มนุษย์เงินเดือนอย่างเราได้เวลาไปพักผ่อน เพื่อชาร์จแบตให้เต็มที่ แล้วกลับมาสู่กับงาน
การเดินทางครั้งนี้เราสองคนเลือกไปชาร์จแบตที่หมู่บ้านเล็กเล็กแห่งหนึ่ง ในอำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช

 

“คีรีวง” หมู่บ้านเล็กเล็กท่ามกลางหุบเขามีลำธารไหลผ่านกลางหมู่บ้าน
และได้ขึ้นชื่อ ว่าเป็นหมู่บ้านที่มีอากาศดีที่สุดในประเทศไทย

 

หลังจากรู้แล้วว่าเราจะไปที่ไหนกัน ก็ถึงเวลาจองตั๋วเครื่องบินแล้วสิครับ…รออะไร
โดยเราใช้วิธีการจองตั๋วเครื่องบินไปนครศรีธรรมราชผ่านแอปฯ Traveloka
โดย Traveloka เป็นแอปฯที่เราใช้ในการจองตั๋วเครื่องบินทุกครั้งที่เราออกเดินทาง

 

 

เพราะมันทั้งจองง่าย รวดเร็ว แถมสะดวก และที่สำคัญเราสามารถหาตั๋วเครื่องบินราคาถูกถูกได้ในแอปฯ นี้
( สำหรับใครชอบเดินทางไปโหลดแอฟนี้ไว้ในมือถือท่านเถอะ คือมันดีมากครับ ไปโหลดเถอะ!!!) สำหรับทริปนี้เราจองตั๋วไป-กลับแค่คนละ 1,600 บาทครับ

เช้านี้เราเดินทางด้วยเครื่องบินของสายการบิน Thai Lion Air เครื่องออกจากท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง
ตอนแปดโมงครึ่งครับ (แนะนำให้เลือกไฟท์เช้าเช้านะครับ จะได้มีเวลาเที่ยวเยอะเยอะครับ) ใช้เวลาประมาณ 1ชั่วโมง

เครื่องก็ลงจอดที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช หลังจากลงเครื่องรับกระเป๋าเรียบร้อย
เราสองคนไม่รอช้า รีบออกมาหารถเข้าเมืองเพื่อไปหมู่บ้านคีรีวง ที่สนามบินมีรถเหมาอยู่ครับ
อยู่ตรงประตูทางออก สำหรับราคา เข้าเมือง 300 บาท ไปคีรีวง 600 บาท
เราเลือกไปลงแค่ในเมืองแล้วต่อสองแถวไปหมู่บ้านคีรีวงกันเอง

 

วันแรกที่คีรีวง

จากในเมืองนครศรีธรรมราชมาไม่ไกลมากประมาณครึ่งชั่วโมงเราก็ถึง
“หมู่บ้านคีรีวง” หมู่บ้านที่ได้ขึ้นชื่อว่าอากาศดีที่สุดในประเทศไทย
รถสองแถวค่อยค่อยวิ่งเข้าหมู่บ้าน สิ่งแรกที่เราสัมผัสได้คือบรรยากาศดีมาก
สองข้างทางถูกรอบล้อมด้วยภูเขาและต้นไม้สีเขียวเขียว

 

มีลำธารเล็กไหลผ่านหมู่บ้าน เห็นแล้วอยากลงเล่นน้ำเลย คือน้ำใสมาก และแล้วเราก็ถึงที่พักคีรีวง
เราพักกันที่ “คีรีวงริเวอร์วิว”
ลืมบอกไปเราอยู่ที่นี่ 2 วัน 2 คืน (ค่ารถสองแถวส่งถึงที่พักคนละ 40 บาทครับ)
สำหรับห้องที่เราพักเป็นห้องแอร์ราคาวันละ 1,500 บาท บรรยากาศหลังห้องดีมาก
แค่เปิดประตูออกมาก็จะได้ยินเสียงลำธารเบาเบา มันช่างเหมาะแก่การชาร์จแบตจริงจริง
ลำธารหน้ารีสอร์ทน้ำใสเห็นตัวปลา แถมเย็นสุดสุด

