ทุกครั้งที่บอกเพื่อนว่าจะไปเชียงใหม่นะ เพื่อนก็มักจะพูดว่า “ไปอีกแล้ว!!” แต่เราไม่รู้สึกว่าเบื่อเมืองนี้เลย จนบางคนคิดว่าเราอยู่เชียงใหม่ไปแล้วอะ 555 มาลองดูกันนะว่าเชียงใหม่มีอะไรที่ดึงดูดเราขนาดนี้

รอบนี้เราลองมานอนพักที่ โรงแรม Pause and Play ถนนเลียบคันคลองชลประทาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ลองออกมานอกตัวเมืองสักนิด จะได้พักผ่อนอย่างสงบดูบ้าง

ขับรถไม่ไกลจากใจกลางเมือง ใช้เวลาแค่ 7-10 นาทีก็ถึงแล้ว ตัวโรงแรมค่อนข้างใหม่ ตอนเดินเข้าไปรู้สึกประทับใจกับสระว่ายน้ำมาก ดูดีเลยแหละ พอได้เข้าห้องพัก ซึ่งเป็นห้องสวีท ก็เซอร์ไพรส์เลย ห้องกว้างมาก แบ่งเป็นสัดส่วนห้องรับแขก ครัว ห้องนอน และห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำแบบที่เราชอบด้วย เตียงนอนสบายแบบโรงแรม 5 ดาว โอ่อ่าเลยแหละ ดูดีเกินราคาจริงๆ พอตื่นมาตอนเช้าก็ได้นั่งชิลล์อากาศเย็นที่ระเบียงมีวิวต้นไม้ โดยรวมขอแนะนำเลย

เช็คราคาห้องพัก โรงแรม Pause and Play เชียงใหม่ ที่ Traveloka

ประทับใจที่สุดคือสระว่ายน้ำนี่แหละ

พักผ่อนแล้วก็ลุยกันเลย รอบนี้ขอเที่ยวในเมืองล้วนๆ มีร้านใหม่ๆ เพียบ

 

1. Khagee

ร้านแรกเป็นร้านเก่าแล้ว แต่เป็นต้องมาทุกครั้งที่มาเชียงใหม่เลย อย่าเพิ่งเบื่อกันนะ ร้านที่ครองใจมานานจะเป็นร้านอะไรไม่ได้นอกจาก Khagee ที่รัก เป็นหนึ่งในร้านที่ชอบมากที่สุดของเรา และเชื่อว่าของหลายๆ คนด้วย เราเคยมาครั้งแรกเมื่อ 5-6 ปีก่อน และครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ หน้าร้านน่ารัก ภายในร้านตกแต่งแบบมินิมอล เรียบง่าย แต่เรารู้สึกว่ามีเสน่ห์มากๆ มาแล้วเคลิ้มทู้กที ทีเด็ดของร้านคือขนมปังโฮมเมดที่ใช้ยีสต์ธรรมชาติ (Natural Yeast Bread) ขนมอร่อยทุกอย่างอะ ที่กินบ่อยๆ ก็คานาเล่ เมล่อนปัง เค้กแครอท แต่เราว่ากาแฟก็ดีงามนะ เมนูที่เราชอบที่สุดคือลาเต้เย็น

มุมโปรด จริงๆ ก็ชอบทุกมุมเลย

พิกัด: เชียงใหม่-ลำพูน ซอย 1

วันและเวลาเปิด-ปิด: ทุกวันพุธ-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์: 082-975-7774

 

2. A Day In Chiangmai Coffee Brew

ร้านนี้ก็ไม่ใหม่ แต่ก็มาอีก A Day In Chiangmai Coffee Brew ร้านกาแฟเล็กๆ แต่คุณภาพไม่เล็ก เจ้าของหน้าตายิ้มแย้ม บรรยากาศเป็นกันเอง กาแฟดีงามและมีเมนูพิเศษใหม่ๆ มาตลอด เมนูเดือนนี้ขอแนะนำ Autumn day เป็นเครื่องดื่มไม่ใส่กาแฟ มีส่วนผสมของเปลือกส้มเกาหลีและโซดา กลิ่นหอมมาก กินแล้วสดชื่นสุดๆ สามารถสั่งกาแฟไปกินพร้อมเค้กที่ร้าน live.aday ก็ได้นะ

 

3. Payaka

เป็นภาษา African แปลว่า อิสระในความคิด มีความคิดของตัวเองบนพื้นฐานของความจริง ร้านแอบอยู่ในซอยเล็กๆ บนถนนราชเชียงแสน กำแพงด้านนอกปกติคลุมด้วยต้นไม้เลื้อย เหมือนบ้านฮอบบิทเลย ในร้านมีหลายโซน มีร้านสัก ร้านขายเสื้อผ้า คาเฟ่ ส่วนด้านหลังเป็นโฮสเทล

