อย่าทำงานแบบเอาเป็นเอาตาย ได้เวลาเบรกงานแล้วไปเที่ยว ปรับจูนอารมณ์และทัศนะคติตัวเองให้มีชีวิตกลับมาสดใสอีกครั้ง เที่ยวครั้งนี้ต้องจัดให้สุด…แต่จะไปหยุดปลายทางไว้ที่ไหนดี รู้ละจะเคลียร์หัวให้โปร่งโล่งทั้งทีต้องที่นี่  “สังขละบุรี” เหมือนจะไกลหน่อย แต่เพื่อให้สุดทาง ก็ต้อง Hide away ให้สุดสินะ

เริ่มกันเลย…ทริปหลบไปพัก หนีความวุ่นวายแบบนี้ กับเมือง Slow Life เอาใจสายชิล แบบที่เที่ยวครบแต่จัดไม่หนักมากจะมีที่ไหนใน สังขละบุรี  ให้ไปนอนเอนหลังฟังเพลงทอดใจ ทอดสายตาบ้าง

 

1.วัดวังก์วิเวการาม

เปิดฤกษ์ ! เอาฤกษ์เอาชัยแบบชาวพุทธด้วยการไปกราบสักการะพระบรมมหาสารีริกธาตุ  จากศรีลังกา ที่ พระเจดีย์พุธทคยา ซึ่งหลวงพ่ออุตตมะได้อัญเชิญมาประดิษฐาน บนปูชนีย์สถานสำคัญเจดีย์ทรงฐานสี่เหลี่ยมจำลองแบบจากเจดีย์พุทธคยาจริงที่อินเดีย  สีเหลืองทองอร่ามตั้งเด่นเป็นสง่า มองเห็นได้ตั้งแต่ระยะไกลสุดสายตาข้ามคุ้งน้ำคู่วัดวังก์วิเวการาม พร้อมสัญลักษณ์สิงห์คู่ด้านหน้าพระเจดีย์ในเอกลักษณ์ฉบับพม่าของแท้  ที่ทั้งสวยเด่น และศักดิ์สิทธิ์ควรคู่แก่การกราบไหว้

 

2.สะพานมอญ

มาเที่ยวสังขละบุรีหากไม่ได้มาที่นี่เหมือนมาไม่ถึง สำหรับ สะพาญมอญ  และกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือ การตักบาตรเช้าที่สะพานมอญ แล้วชมวิวแสงพระอาทิตย์ขึ้นอ่อนๆ ตัดสายหมอกยามชาวแสนชิลล์  อิงแอบวิถีชาวบ้านมอญแบบ Local ที่สะพานมอญเอกลักษณ์และไฮไลท์ที่ไม่มาไม่ได้

เมื่อชิลที่สะพานมอญแล้วสำหรับสาย Adventure อยากให้ไปเที่ยวที่น้ำตกซองกาเลีย  หนึ่งในแม่น้ำที่มีต้นกำเนิดจากพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จนมาเป็นแม่น้ำซองกาเลีย  ไหลลงสู่เขื่อนเขาแหลมในพื้นที่สังขละบุรี นอกจากสายน้ำใสไหลเย็น ผืนป่าโดนรอบแม่น้ำซองกาเลียที่อุดมสมบูรณ์  และโดหินน้อยใหญ่ พร้อมด้วยเกาะแก่งหลายหลากขนาดใต้ผืนน้ำแห่งนี้ จะพลาดยืดเส้นสายกับการถ่อแพ ล่องแก่งที่แม่น้ำซองกาเลียไปได้ยังไง

ยิ่งถ้าใครมาช่วงหน้าฝนด้วย  ระหว่างเดือนมิถุนายน ถึงตุลาคมด้วยแล้ว  ขอรับรองความมันส์ตลอดระยะทาง 20 กิโลเมตรของการล่องแก่งที่ความยากตั้งแต่ระดับ 1- 4 สลับกัน  ส่วนความแรงของกระแสน้ำก็ต้องขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำของแต่ละปีเพลินๆ กับความเย็นของสายน้ำและธรรมชาติเกือบ 3 ชั่วโมง

 

