ทะเลใต้ช่วงหน้าร้อนมันก็จะฮอตๆ หน่อยโดยเฉพาะ กระบี่ ภูเก็ต คนจะเยอะเป็นพิเศษ ด้วยความที่ไม่ค่อยชอบเที่ยวในที่คนพลุกพล่านเราเลยขอแหวกแนวไปเที่ยวทะเลที่พังงาแล้วกัน

บอกเลยว่าความสวยงามของพังงาสวยไม่แพ้ทะเลใต้ที่ไหน อีกอย่างเมื่อปีที่ผ่านมาเราไปภูเก็ตบ่อยมาก ปีนี้เลยคิดว่าจะไปเที่ยวทะเลที่อื่นบ้าง คราวนี้จังหวะดีได้เที่ยวพังงาซะที มีเวลาว่างก็จองตั๋วเครื่องบิน หาโรงแรมพังงาสิคะรออะไร ซึ่งตั๋วเครื่องบินและที่พักเราก็จองผ่าน Traveloka จังหวะดีอีกเช่นกัน เพราะมีโปรโมชั่นส่วนลดที่พักและตั๋วเครื่องบินพอดี ทั้ง 2 อย่างเลยได้ราคาที่ถูกกว่าที่อื่นๆ เป็นนักเดินทางที่ดีต้องรู้จักเลือก อะไรที่ดีและถูกที่สุดเราก็จองอันนั้นแหละ

ไปเที่ยวพังงาครั้งแรกก็อยากได้ที่พักเริดๆ เลยเลือกที่พัก “บาบา บีช ภูเก็ต” ที่เพิ่งเปิดไม่นาน อีกทั้ง โรงแรมบาบา บีช ยังอยู่ไม่ไกลจากสนามบินด้วย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที ไปทางสะพานสารสิน ก็เจอที่พักแล้ว ที่บาบา บีช หลังจากเช็คอินเสร็จเราก็ยังไม่เข้าห้องพักนะ ขอเดินชมความสวยงามของโรงแรมก่อนสักครู่ใหญ่ๆ เลย ซึ่งที่พักก็มีความสวยงามมาก เมื่อเดินชมโรงแรมจนทั่วแล้ว เก็บภาพสวยๆ มาฝากกันด้วย อย่างที่บอกว่า โรงแรมเขาสวยไม่ว่าจะถ่ายรูปมุมไหนก็สวยไปหมด สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปการมาเที่ยวพังงาและเลือกพักที่ บาบา บีช ภูเก็ต คือคุ้มค่าจริงๆ

อีกสิ่งที่ไม่อยากให้พลาดเมื่อมาพักที่นี่ คือ ก่อนเวลาประมาณ 6 โมง มานั่งรอที่หาดได้เลย ชมอาทิตย์ตกที่ทะเล โรแมนติกจริงๆ หาดทรายสะอาด เงียบสงบ กับวิวพระอาทิตย์ค่อยๆ ลับน้ำทะเลไป ยืนดูกับคนที่มากับเราคนข้างๆ แค่นี้ก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว เย็นวันแรกเราตัดสินใจกินข้าวที่โรงแรม เพราะอยากพักผ่อน เอาจริงๆ คือขี้เกียจออกไปข้างนอกนั่นแหละร้านอาหารของโรงแรมค่อนข้างอร่อยใช้ได้เลยทีเดียว

  • ใครสนใจที่พัก บาบา บีช ภูเก็ต ก็สามารถเข้าไปเช็คราคากับ Traveloka ก่อนได้ คลิกเลย แต่หากอยากดูโรงแรมอื่นๆ ในจังหวัดพังงาก็ คลิกตรงนี้ ได้เช่นกัน

วันที่ 2

วันนี้ก็ตื่นเช้าหน่อยประมาณ 6 โมง เตรียมพร้อมไปลุยอ่าวพังงา ก็ขับรถมุ่งหน้าไปท่าเรือสุระกุล ซึ่งเราจองเรือแบบเหมาไว้เรียบร้อยแล้ว ที่ยอมจ่ายเหมาทั้งลำเพราะไม่ต้องรอคนอื่นๆ มาร่วมจอยทริปกับเรา การที่ไปรวมกับคนอื่นๆ เวลาไปเที่ยวก็ต้องรออีกว่าการแวะลงแต่ละสถานที่จะใช้เวลานานไหม บอกตรงๆ ว่าเที่ยวให้สนุกก็ต้องใช้เงินแก้ปัญหาซึ่งราคาเหมา เรารับได้ 1,700 บาท เป็นเรือแบบ หางยาวลำใหญ่มีร่ม และการล่องเรือหางยาวในทะเลที่กว้างขวางก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดไว้มันดีและชิลมาก

