ที่ระยองไม่ได้มีเพียงแค่เกาะเสม็ดนะรู้กันหรือยัง วันนี้เราจะพาไปเที่ยวระยองแบบเนื้อตัวไม่สัมผัสทะเลกันเลย อาจจะได้แค่มองเห็นวิวทะเลสวยๆ เพราะที่พักของเราอยู่ติดทะเลเลย แต่ร่างกายนั้นเราขอผ่านเพราะเที่ยวระยองทริปนี้ 2 วัน 1 คืนเราขอพักผ่อนร่างกายไม่อยากทำอะไรที่ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า อยากทำกิจกรรมที่ชิลๆ กินๆ นอนๆ ไหว้พระทำบุญ ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์อะไรประมาณนั้น…ใครสะดวกเที่ยวระยองวิถีเนิบๆ แบบสบายก็ตามเราไปทริประยองได้เลย

เวลาไปเที่ยวที่ไหนก็แล้วแต่เราจะให้ความสำคัญกับเรื่องที่พักเป็นอย่างมากเพราะที่พักดีๆ จะทำให้ร่างกายเรารู้สึกสบายไปด้วยซึ่งส่งผลกับการชาร์ตพลังร่างกายจริงๆ การมาเที่ยวระยองครั้งนี้เราเลือกเลือกจองที่พักระยองกับ Traveloka เนื่องจากเป็นแอฟฯ ที่ใช้งานง่าย จ่ายเงินสบายเพราะมีช่องทางให้เลือกหลากหลาย จุดประสงค์หลักคือ ราคาถูกลงกว่าที่อื่นๆ เพราะในช่วงที่เราจองมีรหัสโปรโมชั่นส่วนลด ส่วนโรงแรมที่เราเลือกพักการไปเที่ยวระยองครั้งนี้คือ “โรงแรมแคนทารี เบย์ ระยอง” (Kantary Bay Rayong Hotel)

 

สนใจจองที่พักราคาพิเศษ แคนทารี เบย์ ระยอง กับ Traveloka กดจองตรงนี้ได้เลย

 

หอพระพุทธอังคีรส

วัดโขดทิมธาราม วัดเก่าแก่ที่สุดในจังหวัดระยอง

เราเดินทางออกจากกรุงเทพประมาณ 8 โมงเช้า ซึ่งถึงระยองประมาณ 10 โมงนิดๆ ก่อนจะเข้าเช็คอินที่โรงแรมเราได้แวะเที่ยวชมสถานที่สำคัญๆ ในเมืองระยองก่อน ทั้ง “หอพระพุทธอังคีรส” ที่นี่มีพระพุทธรูปประจำเมืองจังหวัดระยอง หากใครที่มาเที่ยวจังหวัดระยองแล้วแต่ยังไม่เคยมาสักการะเลยเราแนะนำให้แวะมาสักครั้งนึง จากนั้นไม่ไกลกันมาก “วัดโขดทิมธาราม” วัดแห่งนี้มีความสำคัญกับจังหวัดระยองมาก เพราะเป็นวัดที่มีโบสถ์ที่มีเก่าแก่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ อีกทั้งยังมีต้นไม้ใหญ่มากมายทำให้บรรยากาศภายในวัดแห่งนี้ร่มรื่น เงียบสงบ เราใช้เวลาอยู่ในวัดแห่งนี้สักพักใหญ่ๆ และเยี่ยมชมความสวยงามโบสถ์ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 300 ปี ที่ยังคงความดั้งเดิมไว้ ทั้ง หน้าต่าง ประตู และภาพจิตกรรมบนฝาผนังงดงาม ถึงแม้บางภาพอาจจะมีการเลือนลางไปบ้างแล้วแต่ความมีเสน่ห์ของภาพเหล่านั้นก็ยังคงอยู่

จากนั้นก็มุ่งตรงสู่ที่พักเดินทางไม่เกิน 20 นาทีก็ถึง โรงแรมแคนทารี เบย์ ระยอง ซึ่งที่นี่เป็นที่พักติดทะเลระยอง ริมหาดแสงจันทร์ (บริเวณหน้าโรงแรมสามารถเล่นน้ำทะเลได้) โรงแรมแห่งนี้เต็มไปด้วยความสะดวกและกิจกรรมมากมายให้ได้ผ่อนคลายและสนุกแบบไม่ต้องออกไปตามหาที่ไหน ทั้งสระว่ายน้ำขนาดใหญ่มีให้เลือกว่ายได้ถึง 2 สระ สนามเทนนิส ห้องคาราโอเกะ โยนโบวล์ ห้องซาวน่า ห้องฟิตเนส หากมาพักผ่อนแบบเป็นครอบครัวเป็นชาวแก๊งค์คือ จะมันส์มากๆ ได้ทำกิจกรรมด้วยกันตั้งแต่เช้ายันค่ำไม่ต้องหลับนอนกันได้เลย

