Holiday is coming!! ในที่สุดก็มีวันได้คืนความสุขให้ตัวเอง พึ่งได้รู้ว่าการเที่ยวสำคัญกับชีวิตเรามากๆ ก็ตอนก้มหน้าก้มตาทำงานจนไม่มีเวลาคิดเรื่องเที่ยว อยากขึ้นเหนือปะทะหมอก แต่มีเวลาแค่ 3 วันเอง คงไม่พอ มีน้อยต้องใช้สอยอย่างคุ้มค่าแต่ยังไม่ทันคิดเลยว่าจะไปไหน แต่นี่เรื่องปกติมากกก เราจะตกลงกันได้ก่อนเดินทางไม่กี่ชั่วโมงทุกทริปเลยจ้า สรุปกันได้ตอน 4 ทุ่ม ซึ่งต้องออกเดินทางตอนตี 1 เป็นที่ๆ ได้ชื่อเป็น “ทุ่งหญ้าสะวันนาแห่งเมืองไทย” เราเคยพยายามจะไป แต่เฟลเพราะทางเข้ามีหลายทางมากและเราเข้าผิดทาง ไม่มีบุญได้เห็น รอบนี้ไม่ผิดแน่ แต้มบุญเยอะแล้ว ต้องไปแก้มือ จุดหมายคือทุ่งแสลงหลวง จ.เพชรบูรณ์ รถทัวร์ไม่ทันใจแว๊นไปเองเลยละกัน โคราช – เพชรบูรณ์ 119 กม.เอง จิ๊บจ๊อยยย..

 

กริ๊งๆ กริ๊ง! เสียงนาฬิกาปลุก แต่เราไม่ตื่น เพราะเรายังไม๊ได๊นอนนน เก็บของไม่เสร็จซะที เหลือบดูเวลาอีกทีก็จวนจะตี 1 รีบไปอาบน้ำแต่งตัว ใส่เสื้อขนเป็ดตัวพองเพราะหนาวมากกก ต้องบอกก่อนว่าเราไปช่วงต้นเดือนธันวา หนาวหน้าสั่นกำลังดี เป้ใบนึงไว้หน้ารถ อีกใบสะพายอยู่บนหลัง โอบเอวแฟน แล้วบิดเลยจ้า! เราเดินทางตัดผ่าน จ.ชัยภูมิ ซึ่งโคราช และชัยภูมินั้นนนน เป็นจังหวัดที่มีเนื้อที่กว้างใหญ่มากเวอร์ กว่าจะขับมอไซค์โต้ลมหนาวผ่านเขตโคราชก็ปากม่วงเลยทีเดียว ไม่มีอะไรมาขัดขวางการเดินทางของเราได้ บิดด้วยความเร็ว 60 กม./ชม. ชาตินี้ถึงแน่นอน ตอนนั้นเวลาตี 3 ตี 4 ถนนเงียบกริบ ไม่มีแสงไฟจากรถคันอื่น นอกจากไฟหน้ารถของเรา บวกอากาศหนาวเข้าไปก็อีก มีแค่เราและแสงดาว.. โคราชผ่านไป ชัยภูมิค่อยๆ ผ่านไปทีละอำเภออย่างเชื่องช้า แวะปั๊มเติมพลังกันเป็นระยะ เวลา 7.00 น. ไม่ไหวแล้วจ้า ง่วงนอนมากก หลับกลางอากาศจะตกรถก็หลายรอบ แวะศาลาริมทางก่อนได้มั้ย น้องของีบก่อนนนนน

 

4 โมงเย็นเราพาตัวเองไปถึง จ.เพชรบูรณ์จนได้ มายก้อดดด! เดินทางต่อต้องถึง อช. ค่ำแน่ๆ อันตรายและไม่รู้ทาง การพักในเมืองเพชรบูรณ์ไม่ได้อยู่ในแพลนของเรา ความอดนอนและลุยกันมาทั้งวันเลยต้องเปลี่ยนแพลนกันกะทันหัน แต่ไม่ได้กังวลเรื่องหาที่พักเลย เพราะเรามีแอปฯ Traveloka ติดไอโฟนกันอยู่แล้ว พักวันที่ไหน บริเวณไหน กี่คน กี่ห้อง จิ้มๆ ที่สำคัญแสดงราคาเท่าไหร่ก็จ่ายเท่านั้นเลยเด้อนางเด้อออ

