ระนองที่บอกว่าฝนแปดแดดสี่ เอาจริงก็ยังแพ้สุราษฯฝนสิบแปดแดดเป็นศูนย์ … “Suratthani in the rain : ))” เรียกได้ว่าเป็นทริปที่เปียกชุ่มฉ่ำแทบจะทั้งวันทั้งคืน ทริปที่แม้ว่าเจอแต่ฝน แต่เพราะฝนนี่ละ สร้างเสน่ห์ดึงดูดให้กับที่นี่ และครั้งนี้เราจะพาเพื่อนๆไปเที่ยวสถานที่ที่เราว่าสวยอีกที่นึงของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ นั้นก็คือ เขื่อนเชี่ยวหลาน จ.สุราษฎร์ธานี

 

001 : การเดินทางมาเขื่อนเชียวหลาน มีหลายวิธีมาก

  1. ฉบับวัยรุ่นใจร้อน เราขอแนะนำ
    – เครื่องบินจาก กทม-มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ใครยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกสายการบินอะไร หรือช่วงเวลาไหนดี เราแนะนำให้หาข้อมูลผ่านเว็บกลาง ส่วนมากที่เราใช้จะเป็น Traveloka เพราะชอบมีส่วนลด บ่อยๆ 555555

จองตั๋วเครื่องบินไปสุราษฎร์ธานี กับ Traveloka 

– หลังจากลงสนามบิน ก็หารถไปลงตลาดเกษตร 1 แล้วไปต่อรถตู้ที่ตลาดเกษตร 2 (หรือหาที่ไปลงตลาดเกษตร 2 ได้ก็จะสะดวกมากเลย)
– หลังจากนั้นก็ต่อรถตู้ไปที่เขื่อนได้เลย ราคา 200-250 / คน / เที่ยว

2. หรือฉบับ รถทัวร์ ไม่ก็รถไฟ อันนี้จะใช้เวลานานหน่อย แต่ใครไม่รีบหรือมีเวลา แนะนำรถไฟ เราว่าฟิลลิ่งดีมาก
– จากสถานีขนส่ง หรือสถานีรถไฟ ถ้าจะไปเขื่อนต่อ ลองหารถสองแถวแถวนั้น ละบอกว่า ไปท่ารถที่ไปเขื่อนรัชชประภา(อยู่ตรงตลาดเกษตร 2) ใช้เวลา 2 ชม.ในการเดินทางไปเขื่อน ส่วนค่ารถไปกลับก็ประมาณ

3. ส่วนฉบับที่สาม อึดทึกทน แต่สะดวก นั้นคือรถส่วนตัว ซึ่งเราใช้วิธีนี้ การเดินทางจากกรุงเทพฯ ก็ขับมาเรื่อยๆเลยไม่ต้องเข้าตัวเมืองจังหวัด ให้เลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 401 ระยะทางประมาณ 40 กม. ก่อนจะถึงจะมีป้ายใหญ่ๆของเขื่อนรัชชะประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) เป็นจุดสังเกตอยู่

 

002 : วิธีการจองที่พัก

เราจองผ่าน อุทยานโดยตรง และระบุไปว่าจะเลือกแพไหน และทริปนี้เราเลือก แพไกรสร ซึ่งอยู่ลึกสุดของเขื่อนเลย เพื่อนๆสามารถติดต่อได้ที่เบอร์นี้เลย 084 184 5805 ข้อดีของแพอยู่ไกลคือสงบ แต่ข้อเสียคือยิ่งไกล ค่าเรือยิ่งแพง แต่ยิ่งไปเยอะ ตัวหารก็ยิ่งถูก ยังไงเพื่อนๆลองปรึกษากับทาง จนท อุทยานกันอีกทีนะ

 

003 : เริ่มการเดินทาง จาก กทม มุ่งสู่ สุราษฯ

อย่างที่บอกการเดินทางมาสุราษฯเนี่ยมีหลายวิธีมาก เพื่อนๆเลือกได้ตามที่ตัวเองสะดวกเลย ส่วนรอบนี้เราหาสมาชิกทั้งหมด 10 คน ใช้รถส่วนตัวกัน 2 คัน และมุ่งหน้าสู่สุราษฯ
จาก กทม มา สุราษฯใช้เวลาแทบทั้งวัน เราเลือกหาที่พักในตัวเมือง และตอนเช้าก็เดินทางไปที่สันเขื่อนแทน

 

004 : แวะเที่ยวสันเขื่อนเชี่ยวหลาน

เราออกจากตัวเมืองสุราษฯ ตั้งแต่ตี 4 ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. ก็มาถึงสันเขื่อน บรรยากาศตอนเช้าคือดีมากกก มีหมอกอ่อนๆ แสงเช้าอุ่นๆ

 

