ก่อนเที่ยวบาหลี อยากชวนมาทำความรู้จักกับพื้นเพของเขาสักหน่อย “บาหลี” เป็น 1 ใน 34 จังหวัด ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศอินโดนีเซีย มีพื้นที่เป็นเกาะขนาดเล็ก แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 8 เมือง โดยเขตบาดุง (Badung) ถือว่าเป็นเขตสำคัญที่สุดอยู่ทางตอนใต้ของเกาะ เป็นที่ตั้งของสนามบินและเมืองหลักนั่นก็คือเมืองเดนปาซาร์ (Denpasar) โดยเส้นทางในทริปนี้เราจะเดินทางท่องเที่ยวกันในพื้นที่เขตบูเลเล็ง (Buleleng) เขตเกียญาร์ (Gianyar) เขตตาบานัน (Tabanan) เขตการางาเซ็ม (Karangasem) และเขตบังลี (Bangli) ที่บาหลีนั้นชาวเมืองส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดู ทำให้เวลานั่งรถไปไหนมาไหนจะเห็นคนนั่งทำพิธีกรรมอยู่ตลอดเวลา สภาพอากาศมี 2 ฤดู คือ ฤดูร้อน ช่วงเดือนเมษายน – ตุลาคม ที่เหลือก็เป็นฤดูฝน แต่ขอบอก จะเที่ยวฤดูไหนธรรมชาติก็สวยงามทุกฤดูจริงๆ นะ

ก่อนหน้านี้เรามักได้ยินคนกล่าวขานว่า “บาหลี สวรรค์แห่งการพักผ่อน” พอมีโอกาสไปเยือนจึงมาขอยืนยันอีกเสียง เมืองเรียบง่ายที่มีธรรมชาติสมบูรณ์และสวยงามมาก ทะเล ภูเขา ทะเลสาบ น้ำตก ผสมผสานกับประเพณีและวัฒนธรรมแบบฉบับดั้งเดิม วัด พิธีกรรม ศิลปะ เมืองอะไรรวมๆ แล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน มากกว่าเงินที่จ่ายไปคืออัตราของความสุขที่พุ่งสูงปรี๊ดแน่นอน

การจองตั๋วและที่พักที่บาหลี

ทุกวันนี้ไม่ต้องแปลกใจหากเห็นใครๆ ก็พากันไปบาหลี ก็โปรโมชั่นตั๋วมาทีราคานั้นถูกใกล้เคียงกับราคาบินในประเทศเลย อีกทั้งยังเที่ยวง่ายมากไม่ต้องใช้วีซ่า แค่มีหนังสือเดินทางมีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือนก็เที่ยวได้แล้ว ปัจจุบันมีสายการบินจากประเทศไทยบินตรงสู่บาหลี 3 เจ้าด้วยกัน คือ Thai Airways, Air Asia และ Lion Air ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงก็เดินทางถึงแล้ว สำหรับทริปนี้เราค้นหาตั๋วเครื่องบินและที่พักผ่าน Traveloka Mobile App เช่นเคย เพียงกรอกข้อมูลเส้นทางและวันที่ต้องการเดินทาง ระบบจะประมวลผลและจัดลำดับตั๋วเครื่องบินจากสายการบินต่างๆ ตามระดับราคาให้เราได้เลือกเสร็จสรรพ ทำให้ได้ตั๋วเครื่องบินไปบาหลีในราคาที่เราพึงพอใจในเวลาเพียงนิดเดียว การจองที่พักก็เช่นเดียวกันแค่กรอกเมืองกับวันที่ต้องการเข้าพัก เราจะเห็นที่พักมากมายเรียงราคาและรายละเอียดมาให้เลือกสรรเสร็จสรรพ

เช็คราคาตั๋วเครื่องบินไปบาหลี ที่ Traveloka คลิกที่นี่

 

