สุโขสุขี หลังปีใหม่ทั้งทีขึ้นเหนือรับลมหนาว ให้อากาศเย็นปะทะร่างกันหน่อยดีกว่า จะไปเชียงใหม่ก็เห็นคน check in กันเป็นว่าเล่น อยากสงบแบบไม่วุ่นวาย เลยย้ายไปปล่อยใจกันที่ “เชียงราย” กันบ้างดีกว่าทริปนี้

 

ฟอร์มทีมได้ครบ 4 คนก็จิ้มวันหาตั๋วเครื่องบินไปเชียงรายกันได้เลยจ้าาา เข้าไปที่ website www.traveloka.com ตั๋วเวลาดีราคาน่าโดน ไปค่ะ!!

จองตั๋วเครื่องบินเชียงราย กับ Traveloka 

หลังจากจองตั๋วเครื่องบินกันแล้ว ก็ไปจองที่พักเชียงรายกับ Traveloka ต่อกันได้เลย ที่พักดี๊ดี ราคาโดนใจ แถมยังมีให้เลือกเยอะ จองได้ง่ายๆ ไปเลยไปลุยไปจองที่พักเชียงรายกัน

จองที่พักเชียงราย กับ Traveloka 

 

Day 1
ปล่อยใจไปเชียงราย

Flight ออกตั้งแต่ไก่โห่เลยคร่า ง้างเปลือกตากับแกะตัวออกจากผ้าห่มได้ ก็วิ่ง 4×100 มาถึง gate อันแสนไกลโพ้นของ ของสายการบิน Thai Viet Jet ที่เราได้โปรถูกๆ ดี๊ๆดีจาก web Traveloka นะจ้ะ รอบนี้เลยได้ประหยัดค่าตั๋วกันไป

พอลงเครื่องปุ๊บก็มารับรถที่เราเช่าไว้กันก่อน รถ Altis ของ Thai rent a car แต่โชคเข้าข้างไปอีก เค้า upgrade รถให้เป็น Toyota camry เลยเหยียดแข้งเหยียดขาสบาย หมดกังวลเรื่องรถ cc น้อยจะไม่มีแรงตอนขึ้นดอยไปได้เลย

ขอเม้าท์เรื่องอากาศนิดนึงนะคะ ก่อนมา เราก็ได้ทำการเช็คอุณหภูมิ อากาศเชียงรายเรียบร้อย กลางวันแดดจ้า ประมาณ 30 องศา กลางคืนหนาวนิดหน่อยประมาณ 15 องศา เราก็เลยคิดว่าไม่หนาวมาก เอาเสื้อหนาวมาแค่ตัวเดียว แต่มันไม่ใช่เลย มันไม่ใช่เลย วูบแรกที่ออกมารับรถ….แล้วลมที่พัดเข้าหน้าตอนออกจากประตูสนามบิน ผ่ามม!! เห้ยทำไมมันหนาวงี้เนี่ย ลองกดอุณหภูมิดูอีกทีดิ 13 องศา บ้าไปแล้ว 8 โมงเช้า 13 องศา เสื้อผ้าผิดทั้งหมด!! เอาไงล่ะทีนี้

 

เริ่มกันที่ Stop แรกก่อนละกัน ไปเยือนสถานที่ที่ ถ้าใครมาก็ต้องไป จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้เลย ถ้าไม่ใช่ “วัดร่องขุน” ถูกละค่ะ ไม่มีใครที่มาเชียงรายแล้วจะไม่มาวัดร่องขุน ขนาดเคยมาแล้วยังต้องมาซ้ำ

 

ดื่มดำกับศิลปะ ไหว้พระไหว้เจ้าจนหนำใจ ก็หิวสิคะท่านผู้ชม เราเลยไป Stop ต่อไปกันอย่างด่วน กินข้าวก่อนอย่างอื่นว่ากันทีหลังละกันเนอะ ร้านสุดฮิตที่สาย hipster สายกิน สายขนมที่ทุกคนที่มาเชียงรายพลาดไม่ได้ที่จะต้องมาแวะที่นี่ ก็ร้านนี้ล่ะจ้าา “Chivit Thamma Da Coffee House” หรือร้านชีวิตธรรมดา นั่นเอง บอกได้คำเดียวว่าอาหารอร่อยทุกอย่าง ขนมก็เลิศมากกกก บรรยากาศ 10 10 10 ไปเลยจ่ะพี่จ๋าาา

 

