บ่ายแก่ๆ ได้เวลาจิบชาร้อนๆ หอมกรุ่นคู่กับขนมหวานอร่อยๆ สักชิ้น… วันนี้เราเลยแวะมาจิบ Afternoon tea แบบเบาๆ ที่บ้านขนิษฐา เดอะ เฮอริเทจใน Iconsiam กันดู

ที่นี่มีเมนูของว่างให้คุณได้ดื่มด่ำและอิ่มอร่อยไปกับชาและขนมไทยที่พ่อครัวได้ตั้งใจทำขึ้นแบบสดใหม่ทุกวัน นอกจากนี้ก็ยังมีอาหารไทยโบราณรสชาติดั้งเดิมแบบฉบับของบ้านขนิษฐาด้วยนะ

คุณจะได้นั่งละเมียดละไมกับมื้ออาหารท่ามกลางบรรยากาศร้านที่ตกแต่งด้วยสไตล์ไทยโคโลเนียลหรูหรา ไม่ว่าจะเลือกนั่ง Indoor ซึมซับบรรยากาศในร้าน หรือจะนั่ง Outdoor ก็สามารถมองออกไปเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาและตึกสูงของกรุงเทพมหานครอย่างเต็มๆ ตา 

…ตามมานั่งจิบชาแบบผู้ดีอังกฤษในฉบับไทยๆ กับเรา แล้วคุณจะตกหลุมรักในเสน่ห์ของ บ้านขนิษฐา เดอะ เฮอริเทจ ที่ออกแบบมาอย่างลงตัว

 

บ้านขนิษฐา เดอะ เฮอริเทจ

Highlights:

  • อาหารไทยต้นตำรับกรุงศรีอยุธยา รสชาติข้มข้น หาทานได้ยาก
  • เซ็ตน้ำชายามบ่ายเสิร์ฟคู่กับขนมไทยหลากหลายชนิด ให้คุณได้ดื่มด่ำความอร่อยแบบไทยๆ อย่างเต็มๆ คำ
  • บรรยากาศของร้านสวยงามน่านั่ง …ทั้ง Indoor ให้คุณได้ชื่นชมบ้านไม้หรูๆ สไตล์ไทยโลเนียล และ Outdoor ให้คุณได้ซึมซับทัศนียภาพของเมืองกรุงและแม่น้ำเจ้าพระยา

Baan Khanitha The Heritage ตั้งอยู่บนชั้น 4 ของ Iconsiam 

บรรยากาศของร้านหรูหราและเงียบสงบ คุณสามารถเดินเข้าไปพลิกดูเมนูพลางๆ ที่หน้าร้านก่อนได้ ส่วนวันนี้เราได้จองเซ็ต Afternoon Tea ผ่าน Traveloka Xperience มาแล้ว พอมาถึงหน้าร้านก็แค่ไปแจ้งพนักงานแล้วก็สามารถเข้าไปใช้บริการได้เลย

 

จองคอร์สน้ำชายามบ่าย Baan Khanitha The Heritage กับ Traveloka Xperience!

เราขอแนะนำให้คุณจองผ่าน Traveloka Xperience ไปเลย เพราะจะได้ความสะดวก รวดเร็ว และราคาโปรโมชั่นเด็ดๆ มากมาย แค่ดาวน์โหลดแอป Traveloka > เข้าหน้าเมนู Xperience > เสิร์ชหาชื่อร้าน Baan Khanitha The Heritage > เลือกคอร์สแล้วกดจ่ายเงินได้เลย แค่นี้คุณก็พร้อมไปจิบน้ำชายามบ่ายแบบชิลๆ กันแล้ว

 

เมนูของที่นี่มีหลากหลาย ตั้งแต่อาหารไทยที่มีรสชาติและมาตรฐานสุดพรีเมี่ยม ได้รับการการันตีจากรางวัลมิชลินไกด์ในปี 2018 รวมไปถึงของว่างขนมไทยที่ทำขึ้นสดใหม่ทุกวัน แถมวัตถุดิบก็ยังเป็นออร์แกนิก แม้แต่ทีมครัวยังแบ่งออกเป็น 3 ทีม คือทีมทำอาหาร น้ำจิ้ม และขนมไทย พิถีพิถันทุกขั้นตอนและใส่ใจทุกรายละเอียด

