ใครๆ ก็อยากไปเชียงใหม่ ยิ่งลมหนาวพัดมาแบบนี้ ‘เชียงใหม่’
ก็ได้กลายเป็นอีกหนึ่ง Destination หลักของเหล่านักเดินทางไปซะแล้ว
สำหรับใครที่กำลังยังไม่เคยไปเชียงใหม่
หรือไปไม่บ่อย อาจจะคิดว่าการเที่ยวเชียงใหม่นั้นเป็นเรืื่องที่ยาก
เพราะในเชียงใหม่เอง
ก็มีที่เที่ยวหลายส่วนมากมาย ทั้งแบบในเมือง
แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ
รวมไปถึงการขึ้นเขาขึ้นดอยต่างๆ ก็มีให้เลือกเยอะแยะ
อย่างที่หลายๆ ได้กล่าวไว้ว่า ‘เชียงใหม่’
เป็นเมืองที่เที่ยวครั้งเดียวยังไงก็ไม่พอจริงๆ

 

สำหรับคนที่อยากเริ่มเที่ยวเชียงใหม่แบบง่ายๆ
หรืออยากจะสัมผัสได้ถึงวิถีชีวิต ประเพณี และวัฒนธรรมของคนเชียงใหม่
แนะนำให้เริ่มจากการเที่ยวในเมือง ซึ่งเอาจริงๆ แล้ว
ถึงแม้จะมาเที่ยวเชียงใหม่ และอยู่แต่ในเมืองเพียงอย่างเดียวก็เที่ยวได้อย่างไม่รู้เบื่อ
เพราะในเมืองเชียงใหม่เองก็มีหลายโซน
ที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป
เอาจริงๆ แค่จัดทริปมาตะลุยคาเฟ่ในเมืองเชียงใหม่เอง
ก็ใช้เวลาหลายวันแล้ว

 

ดังนั้นเมื่อมีเวลา ประกอบกับมีลมหนาวพัดมา เราจึงเลือกจะไปชิลที่เชียงใหม่
ภายในโจทย์ว่ามีเวลาที่เชียงใหม่แค่เพียง 48 ชั่วโมงเท่านั้น อ่านมาถึงตรงนี้
หลายๆ คนก็เริ่มจะสนใจแล้วใช่ไหมหล่ะ? ว่าถ้าจะเที่ยวแต่ในโซนเมืองเชียงใหม่เองจะมีอะไรบ้าง
แถมมีเวลาแค่ 48 ชม. หรือประมาณสองวัน
จะไปเที่ยวที่ไหนได้บ้าง ไปดูกันเลย!

 

————————————————————————-

 

การเดินทางไปเชียงใหม่ก็มีด้วยกันหลายวิธี ไม่จำเป็นที่จะต้องเดินทางเริ่มจากกรุงเทพฯ เพียงอย่างเดียว
แต่ที่สะดวกที่สุด แนะนำให้เดินทางโดยเครื่องบิน
โดยตั๋วเครื่องบินไปเชียงใหม่ก็สามารถจองได้ที่ Traveloka เพราะเป็นวิธีที่ง่าย
และสะดวกรวดเร็วมากที่สุด ที่เลิศที่สุดก็คือจะช่วยให้ได้ตั๋วในราคาที่ถูก
บางทีเคยหาได้ในราคา 2,000 กว่าบาทสำหรับตั๋วไป-กลับ

 

จองตั๋วเครื่องบินไปเชียงใหม่ กับ Traveloka คลิกที่นี่

 

นอกจากนั้นการเดินทางโดยรถประจำทางก็ได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อย
เพราะในปัจจุบันนี้ก็มีประเภทรถโดยสารให้เลือกอย่างหลากหลาย
ทั้งแบบ VIP รถนอนอย่างเดียว หรือว่าประเภท First Class ก็มีครบ
รถบางคันมีหนังให้เลือกดูกันเพลินๆ แต่ถ้าใครอยากจะสโลวไลฟ์
อยากมองวิวสวยๆ ข้างทาง แนะนำให้เลือกรถไฟ

