วันหยุดยาวที่ผ่านมาบอกเลยว่า ไปได้มีแพลนไปเที่ยวต่างจังหวัด เพราะคิด (เอาเอง) ว่าคนจะต้องออกเที่ยวกันอย่างมหาศาลแน่ๆ เลยคิดว่าจะฝังตัวเองอยู่ในบ้าน ไม่ไปเที่ยวไหนพักร่าง พักสมองเพื่อที่จะได้ชาร์ตพลังทำงานในเดือนใหม่…แต่ๆ ด้วยความที่มือซนเปิดไปเจอดีลส่วนลดของแอปพลิเคชั่นจองที่พักเจ้าประจำของเรา Traveloka เลยอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ จัดการหาที่พักกรุงเทพฯ ย่านริมแม่น้ำเจ้าพระยาทันที!

แทนแท่นแท้น…ที่พักที่เราตกลงปลงใจที่จะพักผ่อนคือ วันซ์ โฮเทล (Once Hotel) ด้วยเหตุผลง่ายๆ คือ สวย ไม่แพง ที่สำคัญอยู่ใกล้ริมน้ำเจ้าพระยาด้วย กดจองปุ๊บ จ่ายเงินปั๊บ ก็ออกเดินทางไปเที่ยวกรุงเทพตามสไตล์ชิลล์แบบไม่มีแพลนริมแม่น้ำเจ้าพระยากันได้เลย เช็คราคาที่พักกับกับ Traveloka

1.ท่าหวั่งหลี

การเที่ยวในครั้งนี้เราไม่ใช้รถส่วนตัว เพราะคิดว่าจากชานเมืองสู่ในเมืองคงจะเหนื่อยร่างเกินไปเพราะมหากฬรถติดที่ไม่เข้าใครออกใครไร้การคาดเดา เราเลือกเดินทางด้วยบีทีเอสชีวิตดีๆ ที่ลงตัวของคนกรุงเทพฯ (อิอิ) ลงสถานีตากสินแล้วไปต่อเรือที่ท่าเรือสาธร พิกัดแรกเราเลือกไปเช็คอินที่ ล้ง1919 จากท่าเรือสาธรไปท่าเรือหวั่งลี ใช้เวลาเดินทางไม่น่านถึงแล้ว

ล้ง1919 เป็นสถานที่ริมน้ำที่เรียกได้ว่า ครบถ้วนเรื่องเที่ยวจริงๆ ทั้งการตกแต่งที่สวยงามในแบบสถาปัตยกรรมแบบชาวจีนโบราณ มีมีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปมากมาย รวมไปถึงร้านค้าทั้งของกิน ของช้อป หรือแม้แต่ในเรื่องของความเชื่อก็มีศาลเจ้าแม่หม่าโจว้ให้สักการะซึ่งชาวคลองสานให้ความเคารพเป็นอย่างมาก

เพราะเราสายกินเลยเน้นไปร้านอาหารและร้านขนม โดยเลือกจากร้านที่ตกแต่งสวยเป็นหลัก (ล้อเล่น) เราดูจากเมนูและราคาของอาหารว่ามันพอไปด้วยกันได้ไหม เลยสรุปจบที่ร้านนายห้างราคาพอรับไหว ร้านตกแต่งสวย ที่สำคัญที่ทำให้ประทับใจคือรสชาติอาหารอร่อยด้วยนะ แอบได้ยินโต๊ะข้างๆ คุยกันว่าเป็นร้านในเครือของเอสแอนด์พีด้วยนะ

กินคาวแล้วต้องล้างปากด้วยของหวาน และร้านที่สะดุดตาและชื่อคุ้นหูก็คือร้าน เพลินวาน พาณิชย์ ด้วยความที่กินแบบหนักท้องมาแล้วเลยไม่ขอกินอะไรเยอะ เน้นที่เครื่องดื่มอย่าง ชาไทยและกาแฟคาปูชิโน่ปลุกให้ตื่นฟื้นคืนชีพได้ดีพอสมควร และลองชิมเมนูแนะนำของที่นี่คือ ขนมปังกรอบราดนมส่วนตัวคิดว่า ไม่ได้หวือหวาอะไรมากจิบเครื่องดื่มอย่างเดียวก็โอเค

