มา “กาญจนบุรี” นอกจากมาเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวดังๆ แล้ว การมาพักผ่อนสัก 2-3 คืน เพื่อรีสตาร์ทชาร์ตแบตให้กายใจตัวเอง ก็ดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่ดี ที่อาจทำให้คุณติดใจก็ได้นะ และถ้าหากมาถึงกาญจนบุรีแล้ว ที่พักที่หลายๆ คนนึกถึง ก็ต้องเป็นที่พักแบบแพติดริมน้ำ แต่ครั้งนี้ที่ทีมงาน Traveloka จะมาแนะนำที่พักติดริมน้ำแล้ว ที่นี่ยังเป็นที่พักแนวอีโครักษ์โลก ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา มีอากาศเย็นสบาย แบบธรรมชาติ ก็อยู่ได้ แฮปปี้มากเว่อร์ กับที่พักที่ชื่อว่า “ริเวอร์แคว จังเกิ้ลราฟท์” (River Kwai Jungle Rafts)

ริเวอร์แคว จังเกิ้ลราฟท์ เป็นที่พักสไตล์แพลอยน้ำ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง ซึ่งการมายังที่พัก ริเวอร์แคว จังเกิ้ลราฟท์ แห่งนี้ ก็ต้องมาต่อเรือหางยาว ที่ท่าเรือพุตะเคียนล่องแม่น้ำแควน้อยมาเรื่อยๆ ประมาณ 15-20 นาที จนถึงที่พัก เอาเป็นว่ามาที่นี่ คุณได้ตัดขาดจากโลกภายนอก พร้อมปล่อยตัวปล่อยใจไปกับสายน้ำแน่ๆ

เมื่อมาถึง คุณจะพบว่าที่นี่คือที่พักแบบแพ เรียงต่อกันหลายห้องมากๆ ซึ่งด้านในก็มีทั้งหมด 2 เตียง ซึ่งเป็นเตียงคู่และเตียงเดี่ยว มากับเพื่อนก็ได้ มากับครอบครัวก็ดีงามอย่างแน่นอน โดยราคาที่พักที่นี่ก็จะเป็นแบบ Half Board ซึ่งก็คือเป็นที่พักที่มีอาหารเช้าและเย็นไว้คอยบริการแล้ว และถึงแม้ที่นี่จะไม่มีแอร์ ไม่มีไฟ ไม่มีปลั๊ก บางจุดถึงขั้นไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ แต่รับรองเลยว่า คุณจะได้พักผ่อนแบบสบายๆ ไม่ต้องกลัวลำบาก เพราะที่นี่ก็มีตะเกียงไฟตั้งอยู่มากมายในตอนกลางคืน แถมอากาศก็เย็นสบายมากๆ เพียบพร้อมไปด้วยกิจกรรมท่ามกลางธรรมชาติอีกต่างหาก งานนี้แฮปปี้เว่อร์ จนลืมโลกโซเซียลไปเลย

มาเริ่มกันที่กิจกรรมหลักๆ ของที่นี่ ที่ใครมาพักผ่อนก็ต้องโดนกับการกระโดดน้ำและล่องแพ ซึ่งทางรีสอร์ทแห่งนี้ เค้าก็มีเสื้อชูชีพเอาไว้ให้ ให้ผู้ที่เข้ามาพักได้ใส่ และกระโดดน้ำเล่นจากแพห้องพักได้เลย หรือใครอยากล่องไปตามสายน้ำซะหน่อย ก็สามารถเช่าแพพร้อมคนพายได้ในราคา 1,800 บาท โดย 1 ลำ โดยสารได้ไม่เกิน 5 ท่าน นอกจากนี้ ก็มีเรือแคนูด้วยนะสำหรับคนอยากออกแรงเอง โดยมีค่าบริการ 1,000 บาทต่อลำ เห็นม่ะ แค่กิจกรรมโดดน้ำ ล่องแพ พายเรือ ก็สนุกได้ทั้งวันแล้ว

ในส่วนของกิจกรรมของผู้ที่รักสัตว์รักธรรมชาติ ที่ ริเวอร์แคว จังเกิ้ลราฟท์ เค้าก็มีบริการขี่ช้าง และให้คุณสัมผัสช้างอย่างใกล้ชิดด้วยการป้อนอาหารในตอนเช้าอีกด้วยนะ

หรือหลังจากทานอาหารเช้า พักผ่อนกันจนหนำใจแล้ว คุณก็สามารถไปสัมผัสความเป็นอยู่ของชาวมอญ ยังหมู่บ้านมอญที่สามารถเดินไปได้จากที่พัก โดยคุณสามารถขอแผนที่ได้จากที่พักเช่นกัน ทั้งนี้ ทางเดินไปยังหมู่บ้านมอญ ก็ยังมีเส้นทางที่ให้คุณเดินชมป่าเขาและธรรมชาติ ไปยังถ้ำพระมอญ และจุดชมวิว เพื่อมองทิวทัศน์จากมุมสูงได้อีกด้วย

เมื่อเดินชมหมู่บ้านมอญและเดินป่ากลับมายังที่พักเหนื่อย จะนอนต่อ กระโดดน้ำเล่นต่อก็ได้ แต่ทั้งนี้ ทางริเวอร์แคว จังเกิ้ลราฟท์ ก็ยังมีบริการนวดแผนไทยอีกด้วย โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 400 บาท เห็นมั้ยล่ะ ว่าถึงไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ แต่ก็มีอะไรให้ทำเยอะแยะเต็มไปหมด

พอตกดึกหลังจากรับประทานอาหารเย็นประมาณ สองทุ่ม ทางที่พักแห่งนี้ ก็ยังมีการแสดงรำมอญให้ผู้เข้าพักได้ชมกันเพลินๆ โดยแบ่งเป็นทั้งหมด 6 ช่วง ได้แก่ รำต้อนรับ รำมอญเด็ก รำเกี้ยวพา รำแสงเทียน สงกรานต์มอญ และรำขอบคุณ หรือใครจะเลือกไปนั่งชิลล์ๆ ที่บาร์ จิบเครื่องดื่มอย่างเบียร์หรือค็อกเทล ฟังเสียงธรรมชาติ ที่นี่ก็มีให้บริการเหมือนกัน เรียกว่า ริเวอร์แคว จังเกิ้ลราฟท์ ทำให้เราได้ผ่อนคลาย ลาจากโลกอินเทอร์เน็ตชั่วคราว ได้ใช้ชีวิตอยู่กับตัวเองและธรรมชาติอย่างแท้จริง

ปิดท้ายทริปกาญจนบุรี อิ่มเอมกันสุดๆ เมื่อได้มาพักผ่อนกันที่นี่ สำหรับใครที่กำลังมีแผนไปเที่ยวกาญนฯ หรือมองหาที่พักชิลๆ สำหรับการพักผ่อน สัมผัสประสบการณ์ที่ต่างจากเดิม ก็ลองเลือกมาพักที่ ริเวอร์แคว จังเกิ้ลราฟท์ กันดู และถ้ายิ่งจองผ่าน Traveloka รับรองเลยว่าคุณจะได้ราคาที่พัก ในราคาสุดคุ้มแน่นอน

เช็คราคาและจองที่พัก ริเวอร์แคว จังเกิ้ลราฟท์ คลิกที่นี่