หากพูดถึง เกาหลีใต้ ทุกคนคงจะนึกถึงแต่กรุงโซลที่เป็นแหล่งรวมนักท่องเที่ยวมากมาย แต่มีใครเคยลองไปเที่ยวเกาะเชจูบ้างหรือยัง เชจูโด หรือ เกาะเชจูเป็นเกาะที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เพราะสถานที่เที่ยวเกาะเชจูแห่งนี้ไม่ได้มีแค่ความสวยงามของธรรมชาติเท่านั้นเเต่สถานที่เที่ยวเกาะเชจูส่วนใหญ่ยังได้รับการบันทึกว่าเป็นมรดกโลกกับยูเยสโกอีกด้วย ทริปนี้เราจึงขอฉายเดี่ยวพาทุกคนไปเปิดมุมมองใหม่กับสถานที่เที่ยวเกาะเชจู ที่ใครหลายคนอาจจะยังไม่เคยไปมาก่อน ว่าแล้วก็รีบกดจองตั๋วเครื่องบินกับ Traveloka กันเลยดีกว่า เพราะได้ยินมาว่า เป็นเว็บไซต์จองตั๋วเครื่องบินและที่พัก ที่จองง่าย จ่ายสะดวก ให้ราคาที่ถูกที่สุด พร้อมส่วนลดพิเศษมากมายอีกด้วย

จองตั๋วเครื่องบินเกาะเชจูกับ Traveloka ราคาพิเศษ คลิกที่นี่

            

Day 1 พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเชจูวิลเลจ  >> ชายหาด ฮยอพแจ

สถานที่เที่ยวเกาะเชจูที่แรกที่เราจะพาไปนั้นก็คือ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเชจูวิลเลจ  พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ที่ภายในเป็นการจำลองหมู่บ้านแบบดั้งเดิมในยุค 1890 บนเกาะเชจู โดยเป็นการจำลองบ้านแต่ละหลังให้เหมือนมีคนอยู่จริงๆ โดยในหมู่บ้านนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 4 โซนด้วนกัน นั่นก็คือ Mountain Village, Hill-Country Village, Fishing Village และ Shamanism Village แถมสถานที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำหนัง เรื่องแดจังกึม อีกด้วย เพราะเหตุนี้แล้วสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้จึงเป็นหนี่งในที่เที่ยวเกาะเชจูที่ผู้คนให้ความสนใจเดินทางมากันเป็นอย่างมาก เพราะที่เที่ยวเกาะเชจูอย่าง พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเชจูวิลเลจ  ได้มีการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมไว้เป็นอย่างดีจริงๆ

ตั้งแต่ก้าวแรกที่ได้สัมผัสหมู่บ้านแห่งนี้ ไม่รู้สึกเลยว่าเป็นเสมือนการจัดฉาก แต่มีเพียงความรู้สึกว่าเป็นหมู่บ้านที่มีผู้คนมาอาศัยอยู่จริงๆ ทำให้เรารู้สึกว่าเหมือนเราได้หลุดเข้าไปอยู่ในยุคนั้นเลย

ซึ่งการเดินทางมาที่ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเชจูวิลเลจ  นั้นก็ง่ายเพียงนิดเดียว จากสนามบินเชจู ขึ้นรถบัสสาย 100 มาลงที่สถานีรถบัสเชจู  หลังจากนั้นให้ขึ้นรถบัสปลายทาง Bunyoung Road มาลงที่ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเชจูวิลเลจ โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เท่านั้นก็จะถึงจุดหมายปลายทางของเราแล้ว

สถานที่เที่ยวเกาะเชจูที่ต่อมา เป็นอีกหนึ่งที่ ที่ทุกคนควรมาเช็คอินกันสักหน่อย เพราะได้ยินมาว่าเกาะเชจูแห่งนี้ ยังมีทะเลและหาดทรายที่สวยงามอีกด้วย นั่นก็คือ ชายหาด ฮยอพแจ ซึ่งอยู่ฝั่งตะวันตกของฮันริมอึบ ที่เป็นส่วนนึงของสวนสาธารณะฮันริม(Hanrim Park) ซึ่งการเดินทางไปชาดหาดฮยอพแจ ก็เริ่มจากสถานีรถบัสเชจู จากนั้นให้ต่อรถบัสที่วิ่งไปทางเส้น Il-ju Road ฝั่งตะวันตก และลงรถที่ Hanrim Park ก็จะพบกับชายหาดฮยอพแจแล้ว

