สมัยนี้คนนิยมเที่ยวในกรุงเทพฯ กันมากขึ้น เพราะในกรุงเทพฯ เองก็มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายเปิดใหม่เต็มไปหมด สิ่งที่ฮิตในตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้นร้านอาหาร และคาเฟ่ ที่มีเลือกเรียงรายมากมายกระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งเอาจริงๆ แล้วในตอนนี้แหล่งที่ฮิป และฮิตที่สุด ก็คงไม่พ้นแถวย่านเมืองเก่า ไม่ว่าจะเป็นในโซนสี่พระยา ถนนทรงวาด ปากคลองตลาด หรือแม้กระทั่งซอยนานา (ที่ไม่ได้อยู่แถวสุขุมวิท)

บล็อกแรกนี้เราจึงขอสวมบทไกด์พาทุกคนไปพบกับสถานที่ลึกลับ เป็น Hidden Cafe (ในความคิดของเรา) ที่หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้ ว่าในกรุงเทพฯ ย่านเมืองเก่าของเรานี้ ก็มีคาเฟ่แบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย ?! โดยเลือกจากในย่านเมืองเก่าก่อน เพราะนอกจากสถานที่ๆ เราจะแนะนำแล้ว บรรยากาศแถวๆ นั้นยังเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของความคลาสสิก รับรองว่าถ้าพกกล้องไปด้วย ยังไงก็ได้รูปกลับมาอีกเพียบ 🙂

ซึ่งขอบอกว่าบางร้านที่กำลังจะบอกต่อไปนี้ เอาจริงๆ แล้วถ้าเป็นคนชอบเดินอยู่แล้ว สามารถเดินได้ เพราะไม่ได้อยู่ห่างกันจนไกลมากขนาดที่ไม่สามารถเดินได้ ใครที่ชอบเดินกำลังออกกำลังกาย หรือกำลังลดความอ้วนอยู่ ก็คงเดินเข้าร้านนู่นออกร้านนี้ได้แบบเพลินๆ นอกจากนั้นระหว่างทางก็ยังเต็มไปด้วยความคึกคัก ความมีชีวิต ทำให้ได้เห็นถึงชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในแต่ละร้านอีกด้วย

 

Chata Cafe

ย่านเยาวราชที่ถึงแม้ว่าภายนอกอาจจะดูวุ่นวาย เต็มไปด้วยเหล่าอากงอาม่าที่มาจับจ่ายซื้อของ รวมไปถึงคนที่มาเดินช้อปปิ้งที่สำเพ็ง แต่หารู้ไม่ว่าภายในซอยพาดสาย ที่สามารถทะลุกับสำเพ็งได้ จะมีร้านกาแฟเล็กๆ ดีไซน์เก๋ๆ ซ่อนตัวอยู่ ซึ่งคาเฟ่แห่งนี้จะมีชื่อว่า ‘Chata Cafe’ โดยทางเข้าคาเฟ่จะอยู่ด้านหน้าปากซอยข้าวสาร ที่เป็นซอยเล็กๆ อยู่ในซอยพาดสายอีกที

 

เวลาที่จะเดินเข้าไปด้านในคาเฟ่ คุณจะต้องเดินผ่านโรงแรมที่อยู่ด้านหน้าเสียก่อน เพราะแท้จริงแล้วคาเฟ่แห่งนี้ นั้นได้ตั้งอยู่ภายในโรงแรม Baan2459 อีกที แต่ไม่ต้องกลัวหลง เพราะเมื่อเดินเข้าไปด้านใน จะเห็นป้ายบอกทาง ก็ให้เดินตามทางไปเรื่อยๆ ก็จะพบกับตัวร้านกาแฟ

 

ดีไซน์แรกที่โดดเด่นสะดุดตา ก็คือคาเฟ่แห่งนี้จะไม่ได้เป็นร้านธรรมดาทั่วไป แต่ถูกออกแบบให้มาในรูปทรงเรือนกระจกขนาดยักษ์ ที่ไม่ต้องกลัวจะร้อน เพราะด้านในก็มีแอร์เย็นฉ่ำ การตกแต่งจะมีความลอฟท์นิดๆ ตรงกึ่งกลางจะมีโต๊ะยาว สามารถนั่งแชร์กับคนอื่นได้ หรือจะออกมานั่งด้านนอกก็ได้อีกเช่นกัน

 

สำหรับเมนูเครื่องดื่มหลักๆ ก็จะมีให้เลือกหลากหลาย รวมถึงเมนูเบเกอรี่ ครัวซองต์ และเค้กมะพร้าวก็มีให้เลือก โดยเครื่องดื่มจะมีซิกเนเจอร์หลัก 5 เมนูด้วยกัน จะมีเครื่องดื่มกาแฟสาม และไม่ผสมกาแฟอีกสอง

