เราคนไทยมีความโชคดีตรงที่ประเทศของเรามีสถานที่ท่องเที่ยวให้เที่ยวเยอะมาก เอาแค่เฉพาะภาคอีสานเองก็นับไม่ถ้วนแล้ว ซึ่งวันนี้ Traveloka มี 20 ที่เที่ยวในภาคอีสาน เอาใจสายเขียวคนรักธรรมชาติมาบอกต่อกัน บอกเลยว่าภาคอีสานมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติอยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งก็สวยไปหมด

1. ผาชะนะได จ.อุบลราชธานี

เริ่มต้นกันที่ผาชะนะได หากใครอยากเห็นแสงแรกของวันก็ต้องมาที่แห่งนี้ เพราะเป็นสถานที่ที่พระอาทิตย์ขึ้นเป็นที่แรกของในทุกๆ วันของประเทศไทย ผาชะนะไดเป็นภูเขาสูงที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 450 เมตร ช่วงที่สวยที่สุดและเหมาะกับการไปเที่ยวคือช่วงเดือน ตุลาคม – กุมภาพันธ์ เพราะอากาศกำลังเย็นสบาย มีทะเลหมอกให้ได้ชม ในระหว่างทางขึ้นผาชะนะไดเราจะผ่านลานดอกไม้ดิน พะลานหินวัดภูอานนท์ พะลานถ้ำไฮ พะลานภูโลง พะลานผายะยืด ฯลฯ

2. สามพันโบก จ.อุบลราชธานี

สามพันโบกหรือแกรนด์แคนยอนเมืองไทย ตั้งอยู่ที่บ้านสองคอน อ.โพธิ์ไทร โดยเราจะได้เห็นทัศนียภาพของหินที่ถูกน้ำกัดเซาะเป็นแอ่งเล็กใหญ่เป็นรูปทรงต่างๆ ที่มีมากกว่า 3,000 แอ่ง โดยเพื่อนๆ สามารถเช่าเรือเพื่อล่องไปตามลำน้ำโขงได้ด้วย โดยเรือจะพาเรานำเที่ยวไปยังสามพันโบก หาดหงส์ หินหัวพะเนียง ปากบ้อง และผาหินศิลาเลข แนะนำให้เพื่อนๆ ไปช่วงเช้าหรือช่วงเย็นที่ไม่ค่อยมีแดด จะได้เที่ยวกันอย่างสบาย

3. อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี

อุทยานแห่งชาติผาแต้ม เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะพันธุ์ไม้ดอกต่างๆ ที่มีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่านานาชนิดให้เราได้ชม โดยอุทยานแห่งชาติผาแต้มประกอบไปด้วยภูผาต่างๆ มากมาย อาทิ  ภูผาขาม ภูผาเมย ภูผาเจ็ก ภูผาสร้อย ภูย่าแพะ ผาชะนะได ฯลฯ รวมไปถึงเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของหลายๆ ห้วย โดยบริเวณผาแต้มจะมีจุดกางเต้นท์และที่พักต่างๆ มีภาพเขียนสีสำคัญทางประวัติศาสตร์อายุมากกว่า 3,000 ปีให้เราได้ชมอีกด้วย

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : http://park.dnp.go.th/visitor/nationparkshow.php?PTA_CODE=1073

4. น้ำตกแสงจันทร์ .อุบลราชธานี

หน้าฝนก็ต้องเที่ยวน้ำตก ซึ่งที่อุบลราชธานีก็มีน้ำตกแสงจันทร์ ซึ่งมีความมหัศจรรย์ตรงที่ไหลลอดผ่านช่องหินที่มีรูขนาดใหญ่ จนใครๆ ต่างก็เรียกว่า “น้ำตกลงรู” ส่วนชื่อน้ำตกแสงจันทร์นั้นก็เพราะว่าเวลาที่น้ำตกลอดผ่านช่องหินลงมากระทบกับแสงจันทร์ในวันเพ็ญ แสงจันทร์จะส่องลงมาตรงรูหินพอดีทำให้เกิดภาพที่สวยงามเป็นอย่างมากนั่นเอง

5. อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ .อุบลราชธานี

อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ เป็นบริเวณที่มีแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขงไหลผ่าน เป็นสถานที่ที่เพื่อนๆ สามารถชมวิวแม่น้ำโขงได้อย่างฟินๆ โดยอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะมีสถานที่ท่องเที่ยวให้เราได้เที่ยวหลายแห่ง อาทิ “ดอนตะนะ” ดอนที่ขวางแม่น้ำมูล มีสะพานแขวนข้ามเกาะ มีหาดทรายให้เดินเล่น เหมาะแก่การพักผ่อนเป็นอย่างมาก หรือ แก่งตะนะ ซึ่งเป็นแก่งกลางแม่น้ำมูลที่ใหญ่ที่สุด มีหลุมหินที่มีปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากให้เราได้ชม หากเพื่อนๆ ต้องการไปเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ แนะนำให้ไปในเดือนพฤศจิกายน – มิถุนายน

6. ภูกระดึง จ.เลย

ว่ากันว่าหากอยากพิสูจน์รักก็ต้องพาคนรักไปขึ้นภูกระดึง เพราะต้องใช้ระยะเวลาในการเดินขึ้นยอดภูผ่านจุดน่าสนใจมากมาย เช่น “ผานกแอ่น” จุดท่องเที่ยวชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สำคัญ ผาหล่มสัก” จุดชมพระอาทิตย์ตกที่ต้องมาให้ได้เมื่อจะไปพิชิตยอดภูกระดึง ผาหมากดูก จุดชมดอกกระเจียวในช่วงฤดูฝน นอกจากนั้นยังมีน้ำตกถ้ำสอเหนือ น้ำตกวังกวาง น้ำตกเพ็ญพบใหม่ สระอโนดาต และอื่นๆ อีกมากมาย ให้เราได้เที่ยวใกล้ชิดกับธรรมชาติแบบจุใจไปเลย

7. ภูป่าเปาะ จ.เลย

ภูป่าเปาะ จุดชมวิวที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 900 เมตร ที่เราสามารถเห็น “ภูหอ” ภูเขายอดตัดที่มีลักษณะเหมือนภูเขาไฟฟูจิประเทศญี่ปุ่น จนได้ชื่อว่าเป็นฟูจิแห่งเมืองไทย สวยงามมากในช่วงที่มีทะเลหมอกปกคลุม เพราะเราจะได้เห็นทิวทัศน์เหมือนภูเขาไฟฟูจิเป็นอย่างมาก

8. ภูลมโล จ.เลย

ภูลมโล ดินแดนแห่งซากุระเมืองไทย ที่ได้ชื่อนี้ก็เพราะว่าเป็นจุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งสำคัญในประเทศไทย ที่มีอาณาเขตกว่าพันไร่ ดังนั้นเราจะได้เห็นดอกนางพญาเสือโคร่งกระจัดกระจายอยู่ทั่วภูลมโล และสวยงามเป็นอย่างมากในช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ โดยภูลมโลตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า บนรอยต่อของ 3 จังหวัด ได้แก่ เลย เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก นอกจากการไปชมดอกนางพญาเสือโคร่งแล้วยังมีกิจกรรมให้ได้ทำอีก เช่น แรลลี่ลงภู นั่งรถฟอร์มูล่าม้งขับลงเนิน เป็นต้น

9. อุทยานแห่งชาติภูเรือ จ.เลย

สัมผัสอากาศหนาวๆ กันที่อุทยานแห่งชาติภูเรือ จ.เลย ภายในอุทยานมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญให้เราได้สัมผัสกับธรรมชาติอยู่มากมาย เช่น ยอดภูเรือจุดชมวิวที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติภูเรือที่มีดอกกระเจียวให้ได้ชมในช่วงฤดูฝน ผาโหล่นน้อย จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สามารถมองเห็นภูหลวง ภูผาสาด ภูครั่ง และทะเลภูเขาได้ น้ำตกห้วยไผ่แหล่งน้ำสำคัญในภูเรือ นอกจากนั้นยังมีผาซำทอง ลาดหินแตก สวนหินพาลี น้ำตกแก่งสุข ถ้ำไทร ฯลฯ

