เทศกาล Holi เป็นสิ่งหนึ่งในหลายสิ่งเวลาที่ใครหลายคนนึกถึง India รู้ไหมว่าเทศกาลนี้เป็นเทศกาลที่ผู้คนทั่วทุกมุมโลกจะมารวมตัวกันที่นี่โดยไม่ได้นัดหมาย การสาดสีมีแบบนี้ทั่วโลกก็จริง แต่เชื่อเราเถอะ มันต้องมีสักครั้งในชีวิตที่เราควรไปสัมผัสประสบการณ์แบบนี้สักครั้งในชีวิต ตามเรามา 6 August Journey จะมาเล่าให้ฟังว่าครั้งนึงในชีวิตกับเทศกาล Holi ที่เมืองต้นกำเนิดเทศกาลนี้อย่างเมือง Mathura เป็นอย่างไร

การเดินทางครั้งนี้มีเรื่องที่น่าตกใจหลายเรื่อง เรื่องแรกเราเดินทางคนเดียว ส่วนเรื่องที่สองเรามีเวลาเตรียมตัวไม่ถึงอาทิตย์ เราจึงมีเรื่องราวมากมายที่อยากแชร์ ว่าถ้าอยากไปเทศกาลแบบนี้ควรเตรียมตัวอย่างไรมาฝากกัน

 

เรื่องราวของเทศกาล Holi Festival 

ตามจริงแล้วที่นี่คล้ายกับสงกรานต์บ้านเรา ตรงที่มีเล่นทุกที่ แต่ถ้าเราชอบเล่นสงกรานต์แบบ เชียงใหม่ และ แบบถนนข้าวสาร เทศกาล Holi เราขอแนะนำที่นี่เลยเมือง Mathura และ Vrindavan โดยห่างจากเดลีเล็กน้อยสามารถมาได้ด้วยรถ และ รถไฟ เพราะเมืองนี้เป็นต้นกำเนิดของเทศกาล Holi

 

โดยเทศกาลนี้ถ้าในความเชื่อของชาวฮินดู คือการสามารถเอาชนะสิ่งชั่วร้ายด้วยไฟของพระวิษณุ และเป็นสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดฤดุหนาว ความอุดมสมบูรณ์ของฤดูกาลเก็บเกี่ยวกำลังจะมาถึงนั่นเอง

 

การเตรียมตัวล่วงหน้า

  1. วันที่จัดในแต่ล่ะปี
    สิ่งที่ต้องเตรียมตัวเรื่องแรกคือหาข้อมูล ว่าเทศกาลนี้จัดขึ้นวันที่เท่าไรในปีนี้ด้วยคีย์เวิร์ดง่ายๆ เช่น Holi 2018, Holi 2018 date in india calendar เราจะไปปีไหนเราก็พิมพ์หาปีนั้น สิ่งที่เราอยากแนะนำเพิ่มคือ ช่วงวันแรกๆจะสนุกที่สุด เราแอบถามคนอินเดีย และ นักท่องเที่ยวหลายคนที่เขาอยู่เล่นหลายๆวัน หลายเสียงก็บอกอย่างนั้น
  2. เตรียมทำวีซ่า จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ล่วงหน้า
    เรื่องนี้เราขอเตือนเลย เพราะคนทั่วโลกตั้งใจมาเล่นเทศกาลสาดสี สิ่งที่จะหายากสุดๆขอยกให้เป็นที่พัก โดยการจองที่พักแนะนำให้อ่านดีๆ นะเพราะบางที่สงวนสิทธิ์ไว้ให้แค่คนอินเดียเท่านั้นที่พักได้ โดยการเดินทางครั้งนี้เราเจอที่พักดีๆที่นิวเดลี โดยจองผ่าน  Traveloka โดยมีขึ้นตอนการจองง่ายๆ ดังนี้

 

จองตั๋วเครื่องบินไปนิวเดลี กับ Traveloka 

จองที่พักอินเดีย กับ Traveloka 

 

3. การเดินทางข้ามเมือง
การเดินทางข้ามเมือง สามารถนั่งรถบัสได้ หรือ จะนั่งรถไฟก็ได้ แต่สิ่งที่อยากแนะนำอย่างจริงจังคือการ จองรถไฟ เพราะรถไฟอินเดียจะจองได้ต้องมีเบอร์โทรศัพท์อินเดีย เราเลยขอแนะนำว่ามีหลายเว็บที่รับจองตั๋ว หรือ ไม่ก็ให้ทางพนักงานโรงแรมในอินเดียช่วยจองให้จะดีที่สุด ควรจองตั๋วเป็นอย่างยิ่ง (เราไม่ได้จองตั๋วรถไฟ สิ่งที่ได้จึงเป็นอย่างในภาพ)

