ต้องบอกว่าตอนนี้เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่เที่ยวที่กำลังมาแรงเลย ซึ่งหลังจากที่ผมได้มีโอกาสไปสัมผัสเมืองนี้มา 6 วัน 5 คืนเต็มๆ ผมต้องบอกเลยว่าเมืองนี้มีดีกว่าที่หลายคนคิดมากๆ เพราะเป็นเมืองที่มีความลงตัวทั้งด้านอาหารการกินที่อร่อย ที่เที่ยวที่หลากหลายไม่ว่าจะแนวธรรมชาติ แหล่งช็อปปิ้ง สวนสนุก จนไปถึงวัด ที่สำคัญในเรื่องของการคมนาคมภายในเมืองนั้นก็สะดวกสุดๆ ด้วยรถเซี่ยงไฮ้เมโทร (Shanghai Metro) ที่ครอบคลุมแทบจะทั้งเมือง และปิดท้ายด้วยเรื่องที่ทุกคนต้องชอบนั่นก็คือ ตั๋วเครื่องบินราคาไม่แรง และใช้เวลาเดินทางจากไทยประมาณ 4 ชั่วโมงเท่านั้น”

เช็คราคาตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฯ-เซี่ยงไฮ้ ที่ Traveloka คลิก!

 

เป็นยังไงล่ะครับ จากที่ผมเขียนมาข้างบน หลายๆ คนน่าจะถูกอกถูกใจกันมากแน่ๆ แต่สำหรับคนที่ยังลังเลอยู่ ลองดูภาพเปิดชุดแรกจากที่ผมได้ไปเที่ยวในเซี่ยงไฮ้ดูซะก่อนครับ ไม่แน่นะ…..พอดูจบแล้ว คุณอาจจะอยากตามผมไปค้นหาต่อเลยว่าเมืองนี้มีดีอะไร และถ้ามีเวลาแค่ 3 วัน หรือ 72 ชั่วโมง จะสามารถเที่ยวอะไรได้บ้าง?

เป็นยังไงล่ะครับ กับภาพเซี่ยงไฮ้ชุดแรกที่ผมเอามาโพสต์ยั่วน้ำลาย มันไม่เหมือนกับที่คุณจินตนาการไว้เลยใช่มั้ยล่ะ บอกแล้วว่าเซี่ยงไฮ้น่ะ น่าเที่ยว น่าสนใจกว่าที่เราคิดเยอะ และเมื่อนำมาประกอบกับเวลาในการเดินทางที่ไม่นาน รวมถึงการที่หลายๆ สายการบินมีไฟล์ทการเดินทางที่ตอบโจทย์คนทำงานอย่างบินดึกถึงเช้า ก็ทำให้เราสามารถลางานเพียงแค่ 1-2 วัน ก็สามารถเที่ยวเมืองนี้ได้อย่างเต็มอิ่มแล้วครับ

เอาล่ะ ก่อนที่เราจะเริ่มเก็บกระเป๋าเดินทางแล้วไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้กัน ผมมีเรื่องอยากจะบอกทุกคนก่อน 2 เรื่อง ก็คือ

  1. การจะไปเที่ยวประเทศจีนนั้น จะต้องมีการขอ Visa ก่อน โดย Visa สำหรับนักท่องเที่ยวนั้นจะอยู่ที่ 1,500 บาท/คน และสามารถอยู่ในจีนได้ 30 วัน ส่วนเวลาในการยื่นขอ Visa ก็อยู่ที่ 4-5 วันครับ
  2. ระบบการคมนาคมภายในเมืองเซี่ยงไฮ้ไม่ว่าจะเป็นรถบัสหรือรถเมโทรนั้นดีมาก แต่สำหรับชาวต่างชาติอย่างเรานี่ใช้รถเมโทรจะสะดวกสุดแล้วครับ เพราะไม่ต้องปวดหัวเรื่องภาษากับป้ายรถเมล์ โดยรถเมโทรเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Metro) นั้นจะมีทั้งหมด 16 สาย ครอบคลุมทั้งเมืองจนไปถึงบริเวณชานเมือง ที่สำคัญค่ารถถูกมาก นั่งเป็นชั่วโมงยังแค่ 30-35 บาท/คน ส่วนถ้านั่งใกล้ๆ ก็ประมาณ 10-15 บาท/คน เท่านั้น และในเรื่องของการซื้อตั๋วผ่านตู้อัตโนมัติก็สามารถทำได้ง่าย แถมยังสามารถเช็คเส้นทางและราคาของรถเมโทรผ่าน website http://service.shmetro.com/en/ ได้อีกด้วย

