เมื่อไหร่ที่ร่างกายต้องการทะเลแต่ไม่มีเวลาเหลือพอที่จะไปได้แบบหลายๆ วัน สัตหีบจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่โผล่เข้ามาในหัวเราเสมอเลยละ เพราะใกล้มาก เดินทางก็ง่าย ขับรถไปสองชั่วโมงก็ได้หายใจเอากลิ่นอายสดชื่นของลมทะเลเข้าปอดกันแล้ว ถือว่าตอบโจทย์คนรักสายลมและแสงแดดแบบสุดๆ เพราะไปได้ตลอดทั้งปี แถมไม่ต้องใช้งบเยอะแยะให้กลุ้มใจ จะไปเช้าเย็นกลับวันเดียวก็สบายมาก หรือถ้าใครอยู่ได้นานกว่านั้นนะ

 

แนะนำเลยว่าให้ใช้เวลาชิลล์ๆ ไปพักผ่อนทั้งกินทั้งเที่ยวทะเลสัตหีบกันให้ชื่นใจสักคืน มองหาที่พักราคาดีๆ จาก Traveloka ดูได้เลยนะ เราว่าทั้งราคาและคุณภาพคุ้มเชียว อ่ะ ได้เวลาไปดูกันแล้วละว่าทริปสัตหีบวันเดียวเที่ยวชิลล์ของเราน่ะ ใช้เวลาคุ้มค่าขนาดไหน 555

จองที่พักสัตหีบ กับ Traveloka 

 

เราเริ่มต้นทริปด้วยการเดินทางย้อนเวลาไปตะลุยโลกล้านปีกันที่หุบเขาไดโนเสาร์ในสวนนงนุช มาเดินตอนแดดยังไม่แรงมากนี่ถือว่าสบายเลยนะ ส่วนนี้เป็นส่วนที่ทางสวนนงนุชเค้าเพิ่งเปิดขึ้นมาเมื่อปีที่แล้วนี่เอง สองข้างทางมีรูปปั้นไดโนเสาร์สายพันธุ์ต่างๆ เพียบ เรียกได้ว่าสมจริงมากจนเราเดินอยู่นี่ต้องหันซ้ายหันขวา กลัวตัวใดตัวหนึ่งจะวิ่งมาชาร์จใส่เหมือนในหนังจูราสสิค ปาร์ค 5555 จินตนาการล้ำเหลือมะ เสร็จจากตรงโซนนี้ ถ้าใครเป็นคนที่รักต้นไม้ใบหญ้า เราแนะนำให้ไปเดินดูในส่วนสวนสวยๆ ของเค้าด้วยละ เพราะได้ข่าวว่าสวนของที่นี่เค้าเคยได้รับการโหวตให้เป็นสวนที่สวยติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกนะ อย่าพลาดเชียว ใครสนใจ

เค้าเปิดให้เข้าไปเที่ยวได้ตั้งแต่ 8.00 – 17.30 น. นะ เลือกเวลากันเอาเลย

 

ต่อจากสวนนงนุช เราแวะเที่ยวรับพลังดีๆ จากสถานที่ที่ถือว่าสร้างได้เป็นมงคลตามหลักฮวงจุ้ยอย่างวิหารเซียนกันก่อนสักหน่อย ที่นี่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจที่เราได้ยินชื่อมานานแต่ไม่เคยแวะมา ไหนๆ คราวนี้เรามาเที่ยวละแวกนี้แล้ว เลยขอโฉบเข้าไปดูสักหน่อย ซึ่งบอกเลยว่าเซอร์ไพร์สมาก ไม่คาดคิดว่าจะได้ดูรูปปั้นทหารที่ส่งตรงมาจากพิพิธภัณฑ์จิ๋นซีที่นี่ด้วยอ่ะ เพราะรัฐบาลจีนทำการส่งตรงจากสุสานของจักรพรรดิจิ๋นซีที่เมืองซีอานมาไว้ที่นี่ โดยมีหุ่นทหารตั้งแสดงอยู่ด้านในวิหาร 12 ชิ้น อันนี้คือเจ๋งมาก ยอมมม ส่วนอื่นๆ ก็มีการจัดแสดงงานศิลปะล้ำค่าจากเมืองจีนอีกเพียบ ว่ากันว่าประมาณมูลค่าไม่หวาดไม่ไหว ให้อารมณ์เหมือนได้มาเดินดูพิพิธภัณฑ์เลยนะ คือดีมาก อยากให้ทุกคนแวะมา

เข้าชมได้ตั้งแต่ 8.30 – 17.00 น. เลยนะ อย่าพลาดเชียว

 

