สำหรับใครที่มีเวลาว่างไม่เยอะ วันหยุด วันลาก็ไม่ค่อยจะเหลือแต่ใจมันเรียกร้องให้ออกไปเที่ยว! ถ้าเงินในกระเป๋ายังพอมีเหลือ “กาญจนบุรี” ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง ที่ตอบโจทย์ความต้องการทั้งเรื่องเวลา แหล่งท่องเที่ยว ความชิลล์ และราคาประหยัดด้วย

เอาล่ะ จั่วหัวกันมาขนาดนี้ว่าจะมาเที่ยวกาญจนบุรี ดินแดนที่ใครๆ ก็นึกถึงสะพานแม่น้ำแควกันขนาดนี้แล้ว สถานที่ท่องเที่ยวที่เราอยากจะแนะนำก็ต้องไม่ใช่สะพานแม่น้ำแควแน่นอน! แต่ก่อนจะไปลุยกันถึงตรงนั้น ก็ต้องศึกษาเรื่องการเดินทางกันเสียก่อน เพื่อนๆ คนไหนที่มีรถยนต์ส่วนตัวก็สามารถขับรถมาเที่ยวเมืองกาญฯ กันได้ชิลล์ๆ ขับออกจากกรุงเทพฯ สัก 3 ชั่วโมงก็ถึง ส่วนใครที่ไม่มีรถยนต์ก็สามารถนั่งทัวร์มาเที่ยว หรือใครที่ชอบบรรยากาศชิลล์ๆ นั่งกินลมชมวิวมาตามทาง รถไฟ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีเลยล่ะ! ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าใครที่ต้องการ Save Cost แบบสุดๆ ไม่ปล่อยให้เงินกระเด็นออกจากกระเป๋าโดยไม่คุ้มค่าสักบาทก็ต้องเลือกใช้บริการจองที่พักกาญจนบุรีกับ Traveloka รับรองว่าคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม เพราะมีทั้งโปรดี โปรเด็ด ราคาถูกใจสบายกระเป๋า เบาใจเรื่องเงินไปได้อีกหนึ่งเปราะ ก็ถึงเวลามาลุยกันดีกว่าว่า 10 สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรีที่เรานำมานำเสนอในวันนี้จะมีที่ไหนกันบ้าง

จองที่พักกาญจนบุรี กับ Traveloka คลิกที่นี่

 

  1. สังขละบุรี

ดินแดนแห่งมนต์เสน่ห์ที่ใครๆ ก็ต้องหลงรัก “สังขละบุรี” กับวิถีชีวิตชาวมอญอันเรียบง่าย บรรยากาศดีใกล้ชิดกับธรรมชาติสุดๆ ถ้าใครได้แวะเวียนไปที่สังขละบุรีล่ะก็ ห้ามพลาดที่จะแวะไปเที่ยวแม่น้ำชองกาเรีย สะพานมอญหรือสะพานอุตตามานุสรณ์ สะพานไม้ซิกเนเจอร์แห่งความศรัทธาที่สร้างขึ้นจากน้ำพรรคน้ำแรงของชาวบ้าน เป็นสะพานไม้มีที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และอย่าลืมสัมผัสพิธีตักบาตรมอญที่เป็นพิธีเก่าแก่ของชาวบ้านที่นี่ จองที่พักสังขละบุรีติดแหล่งท่องเที่ยวใกล้ชิด locals กับ Traveloka

 

  1. เขาช้างเผือก

ใครๆ ก็อยากไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์บน “เขาช้างเผือก” อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ หนึ่งใน Destination ยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวผู้รักการพิชิตยอดเขา สำหรับการขึ้นไปพิชิตเขาช้างเผือกนั้นเพื่อนๆ จะต้องจับจ้องไว้ให้ดีเพราะปีหนึ่งจะเปิดให้ปีป่ายขึ้นไปชมวิวสวยๆ เพียงแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น แถมในแต่ละวันยังจำกัดจำนวนคนในการขึ้นด้วยและต้องจองกันล่วงหน้า 7 วันเป็นอย่างต่ำอีกต่างหาก! ฮอตไม่ฮอตก็ถามใจดู!

 

  1. เขาสันหนอกวัว

เอาใจคนรักภูเขาต่อด้วย “เขาสันหนอกวัว” ที่ได้ชื่อมาจากลักษณะยอดเขาที่นูนออกมาคล้ายกับสันนูนบนหลังวัวที่เรียกว่า โหนก หรือ หนอก นั่นเอง เขาสันหนอกวัวเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในกาญจบุรีด้วยความสูงที่ 1,767 เมตร เขาสันหนอกวัวนี้ตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม อ.สังขละบุรี มีเขตติดต่อกับพื้นที่ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร รับรองว่าทุ่งหญ้า ธรรมชาติ ป่าไม้ อุดมสมบูรณ์อย่าบอกใครเชียวล่ะ!

