หากใครที่เป็นนักท่องเที่ยวสายแอดเวนเจอร์ ชอบเดินป่าเดินเขา สัมผัสธรรมชาติ อีกหนึ่งที่เที่ยวที่เราอยากจะแนะนำ นอกเหนือจากพวกอุทยานแห่งชาติ หรือขึ้นดอย ไปปีนเขาที่อยู่ภาคเหนือ ก็คือ “เพชรบูรณ์” เป็นจังหวัดที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก สามารถขับรถไปได้ประมาณ 6-7 ชั่วโมง ตั้งอยู่ที่ภาคกลางตอนบนของประเทศไทย และอยู่ติดกับจังหวัดพิษณุโลก โดดเด่นที่เที่ยวแนวธรรมชาติ มีทั้งทุ่งแสลงหลวง เขาค้อ และที่เที่ยวเพชรบูรณ์อื่นๆ อีกมากมาย ถ้าเบื่อการเที่ยวแบบเดิมๆ อยากเปลี่ยนสไตล์ไปนอนเต้นท์ ชมวิวธรรมชาติ แนะนำว่าอย่ารอช้า ตามไปเที่ยวเพชรบูรณ์กับทริป 2 วัน 1 คืนกับเราได้เลย

การเดินทาง

สำหรับการเดินทางไปเที่ยวเพชรบูรณ์ สามารถเดินทางได้โดยรถยนต์ หรือว่ารถขนส่งสาธารณะ แต่ถ้าใครสะดวกขับรถ ก็สามารถขับรถมาได้จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางไปยังเพชรบูรณ์ประมาณ 6-7 ชั่วโมง มีระยะทางห่างประมาณ 300 กว่ากิโลเมตร ใครที่อยากเดินทางไปถึงเพชรบูรณ์แล้วเที่ยวต่อได้ทันที แนะนำให้ไปในช่วงเช้ามืด

จองที่พักเพชรบูรณ์ กับTraveloka 

 

DAY 1
พระตำหนักเขาค้อ

มาเที่ยวเขาค้อทั้งที แนะนำให้แวะมาเที่ยวที่ “พระตำหนักเขาค้อ” ซึ่งพระตำหนักแห่งนี้ได้ตั้งอยู่ในอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบุรี ตั้งอยู่บนเขาย่า ที่ถือว่าเป็นจุดที่สูงที่สุดในเขาค้อเลยก็ว่าได้ โดดเด่นเรื่องทัศนียภาพที่สวยงามเป็นอย่างมาก ใครที่แวะมาเที่ยวเพชรบูรณ์ บอกเลยว่าห้ามพลาดที่จะมาเยือนพระตำหนักเขาค้อแห่งนี้ สำหรับคนที่ไปจะสามารถอยู่ได้แต่ข้างนอกเท่านั้น เพราะด้านในจะปิด ไม่ให้เข้าไป แต่บอกเลยว่าถึงแม้จะได้มายืนดูวิวแค่ด้านนอกก็คุ้มแล้ว เนื่องจากที่พระตำหนักเขาค้อนี้ จะขึ้นชื่อเรื่องวิวทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นอย่างมาก

 

หรือถ้าหากใครยังไม่หนำใจ ก็สามารถปีนขึ้นเขาย่าไปชมวิวสวยๆ ได้อีกเช่นกัน สำหรับการมาเที่ยวที่พระตำหนักเขาค้อนี้ ถ้าหากใครขับรถมาจากกรุงเทพฯ ก็สามารถแวะมาเช็คอินกันก่อนได้ รับรองว่าจะได้ชมวิวสวยๆ ของเขาค้อกันจนเต็มอิ่มอย่างแน่นอน

 

ทุ่งแสลงหลวง

ถัดจากพระตำหนักเขาค้อไปอีกประมาณ 200 โล ก็จะถึงกับ “ทุ่งแสลงหลวง” เป็นที่เที่ยวเพชรบูรณ์ที่ใครหลายๆ คนชอบแวะไปเที่ยว และไปถ่ายรูป เพราะโลเคชั่นทุ่งแสลงหลวงสวยมากๆ จนได้รับการขนานนามให้เป็นทุ่งสะวันนาแห่งเมืองไทย โดดเด่นด้วยการเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่มากๆ ถึงขนาดได้เป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของไทยเลยทีเดียว มีขนาดครอบคลุมทั้ง 2 จังหวัดก็คือ จ.เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก

 

