ถ้าช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้คุณมีแพลนจะลงใต้ แต่ไม่อยากเจอความวุ่นวาย คนเยอะของเหล่านักท่องเที่ยวที่ถาโถมไปเที่ยวที่กระบี่ และภูเก็ต เราจึงขอเสนอจุดหมายปลายทางใหม่ของแดนใต้ที่รับรองเลยว่ายน่าสนใจ และฟินไม่แพ้กัน นั่นก็คือ “ตรัง” นั่นเอง ซึ่งตรังเองก็เป็นอีกจังหวัดหนึ่งในทางภาคใต้ ที่มีทำเลที่ตั้งติดอยู่กับชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย เป็นเมืองที่สมบูรณ์ทั้งทรัพยากรทางทะเล และแม่น้ำ อีกทั้งยังมีเกาะต่างๆ ให้ไปเที่ยวได้ คล้ายคลึงกับจังหวัดพังงา กระบี่ และภูเก็ต

ในทุกวันนี้ใครที่อยากเดินทางไปเที่ยวตรังก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ไม่ต้องขับรถหลายชั่วโมง แต่แค่จองตั๋วเครื่องบินไปตรังกับ Traveloka ก็ได้บินตรงไปที่เที่ยวตรังแบบสบายๆ ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ด้วยการจองที่ง่ายดายใครๆ ก็ทำได้ นอกจากนั้นยังประหยัดไปได้มาก เพราะทราเวลโลก้ามีระบบช่วยจับตั๋วเครื่องบินแบบ Smart Combo ลดราคาไปได้เยอะเลยทีเดียว เอาหล่ะ ถ้าหากใครได้ยินแต่ชื่อจังหวัดตรัง แต่ยังไม่เคยไปสักที มาดูกันเลยดีกว่าว่าถ้าอยากลองไปเที่ยวตรังสักครั้ง จะต้องไปเช็คอินที่ไหน

จองตั๋วเครื่องบินไปตรังกับ Traveloka

 

ศาลเจ้าท่ามก๋งเยี่ย

Credit: https://www.facebook.com/thamkongyee/

ก่อนจะเริ่มเดินทางไปเที่ยวที่ไหนไกล แนะนำให้นักเดินทางทั้งหลายมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองชาวตรังกันก่อนกับ “ศาลเจ้าท่ามก๋งเยี่ย” ตั้งอยู่บนถนนเพลินพิทักษ์ เป็นศาลเจ้าที่คนส่วนมากนิยมมากราบไหว้ขอพร เพราะแม่นในเรื่องของเซียมซีมาก และคนที่มาขอพรในสิ่งที่ปราถนาก็มักจะสมหวัง ถ้าใครที่ไปไหว้พระที่ศาลเจ้าแห่งนี้บ่อยๆ ก็จะสังเกตเห็นหมูย่าง เพราะจะมีคนนำมาแก้บนอยู่เนื่องๆ และส่วนใหญ่ที่นิยมแก้บนก็คือประทัดทั้งหมด 1,000 นัด

แผนที่: Maps

 

พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎา

ใครเป็นนักท่องเที่ยวสายพิพิธภัณฑ์ หรือสายประวัติศาสตร์ต้องชอบสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้อย่างแน่นอน เพราะว่า “พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎา” นั้นเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เป็นจวนเก่าของเจ้าเมืองตรัง เป็นบ้านเก่าที่ยังคงอยู่ในสภาพดี สถาปัตยกรรมของตัวบ้านนั้นเป็นแบบโบราณที่หาดูได้ยากยิ่ง ภายในบ้านยังคงมีเฟอร์นิเจอร์ และของเก่าเก็บ เพื่อแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิต และวัฒนธรรมของชาวตรังสมัยก่อน โดยบ้านหลังนี้ได้อยู่ภายใต้ความดูแลของตระกูล ณ ระนอง ชาวเมืองกันตัง และเทศบาลเมืองกันตัง

แผนที่: Maps
วันและเวลาเปิดปิด: 08.00 – 16.00 น. ปิดทุกวันจันทร์

 