ก่อนไปเที่ยวบาหลีเคยสงสัยว่าทำไมที่พักในไทยหลายต่อหลายแห่งต้องดีไซน์ออกมาตามสไตล์บาหลี พอได้หาที่พักสำหรับเที่ยวบาหลีรอบนี้ถึงเข้าใจ ที่พักเล็กใหญ่มากมายทำไมมันสวยเหมือนกันหมด สไตล์เฉพาะตัวของการออกแบบที่นำวัฒนธรรมผสานธรรมชาติทำให้คนเที่ยวอย่างเราโคตรผ่อนคลาย ใครจะรู้มีงบที่พักพันกว่าบาทสามารถนอนวิลล่าส่วนตัวได้แบบสุขอุรา มีหลายคนอยากรู้ว่าเที่ยวบาหลีนอนแถวไหนดี เอาเป็นว่าใครที่รักความสงบ ธรรมชาตินิยมสูง และอยากเข้าถึงกลิ่นอายบาหลีแบบ real ต้องนอนเมืองอูบุด (Ubud) เขตเกียญาร์ (Gianyar) ส่วนใครชอบแสงสีและบรรยากาศชิลล์ริมทะเล ต้องนอนเมืองคูตา (Kuta) เขตบาดุง (Badung) ดังนั้น สาวรักธรรมชาติเยี่ยงพวกเรานั้นเมืองอูบุด (Ubud) ตอบโจทย์ กับที่พักสไตล์วิลล่าสุดชิลล์ สงบ และเป็นส่วนตัว “Chili Ubud Cottage”

Chili Ubud Cottage - บาหลี - Traveloka Chili Ubud Cottage - บาหลี - Traveloka Chili Ubud Cottage - บาหลี - Traveloka Chili Ubud Cottage - บาหลี - Traveloka Chili Ubud Cottage - บาหลี - Traveloka

เช็คราคา หรือจองที่พัก Chili Ubud Cottage ที่บาหลี กับ Traveloka คลิกที่นี่

เส้นทางเที่ยว “บาหลี”

“เพราะอยากดูโลมาจึงต้องไป … สิงหะราจา (Singaraja) เพราะอยากเห็นภูเขาไฟจึงต้องไป … บังลี (Bangli) เพราะอยากนอนวิลล่าหรูราคาประหยัดจึงต้องไป … เกียญาร์ (Gianyar)”

เป็นที่มาของแพลนเดินทางโดยเริ่มจากเที่ยวไกลก่อนแล้วค่อยมาใกล้ การเที่ยวในบาหลีนั้นพอออกนอกเมืองแล้วไม่มีรถประจำทางสาธารณะจอดตรงนั้นหยุดตรงนี้นะ การเช่ารถยนต์ส่วนตัวเที่ยวจึงเป็นวิธีที่คนนิยมมากที่สุด เพราะจะทำให้การท่องเที่ยวสะดวกสบายมาก และที่สำคัญราคาเช่ารถยนต์นั้นไม่แพงเลย จะเช่ามอเตอร์ไซค์ขี่ก็กลัวจะชนกับเขา เพราะรถที่นี่ขับกันเร็วเยี่ยงหนัง Fast & Furious และเส้นทางส่วนใหญ่ลัดเลาะภูเขาไม่คุ้นชินมิควรขับรถเอง

สำหรับทริปนี้เราเลือกใช้บริการรถยนต์ส่วนตัว พร้อมคนขับ จากแหม่มบาหลีทัวร์ พี่แหม่มเป็นคนไทยที่ใช้ชีวิตอยู่บาหลี เป็นหนึ่งในบริษัทที่คนไทยเลือกใช้บริการเมื่อไปเที่ยวบาหลี ซึ่งจะช่วยประสานงานจัดหารถพร้อมคนขับชาวต่างชาติที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้ และเข้าใจคนไทยเป็นอย่างดี มารอรับตั้งแต่เครื่องแลนดิ้งกันเลยทีเดียว เราได้รถ Toyota Avanza สำหรับกรุ๊ปเล็กไม่เกิน 5 คน โดยคิดอัตราค่าเช่า (รถ/คนขับ/น้ำมัน) ราคา 500,000 รูเปียห์ต่อวัน 1 วันคือ 10 ชั่วโมง ถ้าเกินเวลาคิดชั่วโมงละ 50,000 รูเปียห์ โดยสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.mambalitour.com หรือส่งแพลนการเดินทางไปที่ [email protected] พี่เขาจะช่วยแนะนำการเดินทางได้เป็นอย่างดีเลย

