เที่ยวเชียงคาน 3 วัน 2 คืน – เข้าสู่หน้าหนาวแล้ว การได้ออกไปสัมผัสกับทะเลหมอก เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมยอดฮิตของใครหลายๆ คน จะแบกเป้ลุยเดี่ยว เที่ยวกับเพื่อน หรือไปกับครอบครัว เที่ยวแบบไหนหรือไปกับใคร สิ่งหนึ่งที่ได้รับเหมือนกัน นั่นก็คือความสุขที่ได้จากการเที่ยว ตอนแรกลังเลอยู่ว่าจะไปเที่ยวแถวภาคเหนือดีไหม อยู่ดีๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าภาคอีสานก็มีทะเลหมอกเหมือนกัน และนี่จึงเป็นที่มาของทริป 3 วัน 2 คืน แบกเป้ลุยเดี่ยวเที่ยวเชียงคาน ก่อนออกเดินทางในครั้งนี้ได้วางแผนกิจกรรม 3 อย่างที่ต้องทำเมื่อมาถึงเชียงคาน คือ สัมผัสทะเลหมอกภูทอก ช้อป-ชิม-ชิลถนนคนเดิน และใส่บาตรข้าวเหนียวเชียงคาน หากยังพอมีเวลาเหลือก็จะเลือกเที่ยวสถานที่ต่างๆ ตามอัธยาศัย สำหรับทริปนี้คำว่า ‘เที่ยวตามใจฉัน’ ยังใช้ได้อยู่

เที่ยวเชียงคาน ดูทะเลหมอก

แต่เดี๋ยวก่อน! จะออกทริปทั้งทีสิ่งหนึ่งที่ต้องเตรียมคือ ข้าวของเครื่องใช้ที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า กางเกง เสื้อผ้า (เสื้อกันหนาวแนะนำให้เอาไปด้วย) กล้องถ่ายรูป DSLR ขาตั้งกล้อง Gopro Power bank ที่ชาร์จแบตกล้องถ่ายรูป นำสิ่งของทั้งหมดนี้เก็บใส่เป้คู่ใจแล้วไปเที่ยวเลยกันครับ อันดับต่อมาจองตั๋วเดินทางและจองที่พัก สำหรับทริปนี้เราเลือกเดินทางด้วยรถ บขส. (บริษัท ขนส่ง จำกัด) เนื่องด้วยก่อนออกทริปมีธุระแถวหมอชิตพอดี จึงถือโอกาสนี้จองตั๋วโดยสารซะเลย ส่วนคนที่ไม่สะดวกเดินทางไปจองตั๋วด้วยตัวเองสามารถจองออนไลน์ได้ที่ http://www.busticket.in.th สำหรับทริปนี้เดินทางด้วยเที่ยวรถ ม.1ข จองตั๋วทั้งขาไป-กลับ รวมราคา 792 บาท

ลำดับต่อมาเรื่องที่พัก ทริปนี้เราจองที่พักเชียงคานผ่าน Traveloka ถามว่าทำไมถึงเลือกจองผ่านช่องทางนี้ เหตุผลตามสโลแกนเขาเลย “จองกับทราเวลโลก้า พักที่ไหนก็ประหยัด” สำหรับคนชอบเที่ยวและเดินทางเป็นประจำแนะนำให้ติดตามเพจ Traveloka เพราะทางเพจจะแจ้งรหัสส่วนลดทั้งที่พักและตั๋วเครื่องบินอยู่บ่อยครั้ง เที่ยวทั้งทีจ่ายแพงทำไมใช่ไหมละ สำหรับทริป 3 วัน 2 คืน แบกเป้ลุยเดี่ยวเที่ยวเชียงคาน เราจองที่พัก Sweet Home ซึ่งตั้งอยู่ที่ 480/2 หมู่ 2 ถ.เชียงคาน-ปากชม ต.เชียงคาน อ.เชียงคาน ตัวเมืองเชียงคาน จังหวัดเลย พักที่นี่ 2 คืน คืนละ 490 บาท รวมค่าใช้จ่ายเฉพาะที่พัก 980 บาท เหตุผลที่เลือกจองที่นี่นอกจากจะได้ราคาประหยัดแล้ว ตัวที่พักยังอยู่ไม่ไกลจากภูทอก และแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในเมืองเชียงคาน

โปรโมชั่นส่วนลดต่างๆ ที่มีอยู่เรื่อยๆ

 

จองที่พัก Sweet Home เชียงคาน กับ Traveloka

 

การเดินทางวันที่ 1

เช้าตรู่ของวันศุกร์ รถ บขส. (บริษัท ขนส่ง จำกัด) เริ่มออกเดินทางเวลา 07.00 น. จากหมอชิตมุ่งสู่เชียงคาน รถคันนี้สะดวกมากเลยทีเดียว เบาะนั่งกว้างขวาง มีปุ่มสวิตช์ควบคุม ไม่ว่าจะเป็นปรับเอนนอน เปิด/ปิดไฟอ่านหนังสือ ควบคุมชุดนวดถุงลม และที่สำคัญมีช่อง USB ไว้สำหรับชาร์จโทรศัพท์มือถือได้ด้วย เรียกได้ว่าเอาใจคนชอบแชทชอบเล่นเน็ตก็ว่าได้

เริ่มออกเดินทางตั้งแต่ เวลา 07.00 น. ตอนเที่ยงรถจอดให้ผู้โดยสารรับประทานอาหารมื้อเที่ยงและเลือกซื้อขนมตามอัธยาศัย และออกเดินทางกันต่ออีกครั้ง หลังจากเดินทางมาหลายชั่วโมงก็มาถึงเชียงคานในเวลาประมาณ 18.30 น. เรียกได้ว่าใช้เวลาในการเดินทางตั้งแต่เช้าจนถึงตอนเย็นก็ว่าได้ รถจอดให้ผู้โดยสารลงบริเวณหน้าตลาดสด เทศบาลตำบลเชียงคาน ลงจากรถไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีรถไปส่ง ณ ที่พัก เพราะแถวนี้มีรถสกายแลป จอดรอสำหรับให้บริการนักท่องเที่ยวได้นั่งสบายๆ ไปยังที่พักสวีทโฮม ในราคา 40 บาท

ทั้งนี้ก่อนออกเดินทางได้โทรแจ้งกับทางที่พักว่าวันเสาร์ขอเช่ารถมอเตอร์ไซค์ แต่เพิ่งมาทราบอีกทีตอนมาถึงที่พักว่ารถที่จองจะได้ช่วงเที่ยงของวันเสาร์ ทำไงดีละทีนี้ เพราะต้องใช้รถเดินทางไปยังภูทอกตั้งแต่เช้ามืด เลยตัดสินใจหารถเช่าในละแวกใกล้ๆ ถือว่ายังโชคดีที่มีรถมอเตอร์ไซค์ให้เช่าที่บ้านครูตุ้มรีสอร์ท ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสวีทโฮมมากนัก ยิ่งไปกว่านั้นคือบ้านครูตุ้มรีสอร์ทยังมีจำหน่ายบัตรขึ้นภูทอก ในราคา 25 บาท ซึ่งราคาเดียวกับที่ซื้อจากจุดจำหน่ายบัตรที่ภูทอก นอกจากนี้ยังจำหน่ายชุดใส่บาตรอีกด้วย ท่านที่สนใจจองบัตรขึ้นภูทอกและชุดใส่บาตรข้าวเหนียวเชียงคาน ติดต่อได้ที่บ้านครูตุ้ม 081-799-9802

ตามที่ได้เกริ่นนำไว้ข้างต้นว่าทริปนี้เราจองที่พักผ่าน Traveloka เพราะนอกจากจะได้ราคาที่ประหยัดแล้ว จากที่ได้เข้าพักที่นี่ก็ประทับใจ รู้สึกคุ้มค่าคุ้มราคา เพราะเตียงนอนอุ่นๆ เบาะนุ่มๆ หลับสบาย ห้องน้ำก็สะอาด เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการเดินทางมาทั้งวันแล้ว ถึงเวลาพักผ่อนอาบน้ำเข้านอนเตรียมออกในเช้าวันพรุ่งนี้กันต่อ ส่วนข้าวมื้อเย็นยังไม่หิว เพราะกินขนมที่ซื้อเมื่อช่วงกลางวันจนอิ่ม หนังท้องตึงหนังตาเริ่มหย่อนเป็นธรรมดา