ตอนนี้เราก็รู้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเซี่ยงไฮ้ไปแล้ว ทีนี้เรามาดูแผนเที่ยวเซี่ยงไฮ้ของเราใน 72 ชั่วโมงกันดีกว่า โดยผมจะแบ่งโปรแกรมการเที่ยวออกเป็น 3 วันดังนี้ครับ

 

วันที่ 1: Jing’an Temple – Tianzifang – Yuyuan Garden – The Bund – Nanjing Road

สำหรับโปรแกรมวันแรกนี้ จะเหมาะมากสำหรับผู้ที่สามารถหาสายการบินที่ไปถึงเมืองเซี่ยงไฮ้ได้ไม่เกิน 7.00 น. เพราะหลังจากที่เราผ่านการตรวจคนเข้าเมือง เดินทางไปเก็บกระเป๋าที่โรงแรม เราก็จะสามารถเริ่มเที่ยวได้ตั้งแต่ 11.00 น. เลย โดยสถานที่แห่งแรกที่ผมจะพาทุกคนไปก็คือ วัดจิ้งอัน (Jing’an Temple) วัดเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองเซี่ยงไฮ้มากว่า 800 ปีแล้วครับ

วัดจิ้งอัน ถือเป็นวัดที่ชาวเซี่ยงไฮ้นิยมกันมาสักการะบูชากันเป็นอย่างมาก โดยภายในวัดจะมีอาคารที่สวยงาม รวมทั้งสิ่งศักสิทธิ์ให้เรากราบไหว้บูชาเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอีก 2 อย่างที่คนที่มาวัดแห่งนี้นิยมทำก็คือการโยนเหรียญเข้าไปในเจดีย์ธูปที่อยู่บริเวณกลางลาน และการแตะหยกชิ้นใหญ่ Lucky Jade Stone เพื่อขอพร โดยหยก Lucky Jade Stone นี้ ดูเผินๆ จะมีลักษณะเหมือนก้อนหินเลยนะครับ ดังนั้นหากใครสนใจอยากจะไปขอพรก็ต้องสังเกตบริเวณทางซ้ายมือของลานที่อยู่ด้านหน้าหอกลางให้ดีๆ จะได้ไม่พลาดโอกาสนี้ไปครับ

การเดินทาง: Metro line สาย 2 หรือ สาย 7 ลงสถานี Jing’an Temple จากนั้นเดินขึ้นมาจากสถานีก็จะเจอวัดเลย

ค่าเข้า: 50 หยวน/คน

เวลาเปิดปิด: 07.30 – 17.00 น.

ระยะเวลาการเที่ยวที่เหมาะสม: 1 ชั่วโมง

­­

ไหว้พระเอาฤกษ์เอาชัยเสร็จแล้ว แถมนาฬิกาก็บอกเวลาเที่ยงๆ พอดี ดังนั้นจุดหมายต่อไปของเราก็คือแหล่งชอปปิ้งที่มีทั้งของกินและของน่าซื้ออย่าง Tianzifang (เถียนจีฝาง) โดยที่นี่คืออีกหนึ่งสถานที่ที่ผมว่าคนชอบช็อปปิ้งของ local ที่ไม่ใช่สินค้าแบรนด์เนมน่าจะถูกอกถูกใจ เพราะที่นี่เต็มไปด้วยร้านสวยๆ สไตล์จีนที่ผสมผสานกับความเป็นยุโรปได้อย่างลงตัว แถมยังมีตรอกซอกซอยให้เราเดินสำรวจเยอะแยะเหลือเกิน ส่วนประเภทสินค้านั้นก็มีให้เลือกหลากหลายทั้งกระเป๋า เสื้อผ้า ของที่ระลึก น้ำหอม ขนมโบราณ อาหาร และอื่นๆ บอกเลยว่าถ้าใครไปที่นี่ ต้องเตรียมขาและเงินไปให้พร้อมนะครับ!!