 

เครื่องดื่มที่เลือกก็คือ Shaken Espresso ตัวนี้จะเข้มข้นมาก จะมาเป็นซอตกาแฟเลย แก้วไม่ใหญ่มาก แต่รับรองว่าคนที่ชอบดื่มกาแฟเข้มๆ จะต้องชอบ เพราะได้รสชาติของกาแฟอย่างแท้จริง ส่วนตัวที่สอง ขอบอกเลยว่าเลิฟมาก เพราะส่วนตัวไม่กินกาแฟอยู่แล้ว เป็นเมนู Baby Chic จะเป็นโกโก้ที่ผสมสตอรว์เบอร์รี่ไซรัปมา หอมหวานอร่อยเหมือนกินขนมชอกโกแลตสตอรว์เบอร์รี่ในวัยเด็ก แต่มาในรูปแบบเครื่องดื่ม คนไม่ชอบกาแฟก็คิดว่าน่าจะชอบเช่นกัน

พิกัด: Maps
ที่ตั้ง: 98 พาดสาย แขวง สัมพันธวงศ์ เขต สัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100
เวลาเปิดปิด: ปิดวันจันทร์ เปิด 08.00 – 17.00 น.
ราคา: $$$ ถือว่าพอรับได้ไม่แรงมาก เมื่อเทียบความอร่อยกับราคา มากินอีกแน่นอน แต่เสียดาย เพราะคราวนี้ยังไม่ได้ลองเมนูเบเกอรี่

 

Nana Coffee Roasters

อาจจะไม่ลับเท่าไหร่สำหรับร้านนี้ ที่เมื่อรูปร้านถูกอัพลงโซเชี่ยล คนก็แห่แหนกันไปถ่ายรูปกันซะจนซอยนานา นั้นกลับมาครึกครื้นในช่วงกลางวันอีกครั้ง แต่สำหรับใครที่ยังไม่รู้ เราจึงขอมาชี้พิกัดคาเฟ่ดอกไม้ ‘Nana Coffee Roasters’ แห่งนี้ให้ทุกคนได้รู้จัก ซึ่งคาเฟ่นานา คอฟฟี่ ได้ตั้งอยู่ภายในซอยนานา ย่านเยาวราช ไม่ใช่ซอยนานา ตรงข้างๆ อโศกแต่อย่างใด ใครมาไม่ถูกก็ปักหมุดได้เลย แต่ถ้ามาจาก MRT หัวลำโพง ค่ามอเตอร์ไซต์จะประมาณ 20 บาท สำหรับใครใคร่เดินก็เดินมาได้ไม่ไกลมาก

 

ถ้าหากว่าเดินมาจนเจอร้านขายดอกไม้ก็อย่าแปลกใจ ให้ผลักประตูเข้าไปได้เลย เพราะข้างล่างจะเปิดเป็นร้านดอกไม้ ด้านบนจะเป็นร้านกาแฟ ส่วนชั้นดาดฟ้าจะเป็นบาร์รูฟท็อปเก๋ๆ รายล้อมไปด้วยการตกแต่งของดอกไม้แห้งต่างๆ มากมาย ความโดดเด่นของร้านคือโครงสร้างของตึก เพราะมีการเจาะตรงกลางของตึกออก ทำให้มีความโปร่งโล่ง มองจากข้างบนลงมาเห็นถึงข้างล่างเลย

 

เนื่องจากวันนี้มีฝนตกลงมาโปรยปราย จึงนั่งแต่คาเฟ่ที่อยู่ชั้นสอง มีทั้งเมนูเครื่องดื่ม และเค้กให้เลือกสั่ง เมนูกาแฟจะมีแบบ Drip ด้วย หรือใครอยากได้เข้มๆ ก็สั่งแบบ Expresso ชอตธรรมดา ส่วนเครื่องดื่มที่เลือกมาก็ไม่ใช่กาแฟสักทีเดียว แต่เป็นเหมือนกาแฟผสมน้ำผลไม้ มีทั้งความซาบซ่า สดใส เปรี้ยวอมหวาน และถูกตัดด้วยรสขมของกาแฟ นั่นก็คือเมนู ‘La Bossion de Kanda’ เหมาะกับคนที่ชอบกินหลายๆ อย่างรวมกัน เพราะเหมือนกับรวมทั้งน้ำผลไม้ ความซ่าของโซดา และกาแฟอยู่ภายในแก้วเดียว ส่วนเค้กก็เลือก ‘Strawberry Cheese Cake’ มากินคู่กัน เนื้อชีสเค้ก อร่อยกลมกล่อมอยู่ทีเดียว