การเดินทางวันที่ 2

เช้าวันเสาร์ ตื่นตั้งแต่เช้ามืด อาบน้ำ เตรียมตัว เตรียมอุปกรณ์ ออกเดินทางจากที่พัก ตั้งแต่เวลา 05.30 น. ถึงภูทอกเวลา 05.45 น. มาถึงก็เห็นมีคนยืนแถวต่อคิวรอซื้อตั๋วขึ้นภูทอก ไปชมทะเลหมอกด้านบน สำหรับเราเองสบายใจ เพราะมีตั๋วอยู่แล้ว ไม่ต้องเสียเวลารอคิวซื้อตั๋ว เพียงแค่ยื่นตั๋วให้เจ้าหน้าที่ นั่งรถขึ้นไปบนภูทอกได้เลย มาถึงยังจุดชมวิวภูทอก เวลา 06.00 น. โดยประมาณ และช่วงเวลา 06.26 น. เป็นเวลาที่เราจะได้สัมผัสกับแสงแรกของเช้าวันใหม่ ภาพพระอาทิตย์โผล่จากขอบฟ้า เบื้องหน้ามีภูเขา ท้องฟ้า ตะวัน และทะเลหมอก เป็นภาพที่สวยงามมาก คุ้มค่ากับการรอคอยยิ่งนัก

เวลา 07.17 น. นั่งรถลงมาจากภูทอก แวะถ่ายภาพบรรยากาศเช้าๆ บริเวณจุดขึ้นรถภูทอก จากที่สังเกตโดยส่วนใหญ่พ่อค้าแม่ค้าจะเป็นชาวบ้าน ออกร้านขายของทั้งเสื้อผ้า อาหาร เครื่องดื่ม ฯลฯ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เดินเลือกชม เลือกซื้อ เลือกช้อปสินค้าอยู่ริมข้างทาง

ฝรั่งเจอกุ้งฝอยทอดเชียงคาน คงแอบคิดในใจ What is this? 😀 เห็นได้ว่าอาหารที่ชาวบ้านนำมาจำหน่ายในบริเวณ 2 ข้างทาง ส่วนใหญ่แล้ววัตถุดิบในการทำหาได้ในท้องถิ่น อาทิเช่น กุ้งฝอย ปลานิลแม่น้ำโขง หรือจะเป็นขนมพื้นบ้านของทางภาคอีสานอย่างข้าวจี่ก็มีขายเช่นกัน

ลงมาจากภูทอกขับมอเตอร์ไซค์ไปยังแก่งคุดคู้ จอดรถปั๊ป เดินมาดูบริเวณแก่งคุดคู้ หมอกลงหนาจัดมองแทบไม่เห็นแก่งกันเลยทีเดียว เลยกะว่าเดี๋ยวจะแวะมาใหม่อีกครั้ง ถึงตอนนี้เริ่มหิวเพราะข้าวเช้ายังไม่ได้กิน เลยขับรถออกไปหาของกินเจ้าเด็ดแถวเชียงคาน ชื่อร้านแม่งามอิ่มอร่อย เมนูแนะนำของทางร้านได้แก่ ข้าวเปียกเส้น โจ้กหมูไข่กระทะ เลยเลือกเมนูข้าวเปียกเส้น 1 จาน ราคา 40 บาท ลองลิ้มชิมรสดูว่าเป็นอย่างไรบ้าง รสชาติอร่อยสมคำร่ำลือร้านเด็ดแห่งเชียงคานจริงๆ

เวลา 09.00 น. หลังจากอิ่มท้อง เดินชิล ถ่ายภาพแถวเชียงคานเพื่อเป็นการย่อยอาหารไปพลางๆ ออกมาเดินชมภาพความสวยงามของบ้านเรือนตอนสายๆ ช่วงที่คนยังไม่พลุกพล่าน เป็นอีกหนึ่งบรรยากาศที่ดีมากเลยทีเดียว หรือจะเลือกเดินแถวริมฝั่งแม่น้ำโขงสิ่งแวดล้อมโดยรอบก็จะสวยไปอีกแบบ