2.ท่าน้ำราชวงศ์

อย่างที่บอกว่า เรามันสายกิน…จบจากล้ง1919 เราก็ขอไปต่อที่ ท่าเรือท่าน้ำราชวงศ์ จากนั้นก็ตรงดิ่งไปยังถนนทรงวาดตามหาคาเฟ่แสนลึกลับ มาพร้อมการตกแต่งร้านที่เรียบง่ายแต่มีวิวที่หวือหวาสวยงามของแม่น้ำเจ้าพระยา อย่าง Woodbrook ร้านคาเฟ่ที่แอบซ่อนตัวอยู่บนชั้น 3 ของโฮสเทล Urby Bangkok กว่าจะเดินขึ้นไปถึงคาเฟ่เล่นเอาเหงื่อตกเลย เพราะไม่มีลิฟต์ให้บริการ เดินเท่านั้นเพื่อที่จะไปถึงคาเฟ่สวยๆ ที่เราอยากจะไปนั่งเช็คอินริมน้ำ ระหว่างทางขึ้นไปคาเฟ่สัมผัสได้ถึงความเงียบสงบคิดไว้ว่า คาเฟ่คนอาจไม่เยอะมากต้องได้ภาพสวยๆ แน่นอน พอเปิดประตูเข้าไปเท่านั้น โอ้โหคนเยอะมากจริงๆ นี่มีคนมาเช็คอินและมีความพยายามแบบเราไม่น้อยเลย ต้องบอกว่าคาเฟ่ Woodbrook ไม่ทำให้เราผิดหวังเพราะได้เห็นวิวสวยๆ จริงๆ ถึงคนจะเยอะอีกทั้งเครื่องดื่มของเขาเมนูก็แตกต่างไม่เหมือนใคร ราคาทั่วไป รสชาติอร่อยดี ฟินและอินไปกับวิวแม่น้ำ

  • เปิดบริการทุกวัน เวลา 07.00-22.00 น.

3.ท่าพระอาทิตย์

ถัดจากท่าน้ำราชวงศ์เราก็ขอไปเดินย่อยต่อที่ถนนพระอาทิตย์ ที่ท่าพระอาทิตย์ ตลอดทางเดินจากท่าเรือมายังถนนพระอาทิตย์ก็มีของให้เดินช้อปเยอะเหมือนกัน เดินมาเรื่อยๆ จนมาถึงป้อมพระสุเมรุ ก็หันไปเจอร้านโรตีมะตะบะในตำนาน เลยต้องแวะไปเยือนสะหน่อย บอกตรงๆ ว่าตอนแรกไม่ตั้งใจกินจริงๆ เพราะความอิ่มที่จัดมาแล้วหลายอย่าง แต่ด้วยความหอมและหน้าตาที่น่ากินเราเลยขอลองสะหน่อย เดี๋ยวหาว่าเรามาไม่ถึงย่านพระอาทิตย์ ก็อร่อยสมคำล่ำลือ บอกกับตัวเองว่า ตัดสินใจถูกแล้วที่กินเพราะมันฟินจริงๆ หลังจากกินเสร็จเราก็เดินเล่นที่นี่สักพักได้เข้าไปเดินชมพิพิธภัณฑ์บางลำพูด้วยซึ่งด้านในมีแอร์เย็นๆ ฉ่ำๆ ใจและกาย มาพร้อมความรู้ เทคนิคต่างๆ ให้เราได้ร่วมกิจกรรมอย่างสนุกจนลืมเวลาทำเอาหิวอีกรอบ (55555)

4.ท่าเตียน

เห็นรีวิวมาก็เยอะไม่คิดว่าจะได้มาเห็นเองกับตา ขอบคุณตัวเองที่พาตัวเราเองมาเช็คอินกินข้าวเย็นที่นี่ เรามาถึงร้านอาหาร Riva Arun Bangkok ประมาณ 4 โมงเย็น ตอนแรกตั้งใจจะมาเย็นๆ ค่ำๆ กว่านี้ แต่ด้วยที่เดินทางตั้งแต่เช้าแล้วอยากจะเข้าพักที่โรงแรมเร็วๆ เลยรีบมาที่นี่ก่อน เพราะอยากเห็นวิวสวยๆ ของวัดอรุณราชวราราม แบบพาโนราม่า สารภาพเลยว่าค่อนข้างคาดหวังความสวยงามของที่นี่และก็ไม่ผิดหวังเพราะของจริงสวยกว่าในภาพ หากใครมีเวลาอยากให้แวะมาเพราะวิวสวยงามโรแมนติกมากจริงๆ นั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ไปด้วยได้ฟีลสุดๆ ในส่วนของรสชาติอาหารกลางๆ ราคาแอบแรงเหมือนกันเราเลยสั่งเบาๆ 2 เมนูโชคดีเหลือเกินที่อิ่มมาแล้ว ค่าเสียหายเลยไม่รุนแรงมากนัก