ส่วนสถานที่เที่ยวพังงาของเราในการท่องเรือออกทริปครั้งนี้คือ  ถ้ำลอด, เขาพิงกัน, เขาตาปู และเกาะปันหยี สถานที่แรกที่เราแวะเที่ยวคือ “ถ้ำลอด” ซึ่งบริเวณนี้สามารถพายเรือแคนูลอดถ้ำได้ด้วยนะ แต่งานนี้เราขอผ่านจ้า ขอเก็บภาพสวยๆ อย่างเดียวก็พอ จากนั้นก็ไปกันต่อที่ “เขาพิงกัน” และ “เขาตาปู” ซึ่งอยู่ใกล้กัน ซึ่งสวยสมชื่เสียงมากสำหรับเขาพิงกัน สวยตะหง่านตรงหน้า แต่ความประทับใจของเราอยู่ตรงเขาตาปูเห็นแต่รูปมานานคราวนี้ได้เห็นของจริง เขาตาปูมีอีกชื่อนึงที่คนทั่วโลกรู้จักในนามของ Jamesbond Island นั่งเอง ถึงเขาจะสวยแต่ก็น่าเสียดายที่น้ำทะเลบริเวณนั้น ไม่ค่อยโอเค สกปรกทั้งขุ่นมัวจนแทบไม่กล้าเดินลุยน้ำลงไปถ่ายรูป และแอบผิดหวังเล็กๆ ยังไงก็แล้วแต่ เราอยากถ่ายรูปให้สวยที่สุดเท่าที่ทำได้ อยากให้ทุกคนเห็นที่เที่ยวไทยสวยมากมายแค่ไหน เผื่อจะเป็นแรงกระตุ้นให้ทุกคนอยากมาเที่ยวกัน

หลังจากทัวร์เรือหางยาวเราก็ไปเกาะปันหยีต่อ ที่นี่มีโรงเรียนลอยน้ำและสนามฟุตบอลลอยน้ำ การมาที่เกาะปันหยีทำให้เปิดโลกใหม่เหมือนกัน น้องๆ เจ้าถิ่นเดินขายของคอยบอกทางและตื๊อขายของเรื่อยๆ เด็กๆ ก็จะขายของเหมือนกันช่วย ไม่ได้ช่วยอุดหนุนสินค้าแต่ก็ให้ค่าขนมเป็นน้ำใจในการนำทางเราไปถึงสนามฟุตบอลลอยน้ำ พร้อมเล่าที่มาของสนามฟุตบอลและโรงเรียนให้ฟังย่อๆ จากที่เดินวนรอบเกาะ เรารู้สึกว่าระบบการจัดการของเกาะยังแย่อยู่มาก ทำให้หลายๆ จุดดูสกปรก ไม่มีแบบแผนในการต่อเติมขยาย มันเลยดูไม่เหลือเสน่ห์แบบดั้งเดิม

จากนั้นก็ไปไหว้พระที่วัดสุวรรณคูหา หรือ วัดถ้ำ ตามที่คนท้องถิ่นแนะนำ วัดถ้ำเป็นวัดที่มีความสำคัญ ที่สุดของจังหวัดพังงาเนื่องจากเป็นโบราณสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นถ้ำที่ในอดีตพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์หลายพระองค์ได้เคยเสด็จมาประพาส ภายในถ้ำมีพระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธยจารึกอยู่หลายพระองค์ ความพิเศษของถ้ำแห่งนี้คือ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ที่งดงามมากๆ และบรรยากาศถ้ำสวยงามมีหลายจุดให้เราได้เที่ยวไปด้วยพร้อมๆ กัน