และจุดที่ดึงดูดสายตาของชายหาดแห่งนี้ ก็คือ น้ำทะเลที่เป็นสีโคบอลต์ และหาดทรายสีขาวที่ทอดยาวประมาณ 9 กิโลเมตร แถมยังมีป่าไม้อันเขียวขจีตลอดปีกระจายตัวอยู่รอบๆอีกด้วย ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามได้ตลอดทั้งปีเลยก็ว่าได้

ถึงแม้ว่าสถานที่เที่ยวเกาะเชจูแห่งนี้จะยังไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว แต่รับรองได้เลยว่า หากใครได้มาเยือนแล้ว จะต้องหลงใหลกับชายหาดที่มีสีขาวและน้ำทะเลที่ทอดยาวไปจนสุดสายตา แต่เราอยากแนะนำให้มาตอนช่วงที่นั่งดูพระอาทิตย์ตกดิน เพราะแดดจะไม่ร้อนมากแถมยังได้นั่งดูพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแบบโรแมนติกสุดๆไปเลย ว่าแล้วก็ขอตัวไปนั่งชมบรรยากาศสุดโรแมนติก ก่อนจะกลับไปนอนเก็บแรงพักผ่อนกันก่อนดีกว่า

ส่วนเรื่องที่พักตลอดทริปของเรานั้นเราจองกับ Traveloka เพราะเราจองในช่วงโปรโมชั่นเลยได้ราคาถูกและคุ้มค่ามาก ที่พักที่เราจองก็คือ Mir Guesthouse เหตุผลที่เลือกโรงแรมนี้ เพราะมาคนเดียวอะไรที่ถูกก็ต้องคว้าไว้ก่อน แถมการเดินทางก็ยังสะดวกสบายมากเรียกได้ว่าคุ้มสุดๆ ถ้าใครอยากจองที่พักก็สามารถจองได้ที่นี้เลย Traveloka เพราะเค้ามีโค้ดส่วนลดบ่อยๆ แถมราคาก็ยังดีอีกด้วยคุ้มค่าแน่นอน แอบเอาลิ้งค์จองที่พักมาให้ด้วยเพื่อใครสนใจจะได้ไม่ต้องไปค้นหาให้ยุ่งยาก กดจองหรือเช็คราคาที่พัก ตรงนี้

Day 2 ซองซานอิลชูบง >> ถ้ำมานจังกุล

เริ่มเช้าวันที่สองที่แสนสดใสกับสถานที่เที่ยวเกาะเชจู ที่เป็นหนึ่งในมรดกโลกจากยูเนสโก ที่นับว่าเป็นยอดเขาแห่งอรุณรุ่ง โดยได้รับการบันทึกว่าเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามแห่งหนึ่ง ทำให้เช้าวันนี้เราต้องตื่นแต่เช้าเพื่อออกเดินทางไปชมพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งการเดินทางไปซองซานอิลชูบง เริ่มจากสถานีรถบัสซกวิโพ เพื่อที่จะขึ้นรถบัส Dongilju (ปลายทาง Seongsan) และนั่งไปลงที่ป้าย Seongsalliipgu bus stop ก็จะพบกับทางขึ้นเขาซองซานอิลชูบง และเมื่อลงจากรถบัสให้เดินตรงไปที่หน้าเคาน์เตอร์เพื่อซื้อตั๋วเข้าชมได้เลย ซึ่งค่าเข้าชมจะอยู่ที่ 2,000 วอน