 

  1. ต้นจามจุรียักษ์

นอกจากสะพานแม่น้ำแควแล้ว ต้นจามจุรียักษ์ก็ถือเป็นอีกจุดหนึ่งที่ถ้าใครมาถึงกาญจนบุรีแล้วไม่ได้แวะมาก็ถือว่าผิดมหันต์เลยล่ะ ต้นจามจุรียักษ์ใหญ่ประจำถิ่นต้นนี้มีอายุยืนยาวมากว่าหลายร้อยปี สูง 20 เมตร และขนาดลำต้นมหึมาขนาด 10 คนโอบเลยนะเธอ! ด้วยความยิ่งใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาออกไปได้ไกล กระจายตัวกว้างขวางและเขียวชอุ่มนี้ ถ้าได้ลองมานั่งใต้ต้นจะสัมผัสได้ถึงความเย็นสบายที่แผ่ออกมาได้อย่างชัดเจนเลยล่ะ

 

  1. ทางรถไฟสายมรณะ

สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่มีวันว่างเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ สามารถจัดทริปเล็กๆ มาเที่ยวทางรถไฟสายมรณะนี้ได้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย เพราะเขามีจัดรถไฟขบวนพิเศษ จากกทม. มาเที่ยวทุกวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดข้าราชการ โดยทางรถไฟสายมรณะ สร้างขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์เชลยศึกมาสร้างเพื่อเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่านั่นเอง ด้วยความโหดร้ายและทารุณของสิ่งที่เชลยศึกได้รับตลอดการสร้างทางรถไฟนี้จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ เส้นทางรถไฟสายมรณะ

 

  1. ปราสาทเมืองสิงห์

ใครที่ติดละคร นาคี กันจนงอมแงมก็ห้ามพลาดเด็ดขาดที่จะไปตามหา คำแก้ว กันที่ปราสาทเมืองสิงห์ ใช่แล้วค่ะ.. ที่แห่งนี้คือโลเคชั่นสำคัญของละคร นาคี นั่นเอง ปราสาทเมืองสิงห์หรืออุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ อ.ไทรโยค คือเมืองสำคัญในยุคขอมโบราณ ที่มีอายุกว่า 800 ปีมาแล้วและเป็นเมืองขอมโบราณที่เดียวที่เหลืออยู่ในจ.กาญจนบุรีด้วยนะ!

 

  1. วัดวังก์วิเวการามหลังเก่า

ที่สังขละบุรี ไม่ได้มีดีแค่สะพานมอญ และเขาสันหนอกวัวเท่านั้น มันยังไม่จบค่ะคุณ! เพราะยังมี เมืองบาดาล หรือ วัดวังก์วิเวการามหลังเก่า หรือที่เราเรียกกันว่า วันหลวงพ่ออุตตมะ ที่จมอยู่ใต้น้ำให้เราได้เห็นกันแบบครึ่งๆ กลางๆ มานานกว่า 27 ปี ถ้าใครที่โชคดีแวะเวียนมาที่นี่ในช่วงน้ำลดก็จะได้ชมความงดงามของเมืองบาดาลแห่งนี้ก็เต็มตา ไม่อย่างนั้นก็จะทำได้แค่พายเรือมาดูกันใกล้ๆ เท่านั้น ดังนั้นใครที่มีแพลนว่าจะมา เราขอแนะนำเดือนมีนาคม-เมษายน คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดจ้า!

 

  1. วัดถ้ำเสือ

ก่อนจะเข้าสู่ตัวเมืองกาญจนบุรี เราขอแนะนำให้แวะวัดถ้ำเสือ ต.ท่าม่วงชุม อ.ท่าม่วงกันสักนิดสักหน่อย ที่วัดถ้ำเสือแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของพระพุทธรูปองค์ใหญ่โตมโหฬารสีทองอร่ามตาของหลวงพ่อชินน์ประทานพร และพระเจดีย์เกษุแก้วมหาปราสาท เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมสีส้มที่โดดเด่นอลังการไม่แพ้กัน ข้างในมีบันไดเวียนสามารถเดินขึ้นไปถึงชั้นบนสุดซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุที่อันเชิญมาจากประเทศอินเดีย พร้อมกับชมวิวสวยๆ ของแม่น้ำ ทุ่งนาและป่าเขาลำเนาไพร

 

  1. ปิล็อก

ที่หมู่บ้านอีต่อง แดนสองสัญชาติ ไทย-พม่า แห่งนี้เคยเป็นสถานที่แห่งความรุ่งเรืองด้านการทำเหมืองมาก่อน

หลังจากที่กิจการเหมืองแร่ดูจะไปไม่รอด ก็เปลี่ยนตำนานเหมืองเทือกเขาตะนาวศรี ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ ให้กลายเป็นแหล่งเที่ยวและรีสอร์ทแบบท้องถิ่นกันซะเลย ใครที่แวะเวียนมาที่นี่ก็จะได้สัมผัสกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง เพราะที่นี่ทั้งเงียบ สงบ อากาศเย็นสบาย วิวก็ดี บรรยากาศก็เลิศ รับรองว่าที่นี่จะเป็นสถานที่สำหรับการชาร์จพลังก่อนทำงานวันจันทร์ชั้นยอด!

 

  1. เขื่อนศรีนครินทร์

สถานที่สุดท้ายที่เราอยากจะแนะนำในครั้งนี้ก็คือ เขื่อนศรีนครินทร์ ที่อ.ศรีสวัสดิ์ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า เขื่อนเจ้าเณร เขื่อนอเนกประสงค์แห่งแรกของโครงการพัฒนาลุ่มแม่น้ำกลอง หนึ่งใน 17 เขื่อนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดในกาญจนบุรีด้วย ถ้าได้ไปยืนบนสันเขื่อนสูงๆ แล้วมองลงเห็นวิวทะเลสาบกับป่าไม้อันเขียวขจีคงจะฟินน่าดู

 

เห็นมั้ยล่ะว่ากาญจนบุรีไม่ได้มีแค่สะพานแม่น้ำแควนะจ๊ะ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ รอให้เพื่อนๆ ตามไปชมกันถึงที่อยู่ และไม่ว่าจะมีเวลาน้อยมากก็สามารถไปได้ ยิ่งถ้าใครอยากประหยัดงบก็สามารถเลือกใช้บริการจองที่พักกาญจนบุรีกับ Traveloka ได้อีกต่างหาก บอกเลยว่าคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มอีก!