หลังจากเดินชิลแถวเชียงคานและริมฝั่งโขง เวลา 09.00 น. เริ่มออกเดินทางกันต่อ เพื่อไปชมความงดงามของเจดีย์พระพุทธบาทภูควายเงิน ณ วัดพระพุทธบาทภูควายเงิน โบราณสถานเก่าแก่ทางพระพุทธศาสนาในอำเภอเชียงคาน เราใช้เส้นทางสายเชียงคาน – ปากชม ระยะทาง 6 กิโลเมตรโดยประมาณ เมื่อขับมาถึงหมู่บ้านผาแบ่น ขับต่อไปตามทางแยกเข้าบ้านอุมุง ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ก็จะถึงทางขึ้นเขาซึ่งเป็นทางลูกรังประมาณ 1 กิโลเมตร ขับขึ้นไปข้างบนก็จะถึงวัดพระพุทธบาทภูควายเงิน

เมื่อมาที่วัดแห่งนี้หนึ่งกิจกรรมห้ามพลาดนั่นก็คือ การเข้ามาสักการะบูชารอยพระพุทธบาท ที่ประดิษฐานอยู่ภายใต้ซุ้มอิฐใหญ่

ภายในวัดแห่งนี้ยังมีโซนเลี้ยงสัตว์ เช่น เต่า ปลา แต่หนึ่งในกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นพิเศษ เห็นจะเป็นการให้อาหารกระต่าย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่พาลูกมาเที่ยวได้มีโอกาสสัมผัสกับความน่ารักของเจ้ากระต่ายน้อยแบบใกล้ชิด เป็นอีกมุมสำหรับคนรักสัตว์ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวเชียงคาน

จบภารกิจทำบุญทำทานให้อาหารสัตว์ เวลา 11.00 น. เริ่มออกเดินทางกันต่อผ่านถนนทางหลวงชนบทที่ 3011 ระหว่างหลัก กม.ที่ 11-13 พื้นที่ตำบลเขาแก้ว อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมคนไทดำ หมู่บ้านนาป่าหนาด ประชากรที่นี่สืบเชื้อสายมาจากชาวไทดำ และได้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ไทยดำบ้านนาป่าหนาดแห่งนี้ขึ้นเพื่อเป็นแหล่งสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมไทดำดั้งเดิมให้คงอยู่

ถึงเวลาเที่ยง ออกเดินทางกันต่อจากศูนย์วัฒนธรรมคนไทดำ เข้าไปยังเชียงคานเพื่อแวะหาร้านอาหารสำหรับมื้อเที่ยง โดยใช้ระยะเวลา 1 ชั่วโมงในการขับมอเตอร์ไซค์จากศูนย์วัฒนธรรมคนไทดำมายังเชียงคาน สำหรับมื้อนี้เราเลือกรับประทานอาหารที่ร้านเฮือนฝ้ายคำ ร้านนี้มีเมนูที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นเมนูส้มตำ เมนูทอด เมนูปลา เมนูผัด เมนูต้มยำ

ร้านแห่งนี้เมนูเยอะก็จริงแต่เราเลือกทานแค่เมนูเดียว คือ ปลาคังลวกจิ้ม ราคา 150 บาท ได้น้ำจิ้มรสเด็ด เอร็ดอร่อยไปอีกหนึ่งมื้อ บรรยากาศร้านน่านั่งมากเลยทีเดียว เพราะเป็นร้านอยู่ติดกับแม่น้ำโขง ถ้าอยากชมวิวสวยๆ แนะนำให้เลือกนั่งชั้นบน

เวลา 14.00 น. เดินทางกันต่อมายังวัดท่าแขก วัดเก่าแก่ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ห่างจากอำเภอเชียงคานระยะทาง 2 กิโลเมตร ก่อนถึงหมู่บ้านน้อยและแก่งคุดคู้ ภายในโบสถ์แห่งนี้ประดิษฐานพระพุทธรูป 3 องค์ สกัดจากหินทรายทั้งก้อน เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ มีอายุประมาณ 300 กว่าปี

เวลา 14.30 น. กลับมาอีกครั้งกับแก่งคุดคู้ หลังจากที่เดินทางมาในช่วงเช้าตรู่ รอบนี้ถือว่าไม่พลาด เพราะไม่มีหมอกบังทัศนียภาพเหมือนรอบที่แล้ว ซึ่งในบริเวณแก่งจะมีร้านค้า ร้านอาหารให้นักท่องเที่ยวได้เลือก     ช้อปเลือกชิมกันตามอัธยาศัย พร้อมกับชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของแก่งคุดคู้

