สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่
นั้นมีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน ไปทั้งปีก็เที่ยวไม่ครบ
แถมยังมีที่เที่ยวใหม่ๆขึ้นมาให้รู้จัก
และอยากไปจนต้องเพิ่มไว้ในลิสต์อยู่เรื่อยๆ
แต่จะมีอยู่บางที่ซึ่งไม่ว่าใครๆก็รู้จัก ไปกี่ครั้งก็ยังรู้สึกประทับใจ
นั่นก็คือ “ม่อนแจ่ม”

 

นับแค่ของเราเองไปม่อนแจ่มมาทั้งหมด 4 ครั้งแล้ว
แต่ละครั้งก็จะมีสิ่งแปลกใหม่เพิ่มขึ้นมาให้ได้เห็นเรื่อยๆเลยล่ะค่ะ
แต่ยังไม่เคยหาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับม่อนแจ่มเลยสักครั้ง
รู้แค่ว่ามีดอกไม้ มีมุมให้ถ่ายรูปสวยๆ
เป็นม่อนหรือภูเขาเล็กๆที่อากาศเย็นและไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่
สำหรับครั้งนี้จึงตั้งใจหาข้อมูลจริงจังกันสักหน่อย

 

“ม่อนแจ่ม” ตั้งอยู่ที่ หมู่ 7 ตำบล แม่แรม แม่ริม เชียงใหม่
อยู่บนสันเขาบริเวณหมู่บ้านม้งหนองหอย สูงจากระดับน้ำทะเล 1,350 เมตร
เดิมชาวบ้านจะเรียกบริเวณนี้ว่า “กิ่วเสือ” เป็นป่ารกร้าง
ต่อมาชาวบ้านได้เข้ามาทำการปลูกฝิ่น
จนกระทั่งโครงการหลวงเข้ามาซื้อพื้นที่
เข้าโครงการหลวงหนองหอย(ม่อนแจ่ม)

 

เมื่อเป็นพื้นที่ในส่วนหนึ่งของโครงการหลวงแล้ว
คุณแจ่ม แจ่มจรัส สุชีวะ หลานตาของ หม่อมเจ้า ภีศเดช รัชนี
ประทานมูลนิธิโครงการหลวงก็ได้เข้ามาพัฒนา
และปรับปรุงบริเวณม่อนแจ่ม ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว
ซึ่งปัจจุบันมีที่พัก ร้านอาหาร และร้านกาแฟ
ไว้รองรับนักท่องเที่ยวด้วยนะคะ

 

ยอดเขาทางทิศตะวันออกจะมีจุดชมวิว “ม่อนล่อง”
สามารถขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ของพื้นที่โครงการหลวง .
เป็นจุดชมทะเลหมอกที่สามารถมองออกไปได้อย่างกว้างไกล
มีพันธุ์ไม้และดอกไม้ป่า เส้นทางที่ขึ้นไปจะเป็นดินลูกรัง
จึงต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อขึ้นไป

 

ทางทิศใต้จะมองเห็นเป็นหมู่บ้านม้งหนองหอย
และพื้นที่โครงการหลวงหนองหอย(ม่อนแจ่ม)โดยรอบ
จะเป็นแปลงปลูกผักและวิจัยพืชผักเมืองหนาว
เช่น โรสแมรี่ มิ้น อาติโช๊ค และผลไม้อย่างเช่น องุ่น สตรอว์เบอร์รี่
พันธุ์พระราชทาน 80 รวมถึงผักต่างๆ เช่น มะเขือเทศดอยคำ

 

บนม่อนแจ่มจะมีร้านอาหาร และซุ้มริมม่อน
สำหรับนั่งรับประทานอาหารพร้อมๆ กับชมวิวสวยๆ
ยิ่งถ้ามาเช้าๆ ในช่วงปลายหน้าฝนไปจนถึงหน้าหนาว
อาจจะได้เห็นทะเลหมอกกันในบางวันด้วย
และแต่ละเมนูนั้นจะใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น
มาประกอบอาหารเป็นหลักค่ะ
เปิดให้บริการช่วงเดือน ส.ค. – ก.ย.
ในเวลา 09.00 – 19.00 น. และช่วงเดือน ต.ค. – ก.พ.
ในเวลา 09.00 – 21.00 น.