พิกัด: Maps
ที่ตั้ง: 31-33 ซอยนานา ป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ
เวลาเปิดปิด: เปิดวันจันทร์ – อาทิตย์ 11.00 – 19.00 น. ปิดเฉพาะวันพุธ
ราคา: $$$ ราคาถือว่าแรง เมื่อเทียบกับปริมาณที่ได้ เพราะว่าแค่เมนูกาแฟอย่างเดียวก็เริ่มต้นที่ 1xx ขึ้นไปแล้ว สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ไม่ต้องพูดถึง 2xx ถือว่าแรงอยู่ ถ้าสั่งเยอะๆ ก็อาจจะไม่มีเงินเหลือไปสั่งร้านต่อไป

 

Farm to Table Hideout

จากวัตถุดิบในฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร ร้านลับแห่งที่ 3 ที่จะแนะนำนี้ อยู่ภายในย่านปากคลองตลาด ที่หลายคนอ่านแล้วอ่านจะร้อง ห๊ะ?! มีคาเฟ่อยู่ในย่านนี้ด้วยหรอ เพราะเอาจริงๆ ถึงแม้ว่าจะเสิชกูเกิ้ลเดิมตามที่ปักหมุด หลายคนก็อาจจะยังหาไม่เจอ!! ร้านนี้มีชื่อว่า ‘Farm to Table Hideout’ เป็นสาขาย่อยที่ 2 ของ Farm to Table ร้านแรก ที่ได้รับการตอบรับอย่างดี จนที่สุดก็มีอีกหนึ่งสาขาที่มีขนาดร้านใหญ่กว่า รองรับคนได้เยอะกว่า และสามารถนั่งได้นานกว่า

 

เริ่มแรกเราดูหมุดที่ปักในกูเกิ้ลแล้วเดินตาม ยังไงซะก็แผนที่ก็นำพาเรามายืนหยุดอยู่หน้าร้าน Farm to Table แห่งแรก จนสุดท้ายทนความงงงวยของตัวเองไม่ไหว เลยเดินเข้าไปถามว่าคาเฟ่อีกแห่งอยู่ที่ไหนน้อ ได้ความมาว่าต้องเดินเข้าไปอีก แล้วเลี้ยวซ้ายซอยแคบๆ จากนั้นให้เดินเข้าซอยไปอีก คาเฟ่แห่งนี้จะเป็นบ้านอยู่ด้านขวามือ ยิ่งได้ยินคำบอกทางก็ยิ่งงงเพิ่มไปหนัก เพราะในซอยที่ว่านั้นก็คือตลาดผักผลไม้ที่เต็มไปด้วยเข่งผักมากมาย

 

สุดท้ายก็เจอตัวร้านที่แอบซ่อนอยู่ในซอยแคบ ที่ในละแวกนั้นก็ยังคงเป็นโรงงานทำผัก แต่อยู่ดีๆ ก็มีคาเฟ่แห่งนี้ผุดขึ้นกลางซอย คนแถวนั้นก็คงงงไม่แพ้พวกเรา เดินเข้าไปข้างในก็จะเจอตัวร้าน ขนาดกะทัดรัดดี ไม่ได้ใหญ่อะไรมากขนาดนั้น แต่ตกแต่งได้น่ารักมากๆ ส่วนตัวเมนูขนม และเครื่องดื่มก็มีให้เลือกเยอะ หรือใครหิวก็สั่งข้าวมากินได้นะ

 

ด้วยความที่ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องเมนูไอศกรีมมาตั้งแต่แรก เลยขอลองไอศกรีมซะหน่อย จัดมาสองลูกกำลังดี เผื่อท้องไว้กินอย่างอื่นด้วย เมนูต่อไปขอเลือกเป็นขนมไทยบ้าง เพราะเห็นว่ามีขนมไทยให้เลือกเยอะมาก ที่เลือกกินคราวนี้คือ ‘ขนมข้าวตอกตั้ง + ไอศกรีม’ เดินมาเหนื่อยๆ เลยขอจัดชาสักแก้ว เลือกเป็นชาสกัดเย็นมา หอมชื่นใจ เลือกได้หลายอย่างว่าจะเอาชาอะไร รู้สึกโชคดีที่มาวันที่คนไม่เยอะมาก ถ้ามาวันที่คนเยอะในร้านก็อาจจะวุ่นวาย และต้องรอนานมากกว่านี้

