เป็นที่รู้กันว่าที่พักในตัวเมืองปายค่อนข้างเยอะ สามารถวอล์คอินเข้าไปสอบถามราคาได้เลย แต่ที่พักปายถูกและดี บางครั้งก็ต้องชิงไหวชิงพริบกันบ้าง หากมีกำหนดการที่แน่นอนแล้ว แนะนำให้จองที่พักผ่านเว็บไซต์จะสะดวกกว่า เช่น Travelola หรือโหลดแอปติดเครื่องไว้เลยก็ได้ เพราะจะได้ราคาที่ถูกกว่าในเว็บไซต์ ไหนๆก็มาเที่ยวในช่วงกรีนซีซั่นแล้ว แนะนำให้หาที่พักริมน้ำไปเลย เพราะตัวเมืองปายมีลำน้ำปายไหลผ่าน ซึ่งก็มีรีสอร์ทติดริมน้ำค่อนข้างเยอะ หากเรามีเวลาพอก็สามารถค้นหาจากเว็บไซต์ Google แค่พิมพ์ว่า “ที่พักริมน้ำปาย” เพียงเท่านี้ ก็มีที่พักเป็นสิบๆแห่งผุดขึ้นมาในเว็บไซต์ ให้เราได้เลือกจองตามใจชอบ ส่วนตัวผมเลือก ปายในฝัน เนื่องจากเป็นรีสอร์ทที่อยู่ใกล้กับถนนคนเดิน เพียงแค่ข้ามสะพานไม้ไผ่ก็ออกไปชิลข้างนอกได้แล้ว

ปายในฝันเป็นรีสอร์ทที่ค่อนข้างครบและตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวได้หลากหลายกลุ่ม มีห้องรองรับตั้งแต่ระดับครอบครัว กลุ่มเพื่อนๆ  หรือคู่รัก บริเวณตรงกลางของรีสอร์ทจะเป็นห้องพักแบบครอบครัว ซึ่งเป็นห้องที่ค่อนข้างใหญ่ มีระเบียงเล็กๆสำหรับแฮงค์เอาท์ ด้านหน้าก็เป็นสวนดอกไม้สบายตา ส่วนห้องที่ติดริมน้ำที่สุดคือห้องพักแบบ เอ-เฟรม (A-Frame) คล้ายกับกระท่อมเล็กๆ มีเตียงนอน ไม่มีห้องน้ำในตัว แต่ใกล้กับล็อบบี้ ทำให้ค่อนข้างสะดวก และเชื่อเลยว่าจากมุมนี้ จะต้องได้ยินเสียงลำน้ำปายไหลเอื่อยคอยเห่กล่อมนิทราฝันแน่นอน  แต่น่าเสียดายที่ปิดในช่วงหน้าฝน เนื่องจากหลังคาทำด้วยใบตองตึง-ใบจาก ตัวห้องสานด้วยไม้ใบ จึงอาจไม่เหมาะหากเจอฝนตกหนักมาก แต่ใครอยากได้ฟิลนอนกระท่อม ใกล้ชิดธรรมชาติ ก็ให้เลือกเป็นห้องพักแบบบังกะโล ซึ่งตั้งอยู่ด้านในของที่พัก

ห้องพักแบบบังกะโลมีประมาณ 7 ห้อง ลักษณะหันหน้าเข้าหากัน คล้ายกับหมู่บ้านเล็กๆ ตัวห้องใช้วัสดุทำจากธรรมชาติ เช่นเสา เตียง พื้น ผนัง ล้วนทำจากไม้ไผ่ เฟอร์นิเจอร์แสนเรียบง่าย ไม่มีทีวี ไม่มีตู้เย็น ซึ่งตรงตามความต้องการกับผมหรือใครอีกหลายคนมาก เพราะของพวกนี้เปรียบเหมือนเครื่องประดับห้องที่แสนฟุ่มเฟือย เนื่องจากเราไม่ได้แตะต้องมันเลย ส่วนห้องน้ำเป็นบันไดอยู่ชั้นล่าง เพราะตัวห้องพักเองยกสูงขึ้นมาเล็กน้อย สำหรับคนขี้หนาวไม่ต้องห่วง มีเครื่องทำน้ำอุ่นให้แน่นอน ภายในห้องประกอบไปด้วยเตียงนอนขนาด 2 คน มีมุ้งวงกลมสีดอกเลาไว้นอนกันยุง เห็นแล้วนึกถึงวัยเด็กที่ต้องคอยเช็ครูรั่วของมุ้งก่อนเข้านอนทุกครั้ง  ด้านหัวเตียงมีโต๊ะเล็กๆสำหรับวางของ และด้านบนมีพัดลมหนึ่งตัวสำหรับระบายอากาศ ซึ่งในหน้าหนาว หรือหน้าฝน มันก็คือแอร์คอนดิชั่นดีๆนี่เอง ปลายเตียงมีราวตากผ้าไว้ให้ ด้านนอกเป็นชานเล็กๆ ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้หลากชนิด พร้อมกับเปลเอาไว้นั่งเล่นอ่านหนังสือ มองท้องฟ้าฟังเสียงฝนเพลินๆ

