มีเวลา 3 วัน 2 คืนแต่อยากมาเที่ยวกระบี่ท่องไปตามเกาะต่างๆ นอกจากจะต้องวางแผนดีๆ แล้วว่าวันไหนจะไปเกาะอะไรบ้าง ที่พักก็ต้องเลือกแล้วว่าสะดวกต่อการไปท่าเรือซึ่งอ่าวนางน่าจะเป็นโลเคชั่นที่ใช่มากที่สุด เพราะเป็นแหล่งรวมท่าเรือที่เยอะที่สุด จะไปไหนแจ้งได้เลยพี่คนเรือจัดให้ได้หมด หรือจะดูเป็นทริปๆ กับบริษัททัวร์ก็ได้แล้วแต่ใจชอบ ซึ่งแต่ละเกาะก็มีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับระยะทางว่าใกล้หรือไกล หรือต้องการความเป็นส่วนตัวมากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง บางท่านอยากเหมาสปีดโบ๊ท แน่นอนว่าราคานั้นต้องแรงกว่าที่เราต้องนั่งรวมกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ อยู่แล้ว แต่หากถามเรื่องความสะดวกสบายและไพรเวทสปีดโบ๊ทนี่แหละคือ The Best

ซึ่งการจะเที่ยวให้สนุกมันก็ต้องง่ายตั้งแต่การจองที่พัก บางคนทุ่มค่าใช้จ่ายไปกับการท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆ ส่วนเรื่องห้องพักยังไงก็ได้ แต่ใครที่ให้ความสำคัญกับห้องหับว่าต้องหรูหราน่าอยู่แต่เรื่องเที่ยวก็เต็มที่ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นโจทย์ไหน Traveloka นั้นก็สามารถหาที่พักและตั๋วเครื่องบินไปกระบี่แบบตรงใจให้คุณได้ทั้งนั้น และถ้าจะเอาสะดวก ที่พักกระบี่ก็ต้องเป็นโซนอ่าวนาง ไม่ว่าจะดาวน้อยหรือระดับ 5 ดาวอ่าวนางและ Traveloka มีให้เลือกกันทุกเรทค่ะ สบายใจได้ ส่วนทริปท่องไปยังเกาะต่างๆ ที่เราจะกำลังพาคุณไปกันในครั้งนี้นั้นจะมีเกาะไหนบ้าง ขั้นตอนการเดินทาง จะเป็นอย่างไร ไปจนถึงค่าใช้จ่ายเราก็มีมาบอกต่อ ถ้าพร้อมแล้วก็รีบขึ้นเรือไปเที่ยวกับเราเลยค่ะ

1.ทริปครึ่งวันกับหาดไร่เลย์ (Railay Beach)

ออกสตาร์ทวันแรกด้วยไร่เลย์ หาดสวยทรายขาวสถานที่ท่องเที่ยวติดอันดับของกระบี่ที่ได้รับการโหวตสูงสุดว่าสวยจนอยากจะมาสัมผัสหลายๆ ครั้ง ด้วยความหาดนั้นถูกล้อมรอบไปด้วยหินผาสูงตระง่านอีกทั้งเป็นแหล่งปีนผาที่เลื่องชื่อ ทำให้มีท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติพากันข้ามน้ำข้ามทะเลมาใช้เวลาอยู่กับที่อ่าวไร่เลย์นี้กันตลอดทั้งวัน และถ้าคุณมีเวลา 3 วัน 2 คืนที่กระบี่ เราขอให้จัดไร่เลย์เป็นที่แรกๆ ค่ะ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เพราะว่ามาง่ายใช้เวลาเดินทางจากอ่าวนางเพียงแค่ 15 นาที แถมเรือหางยาวก็มีบริการเป็นรอบๆ จะกลับเมื่อไหร่ก็แจ้งคนเรือพร้อมยื่นตั๋วให้ก็รอขึ้นเรือได้เลย เท่านี้ก็จะได้กลับขึ้นฝั่งและไปเที่ยวต่อได้ ง่ายจะตาย

  • ค่าใช้จ่าย: นั่งเรือหางยาวจากอ่าวนาง 100 บาท/คน

2.ทริปหนึ่งวันเกาะห้องลากูน (Koh Hong Lagoon)

ถ้านั่งเป็นเรือหางยาวก็จะใช้เวลาเดินทางไปยังเกาะห้องลากูนอยู่ที่ประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง ส่วนสปีดโบ๊ทก็จะไปถึงเร็วกว่านั้นแล้วแต่ว่าคุณอยากจะเที่ยวแบบไหน ซึ่งเกาะห้องลากูนนั้นเปรียบเสมือนกับสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ แต่เปลี่ยนจากกระเบื้องรอบสระเป็นหน้าผาสูงชันมาล้อมรอบผืนน้ำสีเขียวไว้แทน เหมาะแก่การเล่นน้ำ หรือนอนอ่านหนังสือบนเรือชิลล์ๆ (ในกรณีที่คุณเหมาเรือไปกับเพื่อนน่ะนะ) บางคนถึงกับอยู่อ่าวนี้ตลอดวันโดยเฉพาะกับชาวต่างชาติ เพราะบรรยากาศในอ่าวนั้นสงบและไม่วุ่นวายเท่าเกาะอื่นๆ ในกระบี่ ช่างดีต่อใจจริงๆ

  • ค่าใช้จ่าย: 1,100 บาท/คน (แพ็กเกจทัวร์เกาะห้อง, เกาะห้องลากูน, เกาะผักเบี้ย, เกาะเหลาลาดิง และเกาะแดง)

