เชื่อได้ว่าตากเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่นัก หลายคนอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่นี่มีอะไรให้เที่ยวบ้าง แต่หลังจากคุณได้ทำความรู้จักกับที่เที่ยวในจังหวัดตากที่เรานำมาฝากกันครั้งนี้ มั่นใจเลยว่าความคิดที่คุณมีต้องเปลี่ยนไปจนต้องอุทานว่า Oh MyGoshhhhhhhhhhhhh! เพราะที่เที่ยวแต่ละที่ล้วนแต่ยิ่งใหญ่ตระการตาจนน่าตะลึง โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคนชอบท่องเที่ยวแนวสีเขียวรักธรรมชาติและป่าเขาลำเนาไพร ที่เที่ยวที่จะได้เห็นต่อไปนี้อาจจะทำให้อยากลงไปชักดิ้นชักงอขอลางานกันวันนี้พรุ่งนี้ได้เลยทีเดียว เราคอนเฟิร์ม!!

จองตั๋วเครื่องบินไปตาก กับTraveloka 

 

21 ที่เที่ยวตาก

1. วัดพระบรมธาตุ

วัดเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองตากมาเนิ่นนาน จนเรียกได้ว่าเป็นพระธาตุประจำเมืองเลยก็ว่าได้ ตั้งอยู่บนเนินเขาห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1 กิโลเมตร ในเขตหมู่ 1 ตำบลเกาะตะเภา อำเภอบ้านตาก เชื่อกันว่าในองค์พระเจดีย์ซึ่งสร้างโดยมีต้นแบบจากเจดีย์ชเวดากองของเมียนมาร์ เป็นที่ประดิษฐานพระอัฏฐิธาตุภะนะลาตะ พร้อมพระเกศาอีก 4 องค์ ของพระพุทธเจ้า นอกจากนั้น ด้านในวัดยังมีวิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐานขององค์พระเจ้าทันใจ พระพุทธรูปเก่าแก่อายุกว่า 200 ปี ที่ใช้เวลาสร้างจนเสร็จเพียง 1 วัน 1 คืนเท่านั้น จึงเชื่อกันว่าหากใครมาอธิษฐานขอพรกับท่าน จะสำเร็จทันใจสมชื่อนั่นเอง

 

2. น้ำตกปิตุ๊โกร

เป็นน้ำตกสุดน่ารักที่ถูกใจสายมุ้งมิ้งแน่ๆ เพราะน้ำตกแห่งนี้เมื่อมองจากระยะไกลจะมีรูปร่างคล้ายรูปหัวใจอยู่ในกลางป่า แม้ว่าหน้าตาจะตะมุตะมิขนาดไหน แต่ทางไปยังน้ำตกแห่งนี้นั้นเรียกได้ว่าต้องใช้ความถึกกันพอตัวเลยละ เพราะต้องเดินบุกป่าฝ่าดงกันประมาณ 8 กิโลเมตรนะจ๊ะ ใช้เวลาแบบชิลล์ๆ ก็ 4 – 5 ชั่วโมง เนื่องจากน้ำตกนี้อยู่บนดอยเทือกเขาสามหมื่น ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง และอยู่ในความสูงประมาณ 500 เมตรหรือประมาณเกือบๆ 2 เท่าของตึกใบหยก 2! ว่ากันว่านี่เป็นน้ำตกที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทยเลยนะ ใครรักการเดินป่าถือว่าน่าลองเน้อออ

 

3. น้ำตกพาเจริญ

ถือว่าเป็นน้ำตกที่อยู่ใกล้กับความเจริญสะดวกสบายในตัวเมืองมากที่สุดแห่งหนึ่งเลยละ จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นผู้คนแวะเวียนไปพักผ่อนบริเวณน้ำตกแห่งนี้กันไม่ขาดสาย ไฮไลท์ของน้ำตกนี้อยู่ที่การเป็นน้ำตกซึ่งมีชั้นหินลดหลั่นกันไปมาสวยงามถึง 97 ชั้น! น้ำตกนี้จึงไม่ใช่น้ำตกที่สูงชันอันตรายและสามารถลงเล่นน้ำได้ในหลายจุด ตัวน้ำตกตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ จึงเดินทางง่ายและมีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายพอสมควรเลยละ เส้นทางเดินชมน้ำตกที่ถือว่าเดินได้แบบชิลล์ๆ นั้นจะอยู่ช่วงตอนล่างถึงตอนกลาง เพราะช่วงสูงขึ้นไปก็ต้องใช้ทักษะการปีนป่ายกันซักหน่อย ใครไม่ใช่สายเดินป่า เราว่าอยู่แค่ช่วงล่างๆ ก็ฟินพอแล้ว

4. สะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี

เป็นสะพานแขวนข้ามแม่น้ำปิง ที่สร้างขึ้นเพื่อร่วมฉลองสมโภชน์กรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี มีความยาวโดยรวม 700 เมตร บริเวณใกล้เคียงมีการจัดทำเป็นสวนสุขภาพและสวนสาธารณะ ที่ผู้คนในท้องถิ่นนิยมใช้เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ ถ้ามาเดินเล่นบนสะพานนี้ในตอนกลางวันจะเห็นตัวสะพานสีสันสดใสและทิวทัศน์งดงามโดยรอบ ซึ่งว่ากันว่าถ้าจะชมวิวแม่น้ำปิงให้แจ่มที่สุดในเมืองตากก็ต้องมาดูจากบนสะพานแห่งนี้นี่ละ แต่ถ้ามาในช่วงค่ำจะเห็นความสวยที่ต่างไปอีกแบบเพราะเค้าจะมีการประดับไฟสวยงามมาก ดูเผินๆ นึกว่าอยู่สะพานโกลเด้นเกตที่ซานฟรานฯ กันเลยทีเดียว อ้อ ที่นี่ใช้เป็นที่ลอยกระทงสาย อีกหนึ่งประเพณีที่มีความสวยงามน่าสนใจ และเป็นเอกลักษณ์ของเมืองตากกันด้วยน้า

 

5. น้ำตกทีลอซู

เมื่อพูดถึงที่สุดของน้ำตกในเมืองไทย จะขาดชื่อน้ำตกทีลอซูไปไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่มีความยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและว่ากันว่าใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของเอเชีย โดยมีความกว้างของตัวน้ำตกประมาณ 500 เมตร และมีความสูงอยู่ที่ 300 เมตรเลยทีเดียว สมัยก่อนนั้นการเดินทางมาที่นี่จะค่อนข้างลำบากเนื่องจากต้องบุกป่าฝ่าดงกันพอสมควรเพราะต้องล่องแพไม้ไผ่เป็นเวลานานรวมถึงต้องพักนอนกันในป่าก่อนหนึ่งคืน แต่ปัจจุบันนี้ถือว่าค่อนข้างสบายเพราะมีการตัดเส้นทางถนนเข้าไปถึงบริเวณใกล้น้ำตกเลย ในช่วงฤดูฝนจะเป็นช่วงที่น้ำตกจะสวยงามยิ่งใหญ่ที่สุดเพราะมีน้ำมาก แต่การเดินทางก็จะยากลำบากไปด้วยเพราะถนนจะถูกตัดขาด จึงต้องใช้วิธีล่องเรือไปตามสายน้ำและเดินเท้าต่ออีกประมาณ 10 กิโลเมตร แต่ถ้าไปในช่วงแล้งคือประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคมจะมีเส้นทางถนนที่รถยนต์สามารถเข้าไปใกล้ตัวน้ำตกได้อย่างสะดวกสบาย แต่จะพลาดอรรถรสและวิวแจ่มๆ ระหว่างการเดินทางไปพอสมควร ใครเป็นสายลุยเบอร์ไหนก็เลือกกันได้ตามที่ใจรักเลยเด้อ

 

 

6. สะพานมิตรภาพไทย-พม่า

เป็นสะพานยาว 410 เมตร ทอดตัวข้ามแม่น้ำเมย เชื่อมระหว่างอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก กับเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมาร์ โดยจะมีด่านตรวจคนเข้าเมืองตั้งอยู่บริเวณริมสะพานคล้ายๆ กับสะพานมิตรภาพไทย – ลาวที่หนองคายนั่นละ แต่อาจจะมีความยาวน้อยกว่าเท่านั้นเอง ในตอนกลางวันเพียงแค่ข้ามสะพานไป ก็จะได้พบกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันของผู้คนในสองประเทศ ส่วนตอนกลางคืนเวลาที่สะพานเปิดไฟ ก็ถือว่าได้ความสวยงามโรแมนซ์ไปอีกแบบนะ ใครมาแม่สอดอย่าพลาดเชียว