 

นอกจากนี้หลายๆคนคงจะรู้จักม่อนแจ่ม
ในนามของสนามที่ที่มีดอกไม้อยู่เต็มไปหมด
แต่ต้องขอบอกว่าที่นี่จะมีการปลูกพืชผักผลไม้
และดอกไม้สลับสับเปลี่ยนกันไปเรื่อยๆนะคะ
ช่วงที่ดอกไม้เยอะๆก็จะต้องเป็นช่วงฤดูฝน และฤดูหนาว
ถ้าช่วงที่มีสตรอว์เบอร์รีก็ต้องเป็นช่วง พ.ย. – ม.ค. นั่นเองค่ะ
ส่วนเรามาช่วงปลายๆหน้าฝนก่อนเข้าหน้าหนาว
ก็จะได้พบเห็นดอกไม้อยู่ประปราย

 

และไร่สตรอว์เบอร์รีที่ยังไม่มีผล
แต่ก็ยังพอมีผลไม้อื่นๆวางจำหน่ายไว้ให้เลือกซื้อติดไม้ติดมือกันด้วย
เช่น เคฟกู๊สเบอร์รี่ แอปเปิ้ลดอย ลูกพลับ

 

ส่วนบริเวณทางเข้าไปม่อนแจ่มนั้น
จะได้พบกับร้านค้าของชาวม้งเรียงอยู่ริมทางขึ้นไปเป็นสิบๆร้าน
จำหน่ายเสื้อผ้า เครื่องประดับ ของชาวม้งเป็นหลัก
และอาจมีสตรอว์เบอร์วางจำหน่ายในช่วงฤดูกาลอีกด้วย

 

และอีกกิจกรรมที่แนะนำให้ลองมาเล่น
คือ “ฟอร์มูล่าม้ง” หรือรถไม้ขับเคลื่อนสี่ล้อของชาวม้งนั่นเองค่ะ
จะนั่งเดี่ยวหรือนั่งคู่ก็สามารถเลือกได้
โดยมีราคาอยู่ที่ 50 บาท สำหรับนั่งคนเดียว และ 80 บาท สำหรับนั่งคู่

ม่อนแจ่มยังมีที่พัก เปิดให้บริการอยู่ด้านบน
ชื่อว่า แค้มปิ้ง รีสอร์ท ราคา 700 – 2,000 บาท
สามารถสอบถามรายละเอียดเพ่มเติมที่
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
ฝ่ายประชาสัมพันธ์โครงการหลวง
โทรฯ 053 810 765 ต่อ 108 / 081 806 3993

 

 

การเดินทางมายังม่อนแจ่ม
รถส่วนตัว

ใช้เส้นทางที่ขึ้นไปทางแม่ริม (ถนนหมายเลข 107) แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางสายแม่ริม-สะเมิง (เส้น 1096) และเลี้ยวขวาตามป้ายชี้ทางไปม่อนแจ่ม
โครงการหลวงหนองหอย (หมายเลข 4051) ระยะทางรวมประมาณ 40 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

 

รถโดยสารสาธารณะ
การเดินทางมายังม่อนแจ่มจะไม่มีรถสาธารณะประจำทาง
แต่สามารถเหมารถแดงหรือรถเหลืองจากตัวเมืองเชียงใหม่ได้
โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ราคาแล้วแต่ตกลง
หรือใช้บริการรถแท็กซี่จากสนามบินเชียงใหม่ก็ได้เช่นกัน

 

การเดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่ ในยุคนี้ก็แสนจะง่ายดาย วิธีที่แนะนำเลยคือ จองตั๋วเครื่องบินไปเชียงใหม่ผ่าน Traveloka.com
ราคาประหยัด ข้อมูลครบ เข้าใจง่าย แถมยังมีส่วนลดออกมาให้อยู่เรื่อยๆ สะดวก ง่าย สบายกระเป๋า

จองตั๋วเครื่องบินไปเชียงใหม่ กับ Traveloka คลิกคลิก

ส่วนการเดินทางในเชียงใหม่ ถ้าเน้นสะดวกสบาย
ก็ต้องเช่ารถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์เช่า
หรือถ้าใครขับขี่รถไม่เป็นก็ยังสามารถ
เช่าเหมาวันรถแดงจากในเมืองกันได้ด้วยนะคะ
(ถ้าใครอยากทราบแหล่งเช่ารถราคาไม่แพง
สอบถามหลังไมค์มาได้นะคะ ยินดีแนะนำให้ค่ะ)

 

อย่าลืมติดตามการเดินทางครั้งต่อๆไปของ GowithAmp กันด้วยนะค้า…
Website: www.gowithampth.com
Facebook: https://www.facebook.com/gowithamp