 

4. เตรียมอะไรไปจากไทยเป็นพิเศษไหม
เรื่องของหายเป็นสิ่งที่ควรระวังมาก สำหรับเทศกาลนี้ ทางที่ดีควรพกของมีค่าออกไปเล่นแบบน้อยชิ้น พกเงินไปนิดหน่อย สิ่งที่เตรียมไปจากไทยได้เลยคือ ซองใส่โทรศัพท์กันน้ำ เคสใส่กล้อง (กรณีเอากล้องไป) เราแนะนำพวก Action Cam และสิ่งสำคัญคือ น้ำมันทาตัว จะ Baby oil ก็ได้น้ำมันมะพร้าวก็ได้ เอาไว้ทาตัวก่อนเล่น เพราะสีจะล้างออกยากถ้าเราไม่ได้ทาน้ำมันเหล่านี้

  5. ผู้หญิงคนเดียวเตรียมตัวอย่างไร
คนอินเดียเอง สื่อต่างๆเองต่างเตือนเรื่องการไปเที่ยวอินเดียคนเดียว ยิ่งในเทศกาลแบบนี้ยิ่งไม่ควรอย่างยิ่งที่จะไปคนเดียว อย่างเราก่อนไปเราหาจ้าง กรุ๊ปไกด์ ที่เราสามารถไปแจมกับกรุ๊ปใหญ่ได้ แต่เต็มหลายกรุ๊ปเราเลยหาจ้างผ่านพี่คนไทยที่มีคอนเนคชั่นที่อินเดีย ช่วยหาคนอินเดียมาเล่นเป็นเพื่อน ก็เป็นผู้ชาย 2 คนที่จะสามารถดูแลเราได้ ซึ่งเราก็ขอยืนยันว่าควรมีคนอินเดียไปด้วย เพราะมีอะไรจะได้เคลียกันได้ แต่เราบอกเลยว่า 90% เขาเล่นแบบสุภาพคือ ขออนุญาตก่อน แต่ก็มีบ้างที่ลวนลาม จึงควรมีคนช่วยดูจริงจัง

บรรยากาศการเล่นในวันสุดท้าย ที่เราพบเจอคือ ถ้าไปย่านวัด ในวัดก็จะเจอชาวฮินดูที่เข้ามาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา โดยพวกเขาจะขออนุญาตเล่น Holi กับเราด้วยการขอปะแป้ง คล้ายสงกรานต์บ้านเราเลย ส่วนช่วงที่จะเลอะสุดคงเป็นระหว่างทางที่จะไปถึงจุดเล่น Holi กัน เพราะเขาจะมีการเล่นตลอดทางแน่นอน

 

โดยค่ำคืนก่อนวัน Holi ที่แท้จริงเขาจะมีการ เผาเชื้อเพลิงที่ชาวบ้านตั้งใจกันทำ แล้วจุดไฟเผานางโหลิกา เพราะมีความเชื่อว่าไฟสามารถขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกไปได้ การทำร้ายเบียดเบียนกันในสังคม ตลอดจนความชั่วร้ายต่างๆ จะถูกเผาทำลายไป โดยช่วงจุดไฟจะเป็นช่วง 2 ทุ่มถึง 4 ทุ่มในคืนก่อนวัน Holi

 

ถ้าปีหน้าจะไป ไปเมืองไหนได้บ้าง ?!

