พอฤดูฝนผ่านไป ลมหนาวก็เริ่มจะพัดมา คนส่วนใหญ่ก็เปลี่ยนหันเหจากที่เที่ยวช่วงหน้าฝน มุ่งหน้าสู่ภาคเหนือของบ้านเรา ซึ่งปฎิเสธไม่ได้เลยว่าจังหวัดแถบภาคเหนือของประเทศไทยนั้นฮอตฮิตมากๆ ในช่วงหน้าหนาว เนื่องจากมีที่เที่ยวทางธรรมชาติมากมาย มีทั้งดอย และป่าเขา เหมาะกับการกางเต้นท์ตื่นขึ้นมาชมทะเลหมอกในตอนเช้า และสูดบรรยากาศดีๆ ที่ลมหนาวพัดมา

ซึ่งจังหวัด “น่าน” เองก็เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ที่ถึงแม้น่านจะเป็นจังหวัดเล็กๆ แต่น่านก็มีจุดเด่นตรงที่เป็นเมืองอันเงียบสงบปราศจากแสงสี ที่จะทำให้คุณได้พักหายใจ และทำจังหวะชีวิตให้เนิบช้า เรียบง่าย และไม่วุ่นวาย หากวันหยุดนี้ใครต้องการหนีความวุ่นวาย แนะนำให้ลองมาเที่ยวน่านดูสักครั้ง นอกจากความเงียบสงบ น่านยังขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของธรรมชาติ เพราะมีที่เที่ยวน่านเชิงธรรมชาติมากมายถูกมัดรวมอยู่ในจังหวัดเดียว ดังนั้นคราวนี้เราจะมาแนะนำ 20 พิกัดน่านฉบับสโลวไลฟ์ ที่เน้นวิวถ่ายรูปสวยๆ ให้เพื่อนๆ ได้ตามรอยกัน

หากใครยังไม่เคยไปเที่ยวน่าน เราต้องขอบอกเลยว่าการเดินทางไปน่านนั้นง่ายมาก เนื่องจากมีเที่ยวบินตรงไปน่านทุกวัน ที่คุณสามารถจองได้โดยตรงกับ Traveloka ช่วยประหยัดเวลาเดินทางไปได้เยอะ ทำให้สามารถเก็บที่เที่ยวน่านได้เพิ่มมากขึ้น ถ้าใครไม่อยากเสียเวลาขับรถ แนะนำจองไฟลท์บินไปโลด

จองตั๋วเครื่องบินไปน่าน กับ Traveloka

 

วัดภูมินทร์

เมื่อพูดถึงเมืองน่านใครๆ ก็ต้องนึกถึง “วัดภูมินทร์” ที่นับว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองน่าน ที่ไม่มาก็เหมือนมาไม่ถึงน่าน ซึ่งวัดภูมินทร์เป็นวัดเก่าแก่ มีอายุมากกว่า 400 ปี อยู่เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองน่านมาอย่างช้านาน และเป็นวัดที่ชาวเมืองน่านให้การเคารพสักการะ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอันงดงาม ผสมผสานสไตล์ล้านนา และสิ่งที่ทำให้วัดภูมินทร์เป็นที่รู้จักมากขึ้นก็คือภาพจิตกรรมฝาผนังของ “ปู่ม่านย่าม่าน” ภาพกระซิบรักบรรลือโลก

แผนที่: Maps
เวลาเปิดปิด: 06.00 – 18.00 น.

 

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน

ถ้าใครอยากทราบเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ หรืออยากดูสิ่งของเครื่องใช้โบราณ รวมถึงความเป็นอยู่ และเครื่องใช้ของชนเผ่าในจังหวัดน่าน แนะนำให้มุ่งตรงมาที่ “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน” ที่จะมีการจัดแสดงประวัติศาสตร์ ความเป็นมา วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของชาวเมืองน่านในอดีต เพื่อเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่สืบทอดให้กับคนรุ่นหลัง ซึ่งนอกจากสถานที่แห่งนี้จะเป็นพิพิธภัณฑ์แล้วนั้น ยังเป็นจุดแลนด์มาร์คยอดฮิตที่คนนิยมมาถ่ายรูปคู่กับซุ้มต้นลีลาวดี ที่เอียงโค้งเข้าหากันเหมือนเป็นอุโมงค์ต้นไม้ที่สวยงาม

แผนที่: Maps
เวลาเปิดปิด: 09.00 – 16.00 น. ปิดทุกวันจันทร์ และอังคาร

 

