมุมที่สวยงามมาก น้ำใสแจ๋ว มีกังหันทดน้ำอันใหญ่เป็นเอกลักษณ์

เดินในหมู่บ้านเพลินจนเกือบเย็น ถึงเวลาหาอะไรกินแล้ว มาถึงซาปาทั้งที่ก็เลยต้องลองชิมอาหารท้องถิ่น นอกจากจะมีหม้อไฟซึ่งเราว่าไม่ค่อยเด็ดเท่าไหร่ อาจเพราะไม่แซ่บเหมือนบ้านเรา 555 อย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือปิ้งย่างเนื้อสัตว์ ผักชนิดต่างๆ คล้ายๆ หม่าล่า ซึ่งแต่ละร้านมีให้เลือกเยอะมาก มีตั้งแต่เนื้อ หมู ไก่ จนถึงเนื้อม้าเลยทีเดียว ซึ่งความน่าสนใจของที่นี่คือเขาจะกินกับพริกเกลือและซอสพริกจ้า ตอนแรกก็งงมากกว่ามันจะเข้ากันเหรอ เออแปลกดี ไม่น่าเชื่อว่ามันจะเข้ากันได้ แต่อร่อย!

เช้าวันต่อมาแวะทานอาหารเช้า ชมบรรยากาศในเมืองนิดหน่อย วันนี้เราตั้งใจจะไปหมู่บ้านอีกแห่งชื่อว่าหมู่บ้านไทดำ และแวะกินกาแฟเวียดนามก่อนกลับเข้าฮานอยกันในตอนเย็น

หมู่บ้านนี้เส้นทางที่ไปไกลและคดเคี้ยว ค่อนข้างอันตรายกว่าเมื่อวาน แต่วิวข้างทางนี่สวยมาก แบบว่าตระการตามากกับนาขั้นบันได สวยจริงๆ วิวหลักล้านมากๆ อยากให้ทุกคนได้มายืนอยู่ริมเขา แล้วมองลงไปเห็นแม่น้ำกับนาขั้นบันไดที่นี่  ฮือออ ดีต่อใจมาก

ขอจบรีวิวนี้ไปกับภาพวิวสวยๆ ในซาปา แต่ยังมีอีกหลายเมืองในเวียดนามที่เราได้เดินทางไป ซึ่งแต่ละเมืองก็มีความสวยงามที่แตกต่างกัน ยังไงก็ขอฝากติดตามเพจของเราไว้ด้วยนะคะ อัพเดทการเดินทางตามเวลาว่างที่เราได้ไป แต่ยังไงจะพยายามเก็บภาพสวยๆ มาฝากเผื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนไปเที่ยวกัน ท้ายที่สุดแล้วอยากบอกทุกคนว่าการเดินทางไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป และไม่ได้แพงอย่างที่คิดเน้อ อย่างทริปนี้เราหมดไปประมาณหมื่นนิดๆ กับเวลา 5 วัน วิธีการจองทั้งเที่ยวบินและที่พัก ไว้ใจ Traveloka ได้เลย ปีที่ผ่านมาเราจองไปเกือบยี่สิบเที่ยวบิน บอกเลยไม่ได้ค่าโฆษณาด้วย ยืนยันอีกเสียงแทนทุกคนที่รักการเดินทาง ให้ลองไปพบประสบการณ์ใหม่ๆ กัน สำหรับรีวิวซาปาแบบโนแพลนของเราก็คงต้องจบเพียงเท่านี้ ขอบคุณค่า ; ) ♡ ♡ ♡  Let’s see the sky

********************

เพจของเรา ฝากติดตามด้วยนะคะ https://www.facebook.com/letsseethesky/