ความโดดเด่นของที่นี่นอกจากมีกิจกรรมต่างๆ นานาให้ได้เลือกทำมากมายแล้ว ห้องพักของเขาก็กว้างใหญ่มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้เกินความต้องการ มีห้องให้เลือกเยอะ ทั้งแบบห้อง สตูดิโอ, 1 ห้องนอน และแบบ 2 ห้องนอน โดยทุกห้องตกแต่งสไตล์เรียบง่าย เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เน้นความเป็นคลาสสิก โปร่งโล่ง มีระเบียงกว้างๆ ให้ออกไปรับลมและวิวสวยๆ ของทะเล ส่วนตัวชอบที่นอนของเขานะเพราะเป็นคิงไซส์นอนแล้วไม่อึดอัด ไม่ปวดหลังได้พักผ่อนนอนหลับสบายจริงๆ

อีกสิ่งที่เราปลื้มโรงแรมนี้คือ อาหารเช้าฟูลอ๊อฟชั่นแบบจัดเต็มอัดแน่น ทั้งมุมปาท่องโก๋-น้ำเต้าหู้, มุมสลัด, มุมข้าวต้ม, แฮม เบค่อน ฯลฯ และเป็นอาหารเช้านานาชาติจริงๆ เพราะมีทั้งอาหารไทย อาหารญี่ปุ่น อาหารจีน เมนูที่เราอยากแนะนำสำหรับคนที่จะตามมาพักที่โรงแรมแห่งนี้ คือไข่กะทะทำสดใหม่เชฟเสิร์ฟร้อนใส่พริกไทยหน่อย เยาะซอสแม็กกี้เล็กน้อยเริดจะ แล้วก็อยากให้แบ่งท้องไว้กินเบเกอรี่ของที่นี่ด้วยเพราะแบรนด์ Kantary เขาขึ้นชื่อเรื่องความอร่อย ทั้งเค้ก ครัวซอง ขนมปัง ลองได้หมดเลยรับรองว่าไม่มีผิดหวัง สำหรับอาหารเช้าของที่นี่เปิดบริการ 06.30-10.00 น. มาให้ไวๆ ถ้าไม่อยากพลาดอาหารเช้าแสนอร่อย

ไฮไลท์ของทริปนี้นอกจากได้นอนหลับที่พักระดับ 5 ดาวแล้ว ก็ไปเที่ยว “สวนละไม” สวนผลไม้บุฟเฟ่ต์ฮอตมากในระยอง กินไปเลยแบบไม่อั้น ไม่จำกัดเวลาในราคา 490 บาท ได้ชมวิว กินผลไม้ อาหารอิ่มท้องแบบสุดคุ้ม และยังมีคาเฟ่เก๋ๆ ให้เราได้นั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ถ่ายรูปกับวิวสวยๆ ด้วย

ที่สวนละไมมีพื้นที่กว้างมากถึง 500 ไร่ โดยมีรถรางพาเราไปตามจุดต่างๆ ซึ่งจุดที่หนึ่งคือ ชมสวนเงาะ สำหรับจุดนี้มีผลไม้ที่เป็นเงาะอย่างเดียวเท่านั้น แต่มีอาหารและขนมมากมายได้กินอย่างเพลิดเพลินแบบไม่จำกัดเวลาเช่นกัน แต่แนะนำว่าอย่ากินเยอะเพราะในจุดถัดไปมีผลไม้อื่นๆ รอเราอยู่มากมาย

จุดที่สองเป็นไฮไลท์ของสวนเลยยิ่งในช่วงนี้เป็นหน้าทุเรียนคนจะเยอะเป็นพิเศษ มีทุเรียนให้กินได้อย่างไม่อั้น สามารถเลือกเนื้อทุเรียนได้ตามใจชอบ ทุเรียนที่ปลอกแล้วซีลไว้อย่างสะอาดน่ากินวางเรียงรายไว้มากพอสำหรับนักท่องเที่ยว 3,000 คนต่อวัน นอกจากทุเรียนแล้ว จุดนี้มีผลไม้ชนิดอื่นๆ ด้วย ทั้งมังคุด สละ ลองกอง และไม่ได้มีเพียงแค่ผลไม้เท่านั้น ยังมีขนมหวาน อาหารคาวอย่างส้มตำ ไก่ทอด เสริมทัพให้เราได้อิ่มจนพุงแทบแตกเลย จากนั้นก็ปิดท้ายด้วยจุดที่สามฟาร์มแกะ อิ่มแล้วก็ได้เวลาออกกำลังด้วยการเดินเล่นชิลล์ๆ ถ่ายรูป ให้อาหารแกะได้อย่างใกล้ชิด

  • สำหรับสวนผลไม้ละไมเปิดบริการทุกวัน โดยในช่วงหน้าทุเรียนจะมีถึงวันที่ 15 กรกฎาคมเท่านั้น หลังจากนั้นปรับเปลี่ยนผลไม้ตามช่วงฤดู

การไปเที่ยวทำให้เราได้ชาร์ตพลังอย่างเต็มที่จริงๆ มีเวลาไม่ต้องมากหากได้ไปเที่ยวในสถานที่ๆ เราอยากไปก็จะทำให้เราผ่อนคลายได้และมีแรงในการทำงานต่อด้วย