อุทยานแห่งชาติขุนสถาน

นอกเหนือจากเชียงใหม่แล้ว คนก็นิยมชมดอกพญาเสือโคร่งบานกันที่ “อุทยานแห่งชาติขุนสถาน” นี้แหละ ส่วนใหญ่แล้วคนจะชอบมาชมความงามของทะเลหมอกกันในช่วงฤดูฝน ไปตลอดจนถึงฤดูหนาว โดยในช่วงฤดูหนาวก็จะมีต้นพญาเสือโคร่งออกดอกบานสะพรั่งเป็นสีชมพูสวยงาม อุทยานแห่งชาติขุนสถานเป็นอีกหนึ่งที่ๆ คนนิยมมาเที่ยว เพราะมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี เป็นที่เที่ยวน่านที่สามารถเที่ยวได้ในทุกฤดู

แผนที่: Maps

 

เสาดินนาน้อย

แลนด์มาร์คอีกหนึ่งที่ของน่าน ที่รับรองเลยว่าถ่ายรูปออกมายังไงก็ชิคแน่นอน ซึ่งสถานที่นี้ตั้งอยู่ที่ตำบลเชียงของ ทางทิศตะวันตกของอุทยานแห่งชาติศรีน่าน เสาดินนาน้อย หรือ ฮ่อมจ๊อม เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ มีลักษณะเป็นเสาดินขนาดใหญ่ คล้ายๆ กับแพะเมืองผี โดยคาดว่าเกิดจากดินที่ตกตะกอนอยู่เป็นจำนวนมาก พอเปลือกโลกเคลื่อนที่ จึงได้กลายมาเป็นเสาดินในลักษณะที่เห็น ใครที่อยากสัมผัสถึงความงดงามของสิ่งที่ธรรมชาติสร้าง หรืออยากมีรูปถ่ายสวยๆ กับเสาดินนาน้อยก็เดินทางเข้าไปดูได้ในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน

แผนที่: Maps
เวลาเปิดปิด: 06.00 – 21.00 น.
ค่าเข้าชม: ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท และเด็ก 10 บาท
ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท

 

วัดพระธาตุเขาน้อย

ว่ากันว่า “วัดพระธาตุเขาน้อย” เป็นวัดที่มีจุดชมวิวสวยที่สุดในเมืองน่านเลยก็ว่าได้ เพราะวัดพระธาตุเขาน้อยได้ตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย ฝั่งด้านทิศตะวันตกของตัวเมืองน่าน ที่ตำบลคู่ใต้ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน สำหรับสถาปัตยกรรมของตัววัด ก็โดดเด่นมาก เพราะเป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างความเป็นพม่า และล้านนาเข้าด้วยกัน นอกจากจะเป็นวัดที่คนนิยมมากราบไหว้บูชา วัดพระธาตุเขาน้อยก็ยังเป็นวัดที่มีวิวที่สวยที่สุด เนื่องจากจะสามารถมองเห็นตัวเมืองน่านได้จากมุมสูง

แผนที่: Maps

 

โฮงเจ้าฟองคำ

Credit: https://www.thairath.co.th

ใครอยากได้จุดถ่ายรูปที่มีความย้อนยุค มีความเป็นไทย แนะนำให้มาที่ “โฮงเจ้าฟองคำ” บ้านไม้เก่าที่มีการอนุรักษ์ไว้ อายุมากกว่า 200 ปี เป็นบ้านไม้ทรงไทยที่สร้างจากไม้สักในสไตล์ล้านนาโบราณ เป็นบ้านของเจ้าฟองคำ ด้านในจะประกอบไปด้วยเรือนไทยทั้งหมด 4 หลังด้วยกัน มีห้องหับต่างๆ ทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น ชานเรือน ที่เชื่อมต่อถึงกันทั้งหมด นับว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

แผนที่: Maps
เวลาเปิดปิด: 09.00 – 17.00 น. หยุดทุกวันจันทร์ และอังคาร
ค่าเข้าชม: คนละ 20 บาท

 

ดอยเสมอดาว

“ดอยเสมอดาว” เป็นชื่อของดอยหนึ่งที่อยู่ภายในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ขึ้นชื่อเรื่องสถานที่ดูดาวสวยๆ เพราะในยามค่ำคืนคุณจะสามารถเห็นดาวได้นับหมื่นนับพันดวงในคืนเดือนมืด อีกทั้งคนส่วนใหญ่ยังนิยมเดินทางมาที่ดอยเสมอดาว เพื่อที่จะถ่ายรูปทางช้างเผือกอีกด้วย นอกจากในช่วงเวลากลางคืน ในเวลากลางวันดอยเสมอดาวก็เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวไม่แพ้กัน เพราะคุณจะสามารถมองเห็นได้ถึงวิวทัศนียภาพสวยๆ เห็นเป็นสีเขียวขจีไกลสุดลูกหูลูกตา

