เช้าวันศุกร์…กับอารมณ์ Feeling Down ทำให้ย้อนไปถึงวันเก่าๆที่เวลารู้สึกแย่ๆ ก็จะออกเดินทางเพื่อหนีให้ไกลจากเรื่องเดิมๆ เพียงแต่ครั้งนี้มันต่างออกไป เวลามันไม่ได้มีมากเหมือนสมัยเรียนหนังสือ

ผมหยิบมือถือ เปิด App Traveloka เพื่อหาดูตั๋วเครื่องบิน จุดหมายปลายทองคืออุบลราชธานี โดยมีแพลนอย่าง ปากเซ อยู่ในลิสต์ เพราะในห้วงนาทีนั้น นึกถึงหนัง Feel Good อย่าง สะบายดี 2 (ไม่มีคำตอบจากปากเซ) แต่…. ไฟลท์ดึกสุดของคืนนี้ 18.00 น. ผมเก็บกระเป๋าไม่ทันแน่ๆ ผมจึงเลือกอีกตัวเลือกนึงนั่นคือ รถทัวร์ กรุงเทพ-ปากเซ (เดี๋ยวนี้จองตั๋วรถทัวร์ออนไลน์ก็ง่ายนิดเดียว) ซึ่งรถออก 20.00 น. ยังพอมีเวลาเก็บกระเป๋า หยิบพาสปอร์ต

ครั้นได้เวลา รถทัวร์กรุงเทพ-ปากเซ จอดที่ชานชาลา 100 ผมตกใจเล็กน้อยกับสภาพรถ ที่เป็นรถลาว ผู้โดยสารทั้งคันเต็มไปด้วย คนลาว ยกเว้น ตัวผมกับฝรั่งสองคน พอได้เวลารถเริ่มเคลื่อน บัสโฮสเตส ก็เสิร์ฟขนม น้ำ ตามประสา ก่อนจะแวะพักอีกที ที่สีคิ้ว โดยตั๋วรถทัวร์สามารถนำไปแลก อาหาร/ขนม/น้ำ ในมูลค่า 25 บาท จากนั้นก็หลับยาว ถึง อีกทีก็ 7 โมงเช้า ผ่านด่านช่องเม็ก – วังเต่า

เอื้อย ….. ซิมการ์ดบ่ เนตอันลิมิเต็ด ร้อยเดียว

เอื้อย ….. เงินกีบบ่ 1000 บาท 250,000 กีบ

เดินตามตลอดทางจนไปถึง ด่านวังเต่า (ตม.ฝั่งลาว) ด่านตม.(ลาว) จะมีค่าทำเนียน 100 บาท ในการประทับตรา (ธรรมเนียมมะ?)

เงินกีบที่นี่ อัตราเท่ากับในตัวเมืองปากเซ สะดวกก็แลกได้ ส่วนซิมการ์ด (Unitel) ประมาณ 10000 กีบ + เติมเงิน อีก 10000 กีบสำหรับ เนต 4 GB/3 วัน ตกแล้วก็ประมาณ 80 บาท พื้นที่ 4G ครอบคลุมตัวเมืองปากเซ

หลังจากผ่านด่านลาว รถก็จะหยุดส่งคนเป็นระยะๆ ระหว่างทางนั่งรถ ก็หาที่พักไป ผมเลือกโซนนอกเมือง เพื่อที่จะได้ใกล้กับ ท่ารถ International Bus Terminal หลังจากเช็คอิน ฝากกระเป๋า ก็ได้เวลาทำตามเสียงหัวใจ…. ผมเช่ารถจักร (รถมอเตอร์ไซด์) จากร้านในตัวเมือง 80,000 กีบ ต่อวัน ขับเที่ยวเล่น สัมผัสวิถีชีวิต ชาวลาว ….

ผมขี่รถเลาะไปทางด้านใต้ จุดหมายอยู่ที่ น้ำตกคอนพะเพ็ง แต่อะไรๆ ก็ไม่ง่ายนัก… ขับมาได้สักพัก ฝนก็ตกกระหน่ำ ทำให้ต้องแวะปั้ม หาซื้อ เสื้อกันฝน ขับไปสักพัก รถก็เสีย แบตหมด ได้อ้ายที่ปั้มใจดี ช่วยซ่อมให้ ขับไปอีกสักพักก็ถึง น้ำตกคอนพะเพ็ง เสียค่าเข้าน้ำตกอีก คนละ 55000 กีบ ภายในมีรถ Shuttle bus ให้บริการ จุดชมวิวน้ำตก จะมี 3 แห่ง ให้เลือกมุมตามอัธยาศัย ได้เวลาดี ก็ขี่กลับ หลบฝนบ้าง แวะบ้าง ไปเรื่อย

ตกดึก เสียงเพลงตามร้านอาหารเริ่มดัง มีทั้งเพลงลาวบ้าง เพลงไทยบ้างสลับกันไป แต่….. พรุ่งนี้ต้องกลับแล้ว เพราะวันจันทร์ยังมีภารกิจ ที่ต้องรับผิดชอบต่อ ผมหยิบมือถือ เปิด App Traveloka อีกครั้งเพื่อหาตั๋วกลับ ไฟลท์ดึกสุดเป็น Air Asia 19:45 ในขณะที่รอบรถทัวร์ที่ออกจาก ปากเซ มี 2 รอบคือ 8:30, 15:00 ผมจองโดยไม่ลังเล เพราะ Traveloka มีโปรโมชั่นส่วนลดตั๋วเครื่องบินมาด้วย รวมถึงไม่มีค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต มันช่างดีจริงๆ