ซองซานอิลชูบงแห่งนี้เป็น ภูเขาไฟ ที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาใต้น้ำมากว่า 100,000 ปี โดยปากปล่องภูเขาไฟจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 600 เมตร และมีความลึก 90 เมตร บริเวณสันขอบปากปล่องจะมีลักษณะขอบหิน 99 หยัก จึงทำให้เกิดเป็นความงดงามของธรรมชาติและเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กของสถานที่เที่ยวเกาะเชจูเลยก็ว่าได้

แต่กว่าที่เราจะเดินไปถึงจุดที่มองเห็นความงดงามของธรรมชาติได้นั้น เราต้องปีนเขาและเดินเท้าต่อด้วยระยะเวลา กว่า 50 นาทีกันเลยทีเดียว ว่าเเล้วก็อย่ารอช้ารีบเดินขึ้นเขาไปดูกันเลยดีกว่า แต่ขอแนะนำว่าถ้าใครอยากจะมาแล้วกลัวว่าจะขึ้นไปไม่ถึงจุดชมวิว ที่นี่จะมีจุดแวะพักที่เราสามารถมองเห็นวิวรอบเมืองที่สวยงามไม่แพ้กัน เพราะถึงแม้จะไม่ได้ขึ้นไปถึงยอดบนสุด แต่ก็อย่าพลาดที่จะมาชมวิวที่ซองซานอิลชูบงแห่งนี้กันนะคะ

สถานที่เที่ยวเกาะเชจูที่ต่อมาบอกเลยว่าวันนี้ทั้งวันถ้าจะลุยแล้วต้องลุยให้สุด เพราะนอกจากจะปีนเขาเเล้ว เราก็ขอเดินทางมาเข้าถ้ำกันต่อเลย ไหนๆก็มาคนเดียวแล้วก็ขอแบบลุยๆ เลยละกัน

สถานที่เที่ยวเกาะเชจูที่ต่อไป ก็คือ ถ้ำมานจังกุล ในส่วนของการเดินทางไปถ้ำมานจังกุลก็ไม่ยากอะไร เพียงไปที่สถานีรถบัสเชจู และขึ้นรถบัสสาย 990 ปลายทาง Jeju Hamdeok Gimnyeong  มาลงที่ป้าย Manjanggul Cave Bus Stop โดยใช้เวลานั่งรถประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นให้เดินต่ออีกประมาณ 5 นาทีก็จะถึงทางเข้าถ้ำมานจังกุลแล้ว ถ้ำแห่งนี้เป็นสถานที่เที่ยวเกาะเชจูอีกที่ ที่ได้รับขึ้นทะเบียนยูเนสโกให้เป็นเป็นมรดกโลก สถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในอุโมงค์ถ้ำลาวา ที่มีความยาวประมาณ 13,422 เมตร แต่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมเพียง 1,000  เมตรเท่านั้น

ถ้ำมานจังกุลเป็นอุโมงค์ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติและมีชื่อเสียงติดอันดับโลก เนื่องจากลาวาที่อยู่ลึกลงไปใต้ดินเกิดระเบิดขึ้นและลาวาไหลออกมาจึงทำให้เกิดเป็นอุโมงค์ถ้ำลาวา ส่วนภายในจะประกอบไปด้วยหินลาวารูปร่างต่างๆมากมาย เช่น หินเต่าที่มีรูปร่างคล้ายกันเกาะเชจู โดยเวลาที่ใช้สำรวจภายในถ้ำจะใช้เวลาเที่ยวละประมาณ 40-50 นาที โดยเสียค่าเข้าชมต่อคนอยู่ที่ประมาณ 2,000 วอน เปิดให้บริการตั้งแต่ 09:00 ถึง 18:00  และรอบสุดท้ายต้องเข้าชมก่อนเวลา 17:10 ซึ่งหากใครจะมาเที่ยวชมอย่าลืมดูวันหยุดของที่นี้กันด้วยนะ เพราะที่นี่จะหยุดทุกวันพุธแรกของเดือน เช็คกันดีๆ ด้วยละทุกคน