พิกัด: Maps
ที่ตั้ง: 15 ซอย ท่ากลาง แขวง วังบูรพาภิรมย์ เขต พระนคร
เวลาเปิดปิด: หยุดทุกวันพุธ 10.00 – 21.00 น.
ราคา: $$ – $$$ ราคาถือว่าดีมาก บางเมนูเริ่มต้นที่หลักสิบเท่านั้น ไม่แพงมาก เมื่อเทียบกับคุณภาพอาหาร และเครื่องดื่ม รับรองว่ามีแวะกลับมาซ้ำอีกแน่นอน

 

Floral Cafe at Napasorn

ต่อด้วยอีกหนึ่งคาเฟ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในร้านดอกไม้นามว่า ‘นภสร’ ร้านหาไม่ยากนัก เพราะตั้งอยู่ถนนเส้นหลักของปากคลองตลาด ถ้านั่งรถมา หรือขับรถมาก็แค่ลงสะพานพุทธ เลี้ยวซ้ายก็จะเจอเลย ซึ่งร้านนี้ก็ยังคงถูกตั้งให้อยู่ภายใน Hidden Gems List เพราะว่าคนส่วนใหญ่ก็มักจะไม่รู้ว่า ภายในร้านขายดอกไม้ที่มองดูผิวเผินก็เหมือนเป็นแค่ร้านขายดอกไม้ธรรมดานั้น ด้านบนยังเปิดเป็นคาเฟ่ดอกไม้สวยๆ ที่ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่ในอีกโลกมิติหนึ่ง

 

เมื่อก้าวขึ้นบันไดมาชั้นสองก็จะเจอกับคาเฟ่ดอกไม้ ที่ทำให้เราต้องร้องอูหู้ว เพราะไม่ว่าจะเป็นด้านบนฝ้าเพดาน หรือกำแพงก็จะมีดอกไม้ห้อยระย้าลงมาทุกแห่งทุกหน และที่สำคัญคือดอกไม้ทุกช่อ ก็ยังดูมีชีวิตชีวา ไม่เหมือนดอกไม้แห้งทั่วๆ ไป ขนาดเราเป็นคนที่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องดอกไม้มากนัก ใช้ตามองดูก็ยังรู้ดอกไม้ทุกช่อได้ถูกคัดเลือกมาตกแต่งร้านด้วยความตั้งใจ และถึงแม้ดอกไม้บางช่อจะแห้งเหี่ยวไปตามเวลา แต่ก็ยังดูสวยงดงาม ไม่ได้ดูรกแต่อย่างใด

 

สำหรับการตกแต่งที่นอกเหนือจากดอกไม้ก็จะมีสิ่งของวินเทจต่างๆ ทำให้ในร้านนี้มีกลิ่นอายของความเป็นโกธิคนิดๆ เหมือนนั่งจิบชาอยู่ท่ามกลางสวนลึกลับ เก้าอี้ที่อยู่ในร้านก็มีไม่มาก ทำให้ร้านค่อนข้างจะส่วนตัวนิดๆ ไม่ได้มีคนพลุกพล่านมากมาย ใครที่ไปวันหยุดก็อาจจะต้องรอที่นั่งนานนิดหนึ่ง แต่แปลกใจมากที่คนส่วนใหญ่ที่เดินเข้ามาในร้าน มักจะไม่ใช่คนไทย เป็นชาวจีนบ้าง ญี่ปุ่นบ้าง แสดงให้เห็นว่าร้านนี้ก็ดังในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่เหมือนกัน

 

เมนูเครื่องดื่มก็มีให้เลือกหลากหลายตามสไตล์ แต่เมนูที่เราเลือกมาก็คือ Napasorn’s Blend ที่ทางร้านได้เบลนขึ้นมาเฉพาะ เลยเลือกสั่งอันนี้เพราะแปลกดี และก็ดูเหมือนจะเป็นชาซิกเนเจอร์ของร้านด้วย ในภาพนี้คือ Minty Rose เป็นชากุหลาบที่มีกลิ่นหอมๆ ของกุหลาบ ปะปนกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของมิ้นท์ ดื่มแล้วหอมชื่นใจ ช่วยเติมพลังให้กับยามบ่ายที่แสนง่วงเหงาได้อีกเยอะ หรือใครชอบกินเมนูของหวานก็มีให้สั่ง เบเกอรี่ที่อยู่ในร้าน ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นเมนูโฮมเมด