10. แก่งคุดคู้ จ.เลย

แก่งคุดคู้ เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวธรรมชาติที่สวยงามของ จ.เลย และสามารถมองเห็นวิวประเทศลาวได้ด้วย เราสามารถไปเดินเล่น ปั่นจักรยาน กินลม ชมวิวริมโขง ทานอาหาร หรือจะล่องเรือหางยาวชิลๆ ก็สามารถทำได้ ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการมาเที่ยวที่นี่ก็คือเดือนกุมภาพันธ์ พฤษภาคม

11. ทะเลบัวแดง จ.อุดรธานี

ทะเลบัวแดงนับว่าเป็นอีกไฮไลท์เด็ดของการชมทุ่งดอกไม้ในภาคอีสานในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เหล่าดอกบัวในบึงหนองหาน อ.กุมภวาปี แห่งนี้จะแข่งกันบานสะพรั่งไปทั่วบึงหนองหาน เกิดเป็นภาพสีชมพูอันสวยงามทั่วทั้งบึงบนเนื้อที่กว่า 10,000 ไร่ ซึ่งเราสามารถเช่าเรือเพื่อล่องเรือในบึง ถ่ายรูปสวยๆ กันได้เลย แนะนำให้ไปช่วงพระอาทิตย์ขึ้นถึงประมาณเก้าโมงเช้า เพราะเป็นช่วงที่สวยที่สุด

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.facebook.com/kumphawapilotus

12. ผาเก็บตะวัน จ.นครราชสีมา

ผาเก็บตะวัน ตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เป็นจุดชมวิวที่สวยงามเป็นอย่างมาก นักท่องเที่ยวนิยมมาชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกกันที่แห่งนี้ ณ จุดชมวิวเราสามารถทำยิงเมล็ดมะค่าโมง เมล็ดลานด้วยหนังสติ๊กเพื่อเป็นการปลูกป่าได้อีกด้วย อีกทั้งที่นี่ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว เพราะจะได้สัมผัสกับอากาศเย็นๆ และทะเลหมอกอันสวยงาม และแน่นอนหาเพื่อนๆต้องการใกล้ชิดบรรยากาศเหล่านั้น สามารถจองที่พักวังน้ำเขียวราคาสุดคุ้มติดแหล่งท่องเที่ยวกับ Traveloka ได้เลย

13. น้ำตกม่านฟ้า จ.นครราชสีมา

น้ำตกม่านฟ้า น้ำตกที่ได้ชื่อว่าสวยงามราวกันม่านน้ำตกจากฟ้า ด้วยลักษณะของน้ำตกที่สูงราว 30 เมตร ตกลงมาราวกับผ้าม่านที่กว้างถึง 50 เมตร เมื่อกระทบกับแสงแดดจึงเกิดเป็นภาพที่สวยงาม บวกกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์โดยรอบจึงทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกแห่งที่ต้องไปเยือนให้ได้ โดยน้ำตกม่านฟ้านั้นตั้งอยู่ในบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทับลานที่ 13

14. น้ำตกเหวสุวัต จ.นครราชสีมา

น้ำตกเหวสุวัตตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นน้ำตกหน้าผาสูงประมาณ 20 เมตร สามารถเล่นน้ำได้ทั้งด้านบนและด้านล่าง แต่ไม่เหมาะกับการเล่นน้ำในฤดูฝนเนื่องจากปริมาณน้ำมากและน้ำไหลแรง อย่างไรก็ตามธรรมชาติที่นี่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ สายน้ำไหลเย็นฉ่ำ เหมาะกับการไปคลายร้อนเป็นที่สุด

15. อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง จ.นครราชสีมา

หากเพื่อนๆ มีโอกาสได้ไปเที่ยวเขาใหญ่ก็จะได้พบกับอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง ซึ่งเป็นเก็บน้ำที่เรียบไปตามถนนที่เชื่อมไปยังเขาใหญ่ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เพื่อนๆ จะได้พบกับทัศนียภาพอันสวยงาม สามารถไปถ่ายรูปเล่น เดินเล่น สัมผัสอากาศดีๆ ในช่วงหน้าหนาวกันได้แบบเพลินๆ อีกทั้งอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิงยังเป็นเส้นทางปั่นจักรยานที่สวยงาม เพราะมีเลนปั่นจักรยานสำหรับสายปั่นให้ได้ปั่นชมวิว สูดอากาศดีๆ กันได้อีกด้วย

16. อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม .ชัยภูมิ

อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในการไปชมดอกกระเจียว ที่จะบานเต็มลานเป็นสีชมพูอมม่วงในช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม นอกจากนั้นในอุทยานแห่งชาติป่าหินงามยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น เขาพนมโดม ลานหินงาม สุดแผ่นดิน

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.facebook.com/อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม -Pahinngam-National-Park-509469389234896

17. มอหินขาว .ชัยภูมิ

มอหินขาวตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติภูแลนคา โดยมอหินขาวได้รับการขนามนามว่าเป็น “สโตนเฮนจ์เมืองไทย” เนื่องจากมีเสาหินตั้งอยู่คล้ายกับสโตนเฮนจ์ในประเทศอังกฤษ ในช่วงฤดูฝนหากเพื่อนๆ มาเที่ยวที่นี่ก็จะได้พบกับธรรมชาติอันสวยงามและเขียวชอุ่ม นักท่องเที่ยวหลายๆ คนนิยมมากางเต้นท์นอนนับดาวที่นี่เพราะเป็นจุดชมดาวที่สวย ท้องฟ้าโปร่ง และมีอากาศเย็นสบาย

18. ภูทอก จ.บึงกาฬ

ภูทอก มีอยู่ 2 ลูก คือภูทอกใหญ่และภูทอกน้อย โดยเราสามารถไปชมวิวธรรมชาติกันได้ที่ภูทอกน้อย ซึ่งเราต้องเดินขึ้นสู่ยอดภูทอกบนสะพานไม้และบันไดทั้งหมด 7 ชั้น แต่ละชั้นเพื่อนๆ ก็จะได้เห็นวิวแตกต่างกันไป โดยชั้น 5 เป็นที่ตั้งของหินพระธาตุอินแขวนด้วย เมื่อขึ้นไปแล้วเพื่อนๆ จะได้ชมวิวรอบภูทอกแบบ 360 องศา ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่

19. วนอุทยานน้ำตกบ๋าหลวง จ.ขอนแก่น

วนอุทยานน้ำตกบ๋าหลวง ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงมูล ซึ่งเป็นน้ำตกที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์อยู่มาก นอกจากการเล่นน้ำที่น้ำตกแล้วเพื่อนๆ ยังสามารถศึกษาธรรมชาติได้อีกด้วย น้ำตกที่นี่ค่อนข้างไหลแรง ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่ชอบความตื่นเต้น และท้าทายจะมีความสนุกสนานไปกับการกระโดดน้ำจากด้านบนลงมาสู่ด้านล่างกันเลยทีเดียว

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.facebook.com/วนอุทยานน้ำตกบ๋าหลวง-กรมอุทยานแห่งชาติ-สัตว์ป่า-และพันธุ์พืช-121275774884021   

20. จุดชมวิววัดผาตากเสื้อ จ.หนองคาย

จุดชมวิววัดผาตากเสื้อ เป็น Skywalk กระจกใสยื่นออกไปบริเวณหน้าผาของวัดผาตากเสื้อ ที่เพื่อนๆ สามารถเดินไปชมวิวแม่น้ำโขงแบบพาโนราม่าได้ หากไปในช่วงน้ำลด เพื่อนๆ จะได้เห็นสันทรายเป็นริ้วคล้ายเกล็ดพญานาค นอกจากนั้นสามารถมองเห็นเมืองสังข์ทอง ประเทศลาวได้อีกด้วย

 

นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้กล่าวมาเบื้องต้น ภาคอีสานยังมีสถานที่ท่องเที่ยวให้เพื่อนๆ เลือกกันอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งถ้าหากเพื่อนๆ กำลังคิดว่าอยากจะไปเที่ยวอีสานก็อย่าลืมจองที่พักภาคอีสานกับ Traveloka เพราะนอกจากจะไม่เสียค่าธรรมเนียมการจองแล้ว ถ้าจองผ่านแอปฯ ของ Traveloka ก็จะได้ส่วนลดเพิ่มเติมอีกด้วย

จองที่พักราคาพิเศษ กับ Traveloka