จองที่พักเพชรบูรณ์ กับ Traveloka 

 

 

หลับหรือซ้อมตาย? ถึงที่พักภาพตัดไปเลยจ้า ตื่นอีกทีพระอาทิตย์แยงตูดแล้ววว รีบอาบน้ำเก็บของไปลุยกันต่อเลย ด้วยความลีลาเหมือนสายันต์ของเราสองคน ถึง อช.ทุ่งแสลงหลวง ตอนบ่าย 2 เลยจ้า แดดเปรี้ยงๆ ถึง อช. ก็ลงชื่อจ่ายค่าธรรมเนียมก่อน ที่นี่มีบ้านพักแต่ไม่ได้ถามราคาเพราะเรานอนเต็นท์ ที่นี่มีเต็นท์ให้เช่า พักได้ 2-5 คน ราคา 250-400 บาท ถ้าเอาเต็นท์มาเอง เสียแค่ค่าที่ ราคา 40บาท/คน/คืน ส่วนร้านอาหารใน อช. จะมีเฉพาะวันศุกร์ เสาร์อาทิตย์ แต่วันธรรมดาต้องเตรียมอาหารและน้ำดื่มมาเอง จักรยานก็มีให้เช่านะจ๊ะ

 

หาที่เหมาะๆ ตั้งแคมป์กัน หน้าเต็นท์เป็นทุ่งหญ้า ฟีลแบบทุ่งสะวันน่าในสารคดีที่ชอบดูเปี๊ยบเลย บ่ายๆ ได้ความร้อนแห้งแล้ง สวยแบบฝุ่นฟลุ้งๆ อยากเห็นตอนเช้าว่าจะเป็นยังไง ?

 

แต่ที่นี่ก็ไม่ได้มีแค่ทุ่งหญ้านะแกร อย่าเข้าใจผิด ยังมีอีกหลายที่นะ ช่วยกันกางเต็นท์จนเสร็จแล้วขับรถเล่นกันดีกว่า ถึงป้อมเลี้ยวซ้ายแล้วขับตามทางไปจ้า

 

ขับมานิดเดียวก็เจอดงดอกไม้สีขาวแวะถ่ายรูปกันให้แล้วไปต่อ

 

แต่จุดหมายแรกคือ “แก่งวังน้ำเย็น” ห่างจากจุดกางเต็นท์ 8 กม. ทางคอนกรีตแรกดีมาก

 

หลังจากนั้นก็สภาพเหมือน อุทยานแห่งชาติทั่วไป แต่ระหว่างทางคืออากาศดี ต้นไม้เขียวๆ

 

ยิ่งใกล้ทางเหลือแค่ดิน และบ่อจ้า มีทางแยกเข้าไปอีกประมาน 500 ม. ถึงแล้วจ้า

 

แก่งใหญ่แต่น้ำไม่ค่อยเยอะแล้ว แต่มีครอบครัวฮาร์ดคอร์ ไม่เกรงใจลิง ค่าง บ่าง ชะนี และเราเลย ถ่ายรูปคนละสองสามรูปแล้วหนีดีกว่า ลำไยยย!

 

ขับกลับออกมาทางเดิม จุดหมายต่อไปคือ “ทุ่งนางพญา” อีก 14 กม.

 

แต่ระหว่างทางจะมีจุดชมวิวสำหรับมาดูทะเลหมอก แวะแปปนึง ค่อยมาจอดอีกทีตอนมาดูพระอาทิตย์ตก

 

ทางก็ไม่ได้ง่าย ทั้งหลุม บ่อ ขึ้น-ลง เนิน หลังจะเป็นดินทรายร่วนๆ คนซ้อนตั้งมีสกิลการยกก้นและคนขับต้องตาดีและมีแขนที่แข็งแรง

 

ก่อนจะถึงทุ่งนางพญา มีจุดชมวิวทุ่งหญ้าสุดลูกหูลูกตา นี่มันแอฟริกาชัดๆ!!! ขาดแค่ยีราฟ สิงโตและม้าลายแค่นั้นนน