3.วัดวังก์วิเวการามหลังเก่า

เพราะทริปนี้คือความชิล การปล่อยใจไหลเอื่อย ๆ ตลอดการล่องเรือ  แล้วแวะชมโบสถ์จมน้ำ ของวัดวังก์วิเวการามหลังเก่าก่อนที่ระดับน้ำเหนือเขื่อนจะพาโบสถ์ทั้งหลังจมสุดก้นเขื่อน  Landmark ที่เป็นอีกหนึ่ง Unseen Thailand สุดแสนแปลกตาไม่เหมือนใครของไทย ใครมาช่วงต้นฤดูฝนที่ระดับน้ำยังไม่สูงมาก  ก็สามารถเอาเรือเทียบเข้าไปชมบรรยากาศภายในตัวโบสถ์ได้ แต่หากใครมาช่วงปลายฝนที่น้ำหลากปริ่มกำแพงโบสถ์ก็สวยไปอีกแบบนึง  

 

4.Jumper สะพานมอญ

ล่องเรือทัวร์รอบเขื่อนเขาแหลมนอกจากโบสถ์จมน้ำแล้ว  ยังมีวัดวาอารามโดยรอบเขื่อน ที่สวยงามแบบดั้งเดิมให้เยี่ยมชมอีกอีกหลายแห่ง  ถ้าจะปล่อยให้สุดแบบหมดแม็กซ์ พอเรือเทียบท่าที่สะพานมอญแล้ว ก็อย่าลืมรอชมการโชว์ผาดโผน  Jumper สะพานมอญของเด็กหนุ่มผู้กล้ากันด้วย

 

  1. ที่พักสังขละบรุี

ปล่อยสุดตัว 3 วันที่สังขละบุรีแต่จะพูดถึงเฉพาะที่เที่ยว ก็คงไม่ได้ 3 วันที่สังขละบุรีของเรา ไปพักถึง 2 ที่เพราะอยากเปลี่ยนบบรยากาศในการพักผ่อน ที่สำคัญที่พักสังขละบุรีมีให้เลือกมากมาย การมาเที่ยวสังขละบุรีไม่ได้มาง่ายๆ จะมัวแต่นอนที่เดียวก็กลัวว่าจะเป็นการเที่ยวไม่คุ้ม

ภูชมหมอก  รีสอร์ท

  • ราคาเริ่มต้น  1,640 บาท
  • กดจอง ที่พักกับ Traveloka

ที่พักในสไตล์ Contemporary ตั้งอยู่บนเนินเขาขนาดเล็กๆ  แม้ไม่อยู่ติดแม่น้ำหรือสะพานมอญ แต่ก็อยู่ไม่ไกลตั้งอยู่ใกล้กลางเมือง เดินทางสะดวก พร้อมครบครันในเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวก พื้นที่รอบบริเวณที่พักก็กว้างขวาง มีทั้งแบบวิลล่าเพื่อความเป็นส่วนตัว และแบบห้องพักในตัวอาคาร และได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามทั้งภายนอกและภายใน

พรไพลิน ริเวอร์ไซด์

  • ราคาเริ่มต้น 1,560 บาท
  • กดจอง ที่พักกับ Traveloka

ที่พักท่ามกลางธรรมชาติทั้งขุนเขา  และสายน้ำ บนทำเลที่ตั้งที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของสังขละบุรี  ห้องพักทุกห้องได้ออกแบบมาให้สามารถมองเห็นวิวโดยรอบได้จากห้องพัก  และยังสามารถชมวิวทั้งเจดีย์พุทธคยา สะพานมอญ และหมู่บ้านชาวมอญ ได้จากภายในบริเวณรีสอร์ท  แบบที่ไม่ต้องเหนื่อยแต่ได้สัมผัสวิวครบและใกล้ชิดกันเลย

การมาเที่ยวสังขละบุรีในครั้งนี้จะบอกว่าการเดินทางค่อนข้างทรหดเหมอืนกัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่สะดวกมากๆ สำหรับการมาเที่ยวในครั้งนี้คือ การจองที่พักเพราะช่วยลดเวลาลงไปเยอะมาก ด้วยการจองผ่าน แอปพลิเคชั่น Traveloka   คลิกที่นี่ แล้วเรื่องการจองที่พักสังขละบุรีจะไม่ใช่เรื่องวุ่นวายสำหรับคนชอบเที่ยวอีกต่อไป