3.ทริปหนึ่งวันเกาะเหลาลาดิง (Laolading Island)

เกาะเหลาลาดิง หรืออีกชื่อคือเกาะพาราไดซ์ ซึ่งถ้าใครที่ซื้อแพ็กเกจทัวร์เที่ยวเกาะห้อง เกาะเหลาลาดิง ก็จะเป็นหนึ่งในเดสติเนชั่นที่รวมอยู่ด้วย จุดเด่นของเกาะนี้คือชายหาดทอดยาวถึง 60 เมตรให้คุณได้นอนอาบแดดบนทรายขาวกันแบบเต็มอิ่ม บวกกับกิจกรรมของที่นี่ที่มีตั้งแต่เล่นชิงช้า ว่ายน้ำ แต่ฮอตฮิตที่สุดก็คือถ่ายรูป เพราะภายในเกาะเหลาลาดิงนั้นมีมุมให้ถ่ายภาพอยู่เพียบ และถ้าใครไม่เคยเห็นปลาสลิดหินลายเสือแบบตัวเป็นๆ ถ้ามาที่เกาะนี้คุณจะต้องได้พบปะกับพวกมันอย่างแน่นอน ถือว่าเป็นแหล่งชุมนุมของปลาชนิดนี้เลยล่ะ

  • ค่าใช้จ่าย: 1,100 บาท/คน (แพ็กเกจทัวร์เกาะห้อง, เกาะห้องลากูน, เกาะผักเบี้ย, เกาะเหลาลาดิง และเกาะแดง)

4.ทริปครึ่งวันเกาะปอดะ (Koh Poda)

เป็นเกาะเอกชนที่ยังคงงดงามและน่าเที่ยวอยู่เสมอสำหรับเกาะแห่งนี้ และด้วยความที่ตัวเกาะนั้นอยู่ห่างจากอ่าวนางเพียงแค่ 8 กิโลเมตร การเดินทางจึงง่ายและไม่ต้องเสียเวลามากกว่าเกาะอื่นๆ ภายในเกาะมีชายหาดล้อมรอบทั้งสามด้าน อีกทั้งทรายบนชาดหาดก็ขาวละเอียด รวมถึงน้ำทะเลที่ใสแจ๋วผิดคาด ที่ว่าผิดคาดก็เพราะเกาะปอดะนั้นอยู่ไม่ไกลจากฝั่งของอ่าวนางเท่าไหร่ กิจกรรมที่น่าทำบนเกาะแห่งนี้น่าจะเป็นเรื่องการเล่นน้ำมากกว่าที่จะมาดูปะการัง เพราะยังไม่เพอร์เฟกต์เท่าที่อื่น ถ้าใครอยากมาดำน้ำดูปะการังเราขอแนะนำเป็นเกาะใกล้เคียงดีกว่า ดีงามกว่ากันเยอะ ส่วนเกาะนี้เอาไว้อาบแดดและเล่นน้ำพอ เท่านี้ก็สุขใจแล้ว

  • ค่าใช้จ่าย: 1,700 บาท/คน (แพ็กเกจเกาะปอดะและทะเลแหวก)

5.ทริปหนึ่งวันเกาะไหง (Koh Ngai)

ทริปสุดท้ายจะยากหน่อยและคงต้องใช้เวลาดื่มด่ำกับเกาะแห่งนี้ไปเลยทั้งวัน เส้นทางที่ง่ายที่สุดคือต้องไปขึ้นเรือที่ท่าเรือศาลาด่านของเกาะลันตา เพราะเกาะไหงนั้นถึงจะเป็นเกาะที่อยู่ในเขตอำเภอของเกาะลันตา แต่ก็จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดตรัง ดังนั้นหากใครที่จะไปชมความสวยงามของเกาะแห่งนี้จะต้องเดินทางกันถึง 2 ต่อ แต่รับรองได้เลยว่าหาดทรายและน้ำทะเลที่ใสเหมือนกระจกแห่งนี้นั้นจะช่วยเยียวยาคุณได้อย่างดีเชียวแหละ นอกจากนี้เกาะไหงยังเป็นเกาะที่มีปะการังหน้าหาด นั่นหมายความว่าคุณจะสามารถเห็นปะการังได้โดยที่ไม่ต้องสวมสน็อกเกิ้ลแล้วกระโจนลงทะเลให้เหนื่อย เห็นไหมว่าคุ้มค่ากับการที่มาจริงๆ

  • ค่าใช้จ่าย: เรือจากท่าเรือศาลาด่านไปเกาะไหง 600 บาท/คน

 

เป็นยังไงบ้างกับ 5 ทริปท่องไปตามเกาะที่เรานำเสนอ อยากบอกว่าสวยงามน่าหลงใหลทุกเกาะค่ะ และถึงแม้จะมีเวลาจำกัดแค่ 3 วัน 2 คืนบอกเลยว่าถมถ เพราะเดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็สะดวกสบายเพียงแค่เราวางแผนดีๆ ยิ่งถ้าได้ที่พักกระบี่ที่อยู่ใกล้กับท่าเรืออย่างอ่าวนางก็ยิ่งประหยัดพลังงานชีวิตไปอีกมากโข ส่วนใครที่ยังเลือกที่พักไม่ได้ขอเชิญคลิกที่ Traveloka เพราะว่าเขามีดีลดีๆ เจ๋งๆ รอให้คุณได้กดจองเพียบ ไม่แน่นะคุณอาจจะได้เจอห้องราคาถูกใจในตอนนี้เลยก็เป็นได้

จองที่พักกระบี่กับ Traveloka คลิกที่นี่เลย