แผนที่: Maps

 

ดอยผาชู้

หลายคนบอกว่านอกจากดอยเสมอดาวที่สวย และควรไปจะมีอีกหนึ่งที่ก็คือ “ดอยผาชู้” ที่ตั้งอยู่ห่างจากดอยเสมอดาวประมาณ 4 กิโลเมตรเพียงเท่านั้น และเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานศรีน่านด้วย ไฮไลท์ของดอยผาชู้ก็คือวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม เพราะถ้าคุณมองจากดอยผาชู้ก็จะเห็นถึงเทือกเขาน้อยใหญ่ไกลสุดสายตา ที่ด้านล่างจะเห็นถึงวิวของแม่น้ำน่านอันคดเคี้ยว ซึ่งมีความยาวมากถึง 10 กิโลเมตรด้วยกัน ถ้าใครไปเที่ยวดอยเสมอดาว ก็อย่าลืมแวะมาเที่ยวที่ดอยผาชู้แห่งนี้

แผนที่: Maps

 

หอศิลป์ริมน่าน

สายอาร์ททั้งหลายต้องอย่าลืมแวะมา “หอศิลป์ริมน่าน” หอศิลป์แสดงงานศิลปะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมน้ำน่าน ห่างจากตัวเมืองน่านประมาณ 20 กิโลเมตรได้ ซึ่งผู้ก่อตั้งก็คือ วินัย ปราบริปู ศิลปินชาวน่าน ผู้ที่ต้องการรวม และจัดพิพิธภัณฑ์ขึ้นมาให้เป็นสถานที่รวมทั้งงานศิลปะ และวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน ซึ่งรับรองเลยว่าคุณจะได้ภาพถ่ายสวยๆ คู่กับงานศิลปะมากมาย เพราะมีพื้นที่น่าสนใจ เหมาะกับการถ่ายรูปอยู่ในทุกจุดของพิพิธภัณฑ์

แผนที่: Maps
เวลาเปิดปิด: 09.00 – 17.00 น. หยุดทุกวันพุธ
ค่าเข้าชม: คนละ 20 บาท

 

ปัว

“ปัว” เป็นชื่อของอำเภอหนึ่งในจังหวัดน่าน ซึ่งหลายคนอาจจะเห็นปัวผ่านทางรูปถ่ายของทุ่งนาเขียวขจี และวิวธรรมชาติอันสวยงาม ถ้าหากใครอยากมาเที่ยวปัวก็จะต้องนั่งรถ หรือขับรถมาจากตัวเมืองน่าน โดยใช้เวลาไม่นานประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง เนื่องจากปัวจะอยู่ทางตอนเหนือของน่านขึ้นไปอีก ภายในตัวเมืองปัวเองก็จะมีที่เที่ยวมากมาย ขึ้นชื่อเรื่องวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ใครที่เที่ยวเมืองน่านจนทั่วแล้ว แนะนำให้ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยวปัวบ้าง

แผนที่: Maps

 

กาแฟบ้านไทลื้อ

ร้านกาแฟวิวทุ่งนาแลนด์มาร์คเด็ดของจังหวัดปัว ที่เชื่อว่าใครที่แวะมาเที่ยวปัว ก็จะต้องปักหมุดสถานที่แห่งนี้เอาไว้อย่างแน่นอน เพราะร้านกาแฟบ้านไทลื้อมีทีเด็ดตรงวิวทุ่งหน้าเขียวขจีสวยๆ ที่ตัดกับวิวภูเขาด้านหลังอย่างสวยงาม นอกจากนั้นยังมีร้านขายผ้าทอลำดวน ให้คุณได้เลือกผ้าทอมือสวยๆ กลับไปเป็นของฝาก หรือกลับไปเป็นที่ระลึกได้อีกด้วย

แผนที่: Maps

 