สถานีรถไฟกันตัง

นอกจากสถานีกันตังจะเป็นสถานีรถไฟที่มีความสวยงาม คลาสสิก เหมาะกับการถ่ายรูปยิ่งนัก สถานีแห่งนี้ยังสำคัญ ด้วยการที่เป็นสถานีรถไฟสุดสาย สำหรับทางรถไฟสายใต้ฝั่งทะเลอันดามันอีกด้วย ซึ่งมีความสำคัญในอดีตเป็นทางรถไฟที่นำไว้ใช้รับส่งสินค้ากับต่างประเทศ สถาปัตยกรรมของสถานีรถไฟกันตังจะเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวทรงปั้นหยา ยังคงแบบฉบับตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 6 และมีการทาสีเหลืองสดใสงดงาม ที่กาลเวลาผ่านมาสีเหลืองอาจจะดูซีดลงไปบ้าง แต่ก็ให้อารมณ์วินเทจเบาๆ

แผนที่: Maps

 

ถนนคนเดินตรัง

ที่ตรังเองก็ไม่น้อยหน้าใคร มีถนนคนเดินตรังเองด้วยเหมือนกัน ใครที่เป็นขากิน ขาชิม หรือว่าขาช้อป แนะนำว่าไม่ควรพลาดถนนคนเดินแห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งใครที่อยากมาเดินเล่นที่ถนนคนเดินแห่งนี้ จะตั้งอยู่บริเวณหน้าสถานีรถไฟตรัง แนะนำว่าให้มาช่วงเย็น เพราะเป็นช่วงพีคที่ตลาดจะมีความคึกคักมากที่สุด

วันและเวลาเปิดปิด: เปิดแค่วันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ 17.00 – 22.00 น.

 

วงเวียนพะยูน

อีกหนึ่งสถานที่เช็คอิน แลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดตรัง ที่ใครๆ ก็ต้องมาถ่ายรูป เพื่อเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกได้ว่าเดินทางมาถึงเมืองตรังแล้ว สำหรับวงเวียนพะยูนนี้จะตั้งอยู่ที่ถนนพัทลุง ทางขึ้นของจวนผู้ว่า ส่วนประกอบของสถาปัตยกรรมแต่ละชั้น ล้วนมาจากวรรณคดีไทยทั้งนั้น และชั้นสุดท้ายจะเป็นพะยูน ที่ถือเป็นสัญลักษณ์หลักของเมืองตรัง ใครที่ไปเที่ยวตรังก็อย่าลืมไปถ่ายรูปเช็คอินกับวงเวียนพะยูนนี้

แผนที่: Maps

 

Street Art เมืองตรัง

Credit: https://www.facebook.com/TRANG-Street-ART-890855880937405/

ใครว่าภาพเขียนบนกำแพงแบบสตรีทอาร์ทจะมีอยู่แค่สงขลาเสมอไป แต่จริงๆ แล้วมีที่จังหวัดตรังด้วย ซึ่งภายในเมืองตรังเองก็จะมีจุดแสดงศิลปะที่เป็นสตรีทอาร์ททั้งหมด 3 แห่งด้วยกัน แล้วรูปภาพทั้งหมดก็จะเป็นรูปภาพวาดแบบ 3 มิติ ที่รับรองเลยว่าคุณจะได้รูปสวยๆ กลับไปอวดเพื่อนอย่างแน่นอน

 

คริสตจักรตรัง

ความน่าสนใจของเมืองตรังอีกหนึ่งอย่าง ก็คือจะมี “คริสตจักรตรัง” โบสถ์คริสต์อายุเก่าแก่เกือบ 100 ปี แต่ก็ได้มีการปรับเปลี่ยน และบูรณะเรื่อยมา ถึงแม้จะไม่ใช่โบสถ์ในรูปแบบเดิมร้อยเปอร์เซนต์ แต่ก็ยังคงมีกลิ่นอายของความเป็นดั้งเดิมอยู่ ความโดดเด่นของคริสตจักรนี้จะเห็นโดดเด่นเป็นสีเหลือง แต่ทว่าไม่ใช่สีเหลืองทั่วไป แต่เป็นสีเหลืองของสีปูนปั้น จึงเพิ่มความคลาสสิกให้โบสถ์แห่งนี้ดูสวยงาม และมีความวินเทจ เหมาะกับการถ่ายรูป