เราว่าเสน่ห์ของร้านนี้คือของตกแต่งร้านที่เป็นของ Vintage ทั้งหมดเลย ด้วยความที่แฟนเจ้าร้านของเป็นนักสะสมของตกแต่ง Vintage น่ารักๆ ทำให้ร้านนี้ตกแต่งออกมาแนวยุโรป เราชอบมาก อยากขโมยกลับบ้านนน มาร้านนี้ห้ามพลาดขนมนะ เป็นเค้กโฮมเมด เมนูแนะนำคือ Almond Pound Cake ผลไม้ตามฤดูกาล ช่วงนี้เป็นสตรอว์เบอร์รี่ ถ้าหน้าร้อนมักจะเป็นมะม่วง แต่ถ้าหน้าไหนไม่มีก็จะเป็นกล้วยแทน

พิกัด: 98 ราชเชียงแสน ซอย 1 ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่

วันและเวลาเปิด-ปิด: ทุกวันพุธ-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์: 082-612-1325

 

4. Gateway Coffee Roaster

เมื่อ Cafe Hopping ที่เราติดตามมานานมาร่วมงานกับคุณตี่ แห่งร้าน Graph ก็กลายเป็นร้านเท่ร้านนี้ขึ้นมา ร้านนี้สร้างจากตึกเก่าอายุเกือบ 60 ปี เดิมเป็นร้านขายอุปกรณ์ดนตรี ถ้าเด็กๆ ที่เชียงใหม่สมัยก่อนอาจคุ้นเคยกันดี

บาร์กาแฟอย่างเท่ มีความเกาฯ

ตู้ขนมก็เท่

คุณตี่ออกแบบเองทั้งหมด แต่ Concept คือยังคงโครงสร้างเดิมให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น โครงสร้างเดิม กำแพง ฝ้า หน้าต่าง ส่วน Furniture ต่างๆ ทั้งโต๊ะ บาร์กาแฟ ตู้ขนม ก็ Mix & Match เข้ากันได้อย่างลงตัว เราว่ามันมีกลิ่นอายเกาหลีผสมกับความอบอุ่นของบ้านเก่า ทำให้ประทับใจร้านนี้มากเลยทีเดียว

Signature Menu “Lost Star”

ส่วนเรื่องกาแฟก็การันตีความอร่อย ใช้เมล็ดกาแฟที่ Blend ขึ้นมาใหม่เป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน

Signature ที่ภูมิใจนำเสนอคือ Lost Star เมนูนี้ใช้ก้อนน้ำตาลอ้อยมาเป็นตัวชูโรง อีกเมนูที่น่าชิมก็คือ Coldbrew โดยส่วนตัวชอบดีไซน์ขวดมาก กระซิบว่าเวลาที่แสงสวยถ่ายรูปดีคือ 15.00 – 17.00 น. แต่ช่วงเช้าก็บรรยากาศดีไม่แพ้กันนะ

พิกัด: ถ.ท่าแพ อ.เมือง

วันและเวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น.

 

5. Yellow Craft Cafe

ร้านสีขาวเหลืองขวัญใจสาวๆ เป็นอีกร้านที่เราแวะมาทุกครั้งที่มาเชียงใหม่ เพราะเราติดใจน้ำนมถั่วเหลืองโฮมเมดร้านนี้ ส่วนกาแฟก็อร่อยไม่แพ้กัน เป็นกาแฟ Special Coffee นอกจากนี้ยังมีขนมอบหน้าตาหน้ากิน ทุกเมนูเป็น Home Made Healthy Menu ที่มีส่วนประกอบหลักเป็น Soy Milk และฟักทอง

มุมยอดฮิต

Soy Milk สุดอร่อย มีบริการส่งไป กทม. ด้วยนะ

ขนม Healthy ก็หน้าตาหน้ากินนะ

Acid Fresh

White Magma กาแฟใส่นมและซอสฟักทอง

Cool Craft = Hot Coffee Shot + Secret Cold Milk

ทางด้านนอกร้านมีโซน Studio ด้วยนะ มารอบนี้ถือโชคดีมากๆ ที่ได้มาตรงกับการจัดนิทรรศการภาพถ่ายของคุณแบงก์ Instagram: bankpyt พอดีเลย ฟินนน

พิกัด: มบ.ดาวดึงส์ ซอย 2 ถ.สุเทพ เทศบาลนครเชียงใหม่

วันและเวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 – 19.00 น.

โทรศัพท์: 053-278-757

 

6. Maled Coffee Roaster

เปิดสาขา 2 แล้ว โดยสาขานี้เป็นโรงคั่วด้วย ร้านสวยมาก หน้าร้านฟีลเหมือนอยู่ลอนดอนเลยแหละ

เมนู Signature ของที่นี่คือเมนูสุดเท่ Jelly Black และได้ข่าวมาว่ากาแฟดริปที่นี่อร่อย เป็นกาแฟจากปางขอน ป่าแป๋ วันนี้เราชิมปางขอน Special Process: Black Honey Process ที่เวลาตากนานกว่า Honey Process รสชาติออกมาดีทีเดียว กินเพลินเลย

เมล็ดกาแฟของทางร้าน

พิกัด​: 18 ถ.สนามบินเก่า ซอยฝั่งตรงข้ามร้าน Boat อ.เมือง

วันและเวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์: 099-295-5655

 

