มนุษย์เดินดินกินเงินเดือนอย่างเราๆ เวลามีจำกัด จะไปเที่ยวแต่ละทีก็ต้องเอาให้สุด ทั้งฟินสุด ครบสุด คุ้มค่าสุด และร่างต้องไม่พังด้วยเพราะต้องกลับมาลุยงานต่อทันที เราเลยมีทริปตะลุยเมืองสุราษฎร์ฯ มาฝาก ล็อกคิวช่วงหยุดยาวออกพรรษาไว้ได้เลย รับรองว่าทริปนี้คุณจะได้สนุกแบบไม่พลาด signature ของจังหวัดแม้สักที่

 

เริ่มต้นด้วยกดจองตั๋วเครื่องบินกับ Traveloka ปลายทางท่าอากาศยานสุราษฎร์ฯ อย่าลืมกดจองที่พักกับ Traveloka ด้วยล่ะ เพราะคืนแรกต้องนอนในอำเภอเมือง มีโรงแรมดีๆ ราคาสบายๆ ให้เลือกเยอะแยะ เช่น วังใต้ ไดมอนด์  เช็คอินเสร็จ ก็ได้เวลาเที่ยว… ไปที่ไหนบ้าง มาดูกัน

จองตั๋วเครื่องบินไปสุราษฏร์ธานี กับ Traveloka

จองที่พักสุราษฏร์ธานี กับ Traveloka

 

ชมพระธาตุไชยา เที่ยวประเพณีชักพระ

เลือกไฟล์ทเช้าข้าไว้ จะได้มีเวลาเกือบเต็มวันในการเที่ยว ที่แรกที่ควรไปคือ พระบรมธาตุไชยา ณ อำเภอไชยา เรียกแท็กซี่จากในเมืองคอยรับส่ง สะดวกมากมาย ไหว้พระแล้วค่อยแวะไปชิม “หอยขาว” หอยถิ่นที่มีที่สุราษฎร์ฯ เท่านั้น ตรงแหลมโพธิ์ไม่ไกลจากพระธาตุมีร้านขึ้นชื่ออยู่ 2 ร้าน

แล้วค่อยโฉบไปชมสวนโมกข์ จะแวะซื้อไข่เค็ม หน้าวัดก็มีให้เลือกหลายเจ้า พอ บ่ายแก่ค่อยนั่งรถกลับเข้าเมืองเพื่อชมประเพณีชักพระ

 

ประเพณีชักพระ เป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ตระการตาและยังเป็นงานบุญเก่าแก่ของชาวใต้ที่สืบทอดมาแต่ยุคศรีวิชัยโน่น งานจะจัดขึ้นในวันออกพรรษา โดยชาวสุราษฎร์ฯ จะอัญเชิญพระพุทธรูปประจำตำบลขึ้นประดิษฐานบน “พนมพระ” ซึ่งตั้งอยู่บนเรือหรือรถที่ตกแต่งอย่างอลังการ ถ้าเป็นชักพระบกจะมีเชือกขนาดใหญ่ผูกรถเป็น 2 สาย ให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวช่วยกันชักลากไปตามถนนรอบอำเภอเมือง

 

ส่วนชักพระน้ำจะใช้เรือยนต์ลากเรือล่องแม่น้ำตาปีในยามค่ำ พร้อมกับจัดแสดงแสงสีเสียง ปิดท้ายด้วยพลุไฟชุดใหญ่ สวยสุดๆ อีกประเพณีที่น่าสนใจในงานชักพระก็คือการทอดผ่าป่า จะเริ่มตั้งแต่ 1 นาฬิกาของวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 มีหน่วยงานรัฐและเอกชนร่วมจัด “พุ่มผ้าป่า” นับร้อยพุ่มจนถนนริมแม่น้ำตาปีสว่างไสวไปทั้งสาย ในงานยังมีบูธสินค้าโอทอปและอาหารพื้นบ้าน ตลาดนัดสินค้าราคาถูก สวนสนุกจากต่างประเทศ และการแสดงบนเวทีโดยศิลปินชื่อดัง เรียกว่ามางานเดียวได้ทำบุญกับวัดดังในสุราษฎร์ฯ ร่วมร้อยวัด แถมยังพุงกางโดยที่เป๋าตังค์ยังตุงอยู่