การเดินทาง: นั่ง Metro สาย 9 มาที่สถานี Dapuqiao จากนั้นออกที่ทางออกหมายเลข 1

ค่าเข้า: ไม่มีค่าใช้จ่าย

เวลาเปิดปิด: 10.00 – 21.00 น.

ระยะเวลาการเที่ยวที่เหมาะสม: 2-3 ชั่วโมง

และสำหรับคนที่ยังช็อปปิ้งไม่หนำใจ ผมขอแนะนำที่นี่ต่อเลยกับ Yuyuan Garden (สวนอวี้หยวน) และ Yuyuan Garden Market (ตลาดอวี้หยวน) โดยทั้งสองสถานที่นี้จะอยู่ในบริเวณเดียวกันเลย และเราจะต้องเดินผ่านตลาดอวี้หยวนที่มีของขายมากมายก่อน จึงจะเจอทางเข้าสวนอวี้หยวนครับ ใครที่หิวหรืออยากจะหาซื้อของฝากอะไรเพิ่มเติมก็ลองเดินเลือกซื้อของกันก่อนที่จะเข้าไปในสวนได้เลย

และหลังจากที่เราเดินมาถึงสถานที่ในภาพด้านบนแล้ว เราก็จะเจอกับทางเข้าสวนอวี้หยวนที่เป็นสวนไสตล์จีนที่มีความงดงามมาก โดยเฉพาะอาคารต่างๆ ที่แม้จะมีอายุมากกว่า 400 ปีแล้ว แต่ก็ยังมีความสมบูรณ์อยู่ โดยภายในสวนแห่งนี้จะมีจุดถ่ายรูปสวยๆ อยู่เยอะแยะเลยครับ รวมทั้งยังมีพื้นที่กว้างขวางให้เราเดินเล่นหรือนั่งพักผ่อนได้อย่างสบายๆ เลย

การเดินทาง : Metro line สาย 10 ลงสถานี Yuyuan Garden จากนั้นเดินตามป้ายไปอีกประมาณ 600 เมตร

ค่าเข้า: สวนอวี้หยวน 40 หยวน ส่วนบริเวณตลาดไม่เสียค่าใช้จ่าย

เวลาเปิดปิด: สวนอวี้หยวน 8.30 – 17.15 น. (เวลาปิดขายตั๋ว 16.45 น.)

ระยะเวลาการเที่ยวที่เหมาะสม: 2-3 ชั่วโมง

เดินเที่ยวสวนและพักผ่อนกำลังขาได้ซักพัก ตอนนี้ก็ใกล้ได้เวลาที่พระอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้าพอดี ดังนั้นสถานที่ต่อไปที่ผมจะพาทุกคนไปนั่นก็คือ Waitan (ไว่ทาน) หรือ The Bund โดยสถานที่นี้น่าจะเป็นสถานที่ที่คนไทยหลายคนรู้จักกันดี เพราะเป็นสถานที่ที่เคยถ่ายทำภาพยนต์เรื่องเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ครับ

สำหรับ Waitan หรือ The Bund นั้นถือเป็นสถานที่ที่อยู่ไม่ห่างจาก Yuyuan Garden มากนัก เรียกว่าเราสามารถเดินจาก Yuyuan Garden มาได้เลย โดยที่นี่ผมแนะนำเลยว่าทุกคนควรหาเวลาในช่วงเย็นๆ มาเดินเล่นที่บริเวณถนนเลียบแม่น้ำเพื่อชมบรรยากาศตอนพระอาทิตย์ตก รวมไปถึงแสงสีที่สวยงามจากตึกฝั่งตรงข้ามที่เป็นเขตเมืองใหม่ครับ บอกเลยว่าใครที่ไปกับแฟนหรือคนรักนี่ มันจะเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่แสนโรแมนติคของทริปนี้เลย

การเดินทาง: Metro line สาย 2 หรือสาย 10 ลงสถานี East Nanjing Road จากนั้นเดินต่ออีก 600 เมตร