Eat – Snap – Chat วนไปจนสาแก่ใจแล้ว ก็ได้เวลา move ตัวต่อไปกันแล้วค่าาา……

Stop ต่อไปก็ยังคงไหว้พระรัวๆ ไป เพราะวัดนี้จะตัดออกก็ไม่ได้ เพราะขนาด Blogger ระดับโลกชื่อดังอย่าง Doyoutravel ยังเพิ่งลงรูปของวัดนี้กันไปเลยจ้า วัดนี้รู้จักกันในนามต่างชาติว่า “Blue Temple หรือ วัดร่องเสือเต้น” ของไทยเรานั่นเอง วัดนี้อาจจะไม่ได้ดังขนาดวัดร่องขุน แต่เพราะด้วยความที่เราแวะมาวันอาทิตย์ คนก็ไม่น้อยนาจา

พอจุดเทียนไหว้พระประจำวันเกิดรับปีใหม่ สวดมนต์ไหว้พระเรียบร้อย ก็บ่าย 3 กว่า เข้าไปละ รีบไปที่ต่อไปกันเลยดีกว่า ก่อนที่จะต่อนยอนช้ากันไปมากกว่านี้ เพราะคืนนี้เราต้องพักกันที่ “ดอยสะโง้” และการขับรถขึ้นดอยตอนกลางคงไม่ใช่เรื่องดี

 

แต่ก็ยังไม่วาย รุ่นน้องร่วมทริปบอกว่า เฮ้ยทางผ่านไปดอยสะโง้มี cafe แบบ unique คนน้อย ไม่ mass ยังไงคะยังไง แวะสิคะ จุดนี้

 

ทางที่ขับเข้ามา “Caleme Coffee & Bistro” บอกได้แค่ว่านึกว่าจะเข้าไปทำนานะคะ แต่มันเหมือนมากจริงๆ เพราะมันจะผ่านทุ่งนาก่อนแล้วถนนก็แคบลงๆ แต่แล้วคุณก็จะถึงสถานที่ที่ดูไม่เข้ากับสิ่งแวดล้อมแถวนั้นเลยแม้แต่น้อย ด้วยไสตล์ Morrocian เป็นตึกสีชมพูพาสเทล และทุกอย่างก็ดู Soft เมื่อเป็นสี pastel

 

ไม่ต้องรอช้า แวะเข้าไป แชะ แชะ เช็คอิน กินน้ำ รัวๆไป

 

ว้ายย รู้ตัวอีกทีก็ปาไป 4 โมงกว่าเข้าไปแล้ว รีบเผ่นเถอะ เพราะจาก cafe ไปขับรถไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าจะถึงดอยสะโง้ ล้อหมุนค่ะ………….  แต่เหมือนจะรีบแล้ว แต่ก็เหมือนเดิม ต่อนยอน แวะถ่ายรูป กับทุกหญ้า ภูเขา พระอาทิตย์

 

หลังขับรถแบบคดเคี้ยวและขึ้นเขาที่ Google map พาเราเข้าไปขับในทางเกวียนบ้างทางวิบากบ้าง บางทีมันก็เป็นการวัดใจนะคะว่าเราจะเชื่อ Google map หรือป้ายของทางหลวง อันนี้โดยส่วนตัวขอแนะนำ ป้ายทางหลวงนะคะ ไม่ใช่ว่า google map จะถูกเสนอไปนะคะ

 

และแล้ววเราก็มาถึง หมู่บ้านดอยสะโง้ ละจ้าาา ไม่ต้องห่วงนะคะ ชาวเขาจะออกมาต้อนรับเราเอง เพราะที่นี่มีที่พักไม่มาก ถ้าเราบอกเค้าว่าเราจองที่พักไว้แล้วชื่ออะไร เค้าก็จะพาเราขึ้นไปส่งถึงที่เลย

 

ชาวเขาก็ให้เราจอดรถทิ้งไว้ที่ตรงหมู่บ้านเก็บของแล้วเปลี่ยนเป็นรถอิแต๋น ได้ยินไม่ผิดค่ะ “รถอิแต๋น” ของชาวเราเหมือนรถบรรทุกผสมรถขนของ แล้วเค้าก็พาเราขึ้นไปส่ง ระหว่างทางก็อย่าให้พูดเลยนะคะ ให้เกาะแน่นๆ จะดีกว่า ช่วงนี้เลยไม่มีรูปจะลงให้ดูจริงๆ เพราะทางก็เหมือนมาแข่ง Motorcross กรังปรีซ์ ทางวิบาก 2018

Finally ถึงซะทีจ้า ดอยสะโง้ขึ้นมาถึงก็พระอาทิตย์ตก พอดิบพอดี

อิ่มวิว แล้วที่พัก บ้านดอยสะโง้ เค้าก็พาเราไปเก็บของที่บ้านหลังที่เราจองกันไว้นะคะ เราจองเป็นแบบบ้านพักนอนได้ 4 คน ราคา 2,500 บาท แต่เจ้าของเค้า upgrade ให้เป็นบ้านหลังใหญ่แบบนอนได้ 8 คน ด้านในมีมุ้ง 3 หลังเลยทีเดียว เป็นแบบห้องน้ำในตัว อยู่ในพื้นที่บ้านนะคะ

