อากาศในบ้านเมืองเราเริ่มร้อนขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งแบบนี้
เพื่อนๆหลายคน คงอยากหาสถานที่ไปนั่งรับลมหนาว หรือแช่น้ำเย็นๆให้สบายตัว
ซึ่งหากมีไอเดียนี้ผุดขึ้นมา คงหนีไม่พ้นจะเลทางฝั่งใต้ของไทยเป็นแน่แท้
แต่ครั้นจะไปไกลขนาดนั้น คงต้องลางาน หรือใช้งบประมาณค่อนข้างมาก

แล้วถ้าหากมีคนให้โจทย์คุณมาว่า
ถ้ามีเวลาเพียงแค่ 1 วันในการไปพักผ่อนให้ได้ตามความต้องการข้างบน

คุณจะทำอะไร และที่ไหนกัน??

พัทยา แม้จะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงที่แสนศิวิไลของเราชาวไทย
แต่กลับเป็นหนึ่งสถานที่ที่ตัวผมเองก็ตอบไม่ถูกในทันทีเช่นกัน ว่าเราจะไปทำอะไร นอกจาก

กินอาหารทะเล
ไปเล่นสวนน้ำ
ไปนั่งริมชายหาดพัทยา
….
……..
…………

คิดไม่ออกแล้วจริงๆครับ

==========================================

 

จนเมื่อเร็วๆนี้ มีเวลาว่าง 1 วันเต็ม
จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางทริปนี้ ว่าเราจะไปทำอะไรกันที่พัทยา

เมื่อคิดได้แบบนั้นก็เลยเริ่มหาข้อมูล
ว่าภายในเขต “เมืองพัทยา” แต่ถ้าไม่ใช่ “เมืองพัทยา”
มีอะไรน่าสนใจบ้าง

ซึ่งหลังจากการศึกษาหาข้อมูลมาสักระยะหนึ่ง ทำให้ผมได้ทราบว่า
รอบๆพัทยา มีสถานที่ให้ท่องเที่ยวมากมายเกินกว่าที่เราจะคิดออก
และยังมีกิจกรรมดีๆ ให้เราทำอีกเยอะแยะ

ซึ่งหนึ่งในจุดหมาย ที่เพิ่งกลายมาเป็นที่นิยมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
นั่นก็คือ

“เกาะล้าน” นั่นเอง

เกาะล้าน เป็นเกาะขนาดไม่ใหญ่ ห่างจากหาดพัทยาไปเพียงไม่เท่าไร
แต่กลับมีน้ำที่ใสสะอาด และกิจกรรมรอบด้านให้ทำอย่างน่าเหลือเชื่อ

==========================================

 

กิจกรรมในหนึ่งวันที่ผมไปทำมา

– พาราเซล
– เดินชมความงามใต้ทะเล
– ขึ้นจุดชมวิวเกาะล้าน
– รับประทานอาหารทะเล
– เล่นบานาน่าโบ้ท
– ขี่เจ็ทสกี
– ว่ายน้ำใสปิ๊ง ที่ริมหาด (ย้ำ! ว่าริมหาด)
– ดำน้ำตื้น

………. ใช่ครับ ทั้งหมดนี่ถูกบรรจุเข้าไปในวันๆเดียว
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดีมากๆ คือ 08:30 น. – 16:00 น.

มันดูเป็นไปไม่ได้ใช่มั้ยครับ แต่มันเป็นไปแล้ว
และคงจะยากมากๆ หากผมเดินทางเอง จ้างเรือเอง ติดต่อการทำกิจกรรมเอง

ดังนั้น ผมจึงหาข้อมูลลึกไปอีก ว่ามีทัวร์ที่จัดรูทได้ตามที่ผมต้องการหรือใกล้เคียงมั้ย จนไปเจอเข้ากับแอพๆนึงที่น่าสนใจด้านการท่องเที่ยว นั่นคือ KKDay​ นั่นเอง

กิจกรรมทั้งหมดที่ผมกล่าวมา ถูกบรรจุอยู่ในแพคเกจที่ราคาถือว่าโอเค

เราลองมาดูกันครับว่า เขตพื้นที่ใกล้กรุงเทพขนาดนี้
ยังเหลืออะไรให้เราออกไปค้นหากันอีกบ้าง