บรรยากาศตอนเช้าของที่นี่ก็จะคึกหน่อยๆ คนมาออกกำลังกายตอนเช้ากันเยอะมาก

 

005 : เขาสามเกลอ

พวกเราใช้เวลาสักพัก ก็เดินทางไปที่ท่าเรือ ตรงแถวท่าเรือมีที่จอดรถสามารถฝากไว้ได้ ราคา 80 บาท คือเพื่อนเราดีลกับเรือไว้ประมาณ 9 โมงเช้า ขอแนะนำเลยว่าหาเสื้อกันฝนติดเอาไว้ และกระเป๋าที่สามารถกันน้ำได้เอาไว้เก็บของสำคัญ เพราะระหว่างนั่งเรือคือบางทีก็เจอฝนตกเฉยยยยยย

 

ระหว่างทางมุ่งหน้าสู่เขาสามเกลอ บรรยากาศดีมาก อาจเพราะฝนตกอยู่เรื่อยๆ ทำให้เราเจอหมอกอ่อนๆ บริเวณทิวเขาตลอดทางเลย ก็อย่างที่บอก บางทีฝนตกมันอาจจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายก็ได้นะ ถ้าแลกมากับวิวแบบนี้ ว่าม๊ะ : ))

 

และนี่คือคุณลุงคนขับเรือ และจะเป็นคนนอนอยู่บนแพกับเราตลอด 2 วัน 1 คืน

 

ขับมาสักพัก น่าจะประมาณ 40 นาทีได้ ก็ถึงจุดแลนมาร์คอีกจุดนั้นคือ เขาสามเกลอ จังหวะที่ไปคือ จะมีเรือต่อคิวกัน ถ่ายเสร็จก็ออกละไปต่อ

บอกเลยว่า บรรยากาศชิคคูลเหมาะแก่การหารูปเปลี่ยนโปรไฟล์แน่นอนน

 

 

006 : มุ่งหน้ากันสู่แพไกรสร แพที่อยู่ลึกที่สุดในเชี่ยวหลาน

ต้องบอกก่อนเลยว่าที่พวกเราเลือกที่แพไกสรคือ

  1. ตอนแรกอยากได้แพนางไพร แต่เต็มสะก่อน
  2. พอมาหาวิวหน้าที่พักดีๆ สรุปก็มาจบที่แพไกรสร
  3. ที่สำคัญราคาถูกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

และจากเขาสามเกลอใช้เวลาพักใหญ่ๆ ถือว่าเป็น ชม. ได้ เราก็มาถึงที่แพไกรสร

 

 

เดี๋ยวเราจะพามาดูบรรยากาศที่พักกันดีกว่า ที่พักวิวดี ราคาถูก เพราะแพนี้ราคาแค่ 400 บาทต่อห้องนอนได้ 2 คน (คุ้มมากกกก) แต่ห้องน้ำและอาบน้ำเป็นแบบรวมนะ

 

ตรงหลังคาเขียวๆ จะเป็นที่พักของพวกเรา เรามากัน 10 คน เลยเหมาะเลย 5 หลัง นอนติดๆกัน ส่วนด้านซ้ายจะเป็นที่กระโดดน้ำ ซึ่งตอนนี้อุทยานมีนโยบายงดการกระโดดน้ำทุกแพแล้ว เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

 

และนี่คือบรรยากาศที่นอน ไม่มีแอร์ มีพัดลม อากาศตอนกลางคืนเย็นสบายยยย

 

เปิดหน้าต่างหรือประตูห้อง วิวก็จะประมาณเนี่ย ตอนเช้าๆคือฟินมากกกก

 

007 : กิจกรรมหลักในวันฝนตก

พาชมที่พักแล้ว พามาชมกิจกรรมหลักๆของพวกเราดีกว่า
อย่างที่บอกคือ เราเจอฝนทั้งวัน แบบว่าฝนตกทุกๆ 5 นาที 555555 ดังนั้นกิจกรรมหลักเราก็คือ เล่นน้ำกลางสายฝน พายคายัคกลางสายฝน ลอยหัวยางกลางสายฝน รวมถึงนั่งเล่นกันกลางสายฝน 555555 แหม่ดูเล่าสะไม่น่าไปเลย แต่ๆๆๆๆๆเดี๋ยวก่อน เราว่าเพื่อนๆดูภาพตามและนึกถึงบรรยากาศกันก่อน อาจจะเปลี่ยนใจว่า ฉันไปแบบเจอฝนดีกว่าก็ได้นะ

 

ข้อดีของที่นี่คือ ส่วนมากคนที่มาพักจะเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งพวกเค้าก็จะนอนอ่านหนังสือที่แพกันเฉยๆ เลยเอาเป็นว่า พื้นที่ทั้งหมดแทบจะเป็นของพวกเรา

 