 

ระหว่างทางที่เดินลากกระเป๋าไปที่บ้านพัก ก็จะเป็นสะพานไม่ไผ่ กรอบแกรบๆ ยวบๆ กลัวไม่หักเล็กน้อย แต่ตื่นเต้นดี แปลกใหม่แปลกตาตลอดทาง

คำเตือน: ยุงที่นี่ตัวใหญ่มากนะคะ ตัวเท่าแมลงวัน แต่เจ้าของบ้านก็มาจุดยากันยุงให้เรา ส่วนห้องน้ำนั้น ถ้าใครอยากอาบน้ำเป็นแบบตักอาบ อย่าลืมเอาผ้าเช็ดตัวมาด้วยนะคะ และน้ำก็คือเย็นยะเยือกจ้าาา

 

พอสักทุ่มนึง ที่พักเค้าก็จะเอาขันโตกอาหารที่เราโทรมาจองไว้มาให้นะคะ สามารถเลือกได้ว่าจะนั่งทางที่ลานที่นั่งรวม หรือทานที่บ้านก็ได้ เราเลือกทานที่บ้านเพราะขี้เกียจเดินละค่ะ

 

ขันโตกนี้คิดเป็นรายหัวนะคะ คนละ 250 บาท แต่อร่อยนะคะโดยเฉพาะหมูย่าง เสร็จสรรพก็เตรียมตัวนอนสิจ๊ะ ตอนแรกก็คิดนะ ว่าจะอาบน้ำนะ แต่มันทำใจไม่ได้อ่ะว่าจะอาบยังไงท่าไหน ก็เลยนอนก่อนดีกว่าพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน

 

Day 2
พระอาทิตย์สะโง้สวยไม่โม้นะจ้ะ

เมื่อคืนเจ้าที่พักบอกเราว่า พระอาทิตย์จะขึ้นประมาณ 6:00-7:00 เราก็สลึมสลือมายืนรอ แล้วกลับเข้ามารอต่อในกระโจม เพราะอะไรน่ะหรือคะ ลมสิคะ หนาวแบบมองบน แล้วเสื้อหนาวแบบบางที่เอามาตัวเดียวจะไปสู้อะไรเค้าได้ แนะนำเลยนะคะ เสื้อหนาว กางเกงวอร์ม ผ้าพันคอ หมวก ควรต้องมีอะเพราะ อากาศไม่ถึง 10 องศานะคะบนนี้ ทรมาณลื้มมมม แต่แล้วพอพระอาทิตย์ขึ้นก็ลืมความหนาวไปเลยจ้าา

เก็บของแพ็คเตรียมตัวลงดอย ตอนแรกก็ว่าจะอาบน้ำเช้านี้ แต่อาการหนักกว่าเดิม เพราะมันหนาวกว่าตอนกลางคืนไปอีกค่าาา ใครจะไปไหวล่ะคะจุดนี้ ก็เปลี่ยนชุดฉีดน้ำหอมโลดค่ะท่านผู้ชม

หลังจากกินข้าวต้มใส่ถั่ว อาหารเช้า signature ของที่นี่ได้เวลาที่เราจะกลับมาเจออิแต๋นอีกครั้ง เพื่อลงดอย คราวนี้ vip เป็นรถกะบะ ได้นั่งหน้าด้วย คนขับชาวดอยก็เม้าท์ให้ฟังว่า บางคนมากางเต้นท์แต่ฝนตกก็นอนไม่ได้เลย เพราะอากาศแปรปรวน พี่โชคดีนะนี่ นางกล่าว ชั้นโชคดีหรอ่ขนาดยังไม่ได้แาบน้ำเลยนะเนี่ย 5555

 

พอลงดอยมา ลึกๆเราก็อยากจะไปอาบน้ำที่โรงแรมที่เราจองไว้นะคะ คืนนี้เราจะพักกันที่ Le Meridien ChiangRai Resort เราได้ promotion ราคาดี๊ดีจากการเข้าไปจองในเวบ Traveloka ค่ะ เราก็เช็คทุกเวบนะคะ แต่พอดีมีโปรลดเพิ่มอีก 8% ของ Traveloka ก็จะช้าอยู่ใย ถูกและดีมีอยู่จริงค่ะ กดสิคะซิส

แต่โรงแรมกว่าจะเช็คอินได้ก็ตั้งบ่าย 2 ก็เที่ยวแบบซักแห้งกันไปนี่แหละค่ะ

 

จองที่พัก Le Meridien ChiangRai Resort กับ Traveloka 

 

ไร่ชาฉุยฟง

ขับลงมาจากดอยสะโง้ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึงไร่ชาฉุยฟงละค่า มีทั้งอาหารแบบไม่หนักมากนะคะ และก็ขนมกับชา พอลงจากดอยมาปุ๊บ อากาศหน้ามือเป็นหลังมือเลยจ้าา 10โมงกลางไร่ชานั้น เหงื่อไหลแบบชั้นไปวิ่งรอบสนามมาตอนไหน??