ค่าเข้า: ไม่มีค่าใช้จ่าย

เวลาเปิดปิด: ไม่มีเวลาเปิดปิด แต่ไฟของตึกต่างๆ รวมทั้งไฟของหอไข่มุกจะเปิดหลัง 18.00 น. หรือ 19.00 น. แล้วแต่ฤดู (ถ้าเป็นช่วงฤดูหนาว ท้องฟ้ามืดเร็วก็จะเปิดไฟเร็วหน่อยครับ)

ระยะเวลาการเที่ยวที่เหมาะสม: 1-2 ชั่วโมง

หลังจากที่เดินชมความงามของตึกในเมืองเซี่ยงไฮ้ในยามค่ำคืนกันเรียบร้อยแล้ว ผมเชื่อว่าทุกคนตอนนี้ก็น่าจะเหนื่อยและเมื่อยขามากแน่ๆ แต่ด้วยความที่ Waitan นั้นอยู่ใกล้กับถนนนานจิง (Nanjing Road) ซึ่งเป็นถนนที่มีความคึกคักสุดๆ ของเมืองเซี่ยงไฮ้ ดังนั้นผมก็เลยจะพาทุกคนไปเที่ยวต่อที่สถานที่แห่งนี้ครับ โดยขอให้ทุกคนแข็งใจเดินจาก Waitan ไม่เกิน 10 นาที แล้วคุณจะพบกับแสงสี ความคึกคัก ร้านอาหาร ร้านค้า ที่ละลานตาเต็มสองข้างถนน รับรองว่าเมื่อคุณเดินไปถึงแล้ว คุณจะลืมความเมื่อยไปจนหมดสิ้น และรู้สึกสนุกสนานกับการซื้อของรวมทั้งของกินอร่อยๆ แทนครับ

การเดินทาง: Metro line สาย 2 หรือสาย 10 ลงสถานี East Nanjing Road เมื่อขึ้นจากสถานีก็ถึงเลย

ค่าเข้า: ไม่มีค่าใช้จ่าย

เวลาเปิดปิด: ไม่มีเวลาเปิดปิด แต่ช่วงที่คึกคักสุดๆ คือช่วง 12.00 – 21.00 น.

ระยะเวลาการเที่ยวที่เหมาะสม: 2-3 ชั่วโมง

ครับ และตอนนี้ผมก็พาทุกคนตะลุยเที่ยวเซี่ยงไฮ้ในวันแรกจบกันไปเรียบร้อยแล้ว โดยโปรแกรมวันถัดไปนั้นจะเป็นการเที่ยวสถานที่แห่งเดียวแบบเต็มๆ วัน ซึ่งสถานที่นั้นก็คือ “Shanghai Disneyland” นั่นเอง

 

วันที่ 2: Shanghai Disneyland

ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่า หลายๆ คนรู้จักเซี่ยงไฮ้ หรืออยากจะมาเซี่ยงไฮ้ก็เพราะสวนสนุกแห่งนี้ สวนสนุกระดับโลกที่ทุกเพศทุกวัยต่างก็รู้จัก ที่สำคัญ Shanghai Disneyland นี้ ยังเป็น Disneyland ที่ใหม่ที่สุด เทคโนโลยีต่างๆ ก็ทันสมัยตระการตามากๆ แถมพื้นที่ของสวนสนุกแห่งนี้ยังกว้างเป็นอันดับ 2 จากสวนสนุก Disneyland ทั้ง 6 แห่งทั่วโลกอีกด้วย

 

โอ้ยยยยยยยย…..เกริ่นมาแค่นี้ ก็อยากจะไปเที่ยวกันแล้วใช่มั้ยล่ะครับ

สำหรับที่นี่ผมคงไม่ต้องบรรยายอะไรมาก แนะนำเลยว่าใครที่ชอบเที่ยวสวนสนุก ชอบความเป็นดิสนีย์ ไม่ควรพลาดเด็ดขาด เครื่องเล่นต่างๆ แม้จะไม่หวาดเสียวแบบที่เราต้องร้องกรี้ดจนสุดเสียง แต่มันก็อลังการงานสร้าง และตระการตาสุดๆ แบบที่หาดูที่อื่นไม่ได้เลย