Day 3   อุทยานแห่งชาติฮัลลาซาน, น้ำตกซอนจียอน

เริ่มวันที่สามแบบชิวๆ ทางเราขอแวะไปชมธรรมชาติแบบสวยๆกับหนึ่งในแลนด์มาร์กสถานที่เที่ยวเกาะเชจู ที่ใครไม่ได้ไป ถือว่ายังไปไม่ถึงเกาะเชจู นั่นก็คือ อุทยานแห่งชาติฮัลลาซาน ที่ตั้งอยู่ใจกลางเกาะเชจู แถมยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรกดกโลก ที่มีอีกชื่อหนึ่งว่า ภูเขายองจูซาน ในภาษาเกาหลีแปลว่า “ภูเขาที่สูงเทียบเท่าจักรวาล”

อุทยานแห่งชาติฮัลลาซาน จะเปิดให้เดินขึ้นเขาเฉพาะตอนกลางวันเท่านั้น แต่ถ้าใครได้ยินคำว่าขึ้นเขาแล้วเกิดเหนื่อยขึ้นมา ที่นี่มีหลายเส้นทางให้เราได้เลือกเดินทาง โดยแต่ละเส้นทางก็ใช้เวลาการเดินทางที่ต่างกันไป เพราะฉะนั้นทางเราก็ขอเลือกใช้เวลาที่น้อยที่สุด นั้นก้คือเส้นทาง Eoseungsaengak course ที่จะเริ่มตั้งแต่จุด Eorimok เพื่อเดินไปยอดเขา Eoseungsangak จะใช้เวลาเพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้น เพราะวันนี้เราจะมาเดินแบบชิวๆ จึงเลือกเส้นทางที่ใช้เวลาน้อยที่สุดจะได้ไม่เหนื่อยเกินไปเดี๋ยวจะหมดสนุกซะก่อน แล้วก็อยากจะแนะนำให้ทุกคนเตรียมความพร้อมในเรื่องของเสื้อผ้าให้ดีๆเพราะลมข้างบนค่อนข้างแรง เมื่อเลือกเส้นทางแล้วอย่าลืมดูเวลาเปิดปิด เพราะที่อุทยานแห่งชาติฮัลลาซาน จะมีเวลาเปิดปิดกำหนดไว้ในแต่ละเดือนแตกต่างกันไป แต่ที่สำคัญเราจะต้องลงจากเขาก่อนพระอาทิตย์ตกดิน เพราะมันจะค่อนข้างอันตรายเนื่องจากทางเดินที่ค่อนข้างจะมืด แนะนำให้มาช่วงเช้าเพราะอากาศไม่ร้อนมากและเดินได้อย่างสบายๆ อีกด้วย

ซึ่งการเดินทางไปอุทยานแห่งชาติฮัลลาซาน ก็สะดวกมากๆแค่นั่งรสบัสสาย 1100 มาลงที่ Eorimok โดยใช้เวลาประมาณ 35 นาที ซึ่งในช่วง เม.ย. – ต.ค. จะมีรถบัสเพิ่มรอบตั้งแต่ 6:30 น. ถึง16:00 น.

และสถานที่เที่ยวเกาะเชจูอีกที่ ที่เราจะไปในวันนี้ก็คือ น้ำตกซอนจียอน ตามที่เราได้อ่านในป้ายจากเล่าราวความเป็นมาของที่นี่ เขาบอกว่าที่นี่เป็นบ่อน้ำของจักรพรรดิแห่งสวรรค์ ตามตำนานเล่าว่าที่บ่อน้ำแห่งนี้จะมีนางฟ้าทั้ง 7 องค์ลงมาตามบันไดก้อนเมฆจากสวรรค์เพื่อมาอาบน้ำที่บ่อน้ำแห่งนี้ จึงเชื่อกันว่าน้ำในสระน้ำเป็นน้ำบริสุทธิ์ โดยบรรยากาศรอบๆเต็มไปด้วยพืชพันธุ์หายาก

ซึ่งในระหว่างทางเดินไปยังน้ำตกชอนเจยอน เราสามารถได้ยินเสียงดังก้องของน้ำตกที่ไหลลงมากระทบกับหินพร้อมกับกลิ่นอายของน้ำ ที่ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและเย็นสบายจากละอองน้ำที่ค่อยๆไหลลงมา ได้ยินแบบนี้แล้วเราก็อดใจไม่ไหว ขอตัวไปนั่งแช่เท้า ดื่มด่ำกับธรรมชาติเพลินๆก่อนดีกว่า

