ราชบุรี  จังหวัดเล็กๆ ที่เที่ยวไม่ไกลจากกรุงเทพ  ในช่วงหน้าฝนแบบนี้จะให้เดินทางไกลๆ ก็คงไม่สะดวก  การเที่ยวราชบุรี หน้าฝนถือเป็นคำตอบที่ลงตัว ทั้งระยะทาง และธรรมชาติอันสวยงามที่เข้ากันกับน้ำฝน  กลิ่นดิน และไอหมอกฝนบางๆ ที่ไหลเอื่อย ๆ ล้อไปกับทิวหญ้า แค่คิดตามก็เพลินแล้วใช่มั้ยล่ะ มาดูกันดีกว่า  7 พิกัดราชบุรี  เที่ยวก่อนหมดหน้าฝน  ต้องไปเช็คอินเปลี่ยนบรรยากาศกันที่ไหนบ้าง

1.Bonsai Village สวนผึ้ง

ที่เช็คอินแหล่งใหม่ของสวนผึ้ง  ที่เอาใจคนรักต้นไม้ สวนโชว์บอนไซแห่งแรกของเมืองไทย  ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ โอบล้อมรอบด้วยขุนเขา และอยู่ติดชิดริมแม่น้ำลำภาชี  เป็นสถานที่ที่รวบรวมพันธุ์บอนไซไว้มากที่สุด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศอีกด้วย การออกแบบและตกแต่งสวนบอนไซ  ได้จำลองสวนและภูมิสถาปัตย์ให้กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม โดยทีเด็ดอยู่ที่สวนจีน และสวนญี่ปุ่น ที่ได้รับการออกแบบตกแต่งออกมาแบบสมจริง  เหมือนเปิดวาร์ปไปอยู่เมืองจีน และญี่ปุ่นเพียงชั่วก้าวเดิน ถือเป็นสถานที่พักผ่อนแบบใกล้ชิดธรรมชาติอีกรูปแบบหนึ่ง ยิ่งถ้าได้ไปในช่วงหน้าฝนด้วยนะ  บรรยากาศแสนโรมแมนติกเหมือนอยู่เมืองนอกเลยทีเดียว

รูปภาพจาก : http://suanphungbonsaivillage.com

2.ถ้ำเขาบิน

ถ้ำหินงอกหินย้อยที่ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ  ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 20 กิโลเมตร ภายในภ้ำเขาบินประกอบด้วยห้องใหญ่ ๆ 8 ห้อง  ซึ่งแต่ละห้องถูกตั้งชื่อตามลักษณะของหินงอกหินย้อยที่เกิดภายในห้อง การเดินทางภายในถ้ำไม่ยากลำบาก  มีแนวเส้นทางการเดินทางกำหนดไว้อย่างชัดเจน มีแสงไฟส่องสว่างพอประมาณให้ได้ชื่มชมความอัศจรรย์อันเกิดจากธรรมชาติของหินนอกหินย้อยได้อย่างชัดเจน  แต่ต้องระวังลื่นกันสักหน่อย เพราะมีหยดน้ำเล็ก ๆ หยดมายากผนังถ้ำ และแนวหินงอกหินย้อยอยู่ เพราะยังคงมีหินงอกหินย้อยที่เกิดใหม่อยู่ ภายในถ้ำอากาศร้อนอบอ้าว  จึงแนะนำให้ไปกันช่วงหน้าฝนที่ภายในถ้ำมีความชื้นและความเย็นจากฝนที่ตกลงมา

3.อุทยานแห่งชาติหินเขางู

อุทยานแห่งชาติหินเขางู  แห่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ  อยู่ห่างตัวเมืองราชบุรีเพียง 8 กิโลเมตร  ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ของเขาหินปูน ภายในสวนสาธารณะเขางู  เกิดจากการพัฒนาเหมืองร้างที่สภาพทุดโทรม จากการเป็นแหล่งระเบิด  และย่อยหินที่สำคัญตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์ เมื่อหมดสัมปทานทั้งสภาพภูมิประเทศ  และทัศนียภาพโดยรอบจึงเสื่อมโทรมมาก จึงได้พัฒนาเป็นสวนสาธารณะ และได้สร้างพระพุทธรูปหินแกะสลักปางประทานพรขนาดใหญ่บนหน้าผาหินปูน  นอกจากพระพุทธรูปขนาดใหญ่อันศักดิ์สิทธิ์ และทัศนียภาพโดยรอบยังงดงามเป็นธรรมชาติ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและโบราณคดี ที่เป็นที่นิยมอย่างมากของราชบุรี  โดยเฉพาะกิมมิคซึ่งอยู่ที่ สะพานเลียบแม่น้ำที่ทอดยาว ตัดกับฉากหลังเป็นผาหินปูนสูงชัน แทรกด้วยพุ่มไม้สีเขียวชอุ่ม และท้องฟ้าผืนใหญ่สีฟ้าคราม