แผนที่: Maps

 

วัดภูเขาทอง

นอกจากที่กรุงเทพฯ แล้วที่ตรังเองก็มี “วัดภูเขาทอง” เช่นกัน แต่สิ่งที่แตกต่างสำหรับวัดภูเขาทองที่ จ.ตรัง ที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นที่สำคัญ นั่นก็คือพระพุทธรูปทรงเทริดมโนราห์ และมีพระอุโบสถที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง ที่สร้างขึ้นโดยใช้กระจกเงาล้อมรอบ อีกทั้งยังมีการจำลึกเรื่องราวตำนานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาลงบนหินต่างๆ นับว่าเป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง ที่ชาวตรังให้ความเคารพเลื่อมใส และมีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง

แผนที่: Maps

 

นั่งตุ๊ก ตุ๊ก รถหัวกบเที่ยวรอบเมือง

สเน่ห์อีกหนึ่งอย่างของเมืองตรัง ก็คือตัวเมืองเก่าที่สวย และมีความงดงามด้วยสถาปัตยกรรมบ้านเรือนต่างๆ ความโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองตรัง ซึ่งที่จังหวัดอื่นๆ อาจจะไม่มีก็คือ รถตุ๊กตุ๊ก หัวกบ จะเป็นรถตุ๊กตุ๊กคันเล็กๆ น่ารักที่ไม่สามารถหา และพบเจอได้จากที่ไหนอีกแล้ว ยกเว้นที่นี่ แนะนำให้ลองเช่าเหมารถตุ๊กตุ๊ก หัวกบให้พาเที่ยวรอบเมืองก็นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีอยู่ไม่น้อย

 

สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้ (ทุ่งค่าย)

หากใครเบื่อการเที่ยวแบบในเมือง แนะนำว่าให้มาเที่ยวชมความงามของธรรมชาติที่ “สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้ (ทุ่งค่าย)” ที่แต่เดิมมีชื่อว่าสวนรุกขชาติทุ่งค่าย เป็นสวนพฤกศาสตร์ที่ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ และแหล่งท่องเที่ยวในเชิงนิเวศน ภายในมีพื้นที่มากถึง 2,600 ไร่ด้วยกัน ถือว่าเป็นสวนพฤกษศาตร์ที่กว้างใหญ่มาก ความน่าสนใจคือด้านในจะมีส่วนจัดแสดงสวนพืชเฉพาะถิ่น และพืชพรรณหายากให้ดูกันด้วย

แผนที่: Maps

 

เกาะลิบง

ถ้าคุณอยากไปเที่ยวเกาะ แนะนำให้ไปเที่ยวที่เกาะลิบง เพราะว่าเกาะลิบงเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดตรัง หากคุณไปเที่ยวที่เกาะนี้ คุณจะได้ชมทั้งความงามของธรรมชาติ และเห็นถึงวิถีชาวบ้านที่อยู่บนเกาะลิบง ส่วนใหญ่ที่พักบนเกาะลิบง จะมาในรูปแบบของโฮมสเตย์ ที่นอกจากจะมีที่พัก ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ทำอีกมากมาย แต่ไฮไลท์ของเกาะลิบง ซึ่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาพักที่นี่ ก็คือการดูพะยูน เพราะบริเวณรอบเกาะลิบงจะเต็มไปด้วยสาหร่าย ที่เป็นอาหารของพะยูน ถ้าใครอยากมาดูพะยูนที่เกาะลิบง แนะนำให้มาช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำทะเลจะใสสะอาด

แผนที่: Maps

 