 

7. วัดไทยวัฒนาราม

เป็นวัดที่มีความสวยงามในสไตล์ของชาวไทยใหญ่ สถาปัตยกรรมส่วนมากจึงกระเดียดไปในทางฝั่งเมียนมาร์นิดๆ ดูแปลกตา วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2400 โดยในวัดจะมีวิหารพระพุทธมหามุนี ซึ่งเป็นอาคารสีทองโดดเด่นกระแทกตาในรูปแบบสถาปัตยกรรมสวยๆ ของเมียนมาร์ ด้านในเป็นที่ประดิษฐานองค์พระพุทธมหามุณี ที่สร้างจำลองมาจากองค์ต้นแบบในเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นองค์พระศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวตากให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นยังมีพิพิธภัณฑ์พระพุทธศาสนาให้ได้เดินศึกษาพุทธประวัติและชมความงามของพระพุทธรูปเก่าแก่แบบเมียนมาร์กันภายในวัดนี้อีกด้วย

 

8. เขื่อนภูมิพล

ได้ชื่อว่าเป็นเขื่อนคอนกรีตโค้งเพียงแห่งเดียวและเป็นเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย สร้างขึ้นเพื่อกั้นลำน้ำปิงในอำเภอสามเงา มีความยาวของสันเขื่อน 486 เมตร สูง 154 เมตร ด้วยไซส์ขนาดใหญ่แบบนี้ถือว่าไม่ใช่ธรรมดา เพราะที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นเขื่อนโค้งที่สูงเป็นอันดับที่ 27 ของโลกกันเลยนะ แล้วด้วยความสูงขนาดนี้นี่ละทำให้บริเวณสันเขื่อนที่นี่สามารถใช้เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดตาก ซึ่งจะเห็นวิวป่าเขาเขียวขจีสลับซับซ้อนกันแบบเต็มๆ ตา นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวยังสามารถมาใช้เวลาล่องแพชมวิว เดินป่าศึกษาธรรมชาติ ซึ่งในเส้นทางยังมีน้ำตก ถ้ำ พืชพรรณต่างๆ รวมถึงแหล่งโบราณสถานอีกหลายแห่งใช้ได้ชมกันเพลินๆ อีกด้วย

 

9. ทุ่งดอกดาวเรือง

เพราะที่ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกดาวเรืองแห่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์และอากาศสบายๆ ดอกดาวเรืองที่ปลูกในแถบนี้จึงดอกใหญ่และถือว่าคุณภาพค่อนข้างดี โดยดอกดาวเรืองของที่นี่จะเริ่มบานสะพรั่งในช่วงปลายฝนต้นหนาวประมาณเดือนกันยายนเป็นต้นไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับอากาศของแต่ละปีด้วยนะ เอาเป็นว่าถ้ามีโอกาสผ่านละแวกนั้นแบบถูกที่ถูกเวลาก็อย่าลืมแวะเซลฟี่กันล่ะ รับรองว่ารูปออกมาว้าวแน่นอน

 

10. ดอยทูเล หรือ ม่อนทูเล

เป็นภูเขาที่ได้ชื่อว่าสูงที่สุดในพื้นที่ตำบลท่าสองยาง ชาวปกาเกอะญอเรียกภูเขาลูกนี้ว่า ทูเลโคะ ซึ่งหมายความว่าภูเขาสีทอง เพราะในช่วงหน้าแล้งของแต่ละปี ภูเขาสูงตระหง่านแห่งนี้จะกลายเป็นสีทองด้วยสีของทุ่งหญ้าที่ปกคลุมอยู่ด้านบน และด้วยความสูงดังที่บอกมา ทำให้ทัศนียภาพเวลาที่ขึ้นไปอยู่บนยอดเขานั้นถือได้ว่าสุดยอด! เพราะคุณจะเห็นทะเลภูเขาสลับซับซ้อนทอดตัวกันพรึ่บพรั่บอยู่ตรงหน้า ถ้าใครโชคดีก็เอาไปเลยจ้า กับวิวทะเลหมอกแบบสุดจะสะใจ การเดินทางไปพิชิตม่อนทูเลส่วนใหญ่ใช้เวลา 2 วัน 1 คืน แต่หากใครเป็นสายแข็งด้านเทรกกิ้ง ก็มีอีกหนึ่งช้อยส์คือการเดินจากม่อนทูเลต่อไปยังม่อนคลุยเพื่อลงเขาอีกจุดนึง ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน รับรองว่าบนยอดเขาน่ะวิวเทพมาก แต่ต้องลุยกันซักนิดนะ เพราะด้านบนไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรให้ อยากได้อะไรต้องเอาไปเองจ้า แต่ถ้าแบกไม่ไหวเค้ามีลูกหาบรับจ้างแบกให้เด้อ ลองเลือกเอา