7. RK Cafe by Omnia

ร้านกาแฟร้านใหม่ใจกลางนิมมานฯ จุดเริ่มต้นมาจากคุณเสริงรงค์ เจ้าของแบรนด์ Rubber Killer มีความต้องการใช้พื้นที่โรงรถให้เกิดประโยชน์ จึงชักชวนคุณลลิดา เจ้าของร้านกาแฟ Omnia Cafe มาร่วมกันทำคาเฟ่สุดคูลร้านนี้

ความเจ๋งของร้านนี้คือใช้รถมาทำเป็นบาร์กาแฟ อุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการออกแคมป์ คนรักแคมปิ้งอย่างเราเห็นแล้วตาลุก อยากได้ไปหมดเลย

กินกาแฟไปช็อปปิ้งไป มีแต่ของเท่ๆ

เราได้เสื้อแจ็คเก็ตมาหนึ่งตัว

ส่วนกาแฟนั้นใช้กาแฟคุณภาพจากแม่สรวย จ.เชียงราย คุมคุณภาพและคั่วกาแฟโดยคุณพี่อ้วน นำเสนอกาแฟคุณภาพของไทย ปล.แก้วก็น่ารักสุดๆ เลยแหละ

เมนูและการตกแต่งร้านเปลี่ยนไปตามฤดูกาลด้วยนะ เรามาช้าไปหน่อยเลยอดชิมเมนูหน้าหนาวเลย แต่หน้าร้อนนี้จะเปลี่ยนเป็นธีม Summer Aloha เครื่องดื่มจะเป็นแนวสดชื่น หากใครไปอย่าลืมไปลองนะ

พิกัด: ถ.นิมมาน ซอย 11

วันและเวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์: 082-381-6644

 

8. Perfect Daughter

คาเฟ่คิ้วๆ ในโรงแรม ณ สราญ โดยได้ชื่อร้านมาจากเพลงการ์ตูนเรื่อง Mona ที่นางเอกร้องว่า “I want to be a perfect daughter” และแน่นอนเจ้าของร้านก็เป็นลูกสาวคนเก่งสมชื่อ

เพื่อนๆ ลองสังเกตดีๆ โลโก้ร้านที่เหมือนรูปแก้วน้ำนั้น จริงๆ แล้วมาจากตัว p และ d ซึ่งเป็นชื่อย่อร้านนั่นเอง เจ๋งดี

Menu แนะนำของร้านคือ A Perfect Iced Coffee ลาเต้ใส่ไอติมรสนมข้นหวาน แปลกใหม่มากๆ มาชิมๆ

พิกัด: โรงแรมสราญ 42/3 ถ.ทุ่งโฮเต็ล วัดเกต อ.เมือง

วันและเวลาเปิด-ปิด: ตั้งแต่เวลา 08.30 – 19.00 น. ปิดทุกวันพุธ

โทรศัพท์: 099-273-2772

 

9. The Baristro at Ping River

ร้านนี้ถือว่าเป็นไคลแม็กซ์ของคาเฟ่ทริปนี้เลย เพราะเราเป็นแฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์ The Baristro โดยเปิดตัวสาขาใหม่ริมแม่น้ำปิง เราเป็นคนที่ชอบอยู่ริมน้ำมาก ร้านนี้เลยเป็นร้านที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ

เห็นชื่อ Baristro คงไม่ต้องสงสัยในความสวยงามและความอร่อย ร้านใหม่นี้สร้างในบริเวณพื้นที่บ้านเก่าของพี่ต่อ เจ้าของร้านเอง

Concept หลักคือสัจจวัสดุ พี่ต่อเจ้าของร้านได้ร่วมออกแบบรายละเอียดต่างๆ ด้วยตัวเอง

แต่สาขานี้เราคิดว่าฉีกแนวจากสาขาอื่นนะ เพราะมันมีความเท่ด้วย โดยเฉพาะคานเหล็กด้านบนที่สั่งทำพิเศษ และได้ข่าวมาว่ามีสถาปนิกหลายคนชื่นชอบและแวะมาเยี่ยมชมหลายคนเลยแหละ

โซนที่สองอยู่ในตัวบ้าน โซนนี้สงบมาก

เมนู Signature คือ Lychee Nitro Coffee หอมลิ้นจี่และ Nitro Coffee นุ่มมากเลย

ตอนนี้มีเมนูใหม่คือ Black Latte อร่อยด้วย ถ่ายรูปสวยด้วย

Black Latte

โซนริมน้ำ ชิลล์มากกก

พิกัด: 62 ถ.ป่าตัน อ.เมือง

วันและเวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์: 093-494-4599

และนี่คือร้านที่เราไปลุยมาทั้ง 9 ร้านในทริปนี้ รู้สึกชอบทุกร้านเลย ยิ่งมาเชียงใหม่ทีไรก็ตกหลุมรักเมืองนี้มากขึ้นทุกที มารอบหน้าจะมีร้านใหม่ๆ ร้านไหนอีกน้า