ความโดดเด่นของทุ่งแสลงหลวงก็คือจะมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี สามารถมาเที่ยวได้ในทุกฤดู ไม่ใช่แค่เฉพาะในฤดูหนาวเพียงเท่านั้น อีกทั้งพืชที่ขึ้นอยู่ในทุ่งแสลงหลวงจะเน้นเป็นต้นสน และเป็นทุ่งหญ้าที่โล่งกว้าง พร้อมกับมีดอกไม้ขึ้นสลับกัน เกิดเป็นวิวที่สวย และงดงาม ยิ่งถ้าใครมาเที่ยวทุ่งแสลงหลวงในช่วงฤดูฝน หรือฤดูหนาว ก็จะเห็นเป็นทะเลหมอกในยามเช้าสวยๆ อีกด้วย แนะนำว่าหากใครที่ไม่มีเวลา หรือแค่อยากแวะไปถ่ายรูป ก็สามารถแวะไปเที่ยวที่ทุ่งแสลงหลวงได้แบบวันเดย์ทริป หรือถ้าใครมีเวลา อยากชมวิวสวยๆ ในยามเช้าเคล้าทะเลหมอกก็แนะนำให้ไปนอนกางเต้นท์ค้างคืนได้เลย

 

น้ำตกศรีดิษฐ์

หลังจากที่อิ่มเอมใจไปกับวิวสวยๆ ของทุ่งสะวันนาเมืองไทย ทุ่งแสลงหลวงเรียบร้อยแล้ว ก็ไม่รอช้า มุ่งหน้าตรงไปยังที่เที่ยวเพชรบูรณ์แห่งถัดไปของเราทันที เพราะอยู่ไม่ไกลกันมากเท่าไหร่นักกับ “น้ำตกศรีดิษฐ์” เป็นน้ำตกที่มีชั้นเดียว ไม่ซับซ้อน เพราะน้ำไหลผ่านลงมาจากซอกหิน โดดเด่นด้วยความที่เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลลงมาตลอดทั้งปี จึงสามารถมาเที่ยวกันได้เรื่อยๆ แต่ถ้าใครมาในช่วงฤดูฝนก็อาจจะต้องระวังเรื่องน้ำที่ไหลเชี่ยวแรง แต่โดยรวมแล้วน้ำตกศรีดิษฐ์นี้ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำของเพชรบูรณ์ที่ไม่อยากให้พลาด หากใครมีโอกาส หรือมีเวลามากพอก็ลองแวะมาเที่ยวกันดู

 

ความโดดเด่นอีกหนึ่งอย่างของน้ำตกศรีดิษฐ์ก็คือได้ตั้งอยู่ในบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาค้อ จึงทำให้บริเวณนั้นเต็มไปด้วยความร่มรื่นของธรรมชาติที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่จริงเป็นจำนวนมาก เป็นน้ำตกที่บรรยากาศดี และเต็มไปด้วยสีเขียวของธรรมชาติ

 

ทุ่งกังหันลม

แลนด์มาร์คสุดท้ายของวันนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพชรบูรณ์แบบห้ามพลาดกับ “ทุ่งกังหันลม” สำหรับใครที่อยากเดินทางมาเที่ยวที่ทุ่งกังหันลมแห่งนี้ ก็ให้ขับรถมาทางเดียวกับหมู่บ้านเพชรดำ ทีเด็ดของการเดินทางมาทุ่งกังหันลม ไม่ใช่แค่การมาเจอจุดหมายปลายทางสวยๆ เท่านั้น เพราะระหว่างทางที่มาทุ่งกังหันลม คุณก็จะเจอกับวิวสวยงามสองข้างทางเต็มไปหมด

 

เมื่อคุณขับรถเข้าไปถึงทุ่งกันหันลม ก็จะต้องจอดรถไว้ด้านนอก เพราะห้ามนำรถเข้าไป ต้องเสียเงินค่าเข้าชมประมาณคนละ 40 บาท จะมีรถรางให้นั่งชมวิวโดยรอบทุ่งกังหันลม เหมาะกับคนที่ไม่อยากเดินให้เมื่อย ซึ่งรถรางก็จะแวะให้คุณได้ลงถ่ายรูปที่จุดถ่ายรูปสวยๆ อันที่จริงนักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวทุ่งกังหันลมได้ตลอดทั้งปี เพราะว่าเปิดให้เที่ยวกันได้ตลอด แต่ถ้าใครอยากได้รูปกับทุ่งดอกหญ้าสวยๆ ที่เป็นสีเหลืองทอง แนะนำให้มาเที่ยวทุ่งกังหันลมในช่วงฤดูหนาว

