การทำงานที่แสนเหนื่อยล้า ทำให้ร่างกายเรียกร้องที่จะชาร์ตพลังกันบ้างเก็บกระเป๋า! ไปเขาใหญ่กัน ไม่ต้องไกลมาก และอากาศกำลังเย็นๆ พอดี… ไปให้ ‘เขา’ ชาร์ตแบตให้ ‘เรา’ ดีกว่า

 

พอเลือกสถานที่ได้ เราก็ต้องจองที่พักกันก่อนสำหรับโรงแรมเราเลือกไว้แล้ว “Dusit D2 เขาใหญ่” อย่ารีรอช้า เข้าแอพพิเคชั่น Traveloka ในมือถือ เลือกวันเดินทางแล้วจองกันเลย สะดวกสุดๆ

จองที่พัก Dusit D2 เขาใหญ่ กับ Traveloka

 

เจ็ดโมงเช้า..
เรากับเพื่อนทั้ง 4 คน ออกเดินทางจากเส้นพระราม 2 ด้วยรถส่วนตัว ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงนิดๆ เราก็ถึงเขาใหญ่
สถานที่แรกที่เราแวะก็คือ Yellow Submarine Coffee Tank

 

เพราะช่วงเช้าคนจะน้อย เราก็จะได้ถ่ายรูปฮิปๆแบบแทบจะไม่ติดคน แถมไม่ต้องเกร็งสายตากดดันจากคนที่รอถ่ายรูปมุมซิกเนเจอร์นี้

 

เดินไปที่เค้าท์เตอร์ สั่งเครื่องดื่มกันคนละแก้วฉีดคาเฟอีนเข้าสู่ร่างกายกันซะหน่อย พอให้ตื่นตัวสักนิด

– –

ส่วนตัวว่าเครื่องดื่มที่นี่รสชาติเข้มข้นกำลังดี ไม่หวานเกินไป ส่วนใครชื่นชอบมัทฉะเราขอแนะนำเมนู Hot Matcha Latte
ชาเขียวเข้มๆ ผสมกับนมอุ่น ละมุนต่อใจจริงๆ

เมื่อร่างกายพร้อมรบ เอ้ย! พร้อมเดินทางต่อ จุดหมายต่อไปห่างเพียง 400 เมตร The Birder’s Lodge ซึ่งมีบริการห้องพัก
พร้อมเตาปิ้งบาร์บีคิวสำหรับปาร์ตี้ยามค่ำคืน (สอบถามละเอียดก่อนจอง) และคาเฟ่ (ด้านหน้า) รวมเมนูทานกินเล่นไปจนถึงอิ่มท้องให้เลือกและเครื่องดื่มหลากหลาย

 

แต่ ณ จุดนี้ท้องเราไม่สามารถใส่อะไรเพิ่มเข้าไปได้ เลยขอมาเดินตลาดเล็กเล็กในโกดังแบบชิลล์ๆ แทน
ทั้งบูทขายผัก ผลไม้ออร์แกนิก แคคตัส (กระบองเพชร) พันธุ์ต่างๆ สามารถเลือกชม เลือกซื้อกลับบ้านกันตามสบาย

 

เราเลือกร้านอาหาร “เป็นลาว” สำหรับมื้อกลางวัน ที่จอดรถสะดวกและมากพอจะจอดได้จำนวนมาก
เพราะว่าอยู่ในพื้นที่เดียวกับ Scenical World ที่เป็นสวนน้ำและสวนสนุกแห่งใหม่ของเขาใหญ่
แต่ถึงจะได้จอดรถ ใช่ว่าเราจะได้คิวเข้าไปรับประทานทันที!

 

เราต้องทิ้งชื่อกับเบอร์โทร เพื่อรอพนักงานโทรตามอีกที ระหว่างนั้นเราสามารถเข้าไปเดินเล่นในสวนสนุกได้
อืมม แต่ละเครื่องเล่นนี่ดูน่าหวาดเสียวเหมือนกันนะ อาหารก็อร่อยสมกับที่เราคอยประมาณ 20 นาที

 

เมื่อเพื่อนต้องการ “Adventure” ทริปนี้ก็ไม่มีคำว่า “Slow life” อีกต่อไป
Scenical World ถูกแบ่งออกเป็นสองโซน คือ โซนสวนน้ำ และสวนสนุก
ซึ่งพวกเราเลือกเล่นฝั่งสวนสนุก! ราคาก็จะมีหลากหลายออกไป
ทั้งโปรต่างๆ ที่เหมารวมแบบไม่จำกัดครั้ง หรือจำกัดจำนวนครั้ง
แต่เลือกเล่นเฉพาะเครื่องที่สนใจ (สามารถเล่นเครื่องซ้ำได้)
และจ่ายแยกแต่ละเครื่องเล่นไปเลยโดยเสียแค่ค่าเข้าอย่างเดียวไปก่อน
ลองคำนวณจำนวนครั้งกับจำนวนเครื่องเล่นที่เราอยากสนุกก่อนซื้อตั๋วแล้วกันนะ

