หากพูดถึง สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ เพื่อนๆ คงนึกถึงแลนด์มาร์คยอดฮิต คาเฟ่ชิคๆ หรือห้างสรรพสินค้าดังต่างๆ แต่วันนี้เราจะมาเอาใจสายเที่ยวสไตล์ย้อนยุค  พาเที่ยวกินย่านเก่าอย่างย่านพลับพลาไชย ย่านเก่าแก่ใจกลางกรุงเทพฯ ย่านนี้นอกจากจะดังเรื่องการไปไหว้พระขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิตแล้ว ก็ยังมีร้านอาหารดังๆ แบบดั้งเดิม คาเฟ่ชิคๆ และที่พักเท่ๆ  และยังใกล้สถานที่ท่องเที่ยวอย่างเยาวราช ใครอยากเดินไปหาของกินอร่อยๆ ก็แวะไปได้ ใช้เวลาเดินแค่ 5 นาที และวันนี้เราจะพาไปเดินถ่ายรูปเก๋ๆ แสนชิลล์ในเวลาแค่ 24 ชั่วโมง

              ก่อนอื่น ต้องบอกก่อนเลยว่าสถานที่แรกที่เราจะพาไปเช็คอินในวันนี้คือโฮสเทลเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆ โรงพยาบาลกลาง มีชื่อน่ารักๆ ว่า Peace Factory Hostel

ซึ่งก่อนมาพักที่นี่ เราได้จองล่วงหน้า ผ่านแอป Traveloka บอกเลยว่าราคาคุ้มค่ามากๆ ยิ่งใส่โค้ดส่วนลดที่พัก ยิ่งจ่ายราคาถูกเข้าไปอีก สำหรับใครอยากเข้าไปหาห้องว่างหรือเช็คราคาที่พัก ก็สามารถเข้าไปดูได้ที่นี่

จองที่พัก Peace Factory Hostel กับ Traveloka

วิธีการเดินทางมา Peace Factory Hostel สามารถเลือกวิธีเดินทางได้หลายแบบ ถ้าจะมาทางเรือคุณสามารถนั่งเรือมาลงที่ท่าน้ำราชวงศ์ ส่วนใครจะมา BTS ก็มาลงได้ที่สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ส่วนใครสะดวก MRT ก็มาลงที่สถานีหัวลำโพง แล้วนั่งรถแท็กซี่หรือวินมอเตอร์ไซค์ต่อประมาณ 10 นาที

เมื่อเดินเข้าไปเช็คอินในตัวที่พัก เราสัมผัสได้ถึงความเป็นเยาวราชดั้งเดิม เพราะที่นี่ถูกแวดล้อมไปด้วยแหล่งค้าขายของชาวจีนอย่างเยาวราช สังเกตได้จากการตกแต่งโคมไฟสีแดงสวยสะดุดตา ช่างเข้ากันกับตึกเก่าที่ยังมีโครงสร้างแบบดั้งเดิมแบบพอดิบพอดี

ซึ่ง Peace Factory Hostel นั้นได้ถูกรีโนเวทให้มีความโมเดิร์นมากขึ้น แต่ยังคงความคลาสสิคแบบลงตัวมากๆ ด้วยเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ก็ยังมีกลิ่นอายความเป็นจีนสไตล์เยาวราช อย่างหลุดเข้าไปในหนังย้อนยุคอย่างไรอย่างงั้น

ที่นี่มีห้องพักทั้งหมด13 ห้อง ถูกแบ่ง 2 แบบ นั่นก็คือห้องแบบโดมและห้องส่วนตัว

ซึ่งห้องแบบโดมถูกแยกออกเป็น ห้องหญิงล้วนและแบบผสม โดยห้องโดมมีลักษณะเป็นห้องน้ำรวม

ส่วนห้องแบบส่วนตัว  ถือว่าดีงามมากๆ ภายในตกแต่งร่วมสมัย และแสนเก๋ มีห้องน้ำในตัวอีกด้วย คนที่เข้ามาพักที่นี่ส่วนใหญ่มีทุกวัย ตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงผู้สูงวัย ทั้งไทยและต่างชาติ มีทั้งรูปแบบแบ็คแพ็คเกอร์ และคนทั่วไป  อีกทั้งสถานที่แห่งนี้ใกล้โรงพยาบาลกลาง ทำให้แขกที่มาพักที่นี่ส่วนหนึ่งเป็นญาติๆ ของคนป่วยในโรงพยาบาลกลางนั่นเอง

อาหารเช้าที่นี่เปิดให้บริการเวลา 7.00 – 10.00 น. ซึ่งประกอบไปด้วย คอนเฟลก นม ชา กาแฟ โอวัลติน และของทานเล่นอื่นๆ

นอกจากนั้นที่พักยังมีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ หรือมุมนั่งเล่นอ่านหนังสือ บอกเลยว่าชิลล์เวอร์

ทาง Peace Factory Hostel มีทัวร์ให้บริการสำหรับคนที่อยากจะให้พาไปเที่ยวด้วย ซึ่งครอบคุมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพและต่างจังหวัด เช่น อัมพวา เชียงใหม่ เกาะสมุย และอื่นๆ ซึ่งในส่วนนี้มีค่าใช้จ่ายต่างหาก ใครรู้สึกเบื่อๆ อยากออกไปเที่ยวก็ลองเดินไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เคาน์เตอร์ที่พักได้เลย