แพลนทริปบาหลี - Traveloka

สิ่งที่ควรรู้ในการแพลนทริปบาหลี

  • เวลาของเที่ยวบินขาไปส่วนใหญ่จะถึง Ngurah Rai International Airport ประมาณช่วงเที่ยง การจราจรในเมืองเดนปาซาร์ (Denpasar) นั้นค่อนข้างติดขัดเลยทีเดียว กว่าจะออกนอกเมืองได้ต้องใช้เวลาพอสมควร วันแรกควรไปจุดหมายที่ไกลเลยไม่ต้องมีแพลนแวะเที่ยวที่ไหน เรียกว่าเสียเวลาเดินทางแล้วก็ใช้เวลานั่งรถต่อยาวไปเลย หรือหาที่เที่ยวในพื้นที่ตัวเมืองไปเลย ส่วนเที่ยวบินขากลับส่วนใหญ่ Flight สุดท้ายจะประมาณเที่ยงเช่นกัน ดังนั้นแพลนกิจกรรมในวันเดินทางกลับควรเบาๆ หรือไม่มีเลย
  • ถนนในบาหลีส่วนใหญ่เป็นทางลัดเลาะหมู่บ้านและภูเขา บวกกับสถานที่เที่ยวต่างๆ ส่วนใหญ่ตั้งไกลกัน ดังนั้นการขับรถจึงค่อนข้างต้องใช้เวลา เช่นระยะทาง 40 กิโลฯ อาจกินเวลาไปเป็นชั่วโมงเลยก็ว่าได้

การแลกเงินไปบาหลี

บาหลีใช้ค่าเงินรูเปียห์อินโดนีเซีย (IDR) เทียบเป็นสกุลเงินบาท (THB) ง่ายๆ คือ 10,000 IDR ประมาณ 23 THB/100,000 IDR ประมาณ 230 THB โดยสามารถหาแลกเงินได้ที่ธนาคารหรือสถานที่แลกเงินต่าง ๆ ในประเทศไทยได้ แต่ถ้าบางคนอยากได้อัตราแลกเปลี่ยนที่สูงขึ้น สามารถแลกเป็นเงินดอลล่าร์จากบ้านเราแล้วนำไปแลกเงินรูเปียห์ที่สนามบินหรือให้คนขับรถพาแลกตามจุดแลกเงินในเมืองเดนปาซาร์ก็ได้เช่นกัน ที่บาหลีมีค่าครองชีพพอๆ กับบ้านเรา ที่พัก อาหาร ค่าเช่ารถต่างๆ ราคาไม่สูงสบายใจได้ ถ้าแพลนดีๆ ไม่เกินงบแน่นอน

“บาหลี” 4 วัน 3 คืน

มีคนเคยถามว่าไปบาหลีควรเที่ยวกี่วันดี ก็ตอบกลับว่าแล้วแต่กิจกรรมนะ ถ้าอยากจัดหนักจัดเต็มทุกที่ก็ต้องหลายวันหน่อย แต่ถ้ามีเวลาไม่มาก งบก็ไม่ได้เยอะ เราว่า 4 วัน 3 คืนก็กำลังดีนะ เที่ยวเท่าที่ไปได้ รีบเที่ยวเกินก็กลายเป็นทริปชะโงกซะเปล่า เอาแบบค่อยเที่ยวค่อยไปภายใต้คอนเซ็ปต์ “สัมผัสธรรมชาติควบคู่ซึมซับวัฒนธรรม”

วันที่ 1

06.15 น.