พิกัด: Maps
ที่ตั้ง: 67 ถนนจักรเพชร แขวงบูรพาภิรมย์ (ปากคลองตลาด)
เวลาเปิดปิด: 10.00 – 22.00 น.
ราคา: $$ – $$$ เครื่องดื่ม และเมนูของหวานถือว่าราคาไม่แรงมาก ยิ่งถ้าบ่ายวันไหนอากาศดีๆ หรือเป็นวันที่ฝนตกพรำๆ คนไม่เยอะมาก จะกลับไปซึมซับบรรยากาศอย่างแน่นอน

 

Aoon Pottery

ร้านลับแห่งสุดท้ายเป็นคาเฟ่สไตล์อบอุ่น ที่ไม่ได้เป็นแค่คาเฟ่ธรรมดา เพราะว่าอันที่จริงแล้ว ‘Aoon Pottery’ เป็นทั้งสตูดิโอทำเซรามิค รับทำเซรามิคให้กับคนที่สนใจจะสั่งทำ ผสมผสานด้วยการที่ชั้น 1 นั้นเปิดเป็นคาเฟ่ ชั้น 2 จะเป็นสตูดิโอ และชั้น 3 จะเป็นพื้นที่สำหรับการแสดงงาน โดยทำเลที่ตั้งของคาเฟ่แห่งนี้ นั้นอยู่แถวย่านสัมพันธ์วงศ์ ใกล้กับซอยวัดปทุมคงคา และเยาวราช ในละแวกนั้นถ้าใครที่ไม่เคยไปมาก่อน ก็อาจจะงง เพราะว่าเมื่อเดินเข้าซอยไป ส่วนใหญ่จะเป็นร้านขายอะไหล่รถยนต์ หรือไม่ก็เป็นบ้านคน แต่ถ้าสังเกตให้ดี ก็จะมีร้านคาเฟ่ซ่อนตัวอยู่

 

เปิดไปข้างในจะพบกับร้านคาเฟ่เล็กๆ ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่โดดเด่นด้วยการตกแต่งสไตล์อบอุ่นแบบโฮมมี่ เหมือนมานั่งเล่นบ้านเพื่อน อะไรแบบนั้นเลย สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือจะมีถ้วยเซรามิคตั้งอยู่บนชั้น สำหรับการสั่งอาหาร หรือเครื่องดื่มก็เป็นแบบ Self Service ต้องสั่งด้วยตัวเอง มีทั้งเมนูอาหาร ของคาว ของหวาน มีเครื่องดื่มให้เลือกครบ แต่สำหรับเมนูอาหารจะต้องสอบถามกันก่อน เพราะแต่ละวันเมนูที่เสิร์ฟก็จะไม่เหมือนกัน

 

พิกัด: Maps
ที่ตั้ง: 2/8 ซอย แยกปทุมคงคา แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100
เวลาเปิดปิด: 11.00 – 19.00 น. (ปิดทุกวันพฤหัสบดี และศุกร์)
ราคา: $$ – $$$ ราคาน่ารักดี แต่ติดตรงที่ความหลากหลายของเมนูอาจจะมีให้เลือกได้ไม่เยอะ ถ้ามาบ่อยก็อาจจะเบื่ออยู่ แต่ถ้านานๆ มาทีก็ดีเหมือนกัน

 

หากอยากพักผ่อน หรือหาสถานที่เงียบๆ นั่งพักผ่อน อ่านหนังสือก็ไม่จำเป็นต้องไกลถึงต่างจังหวัด เพราะในกรุงเทพฯ เองก็มีคาเฟ่มากมายให้เลือก อย่างคาเฟ่ที่เราเลือดคัดสรรมานี้ ก็สามารถแวะเวียนไปกันได้ แต่ก่อนจะไป อยากจะให้เช็ควันหยุด และเวลาเปิดปิดกันนิดหนึ่ง เพราะคาเฟ่บางแห่งก็อาจจะหยุดไม่ตรงกัน ก่อนจะไปก็ยกหูโทรศัพท์โทรไปสอบถามกันก่อนก็ดี

 

หวังว่าลิสคาเฟ่ย่านเมืองเก่านี้จะถูกใจใครหลายๆ คน แต่ถ้าใครอยากจะซึมซับบรรยากาศของความเป็นเมืองเก่าให้มากกว่านี้ ในละแวกนั้นนอกจากโรงแรม ก็ยังที่พักสวยๆ อีกมากมาย ที่จะทำให้คุณได้รีแลกซ์ และช่วยเปลี่ยนบรรยากาศได้ดีไม่แพ้ต่างจังหวัดเลยทีเดียว ที่สำคัญคือสามารถจองใน Traveloka ได้ง่ายๆ เล้ย 🙂

จองที่พักย่านพระนคร กับ Traveloka