   

เช้าตื่นมา ฝนก็ยังตกไม่หยุด เลยเปลี่ยนแผน ใช้ชีวิต Slow Life ลงบ้าง ขับรถไปซื้อตั๋วกลับบ้านในราคา 200 บาท ก่อนขับรถข้ามสะพานมิตรภาพ ลาว-ญี่ปุ่น ไปยังวัดภูสะเหลา ผมเลือกเดินขึ้นบันไดนาค  กราบไหว้พระพุทธรูปองค์ใหญ่ แห่งเมืองปากเซ ด้านบนยังมีลานพระพุทธรูปอีกหลายองค์ รวมถึง พระแก้วสามฤดูในโบสถ์ พร้อมขอให้อะไรๆ ที่ผ่านมาดีขึ้น

ก่อนกลับ ผมแวะขับรถรอบเมืองปากเซ พร้อมสัญญากับตัวเองไว้ว่า “จะกลับมาใหม่”

บ่ายสามโมงได้เวลากลับบ้านล่ะ รถมาช้าเล็กน้อย แต่รอบขากลับเป็นรถไทย นั่งสบายๆ พร้อมกับเปิด google map โดยไว 18:15 คือเวลาที่จะไปถึงสถานีขนส่งอุบล ผมหยิบมือถืออีกครั้ง พร้อมทำรายการ Check in ล่วงหน้าทันที จนรถมาถึงชายแดนลาว-ไทย แน่นอนว่า เราต้องเสียค่าธรรมเนียมฝั่งตม.ลาวอีกครั้ง พร้อมกับเสียงเอื้อย เจื้อยแจ้ว ตลอดทาง

เอื้อย ….. ซิมไทยบ่ ซิมไทยบ่

เอื้อย ….. เงินไทยบ่ เงินไทยบ่ แลกคืนเงินกีบบ่

ฝั่งขากลับ เราสามารถแลกเงินกีบ ในเรท 240 กีบ ต่อ 1 บาท ตม.ขาเข้าฝั่งไทย คนจะเยอะเล็กน้อย เพราะมีทั้งชาวลาว ที่เข้ามาทำงาน เจ้าหน้าที่ก็จะตรวจเอกสารเยอะหน่อย จากด่านมายังสถานีขนส่งอุบล ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม. พอถึงขนส่ง ผมรีบคว้ากระเป๋าเรียกแท็กซี่ ที่จอดคอยอยู่ ปิดประตูรถปั๊บ ฝนตกปุ๊บ คุณป้าโชว์เฟอร์แท็กซี่ ขับรถพาไปสนามบินอุบลทันที ใจเต้นตุ๊บ…ตุ๊บ ว่าจะทันมั้ย ครั้นพอไปถึงสนามบินอุบล เคาท์เตอร์เช็คอินก็ปิดแล้ว แต่พอโชว์หน้า E-Boarding Pass ในมือถือให้แก่เจ้าหน้าที่ ก็สามารถผ่านเข้าไปนั่งคอยที่ Gate ได้ เพียงแค่โชว์ E-Boarding Pass พร้อมบัตรประชาชน แม้ว่ามันจะดูรีบเร่ง อะไรๆ ก็ดูจะเป็นอุปสรรคไปหมด แต่มันก็ทำให้ผมได้รู้ว่า

“ในเรื่องร้ายๆ….ก็มีมุมดีๆอยู่เสมอ ขึ้นอยู่กับคนมอง ด้านไหนของมัน”

 

สรุปค่าใช้จ่าย

ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าอื่นๆ
Day 1 ค่ารถบัส กรุงเทพ-ปากเซ 900 บาท ค่าอาหาร 100 บาท
Day 2 ค่ารถสองแถวเข้าเมือง 10000กีบ

ค่าเช่ามอเตอร์ไซด์ 80000 กีบ

ค่าอาหาร 30,000 กีบ ค่าที่พัก 1473.54บาท ค่าผ่านด่าน 100บาท

ค่า Sim Card 100บาท

ค่าน้ำมัน 40000 กีบ

ค่าเข้าน้ำตก 55000กีบ

Day 3 ค่ารถบัส ปากเซ-อุบล 200 บาท

ค่าแท็กซี่ สถานีขนส่ง-สนามบิน 100 บาท

ค่าตั๋วเครื่องบิน อุบล-กรุงเทพ 2934.75 บาท

ค่าอาหาร 45,000 กีบ ค่าผ่านด่าน 100บาท
รวม 6008.29 บาท +205000 กีบ = 7048.29 บาท

สนใจจองที่พักในลาว กับ Traveloka ได้ทีนี่

 

 

เขียนและถ่ายภาพโดย คุณกิตติพล น้อยอนุสนธิกูล
จากกิจกรรม ค้นหา Blogger สายเที่ยว