5.ท่าเอเชียทีค เดอะ รีเวอร์ฟ้อนท์

ปิดท้ายลัดเลาะเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยากันด้วย ท่าเอเชียทีค เดอะ รีเวอร์ฟ้อนท์ สำหรับท่าน้ำแห่งนี้ตอบโจทย์สายเที่ยวจริงๆ นั่นแหละเพราะนอกจากได้ถ่ายรูปสวยๆ ฟินๆ แล้ว ยังเต็มไปด้วยร้านอาหาร ไม่ว่าจะซีฟู้ด สตรีทฟู้ด ฟาสต์ฟู้ด ก็มีให้เลือกหลากหลาย หรือแม้แต่ร้านคาเฟ่ตกแต่งเก๋ๆ ก็มีเยอะเช่นกัน โดยการดีไซน์ของแต่ละร้านก็แตกต่างกันไป อีกทั้งยังมีร้านขายของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกด้วย แอบกระซิบบอกว่า อาหารและสินค้าที่นี่ราคาค่อนข้างสูงเพราะส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว เราคนไทยงบจำกัดเลยขอเดินชมความสวยงามของที่นี่และถ่ายรูปเก็บบรรยากาศสวยๆ ของที่นี่เท่านั้นพอ

เดินเล่นที่เอเชียทีค เดอะ รีเวอร์ฟ้อนท์ ไม่นานเราก็โบกมือลาแล้ว อย่างที่บอกว่าคนหนาแน่นมาก และเหนื่อยกับการเดินทางเที่ยววันนี้จริงๆ แต่ก็ต้องบอกว่าคุ้มค่ามาก เพราะไม่เคยเที่ยวแบบนี้มาก่อน จากเอเชียทีค เดอะ รีเวอร์ฟ้อนท์ เดินไปโรงแรม วันซ์ โฮเทล ที่พักที่เราจองไว้ เพียง 10-15 นาทีก็ถึงแล้ว พิกัดที่ตั้งหาไม่ยากใกล้ร้านสะดวกซื้อ ที่สำคัญคือโรงแรมสวยมาก ไม่ว่าจะเดินไปชมมุมไหนๆ ก็สามารถถ่ายรูปลงอินสตราแกรมได้ทั้งนั้น เราเช็คอินเกือบหนึ่งทุ่มบอกเลยว่า เพลียกายมากแต่ก็สนุกสุดๆ และเมื่อทำการเช็คอินเรียบร้อยเข้าห้องพักแล้วก็ผ่อนคลายมากเพราะห้องพักสะอาด กว้างขวาง เตียงคิงไซน์หลับสบายสุดๆ ห้องน้ำก็กว้างรักมากพูดเลย ปล. หากใครมาพักที่นี่อย่าลืมขึ้นไปที่ชั้น 8 ยามค่ำคืนเพราะร้านอาหารของเขาสวยงามและอาหารอร่อยมาก (เอ้ากินอีกแล้ว)

สนใจจอง วันซ์ โฮเทล ที่พักสวยๆ ที่นอนใหญ่หลับสบาย กับ Traveloka กดจองเลย

อย่างที่บอกว่า ทริปนี้ไร้แพลนไร้แผนเพราะเหตุเกิดจากโค้ดส่วนลดของ Traveloka ทำให้เกิดทริปนี้ขึ้นมา ขอบคุณตัวเองที่งกเมื่อเห็นส่วนลดเลยรีบจองที่พักริมน้ำเจ้าพระยา ทำให้ทริปเที่ยวริมแม่น้ำฯ เกิดขึ้นแบบมันส์ๆ และขอบคุณเพื่อนร่วมทางที่พร้อมจะลุยไปด้วยกันทุกแห่งบนโลกนี้ที่ไม่บ่นสักคำกับการจองที่พักแบบไม่ตั้งใจ

เรื่องกินเรื่องเที่ยวคือเรื่องเดียวกัน ฝากติดตามให้กำลังใจพวกเราได้ที่

FB >> https://www.facebook.com/thejourneymoments/

Website >> https://thejourneymoment.com/