 

ชมทะเลหมอกที่มหัศจรรย์หินพัด

เช้ารุ่งขึ้นได้เวลาชมทะเลหมอก แฮ่….ไม่เชื่อล่ะซิ ว่าสุราษฎร์ฯ มีทะเลหมอกกะเขาด้วย แต่มีจริงๆ จ้า สวยไม่แพ้เมืองเหนือด้วย เราจะไปชมกันที่หินพัด ซึ่งเป็นหินขนาดใหญ่สูงกว่า 6 เมตร ตั้งตระหง่านอยู่ริมหน้าผาบนเขาแห่งหนึ่งในหมู่บ้านยวนสาว ตำบลท่าขนอน อำเภอคีรีรัฐนิคม ห่างจากอำเภอเมืองแค่ 55 กม. เดินทางสะดวกมากแค่ โทร.ไปจองทริปที่ อบต.ท่าขนอน รถก็มารับถึงหน้าโรงแรม… ดูภาพก็จะรู้ว่าความงามของทะเลหมอกที่หินพัดสามารถชาร์ตแบตเข้าหัวใจได้มากมาย พอสายหมอกสลายจึงค่อยหันมาชมหินพัด เชื่อว่าถ้าได้เห็นเต็มๆ ตาหลายคนต้องร้องว่า “…เฮ้ย! เป็นไปได้ไง” เหมือนเรา… เพราะมันค้านกฎแรงโน้มถ่วงของโลกสิ้นเชิง แถมฐานหินก็ไม่ได้เชื่อมติดกับหน้าผา บางส่วนมีช่องว่างสามารถมองทะลุไปอีกฝั่งด้วย แต่ทำม้ายยยย ทำไมไม่กลิ้งตกผาไป นี่ไงเล่าเขาถึงเรียกว่าหินมหัศจรรย์

 

ตะลุยถ้ำลึกลับ พึ่งพุงลอยแพในกุ้ยหลิน

จากหินพัด เราสามารถจ้างรถของ อบต.ท่าขนอนให้มาส่งที่ท่าเรืออ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภาในอำเภอบ้านตาขุน ซึ่งเป็นประตูสู่กุ้ยหลินเมืองไทย ความงามของที่นี่มีคนรีวิวไปเยอะแล้ว ทริปนี้จะเว้นไว้แล้วพาไปผจญภัยในถ้ำลึกลับกัน แต่คุณควรกดจองที่พักเรือนแพกับ Traveloka เสียก่อน จะเป็นแพ 500 ไร่ แพภูตะวัน แพภูผาวารีย์ ก็ดีทั้งนั้น แล้วค่อยเลือกทริปกับทางแพว่าจะไปผจญภัยในถ้ำน้ำทะลุ กระซิบว่าฝรั่งปลื้มถ้ำนี้มากกกกก หลายคนไปซ้ำแล้วซ้ำอีก

จองที่พักแพ 500 ไร่ กับ Traveloka

ถ้ำตั้งอยู่ในเขตหน่วยฯ โตนเตยซึ่งต้องเดินเท้าไปในผืนป่า หลายช่วงต้องลุยน้ำข้ามลำธาร สะใจขาแอดเวนเจอร์ แต่เมื่อเข้าไปในถ้ำยิ่งสะใจกว่าเพราะต้องล่องน้ำเชี่ยวในทางแคบเข้าไปในถ้ำที่มืดมิด โดยมีไกด์นำทางและมีเชือกให้เกาะตลอด ระหว่างทางมีสายน้ำทิ้งตัวจากหลืบผารดลงมาเป็นระยะด้วย… ในถ้ำมีหินงอกหินย้อยงามมาก และเมื่อเงยมองเพดานจะเห็นสีดำพรืดไปทั้งผืน อืมมม…ค้างคาว เป็นหมื่นตัวแน่นอน จากนั้นค่อยกลับมาชิลที่แพพัก จะเล่นน้ำหรือตกปลาก็ได้ แต่ที่ห้ามพลาดคือพายคายัคชมวิว พกเครื่องดื่มแก้กระหายไปสักกระป๋อง พายตอนใกล้ค่ำยิ่งฟิน เพราะแสงตะวันส๊วย สวยยยยย