ออกเดินทางโดยสายการบิน Air Asia จากกรุงเทพฯ สู่ Ngurah Rai International Airport เมืองเดนปาซาร์ (Denpasar) บาหลี ใช้เวลาบินประมาณ 4 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว เวลาที่บาหลีเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง บางคนบอกไปจาการ์ตาทำไมเวลาเท่ากับประเทศไทย เลยไปหาข้อมูลมาบอกต่อสำหรับคนที่ยังไม่รู้ อินโดนีเซียแบ่งเขตเวลาเป็น 3 โซน เขตตะวันตก (เวลาเท่ากับประเทศไทย) เขตกลาง (เวลาเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) และเขตตะวันออก (เวลาเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง) เมื่อเดินทางถึงบาหลีเราซื้อซิมโทรศัพท์ยี่ห้อ SimPATI ซิมการ์ดและแพ็คเกจอินเตอร์เน็ต ราคา 65,000 รูเปียห์ หลังจากนั้นก็พบหนุ่มหล่อยืนยิ้มหวานมือถือป้ายต้อนรับตรงทางออกสนามบินพร้อมพาซิ่งทางไกลสู่เมืองสิงหะราจา (Singaraja) เพื่อเตรียมชมโลมายามเช้าที่ Lovina Beach

12.30 น.

ก่อนจะเดินทางไกล คนขับรถบอกเรามีเวลาที่จะแวะไปเที่ยว “Uluwatu Temple” เมืองคูตา (Kuta) เขตบาดุง (Badung) ตามภาษาท้องถิ่นวัดฮินดูเค้าจะเรียกว่า “Pura” ดังนั้นถ้าเห็นคำว่า Pura นำหน้าแปลว่าสถานที่เหล่านั้นคือวัด ซึ่ง “Uluwatu Temple หรือ Pura Uluwatu” วัดสำคัญที่ตั้งอยู่ทางใต้สุดของบาหลี ไม่ไกลจากสนามบินเท่าไหร่ วัดแห่งนี้เป็นวัดที่มีชื่อเสียง สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพแห่งท้องทะเลตามความเชื่อของชาวอินโดนีเซีย เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นเคียงคู่ภูเขาและทะเลได้อย่างลงตัว หลังจากนั้นเราก็เดินทางสู่เมืองสิงหะราจา (Singaraja) เขตบูเลเล็ง (Buleleng) ใช้เวลาเดินทางจากใต้สุดไปเหนือสุดกว่า 4 ชั่วโมง

Uluwatu Temple - บาหลี - Traveloka Uluwatu Temple - บาหลี - Traveloka Uluwatu Temple - บาหลี - Traveloka Uluwatu Temple - บาหลี - Traveloka

วันที่ 2

05.00 น.

“Lovina Beach” หาดทรายสีดำที่ตั้งอยู่ในเขตสิงหะราจา (Singaraja) เขตบูเลเล็ง (Buleleng) ในละแวกนี้มีรีสอร์ทตั้งอยู่มากมาย กิจกรรมไฮไลท์ที่คนมุ่งหน้ามาที่นี่คือการมานั่งเรือชมฝูงปลาโลมาละลานตาแบบใกล้ชิดสุดๆ ซึ่งหากใครจะมาดูปลาโลมาต้องมานอนค้างเมืองสิงหะราจา (Singaraja) เพราะโปรแกรมท่องเที่ยวจะเริ่มแต่เช้ามืด ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง การจองตั๋วเรือสามารถจองกับโรงแรมที่พักได้เกือบทุกแห่ง หรือสามารถเดินต่อรองกับคนขับเรือโดยตรงริมหาดได้เช่นกัน ราคาต่อคนประมาณ 50,000 รูเปียห์ โดยเรือที่นี่เป็นเรือโบราณเรียกว่า “จังโกลาน” เป็นเรือหาปลาแถวเดียว นั่งได้ 4 คน แอบหวาดเสียวเวลาคลื่นแรงแต่ก็สนุกไปอีกแบบหนึ่ง ความกลัวหดหายไปเมื่อเบื้องหน้าคือฝูงปลาโลมากระโดดลั้นลาเต็มอ่าว