โรงเรียนชาวนาศิลาเพชร

หากคุณอยากใช้ชีวิตอันเงียบสงบ สัมผัสกับวิถีธรรมชาติที่แท้จริงๆ แนะนำให้มาพักที่ “โรงเรียนชาวนาศิลาเพชร” โฮมสเตย์ที่อำเภอปัว ซึ่งคุณจะได้เห็นวิวหลักล้านของทุ่งนาสีเขียวสุดลูกหูลูกตา ที่ถึงแม้แค่นอนอยู่บนเตียง คุณก็จะสามารถเห็นวิวนาข้าวสวยๆ ได้อย่างถนัดตา ภายในโรงเรียนชาวนาศิลาเพชร จะมีบ้านให้เลือกหลายหลังด้วยกัน อาทิ กระโจมหิ่งห้อย บ้านดูดาว บ้านไม้ไทลื้อ และเรือนรจนา โดยราคาเริ่มต้นที่หลัก 6xx บาทเท่านั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นใครอยากไปนอนชมวิวสวยๆ ที่โฮมสเตย์แห่งนี้ก็คงต้องรีบหน่อย เพราะว่าจองเต็มเร็วมาก

แผนที่: Maps

 

โฮมสเตย์ตานงค์

ถ้าใครจองโฮมสเตย์ในโรงเรียนชาวนาศิลาเพชรไม่ทัน ก็ไม่ต้องเสียใจไป เราขอแนะนำโฮมสเตย์วิวหลักล้านอีกหนึ่งที่คือ “โฮมสเตย์ตานงค์” โฮมสเตย์สวยๆ ที่ตั้งอยู่กลางทุ่งนา ในอำเภอปัว จ.น่าน เป็นที่พักที่คุณจะได้ชมความงดงามของทุ่งนา ตัดกับฉากหลังที่เป็นวิวภูเขา จุดไฮไลท์ของที่นี่คือวิวทุ่งนาอันกว้างใหญ่ ที่คุณสามารถเดินลัดเลาะตามเส้นทางเดินไม้ไผ่ชมความงามของธรรมชาติได้อีกด้วย

แผนที่: Maps

 

ดอยภูคา

นอกจากอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ที่น่านนี้ก็ยังมีอีกหนึ่งอุทยานแห่งชาติก็คือ “อุทยานแห่งชาติดอยภูคา” ที่เลื่องลือในเรื่องวิวที่สวยงาม สามารถมองเห็นวิวเทือกเขาที่สลับซับซ้อน อีกทั้งอุทยานแห่งชาติดอยภูคานี้ ยังขึ้นชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสายด้วยกัน คนส่วนใหญ่นิยมมาชมทะเลหมอกในช่วงฤดูฝน – ฤดูหนาว รวมถึงชมต้นชมพูภูคา ต้นไม้ที่หาดูได้ยากที่มีที่ดอยภูคาแห่งนี้ที่เดียว โดยในหนึ่งปีต้นชมพูภูคานี้ถึงจะบานสะพรั่งสักครั้งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ นับว่าเป็นดอกไม้ที่หาดูได้ยาก

แผนที่: Maps

 

วังศิลาแลง

วังศิลาแลง หรือแกรนด์แคนย่อนของอำเภอปัว จ.น่าน เป็นอีกหนึ่งสถานที่ๆ ได้รับความนิยมมาก เพราะมีความงดงาม และหาดูได้ยากยิ่ง ด้านในวังศิลาแลงจะเป็นเหมือนลำธารที่ไหลผ่านซอกหิน จนทำเกิดเป็นซอกหินที่ถูกกัดเซาะด้วยการไหลของน้ำ จนดูคล้ายกับเป็นแกรนด์แคนย่อนขนาดย่อม เป็นทางไหลยาวต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งที่อยากจะเข้ามาชมก็สามารถชมได้ แต่ไม่ควรเข้าลึกจนเกินไปนัก ด้านในจะมีวังน้ำมากถึง 7 วังด้วยกัน ในแต่ละวังก็จะมีความงดงามแตกต่างกันไป

แผนที่: Maps

 

สุดกองดี

Credit: https://www.facebook.com/CafeSoodgongdee/

อยากชมวิวแม่น้ำน่านอย่างใกล้ชิด แนะนำให้ลิส “สุดกองดี” เอาไว้ในลำดับต้นๆ ได้เลย เพราะสุดกองดี คือชื่อของร้านกาแฟที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน เป็นร้านกาแฟที่อยู่บนต้นไม้ที่มีระเบียงยกสูง รายล้อมไปด้วยบรรยากาศของความเป็นธรรมชาติ มีต้นไม้มากมาย มีบรรยากาศที่เงียบสงบ และมีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปได้ทุกที่ ไฮไลท์อยู่ตรงระเบียงชั้นสอง ที่คุณสามารถนั่งจิบกาแฟ ชมวิวสวยๆ ของแม่น้ำน่านไปด้วยได้

แผนที่: Maps
วันเวลาเปิดปิด: 09.00 – 23.00 น.

