วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ของคนไม่มีรถมันช่างแสนลำบาก จะเดินทาง ขับรถไปกินลมชมวิวที่ต่างจังหวัดใกล้กรุงเทพฯ ก็ไม่ได้ จะนั่งรถทัวร์ไปก็กลัวไม่เวิร์ก หรือจะบินไปเที่ยวแค่สองวันก็กลัวจะได้ไม่คุ้มเสีย… วันนี้เราจะเปลี่ยนขนส่งสาธารณะที่เพื่อนๆ หลายคนเคยนั่งไปทำงาน ไปทำธุระในทุกเมื่อเชื่อวัน ให้กลายเป็นยานพาหนะที่จะขนเราไปเจอกับความสุข และความสนุกกับ 10 สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ที่คนไม่มีรถยนต์ส่วนตัวก็สามารถไปเที่ยวได้สบายๆ ~

หรือสำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่เดินทางมาเที่ยวกรุงเทพฯ ในระยะเวลาสั้นๆ และสะดวกเดินทางโดยใช้ขนส่งสาธารณะทั้งหลาย ก็สามารถจองที่พักในกรุงเทพฯ ทำเลดีๆ กับ Traveloka แล้วจัดการวางแพลนเที่ยวง่ายๆ จาก 10 สถานที่เที่ยวนี้ได้เลย

จองที่พักกรุงเทพฯ กับ Traveloka คลิกที่นี่


1. บางกระเจ้า

ไม่มีใครไม่รู้จัก “บางกระเจ้า” ป่ากลางกรุง แหล่งโอโซนของคนกรุงเทพฯ สำหรับใครที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายของผู้คน การคมนาคมและตึกสูง เราแนะนำให้มาเดินเล่นชิลล์ๆ สูดอากาศบริสุทธ์กันที่นี่ บางกระเจ้าเป็นพื้นที่สีเขียวรูปร่างคล้ายกระเพาะหมู ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา มีจักรยานให้เช่าปั่นในราคาย่อมเยาว์ ประมาณ 50-100 บาท ปั่นได้ถึง 6 โมงเย็น หรือจะพกจักรยานมาปั่นเองก็ได้นะ

  • วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟฟ้า BTS ไปลงสถานีบางนา ต่อแท็กซี่ไปลงที่วัดบางนานอก ราคาประมาณ 50 บาท จากนั้นลงเรือข้ามฟาก ราคา 2 บาทไปยังท่าเรือวัดบางน้ำผึ้งนอก

 

2. ท้องฟ้าจำลอง

ท้องฟ้าจำลอง มีชื่อเต็มๆ ว่าพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และท้องฟ้าจำลาย เป็นศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปเรียนรู้ได้ ที่นี่จะให้ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ และภูมิศาสตร์เป็นหลัก ไฮไลต์ของท้องฟ้าจำลองก็คือการแสดงในห้องฉายดาว (ถ้ามากับแฟนนะ โรแมนติกสุดๆ) โดยการแสดงในห้องฉายดาวจะถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ บอกเลยว่าที่นี่นอกจากจะได้ความรู้กลับไปแล้ว ยังได้ดูดาวเพลินๆ แบบใกล้ชิดด้วยนะ

  • วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟฟ้า BTS ไปลงสถานีเอกมัย ทางออก 2 แล้วเดินไปทางสถานีขนส่งเอกมัย ท้องฟ้าจำลองจะอยู่ทางซ้ายมือ

3. Stanley MiniVenture Thailand

มาต่อกันที่เมืองจำลองสุดคิวต์ติดรถไฟฟ้าบีทีเอสที่ Stanley MiniVenture ความน่ารักของเมืองจำลองแห่งนี้อยู่ที่เป็นฟิกเกอร์ทั้งหมด! โดยสัดส่วนของฟิกเกอร์จำลองนี้อยู่ที่ 1:87 ดังนั้นมันจะต้องเล็กมากก ที่นี่ถูกแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ได้แก่ Resource Town (เมืองแห่งทรัพยากร), Organic Farm  (เมืองแห่งเกษตรกรรมและปศุสัตว์), Residential and Historical Town (เมืองแห่งเรื่องราวและประวัติศาสตร์), Transportation and Entertainment (เมืองที่ไม่หยุดนิ่งและความหรรษาบันเทิง), Desert (เมืองแห่งทะเลทรายที่ร้อนระอุ), Beach (เมืองแห่งท้องทะเล), Cave (ถ้ำกาลเวลา), Port (เมืองท่าสีขาว), Airport (สนามบินไร้ขอบฟ้า),CBD (ย่านธุรกิจพันล้าน) และ Very Thai (เมืองไท๊ยไทย) บอกเลยว่านักสะสมฟิกเกอร์ทั้งหลายจะต้องกรี๊ด

  • วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟฟ้า BTS ไปลงที่สถานีเอกมัย ทางออก 4 แล้วเดินต่อไปยัง Gateway เอกมัย ชั้น 2

4. Sea Life Bangkok Ocean World

ท่องโลกใต้ทะเลใจกลางกรุงเทพฯ ที่ Sea Life Bangkok Ocean World หรือที่หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับชื่อเก่า Siam Ocean World มากกว่า ที่นี่เป็นอุทยานสัตว์ทะเลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รับรองว่าถ้าได้หลุดเข้ามาในโลกใต้ทะเลนี้แล้ว ทุกคนจะต้องตื่นตาตื่นใจสุดเพราะทุกอย่างมันสวยมากกกก รับรองว่าสีสันของโลกใต้ทะเลสวยไม่แพ้บนพื้นดินแน่นอน

  • วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟฟ้า BTS ไปลงสถานีสยาม ทางออก 5 เดินเข้าสยามพารากร Sea Life Bangkok Ocean World จะอยู่ชั้นใต้ดิน

5. นิทรรศรัตนโกสินทร์

ใครที่อินกับประวัติศาสตร์ชาติไทย หลงใหลในการเรียนรู้ในเรื่องนี้ เราแนะนำให้แวะมาที่ “นิทรรศรัตนโกสินทร์” ศูนย์กลางการเรียนรู้ข้อมูล และแหล่งรวบรวมความรู้ทางประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมของกรุงรัตนโกสินทร์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในไทย ที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ทำการรีโนเวต ตกแต่งใหม่ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ภายในนิทรรศรัตนโกสินทร์จัดแสดงนิทรรศการต่างๆ มากมาย คอประวัติศาสตร์จะต้องเลิฟ

  • วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟฟ้า BTS ไปลงสถานีราชเทวี ต่อเรือโดยสารคลองแสนแสบที่ท่าสะพานหัวช้าง แล้วขึ้นที่ท่าผ่านฟ้าลีลาศ

6. หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

สายอาร์ตทั้งหลายเชิญทางนี้เลยจ้า หอศิลป์กรุงเทพฯ หรือ BACC เป็นเหมือนจุดนัดพบของผู้ที่ชอบงานศิลปะ ที่นี่เป็นเหมือนศูนย์กลางความคิดสร้างสรรค์ให้กับคนทุกเพศทุกวัย ภายในหอศิลป์จะมีงานศิลปะหลากหลายประเภทสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันจัดแสดง เช่น ผลงานศิลปะ ภาพยนตร์ ละครเวที ดนตรี วรรณกรรม เป็นต้น หรือบางครั้งที่นี่ก็ถูกเนรมิตรให้เป็นสถานที่จัดงานอีเวนต์ตามแต่ฤดูกาล นอกจากนี้ยังมีห้องสมุดศิลปะและมุมกาแฟให้เราได้นั่งเสพงานศิลป์กันแบบชิลล์ๆ อีกด้วย

  • วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ทางออก 3 จะมีทางเชื่อมไปอาคารหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร

7. เยาวราช

ย่านชุมชนของคนไทยเชื้อสายจีนที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทย ที่ใครๆ ก็อยากไปลิ้มลองรสชาติอาหารเจ้าอร่อย เจ้าดังในตำนานด้วยกันทั้งนั้น ความคึกคักทั้งกลางวันและกลางคืนคือสิ่งที่ทุกคนต้องไปสัมผัส และที่สำคัญรอบๆ เยาวราชยังมีสถานที่ช้อปปิ้งขายส่งสำคัญอย่างสำเพ็ง ตลาดผ้าพาหุรัด ที่เต็มไปด้วยของใช้และของกินมากมาย

  • วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟฟ้า BTS ไปลงสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ หรือรถไฟใต้ดิน MRT ไปลงสถานีหัวลำโพง ต่อรถตุ๊กตุ๊ก/แท็กซี่ไปเยาวราช 40 บาท

8. Madame Tussauds Museum Bangkok

ส่วนใครที่ชอบเข้าไปดู เข้าไปชมงานปั้น เราขอแนะนำให้แวะไปถ่ายรูปกับหุ่นขี้ผึ้งคนดังที่พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งคนดังจากทั่วโลก เข้าไปชม ไปจับและถ่ายภาพเก๋ๆ ลงอินสตาแกรมก็เก๋

  • วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟฟ้า BTS ไปลงสถานีสยาม ทางออกที่ 1 แล้วเดินต่อไปยัง Siam Discovery ชั้น 6

9. เกาะเกร็ด

เบื่อเดินห้าง เข้าห้างก็ให้มาเที่ยว มาชิลล์กันที่นี่ “เกาะเกร็ด” มาชิมเมนูเด็ด ดอกไม้ทอด ของดีประจำเกาะ เช่าจักรยานปั่นเที่ยวเกาะในราคาน่ารัก 40-60 บาทแบบไม่จำกัดเวลา หรือจะเดินเที่ยวไปกินไป รับรองว่ามีขนมโบราณๆ ให้เราได้แวะกินตลอดทางแน่นอน และที่พลาดไม่ได้เด็ดขาดคือการทดลองปั้นหม้อดินเผา สินค้า OTOP ประจำเกาะเกร็ดที่โรงงานเครื่องปั้นดินเผาป้าตุ่ม มากิน มาเที่ยว มาชิลล์ที่เกาะเกร็ด 1 วัน คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม!

  • วิธีเดินทาง: นั่งรถตู้อนุสาวรีย์ชัย – ปากเกร็ด, มีนบุรี – ปากเกร็ด, รามคำแหง – ปากเกร็ด มาที่ท่าเรือวัดสนามเหนือ จากนั้นนั่งเรือข้ามฝากราคา 2 บาท

10. ซาฟารีเวิร์ล

ไม่ว่าจะนานแค่ไหน สวนสัตว์เปิดแห่งนี้ก็ยังคงเติมเต็มความทรงจำและความสนุกสนานได้เสมอ ว่าแล้วก็ขอพาทุกคนหนีเที่ยว ไปนั่งรถชมสัตว์กันที่ซาฟารีเวิร์ลซะเลย ที่นี่มีบริการรถตู้ฟรีให้เราได้นั่งชมสัตว์กันแบบเพลินๆ โดยจะแบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่ ซาฟารีปาร์ค คือสวนสัตว์เปิดที่ปล่อยให้สัตว์ใช้ชีวิตตามธรรมชาติ มารีนปาร์คหรือสวนน้ำ จะมีสัตว์น้ำและโชว์จากสัตว์น้ำให้เราได้ดูกัน และโซนสุดท้าย จังเกิ้ลวอร์คที่เปิดให้เราเดินเที่ยวดูสัตว์ได้แบบใกล้ชิดสุดๆ

  • วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟฟ้า BTS ไปลงสถานีหมอชิต หรือรถไฟใต้ดิน MRT ไปลงสถานีจตุจักร ต่อรถเมสาย 26 หรือ 96 ไปลงที่แฟชั่นไอส์แลนด์ จากนั้นเดินข้ามสะพานลอยไปต่อรถแท็กซี่ หรือสองแถวก็ได้

 

เป็นยังไงกันบ้างกับ 10 สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ที่เราคัดเลือกมาให้เพื่อนๆ น่าสนุกใช่มั้ยล่ะ~ ใครที่มีสถานที่ท่องเที่ยวในใจแล้วก็เตรียมเช็กเส้นทางและวิธีการเดินทางให้พร้อม ส่วนเพื่อนๆ คนไหนที่กำลังวางแผนหาวันหยุดเข้ามาเที่ยวกรุงเทพชิลล์ๆ ก็อย่าลืมกดจองที่พักกับ Traveloka คลิกเข้ามาที่นี่ที่เดียว ครบ จบ ทั้งเรื่องคุณภาพและราคา

จองที่พักกรุงเทพฯ กับ Traveloka คลิกที่นี่