จองตั๋วรถโดยสารประจำทาง: www.จองตั๋วรถทัวร์.com
จองตั๋วรถไฟ: www.thairailwayticket.com

 

*สำหรับคนที่นั่งรถโดยสารประจำทาง จุดหมายปลายทาง
เมื่อรถไปถึงเชียงใหม่แล้ว จะไปจอดที่อาเขต
แนะนำให้โบกรถแดง หรือรถสามล้อก็ได้ ให้ไปส่งยังที่พัก
หรือจุดหมายที่ต้องการ ในส่วนของสนามบินจะมีรถแดงผ่านอยู่ตลอด
หรือไม่ก็สามารถเรียก Grab ได้ ตอนนี้เชียงใหม่เองก็มี Grab ให้บริการแล้วนะ*

 

————————————————————————-

 

วันที่ 1

ในส่วนของทริปนี้ แน่นอนว่าเรามีเวลาไม่มาก ได้อยู่ในเมืองเชียงใหม่เองก็แค่ประมาณ 48 ชั่วโมงนิดๆ
เลยเลือกเดินทางโดยเครื่องบิน ซึ่งก็เลือกจองจาก Traveloka ได้ตั๋วมาราคาไม่แพง
เลยตัดสินใจกดจอง และจ่ายเงินอย่างรวดเร็ว
ด้วยความที่เราจะใช้เวลาอย่างคุ้มค่าที่สุด ก็เลยเลือกไฟลท์ที่เช้าที่สุด
บินประมาณ 7 โมง ไปถึงเชียงใหม่ เอากระเป๋าเสร็จ เริ่มเดินทางเข้าไปในเมืองก็ประมาณ 9 โมงพอดี ถือว่าประหยัดเวลาใช้ได้!

 

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราจึงเสิรช์ข้อมูลกันก่อนว่าม่ีร้านไหนบ้างที่น่าสนใจ
และเปิดประมาณ 9 โมง เพราะร้านกาแฟบางร้านก็เปิดสายมากกว่านั้น
ในที่สุด ด้วยความที่อยากกินอะไรเบาๆ และเห็นว่าร้านนี้กำลังฮิต มีแต่คนถ่ายรูปลงอินสตาแกรม เลยมาจบที่ ‘ร้านโกเผือกโกดํา’

 

ร้านโกเผือกโกดำ

แม้จะมาถึงร้านในช่วงเช้ามาก แต่ก็พบว่าคนมายืนออรอหน้าร้านแล้วมากมาย
ทีเด็ดของร้านนี้ก็คือจะมีเมนู ‘สังขยา 4 สี’ กินพร้อมขนมปังนุ่มๆ
แนะนำให้จิ้มสังขยากินพร้อมกันทั้ง 4 สี โดยแต่ละสีจะมีรสชาติ
และความหอมแตกต่างกันไป เมื่อกินพร้อมกันจะได้รสชาติที่นุ่มนวลมากๆ
นอกจากนั้นยังมีกาแฟดำ ชาเย็น ก๋วยจั๋บญวน ไข่กระทะ และข้าวต้ม
สำหรับคนที่อยากหาอะไรรองท้อง

 

พิกัด: โทรคมนาคม ซอย 4 เชียงใหม่ ช้างเผือก เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่
เวลาเปิด-ปิด: 08.00 – 12.00 น.

 

หลังจากหาอะไรรองท้องกันแล้ว ก็จะพาไปตะลุยสถานที่ท่องเที่ยวที่ต่อไป
เป็นพิพิธภัณฑ์นามว่า ‘MAIIAM Contemporary Art Museum’
อ่านว่าใหม่เอี่ยม พิพิธภัณฑ์ร่วมสมัย ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน
แต่ก็ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์
หลายคนจึงนิยมมาถ่ายรูปเช็คอิน

 