4.เขากระโจม  และ จุดชมวิว  ห้วยคอกหมู

แหล่งท่องเที่ยวสำหรับสายรักการผจญภัย  เพราะการเดินทางบนเขากระโจมกว่าจะไปถึงจุดชมวิว  ห้วยคอกหมู ที่ยอดเขานั้น เรียกว่า Adventure สุดๆ  เพราะตั้งใช้รถ Offload 4WD เท่านั้น และให้ดีควรใช้บริการจากคนในพื้นที่ที่ชำนาญเส้นทาง  โดยเฉพาะสายโหดต้องแนะนำให้มาในช่วงหน้าฝน ทั้งแอ่งน้ำที่ลุดเกือบมิดล้อรถ 4×4 ทั้งร่องโคลนลึกบนถนนดินโคลนสีแดงสุดลื่น  ที่พร้อมทำให้รถไถลได้ตลอดการเดินทาง แต่เมื่อผ่านเส้นทางสุดโหดไปแล้ว จะได้พบกับทัศนียภาพยอดเขา วิว Panorama บนจุดสูงสุดของสวนผึ้ง  พร้อมสัมผัสไอทะเลหมอกอ่อน ๆ ที่ลอยเอื่อยไปตามแนวทิวเขา บอกว่าถึงเส้นทางจะAdventure แค่ไหน แต่ก็ทิวทัศน์ตรงหน้าคุ้มกับความพยายามแน่นอน

5.แก่งส้มแมว  หรือสวนป่าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์

แก่งน้ำกลางป่าสวนผึ้ง  ซึ่งเป็นโขดหินน้อยใหญ่วางตัวสลับซับซ้อนขาวงแม่น้ำลำภาชี  ทำให้ธารน้ำที่ลัดเลาะแนวโขดหินไปมีรูปร่างแปลกตา แต่ก็สวยงามน่าประทับใจ  บางพื้นที่ของแก่งส้มแมว กระแสน้ำไม่เชี่ยวมาก โขดหินมีขนาดใหญ่เป็นแอ่งกว้าง  น้ำไม่ลึกมาก จึงสามารถลงเล่นน้ำได้ นอกจากธารน้ำคดโค้งสวยงามแปลกตาแล้ว แก่งส้มแมวยังตั้งอยู่ในพื้นที่ศูนย์ศึกษาพันธุ์ไม้ป่าสามเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์  ซึ่งรวบรวมไม้ป่านานชนิดไว้ให้ศึกษาตลอดแนวเส้นทางท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติ และยังมีสวนหย่อมกลางสวนป่าให้ได้ผักหย่อนใจกันอีกด้วย

6.The Scenery Vintage Farm

ฟาร์มแกะที่แรก ๆ ของเมืองไทย  และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของสวนผึ้ง ราชบุรีด้วย  น้องจากการเยี่ยมชม ถ่ายรูป และให้อาหารฝูงน้องแกะทั้งหลายแล้ว  ที่ฟาร์มแห่งนี้ยังมีกิจกรรมอีกหลายอย่างไว้รองรับนักท่องเที่ยว ไปจนถึงร้านอาหาร  และที่พัก ให้ได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพฟาร์มสไตล์ยุโรปวินเทจ อาคารบ้านเรือนในแบบ English Cottage Country Side โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน  ที่ทั้งความชื้น และสายหมอกฝน เทียบได้กับทั้งสภาพอากาศ และวิถีชีวิตชาวเกาะอังกฤษแบบสุดฟิน

7.Coro Field Farm (โคโร่ฟิลด์ ฟาร์ม)

สถานที่ท่องเที่ยงเชิงเกษตรกรรม  ในรูปแบบฟาร์มเมล่อน และผักอินทรีย์สไตล์ญี่ปุ่น  นำเสนอการเพาะปลูกรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานการเพาะปลูกและงานดีไซน์เข้าไว้ด้วยกัน  ในแบบมินิมอล และยังเป็นผลผลิตที่มีคุณค่า ปลอดสารพิษ โดดทีเด็ดของที่นี่คือ  เมล่อนญี่ปุ่นสายพันธุ์พิเศษ “Tomi Melon” เมล่อนเปลือกสีทอง เนื้อสีเขียว รสชาติหอมหวาน  สดชื่น และ “Yoshi Melon” เมล่อนเนื้อสีส้ม รสหอมหวาน ที่ฟาร์มแห่งนี้ก่รันตีความสด อร่อย  ของเมล่อนทุกลูก นอกจากนี้ที่ฟาร์มแห่งยังมีกิจกรรมอีกหลายอย่างไว้ให้นักท่องเที่ยว ยิ่งได้มาชมฟาร์มช่วงหน้าฝน  ที่ไอหมอกฝนบาง ๆ ลมหนาว และชื้นจากฝน ทั่วบริเวณฟาร์ม ยิ่งเข้ากับบรรยากาศฟาร์มแบบญี่ปุ่นสุด ๆ เลย

หากใครยังพอมีเวลาเหลือ  ราชบุรียังมีที่เที่ยวน่าสนใจอยู่อีกหลายแห่ง  และหลากหลายสไตล์ แถมอยู่ใกล้กรุงเทพแค่นี้เอง  ถ้าต้องพักค้างคืนที่ราชบุรีเพื่อให้ได้เที่ยวกันต่อยาว ๆ แบบไม่สะดุด  ก็หาที่พักและจองที่พักราชบุรีกับTraveloka  ซึ่งได้รวบรวบที่พักทั้งหมดในราชบุรีไว้ให้คุณแล้ว จองที่พักให้ไวแล้วตามไปเที่ยวราชบุรีกันได้เลย