 

หลังจากพักเหนื่อยแล้ว ถึงเวลาออกสำรวจหมู่บ้านคีรีวงกันแล้วละครับ ที่แรก “วังปลา”

เส้นทางเดินไป”วังปลา” มีทุเรียนและมังคุดขายตลอดทาง
และระหว่างทางก็มีชาวบ้านขึ้นไปเก็บผลไม้ในสวน และลงมาตลอดสาย
เส้นทางค่อนข้างชัน มีป้ายบอกห้ามนักท่องเที่ยวเอารถเครื่องขับขึ้นเองโดยลำพังนะครับ
มันอันตราย!! เราเดินกันมาประมาณ 2 กิโลเมตรก็ถึงวังปลา

 

ที่เห็นเป็นสีดำในภาพนั้น เป็นปลานะครับ เยอะมาก สมกับเขาเรียกกันว่า “วังปลา”
ที่บรรยากาศดีมากแถมเงียบสงบมาก
ปล.วังปลาเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลครับ แนะนำให้ขออนุญาตเจ้าของพื้นที่ก่อนนะครับ

 

คุณยายเจ้าของบ้าน คุณยายแกน่ารักมาก ตอนที่เราไป แกกำลังกวนทุเรียนอยู่หอมเชียว (ทุเรียนที่คีรีวงเยอะมาก)

 

หนานหินท่าหา หน้ารีสอร์ท
หลังนั่งสูดบรรยากาศดีดีและเงียบสงบที่วังปลาเสร็จ ก็ถึงเวลาออกสำรวจหมู่บ้านคีรีวงกันต่อแล้ว
เนื่องจากที่นี่เป็นหมู่บ้านที่ค่อนข้างใหญ่เลย การสำรวจหมู่บ้านแนะนำในเช่าจักรยานหรือมอไซด์ครับ
แต่เราสองคนเลือกใช้บริการรถจักรยาน
สำหรับราคาเช่าจักรยาน 50 บาทต่อวัน เราเช่า 2 วัน 100 บาท พร้อมยังครับ
พร้อมแล้วไปออกสำรวจหมู่บ้านแห่งนี้ต่อกันเลย

 

ตลอดเส้นทางการปั่นจักรยานในหมู่บ้าน เราสามารถแวะเล่นน้ำจุดไหนก็ได้ บอกเลยน้ำที่นี่ใสและเย็นสบายมากมาก

 

ปั่นจักรยานจากรีสอร์ทมาประมาณ 2 กิโล ก็ถึงจุดที่เรียกได้ว่า
เป็นจุดแลนด์มาร์คของที่นี่ นั้นคือ “สะพานบ้านคีรีวง” พอถึงเท่านั้นละ
พี่ฝนก็แวะมาทักทายเราสองคนทันที เราสองคนไปหลบฝนกันใต้สะพาน
พอฝนหยุดตกเท่านั้นบรรยากาศก็กลับมาสดชื่นสุดๆ

เก็บภาพรัวรัวจ้า เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึงคีรีวง “สะพานบ้านคีรีวง”

 

บรรยากาศยามเย็นที่คีรีวงมันดีดีจริงจริง เก็บอากาศดีดีกลับกรุงได้ป่าวว!!!!

 

เราชอบภาพนนี้จัง ภาพที่เด็กเด็กแก้ผ้าเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน
เป็นภาพที่เราไม่เห็นมานานมาก หลังจากที่เราเข้ามาทำงานในเมืองใหญ่

 

วันแรกที่คีรีวง:เรารู้สึกว่าเวลาที่นี่เหมือนเดินช้ากว่าเวลาที่ในเมืองที่แสนจะวุ่นวาย
ทั้งทั้งที่เวลาของเราเท่ากัน เราไม่ต้องทำอะไรแข่งขันกับเวลา เราได้ใช้ชีวิตที่ไม่ต้องเร่งรีบ
ไม่ต้องถูกหัวหน้าถามว่าอันนี้ทำหรือยัง อันนั้นทำหรือยัง ทำแล้วจะเสร็จวันไหน
มันช่างต่างกันจริงๆ นี่ละ “วิถี สโลว์ไลฟ์”ที่แท้จริง