==========================================

 

เริ่มต้นวันกันที่ออกเดินทางจาก กรุงเทพฯ 06:30 น.
เพราะในแพคเกจ จะมีรถรับ-ส่ง ตามจุดต่างๆ หรือโรงแรม เพื่อไปขึ้น Speed Boat ตามแพลนในแพคเกจ

ผมจึงต้องบึ่งรถไปที่โรงแรม Hilton พัทยา (ตั้งอยู่บริเวณเดียวกันกับ เซ็นทรัลพัทยา และสะดวกมากตรงที่จอดรถในเซ็นทรัลได้เลย)

08:30 น. จะมีรถสองแถมเมืองพัทยา มารับเราไปส่งที่หาด ที่ใช้ในการขึ้นเรือ

แว้บแรกที่ไปถึง หันซ้าย มองขวา แทบไม่เจอคนไทยสักคน ส่วนมากคนที่มาร่วมทริปกันครั้งนี้มีทั้งชาวตะวันตกผิวสีเข้ม ฝรั่งผมทอง ส่วนด้านเอเชียแบบเราก็นานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน ญี่ปุ่น หรือ เกาหลี

ทำให้ผมมั่นใจว่า คนไทยส่วนใหญ่ อาจจะไม่นิยมเที่ยวแบบนี้
หรือน่าจะชอบมาเที่ยวด้วยตัวเองกันซะมากกว่า

แต่เอาวะ!!! มาแล้วก็ไปกับเพื่อนๆต่างชาตินี่แล้วกัน

==========================================

 

พอเราลงเรือ Speed Boat​
กิจกรรมแรกที่ผมไปพบ สาบานว่าไม่เคยทำที่ไหนมาก่อนเลยคือ

 

PARASAILING

ร่มหลากสีที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า พาดผ่านเพดานเรือ เมื่อเราแล่นเข้าไปจอดที่แพใหญ่ ยักษ์ กลางทะเล ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าคนเรา สามารถบินบนท้องฟ้าได้จริงๆ ยิ่งกระตุ้นต่อมความตื่นเต้นของผมเข้าไปอีก

 

เมื่อก้าวเท้าขึ้นแพใหญ่ ก็พบคนจำนวนมากที่ยืนต่อคิวรอเล่น พาราเซล กัน

 

การเตรียมความพร้อมคือ
– ถอดรองเท้า
– เก็บกระเป๋า
– ไปตัวเปล่า
– ห้ามถือกล้อง (หากต้องการนำขึ้นไป ต้องรักษาด้วยตนเอง เพราะถ้าสูญหาย ทางผู้จัดจะไม่รับผิดชอบ)

 

แหม่ แต่มาแล้วทั้งที ไม่ถ่ายได้ไง เอา GoPro ไปด้วยสิ รออะไรครับ ก่อนขึ้นเล่นจริง จะมีแถวให้ทุกคนไปต่อเพื่อใส่สิ่งที่เหมือนเสื้อชูชีพ ซึ่งเป็นเสื้อที่จะผูกเข้ากันสายของร่ม ดึงเราขึ้นสู่ฟ้า เมื่อใส่เสร็จ ก็ต้องกระดื้บๆไปต่ออีกแถวนึง เพื่อรอเล่น

==========================================

 

เมื่อเสร็จจากกิจกรรม PARASAIL แล้ว
ก็ได้เวลากลับขึ้น Speed Boat อีกครั้ง

เรือมุ่งหน้าไปต่อประมาณ 10 นาทีก็ถึงจุดหมายที่ 2

Underwater Sea Walking
หรือการเดินใต้น้ำนั่นเอง

ฮั่นแน่….. หลายๆคนคงทำหน้าสงสัย ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้
ใช่ครับ ครั้งแรกที่ผมหาข้อมูลก็คิ้วชนกันเหมือนกัน

ว่าเห้ย มันเดินยังไง? แล้วเดินทำไมวะ? เดินไปจะหายใจออกหรอ?