และด้วยความที่สวนสนุกแห่งนี้มันใหญ่และอลังการงานสร้างมากๆ ดังนั้นผมว่าแค่ภาพถ่ายอย่างเดียวคงสื่อถึงความน่าไปของสถานที่นี้ได้ไม่หมด ดังนั้นผมก็เลยมีการถ่ายคลิปบรรยากาศการเที่ยว Shanghai Disneyland มาฝากทุกคนด้วย

การเดินทาง: นั่ง Metro สาย 11 มาที่สถานี Disney เมื่อเดินออกจากสถานีก็ถึงเลยครับ

ค่าเข้า: วันธรรมดา 370 หยวน/คน วันหยุด 499 หยวน/คน โดยเราไม่สามารถนำขาตั้งกล้องเข้าไปได้

เวลาเปิดปิด: วันธรรมดา 9.00 – 20.00 น. วันหยุด 8.00-21.00 น.

ระยะเวลาการเที่ยวที่เหมาะสม: 1 วัน

 

และตอนนี้เราก็จบการเที่ยวเซี่ยงไฮ้ในวันที่สองแล้ว ซึ่งต้องบอกว่าสองวันที่ผ่านมา ผมพาทุกคนเที่ยวจนดึกดื่นทุกคืน ดังนั้นโปรแกรมในวันที่ 3 จึงเป็นโปรแกรมง่ายๆ สามารถตื่นสายได้ และเน้นที่การเดินซื้อของ กับชมวิวเป็นหลักครับ

 

วันที่ 3: Nanjing Road – Xintiandi – ตึก Shanghai World Financial Center

โปรแกรมในวันนี้จะเหมาะมากสำหรับผู้ที่พักอยู่แถว Nanjing Road และ People Square ซึ่งผมแนะนำเลยนะครับว่าใครที่ไปเซี่ยงไฮ้ครั้งแรก ควรเลือกหาที่พักแถวนี้จะดีที่สุด เพราะเป็นโซนที่อยู่ใจกลางเมือง เดินทางไปไหนมาไหนสะดวก แถมยังใกล้แหล่งช็อปปิ้งกับมีของกินให้เราตะลุยชิมเยอะแยะเลย โดยที่พักที่ผมเลือกพักนั้นชื่อ Jinjiang Inn – Nanjing East Road Pedestrian Street ใครสนใจก็ลองไปส่องทำเลกับราคาดูได้นะครับ ว่ารับกับราคาและลักษณะห้องได้หรือเปล่า

 

สำหรับภาพด้านล่างนั้น จะเป็นภาพบรรยากาศของถนนนานจิงในช่วงเช้าๆ ครับ ผู้คนจะยังน้อยๆ อยู่ ทำให้เราสามารถเดินถ่ายรูปกับตึกสวยๆ ทั้งสไตล์ยุโรปและสไตล์โมเดิร์นที่อยู่สองข้างทางของถนนนี้ได้สบายๆ เห็นภาพบรรยากาศแบบนี้แล้วเริ่มอยากพักแถวๆ นี้เลยใช่มั้ยล่ะครับ ^^

การเดินทาง: Metro line สาย 2 หรือสาย 10 ลงสถานี East Nanjing Road เมื่อขึ้นจากสถานีก็ถึงเลย

ค่าเข้า: ไม่มีค่าใช้จ่าย

เวลาเปิดปิด: ไม่มีเวลาเปิดปิด แต่ช่วงที่คึกคักสุดๆ คือช่วง 12.00 – 21.00 น.

ระยะเวลาการเที่ยวที่เหมาะสม: 2-3 ชั่วโมง

เดินเล่นกันที่ถนนนานจิงกันเสร็จแล้ว ก็น่าจะได้เวลาเที่ยงๆ พอดี คราวนี้ผมเลยจะพาทุกคนไปทานข้าวในสถานที่ที่โรแมนติคและสวยงามแห่งหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ นั่นก็คือที่ Xintiandi (ซินเทียนตี้) โดยตัวผมคิดว่าที่นี่นั้นเหมาะแก่การถ่ายรูปและพาแฟนมาเดินเล่นมากกกกกก เพราะเป็นที่ที่มีห้างหรู ตึกสวย รวมทั้งร้านอาหารเก๋ๆ อยู่มากมายเลย โดยที่นี่จะมีการแบ่งออกเป็น 2 บล็อค ได้แก่ North Block และ South Block ซึ่งเราไม่ต้องกังวลไปนะครับว่าจะหลงหรือหาร้านที่เราอยากกินไม่เจอเพราะที่บริเวณทางเข้าแต่ละด้านเค้าจะมีแผนที่แจกฟรีครับ