Lovina Beach - บาหลี - Traveloka Lovina Beach - บาหลี - Traveloka Lovina Beach - บาหลี - Traveloka Lovina Beach - บาหลี - Traveloka

11.00 น.

เราออกเดินทางจากเมืองสิงหะราจา (Singaraja) มุ่งหน้าเข้าสู่เมืองตาบานัน (Tabanan) เขตตาบานัน (Tabanan) เที่ยววัดสำคัญซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญของบาหลี “Ulun Danu Bratan Temple” คนไทยชอบเรียกสั้นๆ ว่า “วัดบราตัน” วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ริมทะเลสาบบราตัน สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทวีแห่งสายน้ำ เอกลักษณ์เด่นคือเจดีย์ 11 ชั้นตามสถาปัตยกรรมฮินดูสวยงามเคียงคู่วิวภูเขาไฟ กลางวันนั้นมีฝนตกพรำๆ ทำให้หมอกลงมาเป็นพื้นหลังสวยงามไปอีกแบบ

Ulun Danu Bratan Temple - บาหลี - Traveloka Ulun Danu Bratan Temple - บาหลี - Traveloka Ulun Danu Bratan Temple - บาหลี - Traveloka Ulun Danu Bratan Temple - บาหลี - Traveloka

“Candi Kuning Market” ตลาดผัก ผลไม้ และของฝาก เส้นทางเดียวกับทางไปวัดบราตัน เราก็ไม่พลาดจะแวะไปเช็คอินสักหน่อย

Candi Kuning Market - บาหลี - Traveloka Candi Kuning Market - บาหลี - Traveloka Candi Kuning Market - บาหลี - Traveloka

17.30 น.

“Tanah Lot Temple” ตั้งอยู่ริมทะเลในเมืองตาบานัน (Tabanan) สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าและปีศาจแห่งท้องทะเล เป็นวัดที่มีจุดเด่นคือเป็นเกาะยื่นไปในทะเล ในช่วงน้ำลดนักท่องเที่ยวสามารถเดินไปถึงวัดได้เลย และเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำหรับการชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามที่สุดในบาหลี หลังจากนั้นเราก็เดินทางเข้าสู่ที่พัก ณ “Chili Ubud Cottage” เมืองอูบุด (Ubud) เขตเกียญาร์ (Gianyar)

Tanah Lot Temple - บาหลี - Traveloka Tanah Lot Temple - บาหลี - Traveloka Tanah Lot Temple - บาหลี - Traveloka

วันที่ 3

เมืองอูบุด (Ubud) ตั้งอยู่ในเขตเกียญาร์ (Gianyar) เป็นเมืองเล็กๆ ศูนย์รวมแห่งวัฒนธรรมดั้งเดิม ท่ามกลางธรรมชาติขุนเขาล้อมรอบด้วยทุ่งนาเขียวขจีรอบเมือง คนส่วนใหญ่ที่ชอบความสงบกลางธรรมชาติจึงเลือกมาพักที่เมืองนี้

Ubud - บาหลี - Traveloka Ubud - บาหลี - Traveloka

08.00 น.