จนได้มาเห็นภาพ ว่าอ๋อ เขามีหน้ากากให้ใส่ เพื่อเดินใต้น้ำ ชมปะการัง และปลาต่างๆ

ตัดภาพมาที่เมื่อถึงแพที่ 2
จะมีเจ้าหน้าที่มาอธิบายวิธีการเดินใต้น้ำให้เราฟัง ว่ามีขั้นตอนการปฏิบัติดังนี้

– เมื่อหย่อนตัวลงน้ำจากบันได ใส่ค่อยๆลงทีละขั้น
– เมื่อเจ้าหน้าที่สวมใส่หน้ากากให้แล้ว ปล่อยตัวอิ่งลงสู่พื้นผิวใต้น้ำ
– หากมีอาการหูอื้อ ให้ทำการเคลียหู (เจ้าหน้าที่จะอธิบายแบบเห็นภาพ)
– เมื่ออยู่ภายใต้น้ำ ห้ามวิ่ง ห้ามก้มหน้ากากลง ห้ามเงยหน้ากากขึ้น

รับทราบข้อปฏิบัติดังนั้นแล้วก็ลุยกันไปเลย

การเดินใต้น้ำใช้เวลาประมาณ 15 นาที
ภายใต้ท้องทะเลใกล้กรุงเทพ มีสิ่งที่ไม่คาดฝันจริงๆครับ
ทั้งปลาเอย ปะการังเอย

แถมพี่ๆเจ้าหน้าที่ ยังมียื่นขนมปังมาให้เรา
เพื่อให้อาหารแก่ปลา จนว่ายมารุมล้อม รอบตัวเรากันอีกด้วย

==========================================

 

เมื่อจบกิจกรรมเดินใต้น้ำที่น่าประทับใจ
เราก็ขึ้นเรืออีกครั้งเพื่อมุ่งตรงไปที่ หาดแสม เกาะล้าน

จุดนี้เราสามารถเลือกได้ 2 ทางเลือก
1) นั่งรถขึ้นไปที่จุดชมวิว แล้วกลับลงมารับประทานอาหารกลางวัน
2) ถ่ายรูปเล่นบริเวณชายหาด แล้วเดินเข้าไปรับประทานอาหารกลางวัน

แน่นอนสำหรับผม เมื่อรู้โปรแกรมแล้วว่าตอนบ่ายจะมีพาไปอีกหาดหนึ่ง ทำให้ทางเลือกถูกตัดได้อย่างง่ายดาย

ป่ะ!! ไปจุดชมวิวกัน!!!

==========================================

 

เมื่อมาถึงจุดชมวิว
ก่อนหน้านี้ผมก็คิดมาตลอดนะ ว่าทะเลพัทยาไม่น่าเล่น เพราะไม่ใสดั่งทะเลทางตอนใต้ของไทย

แต่ตอนนี้…… ขออภัยที่คิดแบบนั้นครับ
วิวที่เห็นจากจุดชมวิว บอกได้เลย ว่าผมไม่เคยคิดว่าจะมีอยู่ที่ทะเลใกล้กรุงขนาดนี้

 

สีของน้ำทะเลไล่จากชายฝั่งที่ใสปิ๊ง ไปเป็นสีฟ้าอ่อน ไปเป็นสีเทอคว้อย จนไปเป็นสีคราม เป็นเลเยอร์ๆ

ภาพแบบนี้ หากมีโอกาส อยากให้ทุกคนได้ไปลองสัมผัสสักครั้ง

 

เมื่อถ่ายรูปกันจนอิ่มหนำ ก็ได้เวลาที่ท้องจะตามอารมณ์ไป เรากลับลงมารับประทานอาหารกลางวันที่ทางทริปจัดไว้ให้

 

==========================================

ตกบ่าย ทางไกด์ก็จะพาเรานั่งเรือวนเกาะไปที่ “หาดเทียน”
เป็นหาดที่มีกิจกรรมให้เราทำทั้งหมด 3 อย่างด้วยกัน

เล่นบานาน่าโบ้ท

 

ขี่เจ็ทสกี

 

เล่นน้ำบนชายหาด

 

ซึ่งหากใครไม่ได้ซื้อแพคเกจเพื่อร่วมกิจกรรมเหล่านี้
ก็สามารถนอนพักผ่อนที่เก้าอี้ชายหาด โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆครับ ส่วนผมจัดมันทุกอย่าง เอามันทุกทาง มาแล้วทั้งที จะปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปก็ใช่เรื่อง ลุยยยยยย!!!