พายเรือกันไปมาๆ สรุป ฝนตกอีกแล้วจ้า 55555 ถามว่าหวั่นไหม ตอบเลยว่าไม่หวั่นแน่นอน ก็พายเล่นกันต่อไป

 

อย่าพึ่งเอะใจไปว่า จะเอาแต่พายเรือคายัคจริงๆหรอ เพราะเรามีนัดทริปไปน้ำตกกับคุณลุงกันตอน บ่ายโมง
คือตอนแรกเราจะขึ้นไปจุดชมวิวทาซาน แต่ว่าฝนตกทำให้เส้นทางปิด เลยเปลี่ยนเป็นมาเที่ยวน้ำตกกันแทน

 

008 : น้ำตกแปดเซียน บริหารขาชุ่มฉ่ำไปกับน้ำตก

จากที่แพใช้เวลาประมาณ 15 นาทีก็มาถึงน้ำตก น้ำตกนี้คือเราต้องเดินไต่หินขึ้นไปเรื่อยๆ ที่ทั้งสูงและเสียว และด้านบนรอบๆจะเป็นป่าศึกษาธรรมชาติ อันนี้เราแนะนำว่าถ้าอยากไปควรมีไกด์ดีกว่า ส่วนมากเราจะเจอแต่ชาวต่างชาติซะส่วนใหญ่

 

เราใช้เวลาอยู่น้ำตกนานพอสมควร คือกว่าจะเดินขึ้นไป และนั่งเล่นกันด้วยปาไปเกือบ 3 ชม.ได้

หน่ำใจกับน้ำตก เราก็กลับที่พักกันอีกครั้ง

 

009 : กลับมาเล่นน้ำพายคายัคกันอีกครั้ง

เอาจริงๆนะด้วยบรรยากาศรอบๆ ทำให้พวกเราสามารถเล่นน้ำได้แบบทั้งวี่ทั้งวัน ก่อนไปน้ำตก ก็เล่นน้ำ ไปน้ำตกก็เล่นน้ำ กลับจากน้ำตก ก็มาเล่นน้ำกันอีก

 

บรรยากาศรอบๆ และน้ำใสๆ ทำให้ไม่เบื่อเลยกับกิจกรรมเดิมๆ

ส่วนค่ำคืนนี้ เราก็นอนท่ามกลางเสียงสายฝน พร้อมกับกลิ่นฝนอ่อนๆ หลับไปพร้อมๆกับแอร์ของธรรมชาติ

 

010 : บ๊ายบ๊ายเชียวหลาน

เราตื่นเช้ามาพร้อมกับมื้อเช้าที่อร่อยมาก สมุมติใครมาแล้วไม่อยากนำอาหารมาปรุงเอง ที่แพมีบริการหัวละ 800 บาท รวมทั้งหมด 3 มื้อ ถ้ามื้อบ่ายกับเย็นจะจัดเต็มมาก มีทั้งปลาตัวใหญ่ๆ แกงส้ม หลากหลายเมนู ส่วนมื้อเช้าก็เป็นข้าวต้มอ่อนๆไป แต่ถ้าอยากได้อะไรเพิ่มสามารถเอ๊กตร้าเพิ่มเติมได้เลย

 

และแล้วก็ถึงเวลาโบกมือบ๊ายบ๊าย เชี่ยวหลาน เราออกจากเชี่ยวหลานประมาณ 9 โมงและถึงท่าเรือ 11 โมง หลังจากนั้นก็ดิ่งตรงกลับ กทม. กันเลย

 

011 : ค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ค่าที่พักในเมืองสุราษฯ 200 บาท (ห้องใหญ่ 10 คน 2,000 บาท)

ค่าเรือไปแพไกรสรคนละ 350 บาท  (เหมา 10 คน 3,500 บาท)

ค่าที่พักแพไกรสรคนละ 200 บาท (ห้องละ 400 บาท/2คน )

ค่าเรือไปน้ำตกแปดเซียนคนละ 100 บาท (เหมา 10 คน 1,000 บาท)

ค่าอาหารที่แพเหมา 3 มื้อคนละ 800 บาท

ค่าเข้าอุทยานคนละ 80 บาท

ค่าที่จอดรถ 15 บาท

ค่าน้ำมัน-แก๊ส 500 บาท

ค่าอาหารมื้ออื่นๆ 500 บาท

รวมทั้งหมดทริปนี้หมดไปประมาณ 3,000 บาท อื้อหื้อคุ้มมากกกกกกกกกก ><” แล้วพบกันใหม่ทริปหน้าน่ะ : ))

สามารถติดตามเรื่องราวการเดินทางของเราเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: https://www.facebook.com/LifeBraryjourney/
IG: https://www.instagram.com/lifebraryjourney/
Twitter: https://twitter.com/Wawowwy