พิพิธภัณฑ์ MAIIAM Contemporary Art Museum

ใครชอบเสพงานศิลปะงานร่วมสมัยไม่ควรพลาดพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ตั้งแต่ที่ตำบลสันกำแพง
ถ้าหากว่าขับรถมาก็ใช้เวลาไม่นานจากย่านเมืองเก่า ภายในจะมีทั้งโซนขายของที่ระลึก ร้านกาแฟ ร้านอาหาร และส่วนที่จัดแสดงงาน
ความน่าสนใจก็คือจะมีงานที่มาจัดแสดงแตกต่างตามคอนเซ็ปท์กันออกไป
ใครที่สนใจงานแสดงในช่วงไหนก็สามารถติดตามกันได้

 

พิกัด: เลขที่ 122 หมู่ 7 ตำบลต้นเปา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่
เวลาเปิด-ปิด: ปิดทุกวันจันทร์ เปิดทุกวันพุธ – อาทิตย์ 10.00 – 18.00 น.

 

เนื่องจากกองทัพต้องเดินด้วยท้อง หลังจากชมพิพิธภัณฑ์เสร็จ
ก็เลยตัดสินใจกินข้าวกลางวัน ซึ่งมื้อแรกต้องขอจัดเต็มกันสักหน่อยด้วยเมนู ‘ข้าวซอย’ ซึ่งร้านข้าวซอยจริงๆ แล้วก็มีอยู่ทั่วเชียงใหม่
แล้วแต่ว่าใครจะสะดวกแถวไหน แต่ร้านข้าวซอยที่มาเชียงใหม่ทีไรก็ต้องแวะมากินทุกที ก็คือ ‘ข้าวซอยเสมอใจ’
หรือที่ใครหลายคนเรียกว่าข้าวซอยฟ้าฮ่าม เพราะตั้งอยู่ในซอยฟ้าฮ่ามนั่นเอง

 

หลังกินข้าวเสร็จ เลยตัดสินใจกันว่าบ่ายนี้จะขอไปตะลุยคาเฟ่กันสักหน่อย
เนื่องจากที่เชียงใหม่เองก็ขึ้นชื่อร้านกาแฟ หรือคาเฟ่ ที่นอกจากจะโดดเด่นที่การตกแต่งร้าน และคอนเซ็ปท์
เมนูกาแฟของแต่ละร้านก็จะมีรสชาติกาแฟที่แตกต่างกันออกไป
นับว่าเชียงใหม่เป็นอีกเมืองที่คอกาแฟต้องห้ามพลาด

 

Forest Baked

สิ่งที่ดึงดูดใจให้เรามาที่นี่ ก็เพราะว่าเมื่อดูจากรูป จะเห็นเป็นคาเฟ่ที่รายล้อมไปด้วยสีเขียวของธรรมชาติ
เหมือนเป็นร้านคาเฟ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าสมชื่อจริงๆ นอกจากความชิลแล้ว
ความโดดเด่นของคาเฟ่แห่งนี้ ก็คือจะมีเมนูเบเกอรี่ และเค้กให้เลือกมากมาย
เป็นเมนูที่ทางร้านทำเอง เวลาจะรับประทานก็คือต้องเดินเข้ามาหยิบไปจ่ายเงิน
เป็น Self Service ที่คุณจะต้องบริการตนเอง จะกินกี่ชิ้นก็หยิบเอาเองได้เลย
ถ้าเป็นไปได้เราก็อยากจะขอลองชิมทุกชิ้น เพราะมีหน้าตาน่ารับประทานจนเลือกไม่ถูก

 

พิกัด: 8 หน้าวัดเกต เมือง จ.เชียงใหม่
เวลาเปิด-ปิด: ปิดทุกวันจันทร์ และอังคาร เปิด พุธ – อาทิตย์ 10.30 – 17.00 น.

 

No.39 Cafe

มาต่อกันที่คาเฟ่แห่งที่ 2 ของวัน คาเฟ่แห่งนี้ี่ที่มา
เพราะอยากเสพบรรยากาศของความชิล
โดยที่จุดประสงค์ไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องเมนูของกิน และเครื่องดื่มแต่อย่างใด
แต่ก็ต้องยอมรับว่า เป็นคาเฟ่ที่ดีต่อใจมากๆ
ยิ่งถ้าหากมีเวลาก็อยากจะมานั่งมองแอ่งน้ำขนาดย่อม
มีวิวด้านหลังเป็นบ้านไม้ที่มีสไลดเดอร์บ่อยๆ
เป็นคาเฟ่เหมาะกับคนที่อยากนั่งพักสายตา หลบวิววุ่นวายที่คาเฟ่ชิคๆ ภายในเขตเมืองให้ไม่ได้
ที่สำคัญคือภายในวัดอุโมงค์ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เช่น วัดอุโมงค์ บ้านข้างวัด วัดร่ำเปิง เป็นต้น
เพราะฉะนั้นเข้ามาในซอยนี้ก็เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว

 

พิกัด: ซอย วัดอุโมงค์ หลังม.เชียงใหม่ ตำบล สุเทพ จ.เชียงใหม่
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน 09.30 – 19.00 น.

 

ที่พัก Hotel Yayee 

หลังจากที่เที่ยวมาสักพัก ก็ถึงเวลาที่ต้องเข้าเช็คอิน
สำหรับทริปนี้ได้เลือกที่พักเชียงใหม่ในย่านนิมมานเหมินท์ เพราะว่าเดินทางสะดวก
อีกทั้งแถวนิมมานเองก็มีร้านอาหาร คาเฟ่ ผับบาร์ และร้านของฝากมากมาย
โดยไม่จำเป็นต้องใช้รถก็ได้ อยากไปร้านไหน
ซอยไหนก็สามารถเดินไปได้
แต่จริงๆ ก็แล้วแต่คนชอบว่าจะเลือกนอนแถวไหน
เพราะในเชียงใหม่เองก็มีที่พักให้เลือกหลากหลายมากๆ

สำหรับทริปนี้เราเลือกนอนที่โรงแรมยาหยี ที่ตั้งอยู่ภายในซอยนิมมานเหมินท์ 17
ซึ่งเล็งไว้นานมากๆ แล้ว พอเช็คใน Traveloka เห็นโปรโมชั่นที่กำลังลดราคาพอดี แถมยังมีโปรโมชั่นโค้ด
ทำให้ได้มาในราคาที่คุ้มค่ามากๆ ก็เลยตัดสินใจว่าทริปนี้ฉันต้องนอนที่นี่ให้ได้
ที่สำคัญแล้วก็มีตัวเลือกในการตัดสินใจอีกอย่างคือ
ห้องพักที่นี่เป็นของคุณอนันดา ที่นอกจากจะเป็นหุ้นส่วนหนึ่งในนั้น
ก็ยังเป็นผู้ออกแบบห้องพัก และคอนเซ็ปท์ทั้งหมดด้วย
เพราะฉะนั้นแฟนคลับอย่างเราก็ไม่รอช้า กดจองทันที!
หลังจากเช็คห้องว่างเรียบร้อย ก็ได้นอนที่นี่สมใจ

 

จองที่พัก Hotel Yayee กับ Traveloka คลิกที่นี่ 

 

 

สังเกตว่าการตกแต่งจะเน้นใช้เฟอร์นิเจอร์ และของประดับที่เป็นของเก่า
ของสะสม ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ถึงแม้ว่าจะเป็นที่พักจะมีกลิ่นอายของความเป็นลอฟท์
แต่ก็ยังแทรกความเป็นเชียงใหม่เข้าไปในทุกส่วนสัด
ดีไซน์ทุกอย่างถูกผสมผสานเข้ากันอย่างลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ

 

พิกัด: ซอยนิมมานเหมินท์ 17 ตำบล สุเทพ เมือง จ.เชียงใหม่
ราคาเริ่มต้น: 2,xxx บาทต่อคืน

 

ถนนคนเดินวันอาทิตย์

หลังจากเช็คอิน ทำธุระปะปังอะไรเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ก็ถึงเวลาช่วงเย็น ที่ทุกคนตกลงกันว่าคืนนี้จะไปเดินเล่นที่ ‘ถนนคนเดิน’
ซึ่งก็โชคดีมาก เพราะวันที่เราเดินทางมา นั้นเป็นวันอาทิตย์
ที่จะเป็นวันที่มีถนนคนเดิน โดยถนนคนเดินจะถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันอาทิตย์มาเป็นเวลานาน
เพราะฉะนั้นถ้าใครอยากมาถนนคนเดิน แนะนำให้เลือกมาวันอาทิตย์
ภายในถนนคนเดินก็จะมีของกิน ของที่ระลึก และของพื้นเมืองให้เลือกซื้อมากมาย