 

 


เมื่อเดินออกมาด้านนอกจะพบกับล็อบบี้ คล้ายมุมแฮงค์เอาท์เล็กๆ มีโต๊ะนั่งดื่มและเบาะนั่งสำหรับเอนกายพักผ่อนนอนสูดอากาศ ให้ลำน้ำปายเป็นเกราะป้องกันเราจากโลกภายนอก  แต่หากอยากเปลี่ยนบรรยากาศก็แค่พาร่างกายไปที่ถนนคนเดิน หรืออยากออกไปเที่ยวนอกเมืองก็ต้องเช่ามอเตอร์ไซต์ เหมือนที่ชาวต่างชาติเช่ากัน โดย “พี่ทูน” หนุ่มเหนือร่างใหญ่ใจดี ผู้ดูแลรีสอร์ทแห่งนี้บอกกับผมว่า หากจะเช่ามอเตอร์ไซต์ แล้วต้องเดินทางไกล หรือขึ้นเขาลงดอย ควรใช้รถยี่ห้อ Zoomer-X เนื่องจากมีความจุกระบอกสูบที่เยอะกว่ารถยี่ห้ออื่น และที่สำคัญที่เก็บสัมภาระใต้เบาะกว้างพอสมควร  ขับขี่ง่ายเป็นเกียร์ออโต้ ราคาอยู่ที่ 200 บาทต่อวัน ใช้แค่บัตรประชาชนก็สามารถเช่ารถได้ แต่ทั้งนี้ผู้ขับขี่เองต้องมั่นใจว่าสามารถควบคุมรถได้ เพราะหากเกิดอุบัติขึ้นมา ความคิดพลาดหรือการขาดประสบการณ์ของเราอาจส่งผลต่อผู้ร่วมทางได้และทริปนี้จะกร่อยไปเลย

จากฝนที่พรมฉ่ำทุกวัน ทำให้ดอกไม้ใบหญ้าแตกระบัดโตเร็วพอสมควร ผมกำลังง่วนอยู่กับการถ่ายรูปดอกไข่มุกอันดามัน และพยายามหาดอกบัวตอง ดอกไม้ขึ้นชื่อประดุจสาวงามประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่พี่ทูนบอกว่าดอกบัวตองจะบานสวยที่สุดในช่วงเดือนพฤศจิกายนเท่านั้น แกชวนให้ผมมาเยือนที่นี่อีกครั้งในฤดูหนาว และต้องกะเวลาให้เหมาะสมด้วย เพราะช่วงเวลานั้นมันเป็นเทศกาลท่องเที่ยว ใครๆก็ต่างหลังไหลกันมาพักผ่อน ชายเจ้าถิ่นยังคงให้ข้อมูลตามประสบการณ์ที่แกรู้มา ในขณะที่ทำกิจวัตรประจำวันของแกไปด้วย


“ความสุข ชั่วดอกบัวตองบาน” ชายคนเดิมกล่าวขึ้นราวบ่นกับฟ้ากับฝนเป็นเรื่องปกติ ประโยคสั้นๆแม้ไม่ทำให้สายน้ำหยุดไหล แต่ทำให้ใครบางคนชะงัก มันก็คงจะจริง ไม่ว่าความรู้สึกไหนมันก็แค่ชั่วคราว ความสุข ความทุกข์ ก็อาจกินเวลาแค่ชั่วดอกบัวตองบาน

จองที่พัก ปายในฝัน กับ Traveloka ได้ที่นี่!

เขียนและถ่ายภาพโดย คุณดุสิต ระเบียบนาวีนุรักษ์

จากกิจกรรม ค้นหา Blogger สายเที่ยว