วันนี้ Traveloka จะพาเพื่อนๆ ไปท่องแดนอีสานบุกที่เที่ยวศรีสะเกษ ซึ่งรับรองเลยว่าถ้าหากใครเป็นสายท่องเที่ยวตามรอยประวัติศาสตร์จะต้องถูกใจมากแน่นอน เพราะที่จังหวัดแห่งนี้เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจด้านประวัติศาสตร์เต็มไปหมด แถมยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม รอให้เพื่อนๆ ไปค้นพบอีกมากมายด้วย ยิ่งถ้าใครจะไปเที่ยวภายในสิ้นปีนี้ แล้วมีรายได้ต่อปีเกิน 150,000 บาท ถ้าไปเที่ยวศรีสะเกษก็สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีตามมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัดได้อีกด้วยนะ

 

การเดินทางไปเที่ยวศรีสะเกษนั้นก็สามารถไปได้หลายวิธี หากใครอยากจะขับรถไปก็สามารถขับไปได้แต่จะใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง ซึ่งวิธีที่ง่ายกว่านั้นก็คือการนั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ไปลงที่จังหวัดอุบลราชธานี จากนั้นสามารถเช่ารถเพื่อขับไปจังหวัดศรีสะเกษได้ ใช้เวลาประมาณไม่เกิน 1 ชั่วโมง 30 นาที เรื่องการจองตั๋วเครื่องบินนั้น เพื่อนๆ สามารถจองกับ Traveloka ได้เลย เนื่องจากราคาประหยัดกว่า ราคาแรกที่เห็นเท่ากับราคาสุดท้ายที่จ่ายจริง ไม่มีค่าธรรมเนียมตัดบัตรเพิ่มเติม (ตามรูปที่เราแคปมาให้ดูกัน) ซึ่งต่างกับเว็บไซต์สายการบินบางสายที่อาจมีการเก็บค่าตัดบัตรเครดิตเพิ่มเติมในภายหลัง แถมการจองกับ Traveloka ยังมีหลากหลายสายการบินให้เพื่อนๆ ได้เลือก ได้เปรียบเทียบราคากันอีกด้วย

จองตั๋วเครื่องบินไปอุบลราชธานี กับ Traveloka

หากได้ตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวศรีสะเกษพร้อมแล้ว ก็รีบถือตั๋วตาม Traveloka มาดูเลยดีกว่า ว่าไปศรีษะเกษ 3 วัน 2 คืนเนี่ย สามารถไปเที่ยวที่ไหนได้บ้าง แล้วจะใช้เวลาอย่างไรให้คุ้มสุดๆ

 

วันที่ 1

สถานที่เที่ยวศรีสะเกษที่แรกของทริปนี้ เราขอพาเพื่อนๆไปชมวิวกันบนหอคอยศรีลำดวนเฉลิมพระเกียรติ หอคอยชมวิวสูง 16 ชั้นที่ตั้งอยู่ในบริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ภายในนอกจากจะมีหอคอยชมวิวที่สามารถเห็นเมืองศรีสะเกษได้จากมุมสูงแล้วยังมีพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งจะมีนิทรรศการให้ความรู้ทั้งทางด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนในจังหวัดศรีสะเกษ นอกจากจะได้ไปเที่ยวชมวิวสวยๆ แล้ว ยังได้รับความรู้เกี่ยวกับจังหวัดศรีสะเกษอีกด้วย

 

ค่าเข้า : เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็กต่ำกว่า 100 ซม. และผู้สูงอายุและผู้พิการ ฟรี
วันและเวลาทำการ : วันเสาร์และวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 10.00 – 16.00 น.
ที่อยู่ : สวนเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา (เกาะห้วยน้ำคำ) ตำบลเมืองใต้ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ

เบอร์โทรศัพท์ : 045 620 211 – 3

 

ช่วงบ่ายขอพาเพื่อนๆ แวะไปที่วัดพระธาตุสุพรรณหงส์ ที่ห่างจากตัวเมืองออกไปประมาณ 10 กิโลเมตร แต่เป็นวัดที่ต้องแวะมาให้ได้ เพราะเป็นวัดมีพระอุโบสตั้งอยู่บนเรือสุพรรณหงส์จำลองที่ลอยอยู่กลางน้ำ บนพระอุโบสถแห่งนี้มีหลังคาทรงจัตุรมุข 3  ชั้น มียอดมณฑปที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุซึ่งวัดพระธาตุสุพรรณหงส์แห่งนี้ได้รับประทานจากสมเด็จพระสังฆราชฯ มีความสวยงามขึ้นชื่อจนใครหลายคนต่างก็ต้องแวะเพื่อมาให้เห็น ยิ่งช่วงเวลาเย็นๆ พระอาทิตย์ใกล้ตก จะยิ่งสวยมาก