แวะเติมพลังดีจากที่วิหารเซียนกันไปแล้ว ที่ต่อไปเราเลยมาแวะหาอะไรกินรองท้องเติมพลังกันที่ Swiss Sheep Farm ที่อยู่ใกล้ๆ กันกับสวนนงนุชนั่นละ ถึงแม้ว่าชื่อที่นี่จะดูอินเต้ออินเตอร์นะ แต่เค้ามีอาหารให้เราออเดอร์กันหลากหลาย ตั้งแต่ ส้มตำ แกงส้ม ยันสเต็กเลยจ้า อาหารว่างคาวหวานไปถึงจานหลักมีให้เลือกกินกันเพียบ ไม่ต้องกังวลเลยว่าจะไม่มีของกินที่ถูกใจ นอกจากไปแวะหาอะไรรองท้องแล้ว ที่นี่ยังมีสัตว์โลกมุ้งมิ้งทั้งหลายให้เราได้ไปแวะลูบหัวป้อนหญ้าเล่นกันแบบใสๆ หลังจากช่วงเช้าเราไประทึกใจกับไดโนเสาร์กันมาแล้ว ใครอยากแวะมาที่นี่ก็ไม่ยากเลยนะ อยู่ทางเดียวกับทางไปวัดเขาชีจรรย์นั่นแหละ

อ้อ เค้าเปิดตั้งแต่ 9.00 – 18.00 น. นะทุกคน

 

และแน่นอนว่า มาสัตหีบทั้งที เราต้องได้เห็นทะเลสิ จริงมั้ย? เราเลือกที่ที่อยู่ใกล้ๆ กับสวนนงนุชเช่นกัน เพราะขี้เกียจขับรถไกล เราเลยเลือกแวะไปหาดทรายแก้ว ซึ่งอยู่ในเขตโรงเรียนชุมพลทหารเรือ แต่จะอยู่คนละฝั่งถนนกับสวนนงนุชนะ ที่นี่ ถ้าเราไม่ได้จองที่พักเอาไว้ จะต้องจอดรถตรงทางเข้าแล้วนั่งสองแถวของทหารเรือต่อเข้าไป หลังจากนั่งรถเลาะเลียบริมผามาระยะหนึ่ง เราก็มาถึงชายหาดจ้า แม้จะมีความเสียวนิดหน่อยแต่บอกได้เลยว่าพอได้เห็นน้ำใส ทรายขาว เหมือนเราได้เดินทางไปเที่ยวทะเลไกลๆ ที่ไม่ใช่สัตหีบเลยละ การเดินทางที่ผ่านมาคือคุ้ม! ที่นี่มีที่ให้พักด้วยนะ แต่เราว่าที่พักบริเวณหาดอาจจะไม่ค่อยสะดวกสบายเท่าไหร่ แนะนำว่าถ้าใครต้องการความสบายสักนิด ให้จองที่พักข้างนอกเอาไว้ แล้วแค่แวะมาเที่ยวที่หาดนี้จะฟินกว่า เพราะเดินทางไม่ยากหรอก

ใครอยากโฉบมา ที่หาดนี้เปิดให้คนนอกเข้าได้ตั้งแต่ 6.00 – 18.oo น. นะ

 

เราปิดท้ายทริปวันเดียวเที่ยวสัตหีบกันที่ตลาดจีนโบราณซากแง้ว อันนี้อาจจะต้องขับรถเลยสัตหีบไปอีกนิดนะ แต่ขอบอกว่าชิลล์ดีเชียวละ ใครที่รักการเดินเที่ยวพวกตลาดโบราณน่าจะถูกใจ เพราะมีทั้งของกิน ของใช้ วางขายสองข้างทาง บางร้านพ่อค้าแม่ค้าก็แต่งตัวด้วยชุดจีนโบราณสร้างบรรยากาศไปอี๊กกกก ตลาดนี้เป็นชุมชนชาวจีนโบราณที่บ้านเรือนและตัวอาคารมีอายุเป็นร้อยปี แต่ที่นี่เปิดเฉพาะวันเสาร์เท่านั้นนะ

ตั้งแต่ 16.00 – 21.00 น. ใครมาตรงวันอย่าลืมแวะมาเดินเล่นกันน้า

 

หวังว่าที่เราพามาเที่ยวสัตหีบแบบฉบับคนเวลาน้อยในคราวนี้ คงมีหลายที่ที่ถูกใจกันบ้างแหละเนอะ แต่ถ้าใครเป็นสายชิลล์ อยากใช้เวลาดื่มด่ำบรรยากาศแต่ละที่นานขึ้นอีกสักนิดละก็ แนะนำให้นอนค้างสักคืนนะ จะนับว่าสบาย เพราะไม่ต้องรีบขับรถกลับอย่างเรา เอาเป็นว่าใครมีเวลาน้อยๆ แต่อยากพักผ่อนแบบได้ครบรส ไม่ว่าจะทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม ครบละไม่ว่าจะกินจะเที่ยว แนะนำเลยว่าสัตหีบคือตัวเลือกที่ดีสำหรับทุกคนเสมอ ลองมาดูเถอะ แล้วอาจจะติดใจเหมือนเราน้า