  1. Barsana – ที่นีเขาจะมีประเพณี ที่อนุญาตให้ผู้หญิงสามารถใช้ไม้ตีผู้ชายได้ โดยผู้ชายจะถือโล่กำบังตนไว้ ออกแนวเป็นประเพณี แต่ก็มีคำเตือนเช่นกัน เรื่องที่ไม่แนะนำให้ผู้หญิงคนเดียวมาเล่นที่นี่ เพราะมีกรณีเรื่องการโดนลวนลาม หลายกรณีที่นี่ โดยสำหรับใครที่สนใจอยากมาชมประเพณี สามารถมากันที่หมู่บ้าน Barsana และ Nandgaon ได้ซึ่งจากแผนที่แล้วไม่ไกลจากเมือง Mathura
  2. Mathura and Vrindavan – เป็นเมืองที่เราไปมา จัดได้ยิ่งใหญ่เพราะเมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดของเทศกาลนี้ เพราะเป็นเมืองที่พระกฤษณะประสูตร โดยความยิ่งใหญ่ของที่นี่แนะนำให้มาก่อนวันจริง เพราะจะมีการเฉลิมฉลองพิเศษก่อนวันจริงที่วัด Banke Bihari ส่วนวัน Holi ที่แท้จริงเราขอแนะนำให้ไปเล่นที่วัด Shri Dwarikadheesh Ji
  3. Shantiniketan – ที่นี่เราจะสามารถเต้นรำ เรียนรู้วัฒนธรรมเบงกอลได้ หาซื้อชุดที่นั่นแล้วเต้นไปกับเขา หลังจากนั้นจึงจะเริ่มเล่นสีได้ตามปกติ
  4. Purulia – ที่นี่จะค่อนข้างจะ Private เพราะเมืองนี้ต้องนั่งรถไปไกลจาก โกลกาต้า ประมาณ 5-6 ชั่วโมงได้ และจะไปเจอคนท้องถิ่นที่กินอยู่กันในเต็นท์ ไม่มีรถสาธารณะ แต่ก็มีความพิเศษในการเป็นอยู่ และ การเล่นดนตรีพื้นบ้าน แนะนำให้ไปทัวร์ท้องถิ่นเท่านั้น
  5. Anandpur Sahib, Punjab – ที่นี่เขาจะไม่เฉลิมฉลองเทศกาล Holi ด้วยการสาดสีใส่กันเหมือนที่อื่น แต่จะออกแนวโชว์ศิลปะป้องกันตัว แสดงความแข็งแรงของร่างกาย ด้วยความที่คนอินเดียมีหลายศาสนา แถบนี้จะเป็นชาวซิกส์ที่มาอาศัยอยู่จึงมีการเฉลิมฉลองต่างออกไป
  6. Udaipur – ที่นี่จะมีขบวนพาเหรด เดินขบวนกันอย่างยิ่งใหญ่ เพราะที่นี่มีกษัตริย์ในรัฐอุทัยปุระ ที่จะสนับสนุนให้มีการเดินขบวนอย่างยิ่งใหญ่ รวมทั้งการเผาไล่สิ่งไม่ดีอย่างยิ่งใหญ่เช่นกัน
  7. Mumbai – ที่นี่มีสลัมที่ใหญ่ที่สุดอย่าง Dharavi ที่จะมีทัวร์สลัมพาเราเข้าไป แล้วจะสร้างความทรงจำที่ยากลืมเลยก็ว่าได้ ว่าคนในนี้เขาเล่น Holi กันอย่างไร ต้องไปกับทัวร์อย่าง Reality ทัวร์ โดยปีหน้าเราคิดว่าเราอยากไปฉลองที่นี่ดู
  8. Delhi – จุดที่เขาฉลองกันคือ Paharganj เพราะจะเป็นจุดที่เขาเล่นสีกัน และ มีเทศกาลดนตรี มีการแสดงมากมายจากทั่วทุกมุมโลกกว่า 40 ชาติ คงจะคล้ายๆ Wonderfruit บ้านเราแหละเพียงแต่มีการสาดสีเข้ามาด้วย นอกจากนั้นจะมีพวก Street food ในงานด้วย
  9. Jaipur – โดยปกติแล้วที่นี่ก่อน 1 วันเขาจะมีการนำช้างมาเดินขบวนพาเหรด แล้วแต่งช้างด้วยสีสันสวยงาม แต่เมื่อปี 2012 ที่ผ่านมาได้มีการกดดันจากสิทธิสัตว์มากดดันไม่ให้ใช้ช้างมาเดินพาเหรด เพราะเป็นการทรมานสัตว์
  10. Hampi – ที่สุดท้ายโดยปกติแล้วประเพณี Holi จะเป็นประเพณีของคนอินเดียทางเหนือ แต่เมืองนี้จะเป็นเมืองเดียวที่จัดในอินเดียใต้ เพราะเมืองนี้มีนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกมากันเยอะ จึงมีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่เช่นกัน

 

เป็นยังไงบ้าง ที่เราเล่ามาทั้งหมดถือว่าเป็นเรื่องการเตรียมตัวสำหรับเทศกาลระดับโลกขนาดนี้ เรายังคงขอแนะนำให้เตรียมตัวจองที่พัก ตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าไว้เยอะๆ เพราะถ้าใกล้ถึงวันจะหายากขึ้น และ ราคาจะสูงขึ้นตามไปด้วย

 

ติดตามเรื่องราวเพิ่มเติมได้ที่ > https://www.facebook.com/6AugustJourney