ค่าเข้า : ฟรี
วันและเวลาทำการ : ทุกวัน ตั้งแต่ 5.00 – 18.00 น.
ที่อยู่ : บ้านหว้าน ตำบลน้ำคำ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ

เบอร์โทรศัพท์ : 086 873 3771

 

ที่พักศรีสะเกษของเราวันนี้คือโรงแรมแกลเลอรี่ ดีไซน์ ที่พักที่ดูหรูหราแต่ราคาแสนประหยัด แถมยังตั้งอยู่ใจกลางเมืองใกล้ที่เที่ยวศรีสะเกษหลากหลายที่ จะออกไปเที่ยวหรือจะหาอะไรกินช่วงที่พักก็ไม่ใช่เรื่องยาก การตกแต่งนั้นก็เรียกได้ว่าดูมีสไตล์ เน้นสีน้ำตาลเป็นหลักให้อารมณ์สบายๆ เข้ากับธรรมชาติ  ภายในห้องพักก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบพร้อม รับรองว่าไปเที่ยวเหนื่อยๆ กลับมา เข้าพักที่พักแห่งนี้แล้วนอนหลับสบาย มีแรงพร้อมไปเที่ยวต่อแน่นอน

ที่อยู่ : เลขที่ 1199 ถนนอุบล ตำบลเมืองใต้ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ
ราคาเริ่มต้น : 1,XXX บาท

จองที่พัก โรงแรมแกลเลอรี่ ดีไซน์ (ศรีสะเกษ) กับ Traveloka 

 

วันที่ 2

วันที่สองนี้เราจะขับรถออกไปเที่ยวนอกเมืองกันบ้าง โดยที่เที่ยวศรีสะเกษที่แรกที่เราจะไปแวะนั้นก็คือวัดป่ามหาเจดีย์แก้ว หรือวัดล้านขวด วัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2527 มีการใช้ขวดเป็นส่วนประกอบหลักทั้งบริเวณกำแพงซุ้ม ประตูโบสถ์ ศาลา กุฏิ เมรุ รวมไปถึงห้องน้ำ โดยใช้ขวดถึง 1,500,000 ขวดด้วยกัน ซึ่งการสร้างจากขวดนี้นอกจากจะประหยัดค่ากระเบื้อง ค่าสี เพราะได้นำขวดที่เป็นขยะมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ยังแอบมีแนวคิดแฝงอีกว่าเมื่อแสงแดดส่องลงมาบนขวดนั้นจะเกิดเป็นแสงสะท้อนเหมือนดั่งแสงธรรมนั่นเอง

ค่าเข้า : ฟรี
วันและเวลาทำการ : ทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 – 17.00 น.
ที่อยู่ : บ้านดอน หมู่ 2 ตำบลโนนสูง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ
เบอร์โทรศัพท์ : ททท.สำนักงานอุบลราชธานี 045 243 770

 

มาที่ไฮไลท์หลักของวันนี้ ซึ่งเราจะไปที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ที่เที่ยวศรีสะเกษยอดฮิตที่ไม่มาก็เหมือนมาไม่ถึงศรีสะเกษ ที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารแห่งนี้ตั้งอยู่แนวชายแดนไทย – กัมพูชา ภายในนั้นมีจุดท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย จุดแรกคือผามอสีแดง ซึ่งเป็นชมวิวบนหน้าผาสูงที่ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของอุทยานเขาพระวิหาร ซึ่งเพื่อนๆ สามารถมองเห็นวิวธรรมชาติอันสวยงามของฝั่งประเทศกัมพูชาได้ ซึ่งมีลักษณะเป็นป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง รวมถึงสามารถมองเห็นเขาพระวิหารได้อีกด้วย
จุดถัดมาคือภาพสลักนูนต่ำซึ่งอยู่ทางทิศใต้ผามออีแดงนั่นเอง ลักษณะเป็นภาพสลักเทพ 3 องค์ขนาดเท่าคนจริงบนผนังหินทรายใต้หน้าผา เป็นลักษณะศิลปะแบบเขมร คาดว่าสร้างไว้ตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 11 อาจเป็นภาพสลักที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย อีกหนึ่งจุดน่าสนใจคือปราสาทโดนตวล ปราสาทขอมโบราณขนาดเล็กที่อยู่ริมหน้าผา มีลักษณะสำคัญคือมีปรางค์รูปสี่เหลี่ยมก่อสร้างด้วยอิฐ มีซุ้มประตูศิลา และมีรูปสิงโตจำหลักอยู่บริเวณด้านหน้าปราสาท นอกจากนี้ยังมีเขื่นอห้วยขนุน สระตราว และน้ำตกขุนศรีที่สามารถแวะไปเที่ยวได้อีกด้วย

ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
วันและเวลาทำการ : ทุกวัน ตั้งแต่ 6.00 – 18.00 น.
ที่อยู่ : บ้านภูมิซรอล ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ
เบอร์โทรศัพท์ : 045 826 045

 

วันที่ 3

 วันสุดท้ายในจังหวัดศรีสะเกษ เราจะพาเพื่อนๆ ไปทัวร์ปราสาทขอมก่อนกลับกันซักหน่อย โดยปราสาทแห่งแรกนั้นเป็นปราสาทขอมโบราณ ลักษณะของปราสาทนั้นเป็นศิลปะร่วมแบคลัง – ปาปวน หาดูได้ยาก ตั้งอยู่ในวัดปราสาทพนาราม โดยที่ปราสาทแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้าตีมูรติ ทำให้มีผู้คนแวะเวียนมากราบไหว้สักการะอยู่เสมอ เพราะมีความเชื่อว่าใครที่เดือดร้อนเมื่อได้มาบนบานที่นี่ก็จะได้ทุกอย่างตามที่ต้องการ ยิ่งในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 คือในวันมาฆบูชา จะมีงานประเพณีไหว้พระธาตุอีกด้วย

ค่าเข้า : ฟรี
วันและเวลาทำการ : ทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 – 16.30 น.
ที่อยู่ : ท้องที่บ้านปราสาท ตำบลปราสาท อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 4451 4447

 

มาต่อกันที่ปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่ หรือปราสาทศรีพฤทเธศวร ปราสาทขอมขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดของจังหวัดศรีสะเกษ ที่นี่นั้นเป็นสถานที่ที่มีวัตถุโบราณถูกค้นพบจำนวนมาก เช่น ทับหลัง พระพิมพ์ดินเผา เทวรูป รวมไปถึงพระพุทธรูปโบราณ เชื่อว่าในอดีตนั้นสร้างเป็นเทวาลัยถวายแด่พระศิวะ แต่ได้มีการดัดแปลงมาเป็นวัดทางพุทธศาสนาในเวลาต่อมา ที่ปราสาทแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นจุดหมายในฝันของผู้ชื่นชอบปราสาทขอมโบราณเลยทีเดียว

ค่าเข้า : ฟรี
วันและเวลาทำการ : ทุกวัน ตั้งแต่ 6.00 – 18.00 น.
ที่อยู่ : วัดสระกำแพงใหญ่ บ้านกำแพงใหญ่ ตำบลสระกำแพงใหญ่ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ
เบอร์โทรศัพท์ : 045 691 519

 

ไปปราสาทสระกำแพงใหญ่กันแล้วต้องไปต่อที่ปราสาทสระกำแพงน้อย ในยุคสมัยอาณาจักรขอมโบราณนั้นที่แห่งนี้เคยเป็นอโรคยาศาลหรือโรงพยาบาล โดยอโรคยาศาลแห่งนี้นั้นมีการก่อสร้างด้วยความเร่งรีบใช้ศิลาแลงตัวปรางค์และวิหารก่อสร้างด้วยศิลาแลงแบบง่ายๆ บางส่วนก็มีการนำเอาของเก่าเช่นส่วนประกอบของปราสาทหินทรายจากอีกแห่งหนึ่งมาใช้ใหม่ บริเวณด้านหน้าปรางค์มีสระน้ำใหญ่ เรียกว่าสระอโนดาต ซึ่งปัจจุบันน้ำในสระนั้นมีการนำมาใช้ในการทำน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์เวลามีพิธีการสำคัญในจังหวัด

ค่าเข้า : ฟรี
วันและเวลาทำการ : ทุกวัน ตั้งแต่ 8.30 – 16.30 น.
ที่อยู่ : หมู่ 1 ถนนประดิษฐ์ประชาราษฎร์ ตำบลสระกำแพงใหญ่ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ
เบอร์โทรศัพท์ : 045 691 519

 

หลังจากเที่ยวกันจนเต็มอิ่มแล้วก็ได้เวลากลับบ้าน อย่าลืมเผื่อเวลาในการนั่งรถกลับไปที่อุบลราชธานีด้วยนะ หากใครยังพอมีเวลาว่างๆ อาจแวะไปเที่ยวอุบลด้วยก็ได้ มารอบเดียวได้เที่ยวถึงสองจังหวัดเลยทีเดียว ส่วนใครที่ตัดสินใจได้แล้วว่าจะไปเที่ยวศรีสะเกษ ก็รีบกดของตั๋วเครื่องบินและที่พักศรีสะเกษกันเลยดีกว่า ซึ่งสามารถจองผ่าน Traveloka เรามีที่พักให้เพื่อนๆ เลือกหลากหลาย

จองที่พักศรีสะเกษ กับ Traveloka