อุทยานแห่งชาติเจ้าไหม

เมื่อพูดถึงความสวยงามของทะเลเมืองตรัง แนะนำให้ลองมาเที่ยวที่ “อุทยานแห่งชาติเจ้าไหม” อุทยานแห่งชาติแห่งนี้ที่ครอบคลุมเนื้อที่มากกว่า 230 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ในอำเภอสิเกา จ.ตรัง ภายในอุทยานแห่งชาติแห่งนี้จะมีทั้งในส่วนที่เป็นหาด อาทิ หาดเจ้าไหม เกาะมุก เกาะกระดาน เกาะแหวน และมีทั้งเทือกเขามากมาย นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลัก ที่รวบรวมความสวยงามเอาไว้ทั้งผืนป่า และท้องทะเล

แผนที่: Maps
วันและเวลาเปิดปิด: 06.00 – 18.00 น.
ค่าเข้าชม: คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท และคนต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท

 

เกาะมุก

“เกาะมุก” นับว่าเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของจังหวัดตรัง ซึ่งบนเกาะมุกนี้จะแบ่งได้เป็นสองฝั่ง จะมีทั้งฝั่งตะวันตก และฝั่งตะวันออก โดยฝั่งตะวันตกจะเป็นที่ตั้งของถ้ำมรกตอันโด่งดัง ไม่มีทั้งชายหาด และที่พัก ส่วนฝั่งตะวันออกจะเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมง จะมีทั้งที่พัก และร้านอาหารครบครัน ใครที่อยากสัมผัสความงดงามของเกาะมุก แนะนำให้ลองพักบนเกาะสักคืน

แผนที่: Maps

 

ถ้ำมรกต

นับว่าเป็นหนึ่งในที่เที่ยวแบบ Unseen ของตรังที่ไม่อยากให้พลาดเลยจริงๆ สำหรับถ้ำมรกตนี้ เป็นถ้ำที่สวยงดงาม ตั้งอยู่บนเกาะมุก โดยไฮไลท์ของถ้ำมรกตนี้คือเวลาที่แสงสะท้อนผืนน้ำจะเห็นเป็นสีมรกตสวยงาม ถือว่าเป็นที่เที่ยวที่น่าอัศจรรย์มาก ซึ่งวิธีที่จะเข้าไปเที่ยวภายในถ้ำนี้ได้ คือนักท่องเที่ยวจะต้องลอยตัวในน้ำเข้าไปในถ้ำ เพราะน้ำในบริเวณถ้ำจะขึ้นสูงมาก ไม่สามารถแล่นเรือเข้าไปได้นั่นเอง ถ้าใครมาเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติเจ้าไหม หรือเกาะมุก ก็อย่าลืมแวะมาเที่ยวที่ถ้ำมรกตแห่งนี้

แผนที่: Maps

 

ถ้ำเลเขากอบ

ใครชอบเที่ยวถ้ำ ชอบดูหินงอกหินย้อยอันงดงาม ควรจดลิส “ถ้ำเลเขากอบ” เข้าไว้ในวิสลิสต์เมืองตรังด่วนๆ เพราะถ้ำแห่งนี้ถือว่าเป็นถ้ำน้ำลอดที่มีระยะทางยาวมากกว่า 4 กิโลเมตร โดยผู้ที่ต้องการเข้าไปเที่ยวที่ถ้ำเลเขากอบ จะต้องนั่งบนเรือแล้วลอดถ้ำเข้าไป ด้านในจะมีหินงอกหินย้อยที่งดงาม ไฮไลท์ของการเที่ยวถ้ำแห่งนี้คือการนอนราบไปกับเรือเพื่อลอดท้องมังกร ซึ่งก็มีความเชื่ออีกว่า ถ้าใครได้มีโอกาสมาลอดท้องมังกรจะโชคดี หากใครอยากโชคดีก็ลองมาลอดถ้ำนี้กันดู

แผนที่: Maps

 

เกาะกระดาน

หนึ่งในเกาะที่มีชายหาดสีขาว ตัดกับสีฟ้าของน้ำทะเลอันใสแจ๋ว เหมือนได้ว่ายน้ำอยู่ในสระว่ายน้ำส่วนตัวขนาดยักษ์ ที่เชื่อได้เลยว่าไม่ว่าใครที่มีโอกาสได้ไปเที่ยวที่เกาะกระดานจะต้องหลงรักอย่างแน่นอน นอกจากข้อดีของชายหาดที่สวยสดงดงามแล้วนั้น ที่เกาะกระดานยังมีแนวปะการังแบบน้ำตื้น และมีปลาหลากหลายชนิด เหมาะกับคนที่ชอบดำน้ำตื้นเป็นอย่างมาก