เข้ามาข้างในร้านก็มีมุมสวยๆ หวานละมุนให้ถ่ายรูปด้วยเยอะแยะ 

ที่นี่ตกแต่งด้วยดอกไม้สวยงามนานาพันธุ์ ให้ความรู้สึกเหมือนว่าเราได้รับเชิญให้เข้ามานั่งทานข้าวในวังขนาดย่อมๆ เลยล่ะ

โซนโต๊ะทานข้าวยังมีกิมมิคของห้องอาหารหรูหราขนาดใหญ่ในวัง ดึงดูดสายตาด้วยแชนเดอร์เรียติดเพดานตรงกลาง ถ้ามองไปด้านหลังก็จะเห็นวิวตึกสูงและแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านกระจกใส

ส่วนการจัดโต๊ะก็มีความเรียบหรูดูดี มองไปข้างๆ ก็จะเห็นภาพวาดติดผนังสวยๆ เป็นเซ็ตเมนูอาหารต่างๆ ของบ้านขนิษฐา

ไม่ว่าจะเป็นมุมไหนของร้านก็สวยงามน่านั่งไปหมดจริงๆ

และถ้าคุณต้องการรับประทานอาหารแบบเป็นส่วนตัวสุดๆ …ที่บ้านขนิษฐา เดอะเฮอริเทจก็มีห้องอาหารส่วนตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟเปิดให้ใช้บริการ 

ในห้องจะมีโต๊ะอาหารยาวแปดที่นั่ง ให้บรรยากาศการรับประทานอาหารมื้อสุดพิเศษ

และที่นี่ก็มีบาร์เครื่องดื่มและบาร์เทนเดอร์ประจำเคาน์เตอร์อยู่ด้วย คุณอยากจะดื่มอะไรก็มั่นใจได้เลย

ออเดิร์ฟจานแรกที่ทางร้านเสิร์ฟให้คือแตงโมปลาแห้ง 

สิ่งที่เราชอบมากๆ คือผ้าเปียกกลิ่นตะไคร้พับมาเป็นตัวกระต่ายน่ารักๆ หยิบมาเช็ดมือเช็ดหน้าให้สดชื่นกันก่อนได้

ต่อมาพนักงานก็จะเสิร์ฟเครื่องดื่มให้ที่โต๊ะ มีชาดอกบัว ชาเก๊กฮวยจักรพรรดิ และชากุหลาบ 

ขอบอกว่าหอมกลิ่นดอกไม้ในชามากจริงๆ แค่ได้กลิ่นหอมกรุ่นๆ ก็รู้สึกผ่อนคลาย คลายความเครียดและความเมื่อยล้าไปจนหมด ส่วนดอกไม้ในชาแต่ละชนิดก็จะมีสรรพคุณบำรุงร่างกายที่แตกต่างกันไป

ชาบัวจะช่วยให้รู้สึกสงบและมีสรรพคุณบำรุงระบบทางเดินอาหาร รักษาท้องอืดและท้องร่วงได้ 

ชาเก๊กฮวยสามารถดับกระหาย เพิ่มความสดชื่น และช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย

ส่วนชากุหลาบสามารถลดการอักเสบจากการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ และยังเป็นยาระบายอ่อนๆ ได้อีกด้วย

รอไม่นานก็ได้ขนมว่างในเซ็ตมาครบ มีทั้งอาหารคาวร้อนๆ ทำสดใหม่และขนมหวานหน้าตาน่าทาน แต่อย่าลืมเก็บภาพสวยๆ ไว้ก่อนล่ะ อัพสตอรี่ลงไอจีแล้วเช็คอินว่ามาจิบน้ำชา ทานของว่างอยู่ที่บ้านขนิษฐา เดอะ เฮอริเทจกันก่อน 

ได้แวะมาใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แบบนี้สักพักก็ดีเหมือนกันนะ

 