 

วันที่สองที่คีรีวง

เช้าวันที่สองที่คีรีวงตื่นเช้าเช้ามาสูดอากาศดีดี (เมื่อคืนนอนหลับสบายมาก)
วันนี้เป็นอีกวันที่เราสองคนจะมาใช้ชีวิตกันในหมู่บ้านแห่งนี้
เราสองคนยังมุ่งมั่นกะการปั่นจักรยานสำรวจหมู่บ้านแห่งนี้ วันนี้ฟ้าสดใส แดดแอบแรง แต่ไม่ร้อนมากนะ
อากาศเย็นสบายมันช่างเหมาะแก่การปั่นจักรยานสำรวจหมู่บ้านซะจริงๆ

 

เมื่อกองทัพต้องเดินด้วยท้อง มื้อเช้าของเรา เลยจัดข้าวเหนียวไก่ทอด
ตบท้ายด้วยน้องมังคุดสดสดจากสวนของชาวบ้าน ใครมาที่นี่อย่าลืมกินราชากับราชินีแห่งผลไม้
พี่ทุเรียน น้องมังคุดนะครับ อิ่มแล้วก็ถึงเวลาออกสำรวจหมู่บ้านคีรีวงต่อสิครับ

 

เก็บภาพสวยสวยกับแลนด์มาร์คของที่นี่ซะหน่อ “สะพานบ้านคีรีวง” วันนี้ฟ้าสดใสมาก

 

วิวสวยๆ ของหมู่บ้านคีรีวง

 

ที่นี่”หมู่บ้านคีรีวง” หมู่บ้านที่อากาศดีที่สุดในประเทศไทย

 

เอาเท้ามาแช่น้ำเย็นเย็นกันหน่อย บอกเลยน้ำใสและเย็นมากอยากเล่นน้ำแล้วนะ
หลังจากปั่นจักรยานสำรวจไปรอบรอบหมู่บ้านเกือบ 5 กิโล
กลับมารีสอร์ทเปลี่ยนชุดไปเล่นน้ำหน้ารีสอร์ทซะหน่อย

น้ำเย็นและใสมากครับ
หลังจากเล่นน้ำเสร็จ รีบอาบน้ำกินข้าวแล้วกลับมานอนฟังเสียงน้ำไหล
จากลำธารหลังบ้าน มันช่างเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจเสียจริงจริง
จบทริป 2 วัน 2 คืนที่คีรีวง บอกเลย อยากร้องดัง “..อยู่ต่อเลยได้ไหม…”
เราเช็คเอาท์ประมาณแปดโมงเช้า บ๊าย…บาย…. คีรีวง
ไว้มีโอกาสเราจะกลับมาเยือนอีกแน่นอน

 

ขากลับเราไม่ลืมที่จะแวะมานมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองนครศรีธรรมราช “วัดพระมหาธาตุ”

 

สรุปค่าใช้จ่ายของทริปนี้
-ค่าเครื่องบินที่เราจองผ่านแอพฯ Traveloka ไป-กลับแค่คนละ 1,600 บาท
-ค่าที่พักคืนละ 1,500 บาท
-ค่ารถจากสนามบิน-เข้าเมืองนครศรีธรรมราช-สนามบิน 600 บาท
-ค่าสองแถวเข้าเมือง-คีรีวง-เข้าเมือง 160 บาท
-ค่าเช่าจักรยานวันละ 50 บาท 2 วัน 100 บาท
-ค่ากินคนละประมาณ 1,200 บาท

รวมทั้งหมด = 5,160 บาท

ถึงแล้วดอนเมืองชาร์จแบตมาเต็มถึงเวลากลับไปทำงานหาเงินเที่ยวต่อแล้วสิครับ

 

สามารถติดต่อเพจของผมได้ตามนี้เลยครับ: https://www.facebook.com/tiewtampasamanunngerndeuan/