 

11. เลอกวาเดาะ

อีกหนึ่งเขาวัดใจท้าทายสายเทรกกิ้งในเขตอำเภอท่าสองยาง ฟังแค่ชื่อหลายคนก็อาจจะอุทานว่าที่ไหนกันวะเนี่ยยยยย แต่ถ้าบอกว่าที่นี่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของอุทยานแม่เมยล่ะ คุ้นกันขึ้นมาหน่อยรึยัง เลอกวาเดาะ เป็นภาษาปกาเกอะญอแปลว่า เขาดูวิว ซึ่งก็สมชื่อจ้า การเดินขึ้นมาถึงบริเวณจุดกางเต็นท์ก็ใช้เวลาแค่ประมาณ 2 – 3 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ไฮไลท์น่ะอยู่ถัดไปจ้า เพราะจะมีทางเดินแคบๆ ขึ้นต่อไปยังจุดด้านบน ซึ่งทางเดินตรงนี้ให้นึกถึงสันคมมีดของของเขาช้างเผือกเอาไว้ อารมณ์ใกล้เคียงเลยนะ คือสองฝั่งเป็นเหว มีแค่ทางเล็กๆ กับเชือกที่กั้นไว้พอเป็นพิธีเท่านั้น ด้านบนสุดเป็นที่ประดิษฐานของเจดีย์สีทอง บรมพุทโธ ซึ่งชาวบ้านช่วยกันสร้างไว้ เพราะเชื่อว่านี่คือภูเขาที่มีความศักดิ์สิทธิ์ควรค่าแก่การเคารพนับถือ แม้จะฟังดูลำบากและเสี่ยงอันตราย แต่ขอบอกว่าสิ่งที่จะได้รับคือวิวสุดอลังการของทะเลหมอกชนิดที่ดูได้รอบตัวแบบ 360 องศา หลายคนการันตีแล้วว่าฟินสุดจริงๆ เพราะคุณจะได้เห็นหมอกแน่นๆ กับทิวเขาสลับซับซ้อนอยู่เบื้องหน้า เอาน่ะ ใครชอบเที่ยวแบบนี้เราว่ามีฟินระดับ 10 แน่นอน!

 

12. น้ำตกทีลอจ่อ

เป็นอีกหนึ่งน้ำตกสวยที่อยู่ในเส้นทางล่องแก่งไปยังน้ำตกทีลอซู แม้จะสู้ทีลอซูไม่ได้ในเรื่องของความยิ่งใหญ่ แต่น้ำตกทีลอจ่อก็มีทีเด็ดในตัวเอง เป็นสายน้ำซึ่งทิ้งตัวลงมาจากความสูงประมาณ 80 เมตร ทำให้เกิดละอองน้ำเล็กเป็นฝอยกระจายอยู่ด้านล่าง สมกับที่บางคนตั้งชื่อให้ที่นี่ว่าน้ำตกสายฝน คือเปียกสมชื่ออออ นอกจากนั้น ความพีคยังอยู่ตรงที่ละอองน้ำเล็กๆ นั่นละจะทำให้เกิดเป็นสายรุ้งพาดผ่านอยู่บริเวณด้านล่างให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปดูได้แบบระยะประชิด ถ้ามีแสงแดดเข้ามาช่วยแบบถูกช่วงถูกเวลา เรียกได้ว่าน่าจะเป็นโอกาสชมสายรุ้งในระยะใกล้ที่หาไม่ได้บ่อยๆ จริงๆ

 