พออยู่ที่ไร่ชาจนพอใจ เรียกว่าจนเบื่อแล้วจะดีกว่า ก็ยังไม่บ่ายสองสิคะ….นี่แหละปัญหา แต่ไม่เป็นไรเราสายคาเฟ่ ไปต่อค่ะ กินชาต่อกาแฟ

 

ขับมาจากไร่ชาฉุยฟง ประมาณครึ่งชั่วโมง เราก็มาต่อกันที่ “บ้านดอยดินแดง”

ที่เป็นบ้านที่ท่ีทำเครื่องปั้นดินเผา เป็นทั้ง exhibition show และขายด้วยนะคะ แต่ละใบ unique มากๆ

 

และก็มีส่วนของ cafe จิบกาแฟนั่งพักเหนื่อยอีกด้วย ถ้าใครมีโอกาสมาเชียงรายอย่าพลาดนะคะ อันนี้แนะนำชอบเป็นการส่วนตัว

 

และแล้วเวลาที่ชั้นรอคอยก็มาถึง ได้ check in ซะทีน้ำตาจะไหล ไม่ได้อาบน้ำมี 1 คืนกับอีกครึ่งวัน จะอาบให้สาแก่ใจไปเลยจ้าาาา

 

The Wanderer cafe

หลังจากที่อาบน้ำไป 2 รอบก้บอกเลยว่า ซะใจ 555 สะอาดทุกรูขุมขน เหมือนเกิดใหม่อีกครั้ง มันดีมากเว่อร์ เราก็เลยออกไปกินเค้กกันที่ร้าน The Wanderer Cafe

 

Custard อร่อยมากนะคะ อันนี้แนะนำมากๆๆ เพราะปกติชอบกินคัสตาร์ดมากแต่ของที่นี่อร่อยจนตอนนี้ยังจำรสได้อยู่เลย ไม่หวานมากเข้มๆ  

 

The wanderer เป็น cafe ที่ตกแต่งเหมือนอยู่ในป่า สวย และมีแมวเยอะ น่ารักทุกตัว ออกมาต้อนรับตามมุมต่างๆ แต่คือขนมอร่อยมากอันนี้ติดใจจริงๆ

 

ที่นี้ก็ได้เวลาอาหารเย็นกันบ้าง เราเลือก ร้านหลู้หลำ นะคะเป็นร้านอาหารเหนือแบบพื้นเมือง เพราะคนท้องถิ่นเค้าแนะนำมา เป็นร้านอาหารริมน้ำ แต่ไปตอนกลางคืนเลยไม่เห็นมุมอะไรเลย แต่คนเยอะมากๆคร่า พออิ่มแล้วก็กลับโรงแรม มานั่งชิลล์ที่รอบกองไฟริมแม่น้ำกันดีกว่า

 

Day 3

เช้านี้เรามีเวลาไม่มากเลยค่ะ เพราะเครื่องออกประมาณบ่าย 3 เราเลยเลือกที่จะตื่นสายๆ ชดเชยการนอนในกระโจมบนดอย แล้วค่อยๆ ตื่นไปกิน Breakfast นานาชาติของโรงแรม แล้วนั่งพักผ่อนจนถึงเวลา Check out

 

แล้วไป check in ฆ่าเวลาที่ cafe ในเมือง  ที่ ‘ฑัย cafe’

จริงๆแล้วร้านฑัย ตอนกลางคืนจะเป็น bar ที่มี craft beer แต่ตอนกลางวันก็เป็นร้านชาคาเฟ่ สวยกันไปคนละแบบ

เชียงราย สูตรปล่อยใจพักผ่อนแบบสบายๆ และตะกายตัวขึ้นดอยสะโง้แบบ 3 วัน 2 คืน สิริรวมค่าใช้จ่าไม่รวมค่ากินนะคะ

ตั๋วเครื่องบิน 1,150 บาท
ค่าที่พักดอยสะโง้+ขันโตก 875 บาท
Le Meridien 2,500 บาท

 

เที่ยวให้สนุกและสบาย
รัก
Petiemaps แซ่บทุกหัวเมือง
https://www.facebook.com/petitemap/