โรงแรมนี้นอกจากนอกจากจะเป็นที่พักแล้ว ยังอำนวยความสะดวกสบายทางการเดินทาง ใครอยากให้ไปรับไปส่งที่ไหนก็สามารถแจ้งทางโรงแรมได้ ซึ่งในส่วนนี้ก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเช่นกัน

หลังจากนอนเล่นเดินสำรวจรอบๆ ที่พักไปแล้ว ก็ถึงเวลาอาหารเย็นกันแล้วสิ จุดเช็คอินแพลนต่อไปเราจะพาไปกินข้าวร้านอาหารดั้งเดิมที่ชื่อว่า ร้านไชยพราหมณ์  เดินจากที่พักมาประมาณ 15 นาที ก็ถึงที่หมายกันแล้วจ้า

 

ร้านไชยพราหมณ์

ร้านไชยพราหมณ์เป็นร้านอาหารดั้งเดิมของย่านพลับพลาไชย ด้านหน้าร้านหน้าตาอาจจะไม่หวือหวามากนัก แต่พอเดินเข้าไปข้างในร้าน ถือว่าเป็นร้านที่ตกแต่ง ได้อย่างน่ารักมากทีเดียว

  • พิกัด: แผนที่      
  • เวลาเปิดปิด:  วันอังคาร – อาทิตย์ 11:00 – 15:00 น. ,  17.00 – 21.00 น.

 

การมานั่งทานอาหารที่นี่ให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก อาจเพราะอาหารของที่นี่เป็นสไตล์โฮมเมดเหมือนพี่ทำให้น้องกิน จึงให้ความรู้สึกเหมือนการกินข้าวอยู่ที่บ้าน และที่สำคัญสุดๆ คือราคาถูกและบรรยากาศเป็นกันเองสุดๆ

หลังจากกินข้าวเสร็จ ใครอยากหาคาเฟ่ นั่งชิลล์ๆ ก็ชวนกันเดินต่อมาไม่ไกลจากร้านไชยพราหมณ์ จะสังเกตเห็นคาเฟ่เล็กๆ อยู่ตรงใกล้ๆ โรงพยาบาลกลาง ปรากฏคาเฟ่เก๋ๆ ที่ชื่อว่า 289 cafe

 

289 cafe  

ไม่ใช่แค่มาถ่ายรูปเก๋ๆ จิบกาแฟเฉยๆ แต่ที่นี่ยังมีความคลาสสิคซ่อนอยู่ ซึ่งถือเป็นไฮไลท์พิเศษสุดๆ ของทริปนี้เลยก็ว่าได้ เพราะที่ 289 cafe  มีแผ่นเสียงขายด้วยนะ ใครที่ชอบแผ่นเสียงทั้งเพลงไทยหรือสากล ที่นี่จะมีการหมุนเวียนหาแผ่นเสียงมาเติมเรื่อยๆ ทุกสัปดาห์ ใครกำลังตามล่าหาเพลงโปรด มาที่นี่คุณจะได้แผ่นเสียงกลับไปอย่างแน่นอน

สไตล์การตกแต่งข้างในเป็นรูปแบบคลาสสิคและยังผสมผสานความเป็นโมเดิร์นที่เข้ากันอย่างลงตัวสุดๆ เครื่องดื่มที่นี่ก็ราคาไม่แพง ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มานั่งในร้านนี้จะมีอายุราวๆ 30 ขึ้นไป แต่วัยรุ่นคนไหนที่มีหัวใจย้อนยุคและชอบแผ่นเสียงเป็นชีวิตจิตใจ อย่าลืมมาเช็คอินที่ 289 cafe ได้เหมือนกัน

  • พิกัด: แผนที่      
  • เวลาเปิดปิด: วันจันทร์ – ศุกร์ 07.00 – 18.00 น. และวันเสาร์ 10.00 – 18.00 น.

       หมดวันกันไปอีกแล้ว กับ 24 ชั่วโมงย่านพลับพลาไชย ใครที่ชื่นชอบการถ่ายรูป หาสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ อย่าลืมแวะไปเที่ยวที่ย่านนี้กันได้นะคะเพราะย่านนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวน่าสนใจ นอกจะเป็นแหล่งกราบไหว้อันศักดิ์สิทธิที่เต็มไปด้วยศาลเจ้าแล้วแล้วละก็ ยังมีที่พักดีๆ ร้านอาหารเก่าแก่ หรือคาเฟ่เก๋ๆ อีกด้วย วันหยุดสุดสัปดาห์ใครที่อยากหาที่เที่ยวใหม่ๆ แบบไม่ต้องไปไกลถึงต่างจังหวัด ก็แวะไปเช็คอินย่านพลับพลาไชยกันหน่อย  รับรองว่าจะทำให้วันหยุดของคุณน่าจดจำไม่แพ้การไปเที่ยวสถานที่ไกลๆ เลยทีเดียว