14.00 น. ได้เวลา Check In
เรามุ่งหน้าไปโรงแรม Dusit D2 Khao Yai อย่างไม่รีรอ
พนักงานต้อนรับเสิร์ฟ Welcome Drink เย็นๆ ให้ชื่นใจกันไปคนละแก้ว
และพอได้รับคีย์การ์ดเรียบร้อย พนังงานก็ขับรถกอล์ฟพาเราไปยังตึกของห้องพัก
ภายในห้อง จะมีเตรียมผลไม้ น้ำดื่มให้ 2 ขวด และชา กาแฟตรงเค้าท์เตอร์บาร์

 

เก็บของ อาบน้ำล้างตัวและพักเหนื่อยสักหน่อย
พอแดดเริ่มอ่อนลง พวกเราก็เปลี่ยนชุดมาอยู่ที่สระว่ายน้ำอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
ถ้าใครชื่นชอบออกกำลังกาย ที่นี่เค้าก็มีฟิตเนสบริการพร้อมห้องอบซาวน่า
หรือจะเลือกนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ก็แล้วแต่จะสะดวกแบบไหน…

 

พระอาทิตย์เริ่มตกดิน เราว่าเขาใหญ่มืดเร็ว
ถนนตอนกลางคืนก็ค่อนข้างมืดด้วย ใครที่วางแผนจะขับรถออกมาก็ควรกะเวลาสักหน่อย
แล้วก็ค่อยๆ ขับสักนิด (ไม่ควรขับเร็ว ที่สำคัญทางโค้งห้ามแซงเพราะอันตรายสุดๆ)

 

สำหรับดินเนอร์ค่ำคืนนี้ เราเลือกร้านอาหาร Midwinter Green Restaurant
(ระยะทาง 19 กิโลจาก Dusit D2 Khao Yai ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง)
บรรยากาศร้านดีมากเหมาะสำหรับนั่งชิลล์ ฟังดนตรีสดเพลินๆ

 

ที่สำคัญเราว่าอาหารที่นี่อร่อย ถูกปาก เอาไปเลย 5 ดาว
ถ้าให้เราแนะนำนะ เมนูที่เราชอบคือ สโมคแซลมอลแช่น้ำปลา สปาเกตตี้คาโบนาร่า
ซี่โครงหมูบาร์บีคิว ขาหมูเยอรมัน
(สำหรับรูปอาหาร เราถ่ายไม่ทันเพื่อนกินจริงๆ ต้องขอโทษด้วย เอาวิวโดยรวมมาฝากแทนเนอะ)

 

“Good morning” เช้าวันใหม่ เมื่อมาเที่ยว เราก็ต้องตื่นเช้ากว่าปกติ
สแตนด์บายเจ็ดโมงเช้าที่ห้องอาหาร Musi Grill (เวลาเปิด 6.30 – 10.00น.) และโชคดีที่โต๊ะโซฟาวิวซิกเนเจอร์ริมสระน้ำว่างซะด้วย
(แต่นั่งไปนั่งมาแดดมันก็จะส่องๆ หน่อย เอาน่า ตอนเช้าแดดยังพอมีวิตามินอยู่)

 

แล้วเราก็แยกย้ายกันไปตักอาหารมาถ่ายรูป เอ้ย! มารับประทาน อาหารเช้าที่นี่มีหลายสไตล์ให้เลือก
ทั้งเบรกฟาสท์สไตล์ฝรั่ง (ไข่ดาว ออมเล็ตต์ ไส้กรอก แฮม เบคอนคริปปี้ ขนมปัง ครัวซอง)

 

หรือจะสไตล์ไทยอย่างข้าวหอมมะลิหุงสุกและกับข้าวหลายเมนู (ข้าวต้ม น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋จุ่มนมข้นก็มีนะ)
สำหรับเครื่องดื่ม ก็มีน้ำผลไม้คั้นสดและกาแฟสดให้เลือก

 

กิจกรรมต่างๆ ทางโรงแรมก็มีให้เลือกอย่างปีนหน้าผา ขี่จักรยานรอบโรงแรม ให้อาหารเจ้าตัวเล็กปุกปุยอย่างกระต่าย
หรือใครอยากเล่นกับอัลปาก้า ก็สามารถเข้าไปถ่ายรูปเล่นและให้อาหารกันได้ (ขมนุ่มมากๆ น้องน่าร๊ากกกกกก ไม่ถือตัวเลย)

 

Time Flies! ได้เวลา Check Out แล้วเดินทางกลับกรุงเทพฯ กันละ!
นั่นหมายความว่า จบทริปเขาใหญ่กะเราเรียบร้อยแล้ว ไว้ไปชาร์ตแบตกันใหม่นะ ^^ ตอนนี้แบตเตอรี่ร่างกายเต็มแล้ว พร้อมกลับไปเคลียร์งานต่อ… เห็นมั้ย ? ว่ามีเวลาแค่ 1 คืนก็เที่ยวเขาใหญ่ได้ แถมเต็มอิ่มด้วย นอกจากนี้ถ้าใครอยากหาที่พักเขาใหญ่ราคาดีๆ
ก็เข้าไปเลือกดูกันได้ใน Traveloka เพราะมีให้เลือกเยอะแยะ แถมจองง่ายมาก ราคาก็ดีด้วย สุดท้ายในปีนี้ สวัสดีปีใหม่ 2018 นะทุกคน!

 

จองที่พักเขาใหญ่ กับ Traveloka