13. ดอยหลวง

ใครที่เป็นสายขึ้นเขาน่าจะต้องรู้จักที่นี่เป็นอย่างดี เพราะเป็นอีกหนึ่งดอยในฝันที่หลายคนถวิลหา ด้วยเส้นทางเดินเขาแบบที่สามารถชมวิวได้ 360 รอบตัว กับระยะทางไป – กลับแบบเบาๆ ที่ 22 กิโลเมตร! โดยที่นี่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่สามารถเดินได้แบบสนุกครบรส เพราะมีทั้งข้ามห้วย เดินตามสันเขา เดินในป่าซึ่งก็มีให้เลือกหลากหลายออพชั่น ทั้งป่าเต็งรัง ป่าสน ทุ่งหญ้า และป่ากล้วย เพื่อจะพบกับจุดสุดยอดบนภูเขาซึ่งเป็นทุ่งหญ้ากว้างที่กินพื้นที่ยอดเขาต่อเนื่องกันชนิดวิ่งเล่นยังหอบ! แต่บอกได้เลยว่าที่จะได้รับกลับมาคือความฟินจากวิวพาโนรามาของทิวเขาสลับซับซ้อน รวมถึงดาวที่มีให้เห็นกันเกลื่อนท้องฟ้าในยามค่ำคืน และถ้ามีโชควาสนา ทะเลหมอกในยามเช้าจะมาให้เห็นเป็นการปิดท้ายความฟินในทริปนี้กันด้วยละ

 

14. ดอยหัวหมด

สำหรับใครที่อยากชื่นชมทิวทัศน์ป่าเขาลำเนาไพรในมุมสูง แต่ส่ายหัวกับการบุกตะลุยเดินป่าข้ามเขา เราแนะนำที่นี่เลยละ เพราะเดินทางง่ายสามารถไปถึงได้ด้วยรถยนต์ และเดินเท้าต่อแค่ประมาณหนึ่งกิโลเมตรนิดๆ เท่านั้น บนยอดดอยแห่งนี้เป็นที่ชมทิวทัศน์ทะเลหมอกที่สวยงามในยามเช้า แถมยังใช้ดูพระอาทิตย์ตกตอนเย็นได้ด้วยเช่นกัน ความเจ๋งของดอยนี้คือไร้ซึ่งต้นไม้ใหญ่โตมโหฬารมาบดบังมุมมอง คุณจึงสามารถชื่นชมกับวิวที่พบเห็นได้ชนิดเต็มตาเต็มอารมณ์ ถ้าถามถึงช่วงพีคขอยกให้ในหน้าฝน เพราะระหว่างทางจะได้เจอกับทุ่งดอกเทียนสีชมพูที่ออกดอกบานสะพรั่งอยู่เต็มข้างทาง ใครอยากเห็นพื้นสีชมพูแบบที่บอกก็ไปกันได้ในช่วงประมาณเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนเน้อออ

 

15. ถ้ำแม่อุสุ

ถ้ำนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในถ้ำที่มีความสวยงามอันดับต้นๆ ของเมืองไทย และยังได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยว Unseen Thailand อีกด้วย ความงดงามวิจิตรตระการตาของภูมิทัศน์และสภาพหินงอกหินย้อยภายในถ้ำน่ะ สวยงามจนถึงกับได้รับการขนานนามว่าเป็น โรงละครใต้พิภพ กันเลยทีเดียว อลังการแค่ไหนถามใจเธอดู! นอกจากหินต่างๆ ที่มีความมหัศจรรย์กันแบบละสายตาไม่ได้แล้ว บางห้องยังมีแสงที่ลอดส่องลงมาเหมือนมีใครเอาสปอร์ตไลท์ดวงใหญ่สาดพรึ่บมาในถ้ำ ซึ่งความงามของที่นี่หาคำบรรยายได้ยากจริงๆ ละ ใครอยากมาผจญภัยให้มากันในช่วงแล้งอย่างในเดือนธันวาคม – เมษายนนะ และถ้าจะให้ดีติดต่อให้พี่เจ้าหน้าที่เค้านำทางเข้ามาด้วยล่ะ เพราะจะได้คำบรรยายเพิ่มรสชาติการเที่ยวชมได้อีกโขเลย!

 