เวลา 16.00 น. ออกเดินทางมายังวัดเชียงคาน ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งโขง ถือว่าเป็นวัดที่มีความสวยงามอีกหนึ่งแห่งของเชียงคานก็ว่าได้ หากมาเที่ยวเชียงคานอย่าลืมแวะมาเที่ยววัดเชียงคานกันนะครับ

เวลา 16.51 น. วัดท่าคก เป็นวัดที่ตั้งอยู่ใกล้กับลานวัฒนธรรมริมน้ำโขง ซึ่งเป็นจุดใส่บาตรข้าวเหนียวในตอนเช้า และเช้ารุ่งขึ้นของอีกวันเราจะมาเก็บภาพใส่บาตรข้าวเหนียว ณ บริเวณด้านหน้าวัดท่าคก สำหรับวัดแห่งนี้มีความวิจิตรงดงามไม่แพ้วัดอื่นๆ ในเชียงคาน อุโบสถของวัดท่าคก เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนศิลปะล้านช้าง

เวลา 17.00 น. วัดมหาธาตุ วัดแห่งนี้มีพระอุโบสถที่สวยงาม อีกทั้งยังมีเจดีย์เก่าเเก่ สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะแวะไปถนนคนเดินเชียงคานต้องไม่พลาดที่จะแวะมาเที่ยววัดแห่งนี้ เพราะอยู่ไม่ไกลมากนักจากถนนคนเดินเชียงคาน

เวลา 17.25 น. วัดศรีคุณเมือง เป็นแหล่งศิลปะแบบล้านนาและล้านช้าง มีโบสถ์หลังคาลดหลั่นอย่างศิลปะล้านนา เป็นอีกหนึ่งวัดที่อยู่ใกล้กับถนนคนเดินเชียงคาน

หลังจากออกเดินทางเที่ยวตามวัด และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มาเยอะแล้ว อีกหนึ่งจุดที่อยู่ในแพลนของเรานั่นก็คือ ถนนคนเดินเชียงคาน ซึ่งเป็นจุดที่มีทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ของที่ระลึก ร้านค้าจำหน่ายข้าวของเครื่องใช้มากมายซึ่งตั้งอยู่ริมสองข้างทางให้นักท่องเที่ยวได้เลือกชมเลือกซื้อกันอย่างจุใจ

เดินช้อป ชิม แชะกันอย่างจุใจ ต่อด้วยอาหารมื้อเย็น สำหรับมื้อนี้แวะฝากท้องที่ร้านอาหารนั่งเล่น-เล่น ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง มื้อนี้สั่งเมนูต้มยำปลาน้ำโขงรสเด็ดกับผัดฉ่าทะเลรวมพริกไทยอ่อน

ต้มยำปลาน้ำโขงรสเด็ด

ผัดฉ่าทะเลรวมพริกไทยอ่อน

การเดินทางวันที่ 3

กิจกรรมส่งท้ายก่อนกลับกรุงเทพฯ ตื่นตั้งแต่ตอนเช้าตรู่ เพื่อร่วมกิจรรมใส่บาตรข้าวเหนียว เวลา 05.00 น. ณ ลานวัฒนธรรมริมน้ำโขง เราจะเริ่มเห็นว่ามีการจัดเตรียมข้าวของสำหรับใส่บาตร พอถึงเวลา 05.30 น. นักท่องเที่ยวเริ่มนั่งจับจองที่และจัดซื้อชุดใส่บาตรข้าวเหนียว เพื่อรอเวลาพระภิกษุสงฆ์ออกบิณฑบาต ซึ่งจะเริ่มจากหน้าวัดท่าคก บริเวณลานวัฒนธรรมริมน้ำโขง เดินไปยังถนนคนเดินเชียงคาน ส่วนฝั่งทางด้านวัดศรีคุณเมืองก็จะมีพระภิกษุสงฆ์ออกเดินบิณฑบาตเช่นกัน

หลังจากเข้าร่วมกิจกรรมใส่บาตรข้าวเหนียวในตอนเช้าเสร็จก็กลับเข้ามาที่ห้องพัก เพื่อเตรียมตัวกลับกรุงเทพฯ โดยรถออกจากเชียงคานใน เวลา 07.30 น. ปิดจบทริป 3 วัน 2 คืน แบกเป้ลุยเดี่ยวเที่ยวเชียงคาน โดยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ในตอนเช้าของวันอาทิตย์ และถึงกรุงเทพฯ ในช่วงเวลา 18.30 น. โดยประมาณ