 

อ้อ..ผมขอกระซิบทิ้งท้ายเกี่ยวกับ Xintiandi ไว้นิดนึงนะครับ ที่เราเห็นว่าที่นี่มีความสวยงามและเหมาะแก่การถ่ายรูปเล่นแบบนี้นั้น จริงๆ แล้วในอดีตที่แห่งนี้เคยเป็นแหล่งเสื่อมโทรมของเซี่ยงไฮ้มาก่อนนะครับ แต่ทางรัฐบาลจีนได้ปรับปรุงและพลิกโฉมใหม่จนกลายมาเป็นสถานที่เที่ยวที่หลายคนนิยมมาเป็นอันดับต้นๆ ของเซี่ยงไฮ้ ส่วนใครที่อยากจะมาทานข้าวที่นี่ก็เตรียมเงินมาเผื่อเยอะๆ หน่อยนะครับ เพราะราคาอาหารแต่ละร้านนี่ก็สูงพอควรอยู่ ><

การเดินทาง: Metro line สาย 10 หรือสาย 13 ลงสถานี Xintiandi ทางออก 6 จากนั้นเดินตาม Google Map ไปเรื่อยๆ ประมาณ 200-300 เมตร

ค่าเข้า: ไม่มีค่าใช้จ่าย

เวลาเปิดปิด: 11.00-22.00 น.

ระยะเวลาการเที่ยวที่เหมาะสม: 1-2 ชั่วโมง

เอาล่ะ ถึงตอนนี้ก็น่าจะเป็นเวลาบ่ายคล้อยใกล้ช่วงเย็นแล้ว และตลอดโปรแกรมที่ผ่านมาผมก็ยังไม่ได้พาทุกคนขึ้นไปชมวิวมุมสูงของเมืองเซี่ยงไฮ้เลย ดังนั้นที่เที่ยวสุดท้ายในทริป เที่ยวเซี่ยงไฮ้ใน 72 ชั่วโมง” ก็เลยจะเป็นการขึ้นตึก Shanghai World Financial Center เพื่อไปชมความสวยงามของเมืองแห่งนี้ครับ

สำหรับการชมวิวเมืองเซี่ยงไฮ้ในมุมสูงนั้น โดยปกติแล้ว 2 ตึกที่คนนิยมไปกันมากๆ ก็คือหอไข่มุก และก็ตึก Shanghai World Financial Center ซึ่งถ้าใครมีเวลาเหลือและชอบชมวิวมุมสูงก็สามารถวางแผนขึ้นทั้ง 2 ตึกเลยก็ได้ แต่ถ้าใครมีเวลาจำกัด ผมแนะนำให้ทุกคนไปที่ตึกหลังมากกว่าเพราะเราจะสามารถมองเห็นหอไข่มุกซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซี่ยงไฮ้ได้ด้วยครับ

สำหรับการเดินทางมายังตึก Shanghai World Financial Center นั้นก็ไม่ยาก เพียงแค่เรานั่งรถ Metro สาย 2 มาลงที่สถานี Lujiazui จากนั้นก็มองหาตึกสูงๆที่หน้าตาเหมือนที่เปิดขวดแล้วก็เดินตามทางมาเรื่อยๆ จนถึงจุดซื้อบัตรที่อยู่ชั้นล่างของตึก เมื่อซื้อบัตรเสร็จแล้วก็สามารถขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้นบนเพื่อชมวิวได้เลยครับ โดยเค้าจะมีการจำหน่ายบัตรเข้าชมตึกหลายแบบหลายราคามาก แต่สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วๆ ไปนั้น ผมแนะนำว่าให้เลือกบัตร 3 ชั้นที่ประกอบไปด้วยชั้น 94, 97 และ 100 ในราคา 180 หยวน/คน จะดีที่สุดครับ ส่วนระหว่างทางที่เดินมาที่ตึกนั้น หากใครจะแวะไปถ่ายรูปกับหอไข่มุกก่อนก็ได้ เพราะหอไข่มุกนั้นจะอยู่ใกล้สถานี Lujiazui  มาก และไหนๆ ก็มาถึงเซี่ยงไฮ้ทั้งทีแล้วเราก็ไม่ควรพลาดที่จะไปเยี่ยมชมสัญลักษณ์ของเมืองนี้กันครับ