แผนที่: Maps

 

เกาะแหวน

ใครชอบดำน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำลึก หรือว่าดำน้ำตื้น อย่าพลาดที่จะมาดำน้ำดูปะการัง และปลาน้อยใหญ่ที่เกาะแหวน เนื่องจากบริเวณจุดแหวนนี้เป็นบริเวณดำน้ำที่ฮอตฮิตเป็นอย่างมาก ขึ้นชื่อเรื่องโลกใต้ทะเลที่สวยงดงามจับใจ แต่บริเวณเกาะแหวนจะไม่มีทั้งหาด หรือว่าที่พักแต่อย่างใด เพราะเกาะนี้จะเป็นเกาะที่เปิดสัมปทานรังนกแต่เพียงเท่านั้น

แผนที่: Maps

 

เกาะไหง

ถึงแม้ว่าเกาะไหงจะเป็นเกาะที่เป็นรอยต่อของทั้งจังหวัดกระบี่ และตรัง แต่ส่วนมากคนที่มาเที่ยวตรัง ก็มักจะไม่พลาดมาเที่ยวที่เกาะไหงอยู่ดี เพราะเกาะไหงขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของชายหาดเป็นอย่างมาก หาดทรายจะมีความขาวสะอาด และละเอียดอย่างเป็นที่สุด การมาเที่ยวที่เกาะไหง สามารถมาขึ้นเรือได้ที่ท่าเรือปากเมง หรือใครสะดวกมาเที่ยวจากฝั่งกระบี่ ก็สามารถเดินทางมาจากเกาะลันตาก็ได้เช่นกัน

แผนที่: Maps

 

เกาะเหลาเหลียง

หากคุณเป็นคนที่ชอบความสงบเงียบ อยากเที่ยวหาดทรายสวยๆ แต่ไม่ชอบความวุ่นวาย แนะนำให้มาที่เกาะเหลาเหลียงแห่งนี้ เพราะขึ้นชื่อเรื่องความเงียบสงบอย่างเป็นที่สุด พร้อมกันนั้นที่เกาะเหลาเหลียงก็ยังมีทัศนียภาพที่สวยงาม ด้วยเกาะหินปูนตั้งตระหง่านด้วยกันสองลูก เป็นเกาะที่เหมาะกับการมานอนอาบแดด เล่นน้ำทะเล และพักผ่อน

แผนที่: Maps

 

น้ำตกโตนเต๊ะ

เปลี่ยนบรรยากาศจากทะเล มาเที่ยวน้ำตกกันบ้างดีกว่า กับที่เที่ยในเมืองตรัง “น้ำตกโตนเต๊ะ” เป็นน้ำตกที่มีความงดงามอย่างมาก และเป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งจากด้านหน้าก็เดินเข้าไปเพียงแค่ 80 เมตรเท่านั้นก็จะเจอน้ำตกแล้ว ซึ่งน้ำตกแห่งนี้ได้มีต้นกำเนิดมาจากเขาบรรทัด จึงทำให้มีน้ำไหลตลอดปี แต่ถ้าใครมาเที่ยวในช่วงหน้าฝน ก็จะมีน้ำมากเป็นพิเศษ บริเวณน้ำตกจะเป็นแอ่งที่สามารถลงเล่นน้ำได้

แผนที่: Maps

 

เป็นยังไงกันบ้างกับที่เที่ยวตรังทั้งหมด 20 ที่ๆ เรานำเสนอมา ถ้าหากว่าใครสนใจจะไปเที่ยวตรัง แล้วยังไม่มีที่พักตรัง แนะนำให้ลองจองที่พักตรังผ่านทาง Traveloka ดู เพราะจะมีส่วนลดมากมาย แอบกระซิบว่าถึงแม้จะเป็นช่วงไฮซีซั่นก็สามารถใช้ส่วนลดได้ด้วยนะ

จองที่พักตรัง กับ Traveloka