16. น้ำตกธารารักษ์

ตั้งอยู่ในเขตบ้านเจดีย์โคะ อำเภอแม่สอด บางคนรู้จักในชื่อ น้ำตกเจดีย์โคะ หรือ น้ำตกผาชัน มีลักษณะเป็นน้ำตกขนาดไม่ใหญ่ที่ไหลตรงดิ่งมาจากหน้าผาหินปูนที่มีความชัน 90 องศา ด้านบนเป็นที่ตั้งของพระพุทธรูปปางสมาธิและมหาเจดีย์ธารารักษ์ ด้านล่างเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กสำหรับเพาะพันธุ์ปลาที่มีทางเดินทอดยาวผ่านกลาง และยังสามารถใช้ลัดเลาะดูบริเวณรอบๆ ได้อีกด้วย ใครมั่นใจว่ากำลังขาดี ให้ลองขึ้นบันไดวัดใจไปยังเจดีย์ที่ด้านบน รับรองได้อารมณ์ของการผจญภัยไปอีกแบบแน่นอน ถือเป็นอีกหนึ่งน้ำตกที่เดินทางง่ายและรถเข้าถึง รอบด้านมีสถานที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจ รวมถึงมีร้านอาหารต่างๆ เปิดให้บริการ เหมาะสำหรับพาเด็กๆ มานั่งเล่นหรือแวะกินอาหารยืดเส้นยืดสายภายใต้อีกหนึ่งบรรยากาศเลยละ

 

17. ม่อนครูบาใส

ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่เมย อำเภอท่าสองยาง เป็นอีกหนึ่งแหล่งชมทะเลหมอกได้สวยงามในยามเช้า และชมพระอาทิตย์ตกในยามเย็นได้แบบฟินๆ แถมยังเดินทางสะดวกง่ายดาย เพราะสามารถขับรถยนต์ขึ้นไปถึงบริเวณจุดชมวิวได้เลย เนื่องจากอยู่ห่างจากตัวที่ทำการอุทยานฯ เพียงแค่ประมาณ 7 กิโลเมตรเท่านั้นเอง ทิวทัศน์ยามเย็นจะมองเห็นแสงสีส้มเป็นแบ็คกราวนด์ส่องผ่านทิวเขาสลับซับซ้อนมากมาย บริเวณม่อนนี้มีข้อดีคือไม่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นบดบังการชมทิวทัศน์เลย เพราะมีลักษณะเป็นลานโล่งกว้าง สามารถกางเต็นท์ได้แบบชิลล์ๆ เหมาะกับคนรักธรรมชาติแต่ไม่อยากสมบุกสมบันมากนัก ถือว่าสบายๆ กำลังดี

 

18. ดอยสอยมาลัย

ดอยนี้ได้ชื่อว่าเป็นหลังคาของเมืองตาก ด้วยความสูงถึง 1,664 เมตร เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น สภาพป่าทั่วไปในบริเวณนี้เป็นป่าสนเมืองหนาว จึงให้อารมณ์ที่สวยแปลกตาไปได้อีกแบบ นอกจากนั้นยังเป็นถิ่นที่อยู่ของเจ้าตัวสลาเมนเดอร์หรือจิ้งจกน้ำกันอีกด้วยนะ อ่ะ ใครชอบน้องแล้วได้เจอก็ถือว่าฟลุคน้า จากยอดดอยในวันที่ฟ้าใสๆ สามารถมองไปเห็นได้ถึงเขื่อนภูมิพลกันเลยเด้อ ส่วนการเดินทางแม้รถยนต์จะสามารถขึ้นไปถึงด้านบนได้เลย แต่ก็เรียกว่าต้องใช้ความสมบุกสมบันกันหน่อยนะเพราะต้องบุกป่าฝ่าดงพอสมควร และขึ้นได้เฉพาะรถโฟว์วีลเท่านั้นนะจ๊ะ ที่สำคัญต้องใช้ความระวังกันด้วยเด้อ แถมก่อนขึ้นต้องทำการขออนุญาตจากหน่วยพิทักษ์ป่าเกียวสามล้อตรงบริเวณทางขึ้นก่อนด้วยนะ อย่าลืมเชียว

 

19. วัดพระพุทธบาทดอยโล้น

นับเป็นวัดป่าของพระสายปฏิบัติ ซึ่งตั้งอยู่ในวงล้อมของธรรมชาติอันเงียบสงบ แวดล้อมร่มรื่นไปด้วยป่าเขาที่มีแต่สีเขียวของต้นไม้แน่นขนัด ตัววัดตั้งอยู่บนเนินเขา มีจุดเด่นสะดุดตาที่ต้องเห็นมาแต่ไกลได้แก่ องค์พระมหาศากยมุณีศรีสรรเพชร พระพุทธรูปสีขาวสะอาดขนาดใหญ่ หน้าตักกว้าง 20 เมตร สูง 38 เมตร บนเขาด้านในวัดยังมีรอยพระพุทธบาทที่มีการสร้างมณฑปครอบเอาไว้ ใกล้กันยังมีบ่อน้ำที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ว่ากันว่าถ้ามีผู้หญิงเผลอไปตักน้ำเมื่อไหร่ น้ำในบ่อจะแห้งเหือดทันตา แต่ถ้าผู้ชายเป็นฝ่ายตักก็จะมีน้ำปรากฏขึ้นมาอย่างไม่มีวันหมด สาวๆ คนไหนไปอย่าเผลอไปลองเข้านะ เดี๋ยวจะหาว่าเราไม่เตือน