เราเริ่มเที่ยวเมืองอูบุด (Ubud) ด้วยการแวะชม “Sahadewa Barong Dance” การเต้นบารองเป็นศิลปะพื้นบ้านดั้งเดิมของบาหลี ตามความเชื่อ “บารอง” เป็นสัตว์ประหลาดศักดิ์สิทธิ์มีหน้าคล้ายสิงโต มีอำนาจสามารถต่อสู้กับสิ่งชั่วร้ายจนได้รับความสงบสุขกลับมา เป็นการแสดงที่ผสมผสานตัวแสดงคนและสัตว์ มีชุดการแต่งกายอลังการมาก ใช้เวลาแสดงประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าเข้าชม 100,000 รูเปียห์

Sahadewa Barong Dance - บาหลี - Traveloka Sahadewa Barong Dance - บาหลี - Traveloka

10.00 น.

มาเยือนบาหลีทั้งที เราก็ไม่พลาดที่จะมาชมศิลปะการทำผ้าบาติกตามแบบฉบับดั้งเดิมอินโดนีเซียกันที่ “ศูนย์ผ้าบาติก อูบุด” ซึ่งผ้าบาติกของบาหลีจะมีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองและยังใช้การวาดด้วยมือต่างจากหลายสถานที่ ซึ่งปัจจุบันหันมาใช้วิธีการพิมพ์ลายแทน

ศูนย์ผ้าบาติก อูบุด - บาหลี - Traveloka ศูนย์ผ้าบาติก อูบุด - บาหลี - Traveloka ศูนย์ผ้าบาติก อูบุด - บาหลี - Traveloka

11.00 น.

“Sukawati Art Market” ตลาดรวมงานฝีมือ เช่น ภาพวาด เครื่องเงิน งานผ้า งานไม้ ซึ่งสายช็อปปิ้งโปรดเตรียมเงินให้พร้อม เพราะเป็นตลาดที่เหมาะแก่การละลายทรัพย์มากๆ ใครจะซื้อของฝากจัดที่นี่เลยก็ได้

Sukawati Art Market - บาหลี - Traveloka Sukawati Art Market - บาหลี - Traveloka Sukawati Art Market - บาหลี - Traveloka Sukawati Art Market - บาหลี - Traveloka Sukawati Art Market - บาหลี - Traveloka

12.00 น.

“Besakih Temple” เขตการางาเซ็ม (Karangasem) เป็นวัดสำคัญและใหญ่ที่สุดของบาหลี บางคนเรียก “Mother Temple” คนบาหลียกให้เป็นวัดหลวง ซึ่งภายในประกอบด้วยวัดเล็กๆ กว่า 23 แห่ง ซึ่งทุกวันจะมีชาวบ้านเดินทางมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเป็นจำนวนมาก ทางเข้าด้านหน้าวัดจะมีไกด์บริการพาเดินเที่ยว ค่าจ้างประมาณ 70,000 รูเปียห์หรือแล้วแต่ต่อรองราคา หรือจะเดินเองก็ชิลล์ดีเส้นทางไม่ซับซ้อนอะไรมาก

Besakih Temple - บาหลี - Traveloka Besakih Temple - บาหลี - Traveloka Besakih Temple - บาหลี - Traveloka Besakih Temple - บาหลี - Traveloka Besakih Temple - บาหลี - Traveloka Besakih Temple - บาหลี - Traveloka Besakih Temple - บาหลี - Traveloka Besakih Temple - บาหลี - Traveloka Besakih Temple - บาหลี - Traveloka

14.00 น.

“Kintamani Village” หมู่บ้านเก่าแก่ในเขตบังลี (Bangli) มีความสวยงามทางภูมิทัศน์เนื่องจากตั้งอยู่ริมปากปล่องภูเขาไฟ Mount Batur (Gunung Batur) และตั้งอยู่ริมทะเลสาบบาร์ตูร์ ซึ่งภูเขาไฟลูกนี้มีอายุกว่า 50,000 ปี เคยระเบิดมาแล้วหลายครั้ง หลงเหลือร่องรอยเป็นเถ้าลาวาสีดำให้เห็นจนถึงทุกวันนี้ ที่นี่มีจุดชมวิวพร้อมทานบุฟเฟ่ต์อาหารกลางวันแบบใกล้ชิดติดภูเขาไฟกันเลยทีเดียว

Kintamani Village - บาหลี - Traveloka Kintamani Village - บาหลี - Traveloka Kintamani Village - บาหลี - Traveloka Kintamani Village - บาหลี - Traveloka

16.00 น.