 

น้ำใสม๊ากกกกกกกกกกกก

 

ใครไปเที่ยวอย่าลืมพกอะไรสีแรงๆไปถ่ายรูปกันนะ มันจะตัดกับทะเลแล้วดูสวยงามมากเลยทีเดียว

 

สำหรับน้ำทะเลที่หาดเทียน
บอกได้เลย ว่าใสจริงๆ ใสจนมองเห็นปลาว่ายไป ว่ายมาอยู่รอบขาเรา

พอถึงเวลาที่กำหนด ไกด์ก็จะมาพาเราไปจุดของกิจกรรมสุดท้าย
นั่นคือ “ดำน้ำตื้น”

 

ครบรสจริงๆเนอะสำหรับทริปนี้

การดำน้ำตื้น บริเวณใกล้เกาะล้าน
แม้น้ำจะไม่ใสเท่า ปะการังจะไม่สวยเท่า กับทางภาคใต้

แต่แลกกับการขับรถมาจากกรุงเทพแค่เพียง 2 ชั่วโมง
ผมบอกเลย แค่นี้ก็ฟินเหลือแหล่แล้ว

(**หนึ่งสิ่งที่อยากแชร์คือ ตอนผมไปดำน้ำ ระหว่างดำๆไปรู้สึกเจ็บๆ รอบๆตัวเป็นจุดๆ เหมือนโดนเข็มทิ่ม ดำไปได้สักพักรู้สึกไม่ไหว เลยขึ้นไปถามไกด์ พี่เขาบอกว่ามันคือ “แตนทะเล” กัดเจ็บ อาจจะมีขึ้นผื่นคันบ้าง แต่ไม่เป็นอันตราย แชร์ไว้เผื่อใครไปลงเล่นแล้วรู้สึกจี๊ดๆตามตัว)

==========================================

สุดท้ายนี้กิจกรรมก็จะจบลงที่ทางทัวร์มีบริการ รถสองแถวกลับมาส่งตามจุดบริการ ส่วนใครที่อยากอาบน้ำ ไม่มีบริการฟรีนะครับ แต่มีห้องน้ำสาธารณะให้อาบน้ำ ค่าบริการคนละ 20 บาท อยู่ใกล้กับที่ขึ้นรถกลับ

==========================================

ความรู้สึกจากการไปทริปครั้งนี้
อยากให้เพื่อนๆได้มาพบเจอบรรยากาศแบบเดียวกันนี้
เพราะการเดินทางจากกรุงเทพฯนั้นสะดวก และไม่ไกล

แถมยังได้กิจกรรมมากมาย ทั้ง Extreme และพักผ่อน
และที่สำคัญ ใช้เวลาเพียงแค่ 1 วันก็สามารถเก็บได้ครบทุกกิจกรรม

ลองดูนะครับ สำหรับคนที่มองหาสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนใกล้กรุงเทพฯ
เก็บพัทยาไว้ในอ้อมอกอ้อมใจ และลองไปผจญภัยกันดูครับ

สำหรับใครที่อยากจะซึมซับบรรยากาศของเกาะล้านให้มากกว่านี้ ไม่อยากเที่ยวแค่วันเดียวก็กลับ แนะนำให้จองที่พักเกาะล้านกับ Traveloka แล้วไปเที่ยวกันแบบยาวๆ นอนพักผ่อนชาร์จแบตให้เต็มที่แล้วค่อยกลับก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ

จองที่พักเกาะล้านกับ Traveloka 

 

ฝากติดตามพวกเราทั้งสองคนได้ที่
Facebook Fanpage: The Planners เที่ยวกับแฟน
https://www.facebook.com/theplannersbytsst/