 

20. เกาะวาเลนไทน์

เป็นเกาะน้อยๆ ในเขื่อนขนาดใหญ่อย่างเขื่อนภูมิพล เดิมมีชื่อว่าดอยลาน เพราะมีต้นลานขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ภายหลังโดนน้ำท่วมจากการทำเขื่อน จึงเหลือเป็นพื้นที่เกาะเล็กๆ ตั้งอยู่กลางน้ำ ที่มาของชื่อเกาะเกิดจากการมาทำกิจกรรมในวันวาเลนไทน์ของหน่วยงานราชการแห่งหนึ่ง ชาวบ้านจึงเรียกกันติดปากมาจนถึงทุกวันนี้ 555 เป็นที่มาของชื่อซึ่งอเมซิ่งที่สุดตั้งแต่เคยได้ยินมา ชอบอ่ะ! บริเวณรอบเกาะมีชายหาดทรายขาวที่ในยามน้ำลดจะมองเห็นถึงความสวยงามได้อย่างชัดเจน ปัจจุบันเกาะนี้เป็นจุดพักแรมยอดนิยมของคนที่มาล่องแพในเขื่อนภูมิพล เพราะสามารถจอดแพพักและลงเล่นน้ำได้ เดาว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่เชื่อได้ว่าหลายคนยังไม่รู้ว่ามี!

21. ดอยพุ่ยโค

ตั้งอยู่ที่บ้านอุมดาเหนือ ตำบลแม่คะตวน อำเภอสบเมย อยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 10 กิโลเมตร ได้ชื่อว่าเป็นดอยโรแมนติก เพราะมีลานกว้างด้านบนที่เปิดให้เห็นมุมมองจากจุดสูงสุดของดอยได้แบบ 360 องศา จึงเป็นดอยที่สามารถดูได้ทั้งทะเลหมอกในยามเช้า ที่ว่ากันว่าดูจากที่นี่น่ะแน่นๆ เน้นๆ เต็มๆ ตา แล้วยังดูพระอาทิตย์ขึ้นก็ได้ ดูพระอาทิตย์ตกก็ดี ปิดท้ายตรงที่การเดินทางก็ถือว่าไม่ยากนักเพราะสามารถขับรถโฟว์วีลขึ้นไปได้เกือบถึงยอดดอย แล้วเดินเท้าต่ออีกไม่ถึง 1 กิโลเมตรเท่านั้น จุดเด่นที่ทำให้สวยแปลกตาไปจากที่อื่นคือสะพานไม้ที่สร้างเอาไว้ให้เดินดูวิวรอบๆ ด้าน และต้นเดียวดาย ที่เป็นต้นไม้ใหญ่เพียงต้นเดียวในโซนนี้ ให้บรรยากาศที่โรแมนซ์ตามคำบอกเล่าจริงๆ ด้วย บริเวณยอดดอยเป็นพื้นหญ้าเรียบโล่งสามารถกางเต็นท์นอนชมดาวยามค่ำคืนได้สบาย แต่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรให้นะจ๊ะ ต้องพกมาเองทั้งหมดเด้อออ

บอกเลยว่าที่ยกมาบอกเล่าให้ทำความรู้จักกันพอหอมปากหอมคอนี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะจังหวัดตากยังมีที่เที่ยวทางธรรมชาติที่ซ่อนตัวอยู่อีกมากมาย รอให้ใครซักคนดั้นด้นไปค้นหาแล้วนำมาเปิดประเดิมให้โลกได้รู้จักกัน แล้วถ้าถึงวันนั้น ขอสัญญาเลยว่าเราจะรีบคว้าเอาที่เที่ยวเจ๋งๆ แห่งใหม่ในจังหวัดตากมาฝากคุณอีกอย่างแน่นอน ส่วนตอนนี้ … บ๊ายบายยย จะเก็บกระเป๋าไปขึ้นเขาที่ตากก่อนละเน้อออออออออ