 

บ่อเกลือ

ถัดจากอำเภอปัวไปก็จะเป็นอำเภอบ่อเกลือ เป็นอีกอำเภอที่ได้รับความนิยมมากไม่แพ้กับปัวเลยทีเดียว เพราะที่ตำบลบ่อเกลือจะมีธรรมชาติอันงดงาม โดดเด่นด้วยหมู่บ้านที่ยังมีชาวบ้านบ่อเกลือที่ทำเกลือบนภูเขา เป็นเกลือสินเธาว์ที่เอาไว้ใช้เพื่อการบริโภค ที่ยังคงมีการทำเกลือกันอยู่จนถึงทุกวันนี้ ซึ่งได้เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมกรรมวิธีการทำเกลือกันได้ในหมู่บ้าน โดยการทำเกลือของชาวบ้านบ่อเกลือก็ยังคงเป็นการทำเกลือแบบดั้งเดิมนั่นเอง

แผนที่: Maps

 

บ้านสะปัน

ใครว่าโฮมสเตย์จะมีแต่ภายในอำเภอปัว แต่แท้ที่จริงแล้วก็มีโฮมสเตย์ที่อยู่ภายในอำเภอบ่อเกลือเช่นกัน ซึ่งโฮมสเตย์ภายในบ่อเกลือจะมีชื่อว่า “บ้านสะปัน” ซึ่งมีระยะทางห่างจากบ่อเกลือภูเขาประมาณ 9 กิโลเมตรด้วยกัน ภายในบ้านสะปันจะเป็นชุมชนเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความเงียบสงบ ด้านในของหมู่บ้านก็จะมีโฮมสเตย์ให้เลือกนอนมากมาย อาทิ อุ่นไอมาง สายหมอกบอกฮัก และมีสะปัน แต่หลักๆ แล้วความพิเศษของโฮมสเตย์ที่คุณจะได้รับเหมือนกันคือ วิวทุ่งนาข้าวสวยๆ และสายหมอกที่ลอยอ้อยอิ่งในยามเช้า

แผนที่: Maps

 

ดอยสกาด

Credit: https://www.facebook.com/Skaddee-homestay-สกาดดีโฮมสเตย์-470540733150783/

“ดอยสกาด” อาจจะฟังดูไม่คุ้นหู แต่ถ้าบอกว่าดอยนี้ตั้งอยู่บนดอยภูคาอีกทีหนึ่ง หลายคนต้องร้องอ๋อ อย่างแน่นอน บนดอยสกาดนั้นมีถนนลาดยาง นักท่องเที่ยวสามารถขับรถขึ้นมาถึงด้านบนนี้ได้ ส่วนใหญ่แล้วบนดอยสกาดจะเป็นสถานที่เอาไว้ปลูกชา และปลูกเมี่ยง เพราะคนบนดอยสกาดนิยมเคี้ยวเมี่ยง คนในท้องที่บริเวณนั้นจึงนิยมเคี่ยวใบเมี่ยงหมัก ซึ่งก็จะคล้ายๆ กับหมากพลูนั้นเอง ใครชอบบรรยากาศบนดอยสกาดก็สามารถนอนค้างคืนได้ เพราะมีโฮมสเตย์ให้เลือกอยู่ 2 แห่งด้วยกัน

แผนที่: Maps

 

นาข้าวขั้นบันได โครงการปิดทองหลังพระ

ไม่ต้องไปไกลถึงซาปา เพราะที่ไทยเองนั้นก็มีนาข้าวขั้นบันไดแล้ว ซึ่งนาข้าวขั้นบันไดนี้ จะอยู่ในโครงการปิดทองหลังพระ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน เป็นนาข้าวขั้นบันไดสีเขียวขจี ที่ถูกปลูกให้ลดหลั่นลงไปตามไหล่เขา ก่อเกิดเป็นภาพวิวทิวทัศน์ที่งดงามยิ่งนัก ใครอยากสัมผัสถึงวิวนาเขียวขจีทั้งหุบเขา แนะนำให้ลองมาเที่ยวที่นาขั้นบันไดแห่งนี้ได้เลย

 

นอกจากน่านจะมีแต่ธรรมชาติที่งดงาม ยังเป็นจังหวัดที่สามารถไปเที่ยวได้ทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อน ฝน หรือว่าหนาว รวมถึงความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยวก็มีให้เลือกเยอะ ถ้าใครอยากได้ทั้งความสงบ อยากได้วิวสวยๆ และอยากได้ความหลากหลายของธรรมชาติ แนะนำให้ลองมาเที่ยวที่น่านดู