เวลาเปิด-ปิด: ตั้งแต่ 5 โมงเย็นไปจนถึงเวลา 4 ทุ่ม

 

วันที่ 2 

ย่างเข้ามาวันที่ 2 เวลาเหลือที่จะอยู่ในเชียงใหม่ก็น้อยลงไปทุกที
ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าเศร้า แต่อยู่ๆ ความเศร้าก็หายไปหลังจากที่อาหารเช้าของโรงแรมถูกนำมาเสิร์ฟ
จริงๆ แล้วอาหารเช้าที่โฮเทลยาหยี มีให้เลือกมากถึง 3 เซ็ตด้วยกัน
ที่สำคัญคือในช่วงที่เราไป จะมีเมนูพิเศษสำหรับสายเฮลท์ตี้มาให้เลือกด้วย
ซึ่งพวกเราก็ไม่รอช้า เลือกไปคนละอย่างสองอย่าง
จนได้ลองชิมของแต่ละคนจนครบทุกเมนู เห็นเซ็ตสวยๆ อย่างนี้ แต่ก็เล่นเอาจุกอยู่เหมือนกัน

 

พอกินมื้อเช้าเสร็จ อาการอยากกาแฟก็ตามมา
จนต้องทำให้ขอเดินไปหาคาเฟ่สักแห่ง เพื่อเติมคาเฟอีนกันสักหน่อยสำหรับเช้าวันนี้

 

ร้าน Baristro by Barista

จากซอยนิมานเหมินท์ 17 เดินมาไม่ใกล้ไม่ไกลก็มาเจอกับซอยนิมมานเหมินท์ 9
ก็จะเจอกับร้านกาแฟที่โดดเด่นด้วยสีขาวสะดุดตามากๆ
พอได้แวะเข้าไปจึงได้รู้ว่าร้านแห่งนี้คือ ‘Baristro by Barista’ ที่เป็นทั้งคาเฟ่ และที่พัก
โดยใช้สีขาวเป็นคอนเซ็ปท์หลัก ความโดดเด่นก็คือเมนูกาแฟที่ใช้น้ำมะพร้าวแทนน้ำตาล
ซึ่งจะทำให้ได้กาแฟรสชาติหอมหวานไม่เหมือนใคร รวมถึงกาแฟไนโตร
สำหรับคนที่ชอบกาแฟสไตล์ Cold Brew ใครที่อยากลองก็แวะมาชิมกันได้

 

พิกัด: ซอยนิมมานเหมินท์ 9 ตำบล สุเทพ เมือง จ.เชียงใหม่
เวลาเปิด – ปิด: 08.00 – 19.00 น.

 

สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

หลังจากกินข้าวให้อิ่มท้อง และแวะจิบกาแฟสำหรับยามเช้ากันไปแล้ว
ล้อก็หมุนอีกครั้ง พร้อมออกเดินทางไปยังสวนพฤกษศาสตร์ที่ตั้งอยู่ใน อำเภอ แม่ริม
ใช้เวลาเดินทางไม่นาน ประมาณ 15-20 นาที
นอกจากสถานที่แห่งนี้จะมีพืชพรรณธรรมชาติให้ศึกษามากมาย
ยังเหมาะกับการเป็นสถานที่สำหรับถ่ายรูป เพราะว่ามีมุมสวยๆ เพียบ
ภายในจะเนื้อที่ประมาณ 3,500 ไร่ ซึ่งถือว่ากว้างมาก
ใครที่ชอบเที่ยวแนวธรรมชาติ บอกเลยว่ไม่ควรพลาด
ถ้าหากใครจะไป แนะนำให้เผื่อเวลาสักหน่อย เพราะสวนแห่งนี้ปิดค่อนข้างเร็ว ปิดประมาณ 5 โมงเย็น

 