เซ็ตน้ำชายามบ่ายสำหรับ 1 ท่าน

เซ็ตสำหรับ 1 ท่านจะเสิร์ฟจานเดี่ยวมาหนึ่งจาน ของคาวในจานจะมีเรไรหน้าปู ช่อม่วง ค้างคาวเผือก ถุงทอง ส่วนของหวานจะมีลูกชุบ เปียกปูน พระพาย ขนมชั้น บุหลันดั้นเมฆ และขนมหม้อแกง ทุกอย่างอย่างละ 1 ชิ้น

ทานขนมในจานพร้อมๆ กับจิบชาร้อนๆ ไปก็จะอิ่มท้องพอดิบพอดี

 

เซ็ตน้ำชายามบ่ายสำหรับ 2 ท่าน

ส่วนเซ็ตสำหรับ 2 ท่านจะเสิร์ฟมาเป็นถาดทองเหลือง 3 ชั้น วิธีการทานก็คือต้องทานจากถาดล่างขึ้นบน ชั้นล่างสุดจะเป็นของคาว เรไรหน้าปู ช่อม่วง ค้างคาวเผือก และถุงทอง ทานคู่กับอาจาดและน้ำจิ้มบ๊วยก็จะมีรสชาติกลมกล่อมยิ่งขึ้นไปอีก

ชั้นที่สองจะเป็นขนมชั้น เปียกปูน และพระพาย รสชาติขนมของที่นี่จะอร่อยและเป็นเอกลักษณ์เพราะทำขึ้นเองสดใหม่ทุกวัน เราชอบรสชาติของขนมเปียกปูนเป็นพิเศษ รสของกะทิตัดกับใบเตยได้หวานๆ เค็มๆ อร่อยปะแล่มๆ

มาถึงชั้นบนสุดจะมีลูกชุบ บุหลันดั้นเมฆ และขนมหม้อแกง ลูกชุบของที่นี่มีความพิเศษกว่าที่อื่นเพราะที่นี่จะปั้นเป็นรูปอาหารอย่างพิถีพิถัน แตกต่างจากที่อื่นที่ปั้นเป็นรูปผลไม้ทั่วๆ ไป แถมการปั้นเป็นอาหารฝรั่งอย่างแฮมเบอร์เกอร์และฮอทดอกก็ยังสอดแทรกเกร็ดประวัติศาสตร์เล็กๆ น้อยๆ เข้าไปด้วย

 …เพราะลูกชุบเป็นขนมไทยชาววังเชื้อสายโปรตุเกส ต่อมาท้าวทองกีบม้าจึงได้นำมาสอนให้คนไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา การปั้นลูกชุบเป็นรูปอาหารฝรั่งจึงสะท้อนถึงประวัติความเป็นมานี้เอง

รสชาติหอมหวานละมุนละไมของน้ำชาดอกไม้และขนมไทยโบราณเข้ากันได้ดีอย่างน่าประหลาด นับว่าที่นี่เปิดประสบการณ์การจิบชายามบ่ายแบบผู้ดีอังกฤษในฉบับไทยๆ ได้อย่างลงตัวมากๆ เลยล่ะ

ใครที่รู้ตัวว่ากำลังใช้ชีวิตเครียดๆ ท่ามกลางเมืองกรุงอันแสนวุ่นวาย วันว่างๆ ลองมาหยุดพักชั่วครู่ที่บ้านขนิษฐา เดอะ เฮอริเทจ กันก่อน …ที่ที่คุณจะได้ซึมซับความหรู ความงาม และความอร่อยอย่างไทย ตรงตามคอนเซ็ปต์ A Taste of Heritage ของร้าน

…แล้วคุณจะประหลาดใจว่ากลิ่นหอมอ่อนๆ ของชา และรสชาติอันนุ่มนวลของขนมไทยโบราณได้พัดพาความเครียดของคุณให้หายเป็นปลิดทิ้ง…

 

Baan Khanitha The Heritage

ชั้น 4 ICONSIAM

299 ถนนเจริญนคร

แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน

กรุงเทพมหานคร 10600

เบอร์ติดต่อ 02 288 0414

เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00 – 22.30 น.

จองคอร์สน้ำชายามบ่าย Baan Khanitha The Heritage  กับ Traveloka Xperience คลิกที่นี่!

Written by Warunporn Tiyabhorn

Photo by Warunporn Tiyabhorn & Nitwara Watthanopart