ส่วนช่วงเวลาที่เหมาะสมในการขึ้นตึก Shanghai World Financial Center นั้น ผมคิดว่าเราควรไปต่อแถวซื้อบัตรตั้งแต่ช่วงเวลา 16.00 น. เพราะบางวันคิวซื้อบัตรจะยาวมาก นอกจากนี้ถ้าเราขึ้นตึกไปในช่วงกลางวันที่ยังมีแสงอาทิตย์อยู่ เราก็จะได้เห็นวิวเมืองเซี่ยงไฮ้กับแม่น้ำหวงผู่ที่ยาวสุดลูกหูลูกตา ได้มองพื้นชั้น 1 ผ่านช่องกระจกอย่างชัดๆ แล้วก็ยังได้เห็นช่วงเวลาที่พระอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้ากับแสงสีที่สวยงามในช่วงกลางคืนของเมืองนี้ด้วยครับ เรียกว่าขึ้นไปครั้งเดียว จ่ายเงินทีเดียว อยู่ยาวๆ เห็นวิวจนคุ้ม ถ่ายรูปจนเม็มเต็มเลย

การเดินทาง: นั่ง Metro สาย 2 มาที่สถานี Lujiazui จากนั้นออกที่ทางออกหมายเลข 1

ค่าเข้า: 180  หยวน/คน สำหรับการเข้าชมชั้น 94, 97 และชั้น 100 โดยสามารถนำขาตั้งกล้องขึ้นไปถ่ายรูปได้

เวลาเปิดปิด: 08.00 – 23.00 น. โดยจะปิดการจำหน่ายบัตรตอน 22.00 น. และไฟของหอไข่มุกจะเปิดหลัง 18.00 น. หรือ 19.00 น. แล้วแต่ฤดู (ถ้าเป็นช่วงฤดูหนาว ท้องฟ้ามืดเร็วก็จะเปิดไฟเร็วหน่อยครับ)

ระยะเวลาการเที่ยวที่เหมาะสม: 2-3 ชั่วโมง

และทั้งหมดนี้ก็คือโปรแกรมการตะลุยเที่ยวเซี่ยงไฮ้ใน 72 ชั่วโมงของผม ซึ่งรับรองเลยว่ามันเป็นการเที่ยวที่เต็มอิ่ม สนุกสุดๆ และสามารถเก็บสถานที่เที่ยวไฮไลท์ของเมืองนี้ได้เกินครึ่งเลย บอกเลยว่าถ้าใครได้ไปตามรูทนี้น่าจะชอบเมืองนี้เหมือนกับผมครับ

ว่าแล้วก็เก็บกระเป๋า เช็คราคาตั๋ว จองที่พัก แล้วออกไปเที่ยวกันเถอะ!!

จองที่พักราคาพิเศษในเซี่ยงไฮ้ ที่ Traveloka เช็คโปรโมชั่น หาส่วนลด คลิกเลย!

 

เช็คราคาตั๋วเครื่องบินไปเซี่ยงไฮ้ ราคาถูก พร้อมโค้ดส่วนลด ที่ Traveloka คลิก!

 

ภรรยาหา สามีใช้ (Amazingcouple) คือ คู่หนุ่มสาวที่รักการถ่ายภาพ การเดินทาง การได้กินของอร่อยๆ และการได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในชีวิต ที่สำคัญยังรักการเขียนและการเล่าเรื่องเป็นอย่างมาก มาร่วมเดินทางและเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ไปพร้อมกับพวกเราได้ที่ www.amazingcouple.net หรือที่ Facebook Fanpage “ภรรยาหา สามีใช้” ได้เลยครับ