หลังจากไหว้พระก็ไปต่อกันที่ร้านกาแฟชื่อดังบนต้นไม้ที่เจ้าถิ่นแนะนำ  ห่างจากวัดไม่ถึง10 กม. ที่สำคัญเป็นทางผ่านของทางกลับโรงแรมด้วย ร้านกาแฟที่พูดถึงคือ Tree Cups Phang Nga Coffee ร้านเค้าดังจริงๆ ค่ะ รอคิวอยู่เกือบชั่วโมง ก็ได้จิบกาแฟบนต้นไม้ชมวิวอ่าวพังงาแล้ว 

วันที่ 3

วันนี้ก็เช้าเช่นเคยเพราะเป้าหมายหลักคือ ดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ “เสม็ดนางชี” จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ที่เพิ่งถูกพบ ไม่นาน สวยมากกกกกก (ลากเสียงยาวไปเลยค่ะ) จากโรงแรมขับรถมาประมาณ 40 นาที ถึงจุดจอดรถจะมีรถกะบะโฟร์วิวให้บริการ +ค่าธรรมเนียม คนละ 90 บาท ถ้าขี้เกียจเดิน แต่ขึ้นเถอะช่วยสร้างรายได้ให้คนท้องที่และทางชันมากเดินเหนื่อยอยู่ เนื่องจากวันที่เราไปเป็นวันจันทร์คนจึงไม่เยอะ ได้ถ่ายรูปแบบจัดเต็ม

หลังจากดื่มด่ำกับพระอาทิตย์ขึ้นจนเริ่มร้อน เราก็กลับไปเช็คเอาท์ เวลาที่เหลือเฟือก็ออกไปตะลุยเที่ยวต่อสำหรับวันสุดท้ายที่จะได้พักผ่อน เพราะไฟลท์กลับกรุงเทพเย็นๆ เลยขับรถเที่ยวในอำเภอตะกั่วป่า เพื่อไปเยือนเมืองเก่าตะกั่วป่ากันอีกครั้งหลังจากครั้งสุดท้ายเมื่อเกือบ 10 กว่าปีที่แล้ว ขับรถไปประมาณชั่วโมงครึ่ง ก่อนเข้าเมืองเราแวะ “พานเหล็กบุญสูง” สะพานเหล็กยอดนิยมสร้างตั้งแต่ พ.ศ.2511 จุดเชคอินถ่ายรูปยอดฮิตอีกจุดก่อนเข้าตัวเมืองเก่า เรื่องน่าเสียใจในการมาเที่ยววันจันทร์ของที่นี่คือ ร้านค้าต่างๆ ส่วนใหญ่ปิดวันจันทร์ ทำให้พลาดมาก

แต่ทุกอย่างมีทางแก้ไข ในเมื่อร้านที่คิดว่าจะไปเช็คอินปิดก็ไปร้านที่เปิดสิ ทำให้รู้ว่า ร้านที่ไม่คิดว่าจะไปก็สร้างความประทับใจให้เราได้เหมือนกัน อย่าง ร้านผัดไท ใจเย็นเย็น ที่ค้นหาใน Google แล้วมีรีวิวว่า คิวและคนเยอะมาก ก็ไปให้รู้ว่าเยอะยังไงก็เยอะจริงๆ ระหว่างรอผัดไท เลยสั่งบัวลอยไข่หวาน และบัวลอยไข่เค็มเลย ในร้านผัดไทนั่นแหละ คือ ถึงขั้นอุทานว่า เฮ้ย! อร่อย ผัดไทที่คิดว่าแน่ยังแพ้บัวลอยไปเลย    

เมื่ออิ่มแล้วเราก็ขับรถยาวตรงไปสนามบิน เพื่อกลับสู่กรุงเทพฯ 3วัน2คืน ที่พังงาเป็นทริปที่มันมากเตรียมแพลนมาบ้าง หลุดแพลนบ้างแต่ทุกๆ อย่างล้วนแล้วเป็นเสน่ห์พังงาคิดไว้ว่า ปีหน้าต้องมาเที่ยวอีกแน่ๆ แต่คงไม่มาวันจันทร์แล้วหละ ^^

ติดตามความเคลื่อนไหวของไลฟสไตล์ป็อบๆ ได้ที่

www.sinehabangkok.com

Facebook : Sineha Bangkok

IG : sinehabangkok