 

Day 2
จุดชมวิวเขาตะเคียนโงะ

เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการตื่นแต่เช้า เพราะจุดประสงค์ที่เราเดินทางมาเที่ยวเพชรบูรณ์ ก็เพราะอยากมาชมทะเลหมอกสวยๆ ตัดด้วยแสงสีทองของพระอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้น คิดได้ดังนั้นก็เลยไม่รอช้า ตื่นแต่เช้ามืดไปรอชมวิวสวยๆ ที่จุดชมวิวเขาตะเคียนโงะ สำหรับจุดชมวิวแห่งนี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่ขึ้นชื่อ และสวยมากที่สุดแห่งหนึ่งของเขาค้อ เป็นแลนด์มาร์คที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง สำหรับคนที่อยากมาเที่ยวแวะชมวิวที่เขาตะเคียนโงะ แนะนำให้มาแต่เช้า หรือถ้าหากใครที่อยากจะสัมผัสบรรยากาศความหนาวเย็น และเฝ้ารอทะเลหมอกสวยๆ ก็สามารถมากางเต้นท์นอนบนจุดชมวิวได้

 

วนอุทยานน้ำตกธารทิพย์

ระหว่างจากจุดชมวิวเขาตะเคียนโงะ เรามุ่งหน้าที่จะไปเที่ยวที่วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว แต่เห็นว่าทางที่ไป ก็แวะเที่ยวได้อีกสักที สำหรับที่เที่ยวเพชรบูรณ์ที่เราแวะเที่ยวก็คือ “วนอุทยานน้ำตกธารทิพย์” หรือที่ชาวเพชรบูรณ์เรียกกันว่า น้ำตกหมูบูด เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียง และเป็นอีกแลนด์มาร์คของจังหวัดเพชรบูรณ์ สำหรับน้ำตกธารทิพย์จะได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว และชาวเมืองเพชรบูรณ์ เนื่องจากเป็นน้ำตกชั้นเดียว มีน้ำไหลตลอดทั้งปี จึงสามารถมาเที่ยวกันได้ตลอด ความโดดเด่นก็คือความสวยงามของน้ำตก และธรรมชาติที่แสนร่มรื่น สำหรับน้ำตกแห่งนี้ก็สามารถลงเล่นน้ำได้ ไม่อันตรายมากนัก

 

วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว

ตั้งแต่เห็นรูปวัดพระธาตุผาซ่อนแก้วนี้จากในอินเตอร์เน็ต เราก็บอกตัวเองมาตลอดว่าสักวันจะต้องมาเที่ยวที่เพชรบูรณ์นี้ให้ได้ ซึ่งหากใครแวะมาเพชรบูรณ์เราขอแนะนำให้ปักหมุด “วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว” เอาไว้ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเพชรบูรณ์ที่อยากแนะนำให้มาเที่ยวกัน นอกจากจะเป็นวัดที่มีวิวสวยมากๆ แล้ว ที่วัดพระธาตุผาซ่อนแก้วนี้ยังเป็นที่ปฎิบัติธรรมของพระสงฆ์ และเปิดให้คนทั่วไปมาฝึกนั่งสมาธิ สงบกายใจ เป็นอีกหนึ่งวัดที่มีความสวยงามมาก สวยทั้งเจดีย์ พระพุทธรูป 5 พระองค์ ไปจนถึงวิวโดยรอบ

 

เรียกได้ว่าเป็นทริปที่มีทั้งความอิ่มเอม อิ่มอกอิ่มใจ และเต็มอิ่มไปกับธรรมชาติสวยๆ บอกเลยว่าถ้าใครเป็นนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ ชอบความสงบเงียบ อยากเห็นทะเลหมอกสวยๆ ให้เล็งวันหยุดเอาไว้ดีๆ แต่อันที่จริงๆ ถ้ามีเวลาแค่เสาร์ – อาทิตย์ ก็ให้ออกเดินทางมาเที่ยวเพชรบูรณ์ตั้งแต่เช้ามืดแบบเรา ก็จะเก็บที่เที่ยวได้เยอะหน่อย ใครเบื่อที่เที่ยวแบบทะเล ให้ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยวเพชรบูรณ์ดู แล้วจะหลงรักจนอยากมาซ้ำแน่นอน