“Tegalalang Rice Terrace” ตั้งอยู่ทางตอนบนของเมืองอูบุด (Ubud) ซึ่งถือเป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญของบาหลี นาขั้นบันไดบ้านเขาก็คล้ายๆ บ้านเรานะ แต่ที่เมืองไทยนาขั้นบันไดจะเป็นแปลงกว้างขวางกว่า ในย่านนี้นอกจากมาชมนาขั้นบันไดแล้วก็มีคาเฟ่และร้านของฝากบรรยากาศริมทุ่งนาให้นั่งชิลล์กันด้วย

Tegalalang Rice Terrace - บาหลี - Traveloka Tegalalang Rice Terrace - บาหลี - Traveloka Tegalalang Rice Terrace - บาหลี - Traveloka Tegalalang Rice Terrace - บาหลี - Traveloka Tegalalang Rice Terrace - บาหลี - Traveloka

วันที่ 4

ปิดท้ายทริปด้วยการตื่นแต่เช้าเดินเที่ยวรอบที่พัก มื้อเช้ารีสอร์ทเสิร์ฟ หมี่โกเร็ง (Mei Goreng) อาหารพื้นเมืองสไตล์อินโด มาบาหลีนี่กินทุกวันจริงๆ จำไว้สองเมนูที่ทำให้เราไม่อด หมี่โกเร็ง (Mei Goreng) และข้าวผัด (Nasi Goreng) กินง่ายสุดและ (ฮ่าฮ่า) หลังจากนั้นช่วงสายเวลา 08.00 น. ก็เดินทางออกจากที่พักเมืองอูบุด (Ubud) เพื่อเดินทางสู่สนามบิน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แวะซื้อของฝากเล็กน้อยและเดินทางกลับเที่ยวบินเวลา 12.00 น.

หมี่โกเร็ง (Mei Goreng) - บาหลี - Traveloka

รีวิวเที่ยวบาหลีแบบงบประมาณ 10,000 บาท

(4 วัน 3 คืน สำหรับ 4 คน)

ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ (BKK – DPS) คนละ 4,750 บาท

ค่าที่พักเมืองสิงหะราจา (Singaraja) 1 คืน คนละ 500 บาท

ค่าที่พักเมืองอูบุด (Ubud) 2 คืน คนละ 1,350 บาท

ค่าเช่ารถ พร้อมคนขับ รวมค่าน้ำมัน จำนวน 4 วัน เฉลี่ยคนละ 1,000 บาท

  • วันที่ 1 ราคา 500,000 รูเปียห์ เป็นเงินไทยประมาณ 1,150 บาท
  • วันที่ 2 ราคา 500,000 รูเปียห์ เป็นเงินไทยประมาณ 1,150 บาท
  • วันที่ 3 ราคา 500,000 รูเปียห์ เป็นเงินไทยประมาณ 1,150 บาท
  • วันที่ 4 ราคา 250,000 รูเปียห์ เป็นเงินไทยประมาณ 575 บาท

ค่าซิมการ์ดและแพ็คเกจอินเตอร์เน็ต ราคา 65,000 รูเปียห์ เป็นเงินไทยประมาณ 150 บาท

ค่าเรือชมโลมา ประมาณ 50,000 รูเปียห์ คนละ 120 บาท

ค่าชมการแสดง Barong Dance ประมาณ 100,000 รูเปียห์ คนละ 230 บาท

ค่าธรรมเนียมเข้าสถานที่ ค่าอาหาร เงินกองกลาง คนละ 1,900 บาท