 

ถ่ายรูปจนสาสมใจแล้วไปต่อนี่ยังไม่ถึง จากนี้ไปจะเป็นถนนดินทราย สองข้างทางเป็นทุ่งหญ้า
มีต้นไม้เตี้ยๆ และต้นสนตลอดทาง ฟินมากกกกก

 

แต่ไม่เจอป้ายไปทุ่งนางพญา หาไม่เจอหรือเธอไม่มี ขับเรื่อยๆ จนในที่สุดเจอป้าย “ทุ่งนางพญา” เป็นป่าสน อากาศเย็นสบาย น่าตั้งแคมป์มาก แต่นอนที่นี่ 2 คนคงไม่เวิร์ค เดี๋ยวสิงโตลากไปกิน ฮ่าๆ

 

 

นั่งพักถ่ายรูปกันสักพักก็ต้องกลับเพราะพระอาทิตย์เริ่มจะตก

แสงสีทองสาดส่อง ลอดผ่านต้นหญ้า แต่อากาศกลับเย็นสบาย กำลังหลับตาพลิ้มสูดอากาศกลางทุ่งหญ้าทีทอง ทันใดนั้น สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

 

 

โครม!!!! แหกจ้าแหก เทกระจาดกันเลยทีเดียว ล้อลื่นทรายตกร่อง ดีที่ไม่เป็นไรมาก คนที่แว๊นมาเองต้องระมัดระวังนะ มีสติเด้อ

ที่สำคัญดูเวลาให้ดี ไม่ถึงแคมป์ก่อนมืดคงแย่แน่

 

 

ขากลับไม่ลืมที่จะแวะถ่ายรูปที่จุดชมวิว หมอกฟุ้งๆ เห็นเพียงภูเขาและต้นไม้จางๆ ตัดกับแสงอาทิตย์ที่กำลังจะบอกลาขอบฟ้า และนั่นคือสัญญาณว่า ควรกลับ!

รีบกลับไปต้มผักกาดและมาม่า อาหารหลักของเราเย็นนี้ ยิ่งดึกอากาศยิ่งหนาว บางคนมากลับครอบครัว บางคนมากับเพื่อน บรรยากาศดูครึกครื้น ออกไปเดินเล่นตากหมอก ดูดาว เก็บภาพบรรยากาศแล้วนอน พรุ่งนี้มีนัดกับหมอก กึ๊ดไนท์..

 

 

6 นาฬิกา ไอเย็นจากข้างนอกทำให้เต็นท์เต็มไปด้วยหยดน้ำ

ผึ่งเต็นท์แล้วไปถ่ายรูปที่สระน้ำเล็กๆ ห่างจากป้อมยามประมาน 50 ม. หมอกปุกปุยลอยเหนืออยู่บนผิวน้ำ กิ่งไม้แห้งโผล่พ้นน้ำซ่อนตัวในหมอก เห็นลางๆ เป็นโมเม้นท์ที่สวยมากกก

 

 

เหลือบไปเห็นเรือเทียบท่าอยู่ ไม่รอช้าที่จะกระโดดลงไปถ่ายรูปเก๋ๆ ไว้อวดทุกคน กับโก้โก้ร้อนคนละแก้ว รู้สึกดีกว่านี้ไม่มีแล้ว

พระอาทิตย์ลอยสูงขึ้นพร้อมกับหมอกที่ค่อยๆ หายตัวไป เหมือนเราเลย เราก็ต้องหายไปเก็บของแล้ว โหห ความสุขอันแสนสั้น เรียกว่าจุ๊ดจู๋เลยดีกว่า หมดเวลาสนุกแล้ว

 

รีบเก็บของ แล้วขึ้นรถ กลับสู่โหมดทำงาน

 

เป็นช่วงเวลาที่หดหู่และหิวมาก หาไรกินก่อนแล้วบิดกันยาวป๊ายยย ถึงโคราชอย่างสวัสดิภาพและหนาวมากตอน 3 ทุ่ม เที่ยวเสร็จเร็วเหมือนยังไม่ได้ไป Next station, The real world!!