พิกัด: 100 ซอย หมู่ 1ซอย 9 อำเภอ แม่ริม จ. เชียงใหม่
เวลาเปิด – ปิด: เปิดทุกวัน 08.30 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ราคา 40 บาท / นักเรียน และนักศึกษา 20 บาท / รถยนต์ 4 ล้อ คันละ 100 บาท และรถบัสคันละ 200 บาท

 

ทองมา สตูดิโอ (Thongma Studio)

ก่อนจะกลับเข้าไปในเมืองก็ขอแวะคาเฟ่กันอีกสักเล็กน้อย
ซึ่งคาเฟ่แห่งนี้ชื่อว่า ‘ทองมา สตูดิโอ’ ตั้งอยู่ที่แม่ริมนี่เอง
เป็นร้านกาแฟที่แต่เดิมทีเป็นสตูดิโอเก็บงานศิลปะ ที่จะเน้นงานปั้น
ภายในนั้นจึงมีพื้นที่บริเวณเยอะ รายล้อมไปด้วยต้นไม้ที่เป็นธรรมชาติมากๆ
ใครที่กำลังมองหาสถานที่ถ่ายรูปสวยๆ ก็ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง
เป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน แต่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม
ซึ่งสำหรับคนที่อยู่ในวงการศิลปะก็อาจจะรู้จักสตูดิโอแห่งนี้ดี ตั้งแต่ก่อนจะผันตัวมาเป็นคาเฟ่แล้ว

 

พิกัด: ถนนสายแม่ริม-สะเมิง อำเภอ แม่ริม จ.เชียงใหม่
เวลาเปิด – ปิด: 10.00 – 17.00 น. ปิดทุกวันพุธ

 

ต๋องเต็มโต๊ะ

เนื่องจากว่ามาเชียงใหม่คราวนี้เราอยากกินอาหารเหนือมาก
เลยตัดสินใจกลับไปแถวที่พักอย่างเร็วพลัน
เพื่อที่จะไปเฝ้ารอคิวของร้านอาหารเหนือขึ้นชื่ออย่าง ‘ต๋องเต็มโต๊ะ’
ภายในซอยนิมมานเหมินท์ 13 ที่เมื่อได้กลิ่นคอหมูย่างหน้าร้าน
ก็ทำเอาท้องร้องขึ้นมาทันที
พอได้คิวเข้าไปในร้านก็ไม่รอช้า
สั่งเมนูอาหารมาด้วยกันหลายอย่าง อาทิ เซ็ตออเดิร์ฟเมือง
ไข่เจียวลาบเมือง คอหมูย่าง ต้มยำเห็ดถอบ และเมนูอื่นๆ อีกมากมาย
ข้อดีคือรสชาติไม่จัดเกินไป ใครที่ไม่กินเผ็ด
หรืออยากลองกินอาหารเหนือ ก็สามารถกินได้

 

พิกัด: ซอยนิมมานเหมินท์ 9 ตำบล สุเทพ เมือง จ.เชียงใหม่
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน 07.00 – 21.00 น.

 

เวลา 48 ชั่วโมงที่เรามีสำหรับการเที่ยวเชียงใหม่ก็หมดลง
และหวังว่าทริปนี้จะช่วยลิสที่เที่ยวเพิ่มให้คุณได้ไม่มากก็น้อย
หรือถ้าใครจะเอาทริปนี้ไปเที่ยวตามก็ได้ไม่ว่ากัน สำหรับการเที่ยวครั้งนี้
เราก็ได้เห็นแล้วว่า การเที่ยวเชียงใหม่แบบที่ไม่ต้องขึ้นดอย
เพียงแค่เสพบรรยากาศในเมือง ก็ทำให้ฟินได้ไม่น้อยอยู่เหมือนกัน
ที่สำคัญคือสามารถมาเที่ยวได้ในทุกฤดู
ยิ่งเป็นช่วงเทศกาลด้วยแล้ว ก็เห็นถึงประเพณีของชาวเหนือ
และเห็นถึงความคึกคัก ที่จะทำให้คุณต้องตกหลุมรักเชียงใหม่เพิ่มขึ้นอีกอย่างแน่นอน