การเดินทางมาต้องนั่งรสบัสมาสองต่อโดยขึ้นรสบัสสาย 516 ปลายทาง Seoguipo มาลงรถที่ป้าย Dongmun rotary stop  จากนั้นก็ต่อรถบัส สาย 1 ปลายทาง Cheonjiyeon มาลงที่ป้ายสุดท้าย ก็จะเจอทางเข้าน้ำตกซอนจียอนแล้ว ในส่วนของค่าเข้าชมนั้นบอกได้เลยว่า ฟรี ได้ยินแบบนี้แล้วก็อย่าลืมแวะมาชมธรรมชาติกันหละ

 

Day 4 ไร่ชา Osulloc, innisfreecafe

และแล้วก็มาถึงวันสุดท้ายของทริปนี้ วันนี้เราจะพาทุกคนไปพบกับสถานที่เที่ยวเกาะเชจู ซึ่งเป็นไฮไลท์ของที่นี้เลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ ไร่ชาเขียว Osulloc โดยเราจะขึ้นบัสสาย 755 ที่ประตู 2 และมาลงที่ป้าย Osulloc Bus Stop โดยใช้เวลาการเดินทางประมาณ 50 นาที ก็จะถึงไร่ชาแล้ว  

ไร่ชา Osulloc เป็นไร่ชาขนาดใหญ่ที่สุดของเกาหลีที่ถูกตั้งอยู่บนเกาะเชจู เรียงรายไปด้วยไร่ชาที่เขียวขจี และเต็มไปด้วยใบชาที่มีคุณภาพ ทำให้เห็นเป็นวิวที่สวยงามอย่างบอกไม่ถูก แต่บอกได้เลยเป็นจุดที่ถ่ายรูปสวยมาก เพราะเห็นเป็นวิวไร่ชาสีเขียวแบบขั้นบันไดและกว้างใหญ่มาก แถมที่นี่ยังมีร้านค้า ร้านอาหาร และขนมที่ทำจากชาเขียวให้เราได้เลือกชิมและซื้อกลับไปเป็นของฝากได้อีกด้วย แต่ต้องบอกว่าราคาที่นี้แอบแพงใช่เล่น เพราะฉะนั้นทางเราก็ขอแค่แวะถ่ายภาพแล้วเปลี่ยนไปร้านที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลกันนี้ เพราะเราได้สำรวจมาแล้วว่าราคาเป็นมิตรและคุณภาพดีอีกด้วย

ซึ่งที่เราพูดถึงนั้นก็คือ innisfree cafe เชื่อว่าใครหลายคนคงจะได้ยินแบรนด์นี้จนคุ้นหู เพราะเป็นแบรนด์เครื่องสำอางของเกาหลีที่ทำจากธรรมชาติ และได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยว โดยแบรน์ดนี้มีต้นกำเนิดมาจากเกาะเชจูแห่งนี้นั้นเอง ทำให้ที่นี่เป็นที่เที่ยวเกาะเชจูอีกหนึ่งแห่ง ที่ผู้คนให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก ไม่รอช้าเราก็เข้าไปสำรวจร้านกันเลยเพราะคาเฟ่นี้ นอกจากราคาจะย่อมเยาแล้ว รสชาติก็อร่อยอีกด้วย ถือว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว  

และถ้าใครอยากมาเที่ยวเกาะเชจูนี้แล้วการหาที่เที่ยวเกาะเชจูเป็นเรื่องที่ไม่ยาก ที่เที่ยวบนเกาะเชจูก็มีมากมายอีกหลายที่ ถ้าใครอยากตามกันมาแบบลุยเดี่ยวเที่ยวเชจูแบบเราก็กดจองตั๋วกันมาได้เลย เพราะ Traveloka เค้าชอบมีโปรดีๆอยู่บ่อยๆ และตอนนี้ก็ขอลากันไปก่อนกับทริปสวยๆ ลุยคนเดียว