 

”ฉันคิดไปเป็นชาวเกาะ มีชีวิตกลางแดดและคลื่นลม”

เช้าวันต่อมาต้องออกจากกุ้ยหลินเมืองไทยแต่เช้ามืด เพราะจะข้ามไปเป็นชาวเกาะแล้ว เย้ ! เดี๋ยวนี้มีบริการรถตู้รับส่งจากท่าเรือกุ้ยหลินไปท่าเรือเฟอร์รี่ด้วยราคาสมเหตุสมผล…แนะนำให้เลือกพักที่หาดเฉวงหรือละไมเพราะหาดสวยและเป็นศูนย์รวมแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร ผับเก๋ๆ แค่เข้าไปส่องที่พักใน Traveloka แล้วกดจอง สะดวกกว่าเป็นไหนๆ… พอโยนกระเป๋าเข้าห้องก็เปลี่ยนชุดเตรียมลุยเลย เพราะเราจะเข้าสู่ทริปดำน้ำ 3 เกาะที่จองไว้ล่วงหน้า

 

ทัวร์จะพาแวะจุดดำน้ำสุดฮิตทุกจุดในเขตหมู่เกาะอ่างทอง เกาะเต่า และเกาะนางยวน … OMG !!! ความงามของโลกใต้น้ำ 3 เกาะนี่สุดจริง ดำเพลินจนลืมความแสบหลัง เมื่อถึงที่พักตอนเกือบค่ำ เลยต้องหาของว่างรองท้องแล้วพุ่งไปสปา ก็ “สมุยสครับ” โปรแกรมสปา signature ของเกาะโด่งดังไปทั่วโลก แหม…สบายเนื้อตัวจริงคุณเอ๊ยยยย…จากนั้นค่อยมาละเลียดดินเนอร์ แล้วออกไปเดินช้อป ตบท้ายด้วยค็อกเทลละมุนลิ้นที่บาร์ริมทะเลอีก 3 แก้ว…โอ้วว หลับสบาย

 

วันสุดท้ายหลังเช็คเอ้าท์ เราขับรถเช่าตะเวนเที่ยววนไป สมุยเป็นเกาะใหญ่ก็จริงแต่มีถนนลาดยางโดยรอบ ใช้เวลาแป๊บเดียวก็เที่ยวทั่ว เริ่มจาก หินตา-หินยาย สัญลักษณ์ของเกาะ ต่อด้วยเจดีย์แหลมสอ ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ อ้อ..อย่าลืมกราบสรีระไม่เน่าเปื่อยของ “หลวงพ่อแดง” ที่อยู่ในวัดด้วยล่ะ จากนั้นตรงไปวัดสำเร็จ วัดนี้สร้างในยุคปลายกรุงศรีอยุธยา มาบูรณะใหม่ในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น สถาปัตยกรรมจึงมีความผสมผสานระหว่างไทยจีนอย่างลงตัว มาวัดนี้ต้องกราบ “พระศิลายวง” พระประธานในอุโบสถ อายุกว่า 300 ปี ในไทยมีพระพุทธรูปแบบนี้เพียง 4 องค์เท่านั้น แล้วแวะไปนมัสการ พระใหญ่ บนเกาะฟาน ป้ายสุดท้ายคือสนามบินสมุย ส่งรถคืนที่สนามบินเลย แล้วก็บินชิลๆ กลับกทม. ใครมีแผนจะไปสุราษฎร์ฯ ลองตามรอยทริปนี้ รับรองว่าฟินคุ้ม ร่างก็ไม่พังจ้า …